หมากฝรั่งนิโคติน (NRT) ตัวช่วยเลิกบุหรี่ได้ง่าย ๆ ไม่ทรมาน

    หมากฝรั่งนิโคติน (NRT) ตัวช่วยเลิกบุหรี่ได้ง่าย ๆ ไม่ทรมาน

    ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำอาจมองหาตัวช่วยในการเลิกบุหรี่ให้ได้ด้วยตัวเอง เพราะการสูบบุหรี่เป็นสาเหตุของโรคต่าง ๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคเบาหวาน ทั้งยังทำให้ผู้ที่ได้รับควันบุหรี่มือสองเกิดปัญหาสุขภาพได้ไม่ต่างกัน สำหรับผู้ที่ต้องการหาวิธีเลิกบุหรี่แบบง่าย ๆ เห็นผล อาจลองใช้ Nicotine Replacement Therapy (NRT) ซึ่งเป็นการให้นิโคตินทดแทนสำหรับช่วยในการเลิกบุหรี่ ในปัจจุบันมีให้เลือกใช้หลายชนิด เช่น หมากฝรั่งนิโคติน ที่สามารถหาซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งยาจากคุณหมอ ทั้งยังใช้งานง่าย สามารถเคี้ยวได้ทันทีเมื่อรู้สึกอยากสูบบุหรี่ ช่วยป้องกันอาการถอนบุหรี่ที่เกิดจากการขาดนิโคตินกะทันหัน ถือเป็นตัวช่วยที่ดีในการเลิกบุหรี่ให้สำเร็จได้โดยไม่ทรมาน

    Nicotine Replacement Therapy (NRT) คืออะไร

    Nicotine Replacement Therapy (NRT) คือ การใช้นิโคตินทดแทนเพื่อช่วยในการเลิกบุหรี่อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยการลดขนาดการรับนิโคตินที่เข้าสู่ร่างกายอย่างช้า ๆ จนร่างกายสามารถปรับตัวและเลิกใช้นิโคตินได้ในที่สุด ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถช่วยลดความอยากบุหรี่และป้องกันอาการถอนบุหรี่ เช่น อาการหงุดหงิด นอนไม่หลับ ซึมเศร้า สับสน กระวนกระวาย ที่เกิดจากร่างกายขาดสารนิโคตินเฉียบพลัน นอกจากนี้ นิโคตินทดแทนยังไม่มีคาร์บอนมอนอไซด์ น้ำมันดินหรือทาร์ หรือสารเคมีเป็นพิษอื่น ๆ เหมือนในบุหรี่ จึงส่งผลดีต่อสุขภาพมากกว่าการเลิกบุหรี่ด้วยการค่อย ๆ สูบบุหรี่ให้น้อยลง

    ชนิดของ Nicotine Replacement Therapy (NRT) หรือนิโคตินทดแทน

    ปัจจุบัน Nicotine Replacement Therapy (NRT) หรือนิโคตินทดแทนที่มีขายในประเทศไทย มีด้วยกัน 2 ชนิด ได้แก่

    1. หมากฝรั่งนิโคติน (Nicotine Gum) ใช้สำหรับเคี้ยวจนรู้สึกเสียวซ่าในปาก จากนั้นอมไว้ระหว่างแก้มและเหงือก ถือเป็นนิโคตินทดแทนสำหรับเลิกบุหรี่ที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากใช้งานง่าย หาซื้อสะดวก
    2. แผ่นแปะนิโคติน (Nicotine Patch) ใช้แปะเพื่อซึมเข้าสู่ผิวหนังในปริมาณเล็กน้อยอย่างสม่ำเสมอ โดยจะต้องติดไว้ตลอด 24 ชั่วโมง และต้องเปลี่ยนแผ่นใหม่ในเวลาเดียวกันของทุกวัน

    หมากฝรั่งนิโคติน คืออะไร

    หมากฝรั่งนิโคติน คือ สารนิโคตินทดแทนในรูปแบบหมากฝรั่งเพื่อช่วยในการเลิกบุหรี่ ขณะเคี้ยว หมากฝรั่งจะปล่อยสารนิโคตินเข้าสู่ร่างกายอย่างช้า ๆ ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจจากความอยากบุหรี่ ช่วยป้องกันอาการถอนบุหรี่จากการขาดนิโคตินกะทันหัน เมื่อเปลี่ยนจากการสูบบุหรี่มาเคี้ยวหมากฝรั่งนิโคติน จะช่วยให้ร่างกายต้องการนิโคตินน้อยลงเรื่อย ๆ จนสามารถเลิกบุหรี่ได้ในที่สุด โดยทั่วไปนิยมใช้ควบคู่ไปกับแผ่นแปะนิโคติน

    หมากฝรั่งนิโคติน ช่วยเลิกบุหรี่ได้อย่างไร

    เมื่อสูบบุหรี่ นิโคตินจากบุหรี่จะดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและไหลไปยังสมอง ทำให้ผู้สูบรู้สึกผ่อนคลายอย่างรวดเร็ว นั่นทำให้หลายคนเลือกสูบบุหรี่เมื่อรู้สึกเครียดหรือเป็นกังวล แต่การสูบบุหรี่เป็นประจำ ก็อาจทำให้เสพติดและอยากนิโคติน พอจะเลิกสูบบุหรี่แบบหักดิบ ร่างกายจึงมักเกิดอาการขาดนิโคติน (Nicotine withdrawal symptoms) หรือที่เรียกว่าอาการถอนบุหรี่ ทำให้รู้สึกกระสับกระส่าย หงุดหงิด ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ จนต้องกลับไปสูบบุหรี่อีกครั้ง

    แต่หากเลิกบุหรี่ด้วยการเคี้ยวหมากฝรั่งนิโคติน ซึ่งประกอบด้วยสารนิโคตินทดแทนในระดับต่ำ จะช่วยให้ร่างกายไม่ขาดนิโคตินกะทันหัน การเคี้ยวหมากฝรั่งจะช่วยให้ไม่รู้สึกว่างและช่วยเบี่ยงเบนความสนใจจากการอยากสูบบุหรี่ โดยในระหว่างเคี้ยวหมากฝรั่ง ร่างกายจะค่อย ๆ ปรับตัวและเคยชินกับปริมาณนิโคตินที่ลดลงเรื่อย ๆ จึงสามารถช่วยให้เลิกบุหรี่ได้ง่ายขึ้นและไม่ทรมาน นอกจากนี้ ในหมากฝรั่งนิโคตินยังปราศจากน้ำมันดิน คาร์บอนมอนอกไซด์ และสารพิษอื่น ๆ ที่มีอยู่ในควันบุหรี่ จึงส่งผลดีต่อสุขภาพมากกว่าการเลิกบุหรี่ด้วยการสูบบุหรี่น้อยลงเรื่อย ๆ

    วิธีเคี้ยวหมากฝรั่งนิโคติน

    หมากฝรั่งนิโคตินมีลักษณะคล้ายหมากฝรั่งทั่วไป โดยวิธีการเคี้ยวหมากฝรั่งนิโคตินอย่างถูกต้องเพื่อช่วยให้เลิกบุหรี่ได้อย่างไม่ทรมาน มีด้วยกัน 3 ขั้นตอน ดังนี้

    ขั้นตอนที่ 1 เคี้ยวหมากฝรั่งเมื่อรู้สึกอยากบุหรี่ หรือหากสามารถคาดการณ์พฤติกรรมของตัวเองได้ว่าจะอยากบุหรี่เมื่อใด ก็ให้เริ่มเคี้ยวหมากฝรั่งนิโคตินก่อนจะรู้สึกอยากบุหรี่ได้เลย

    ขั้นตอนที่ 2 เคี้ยวหมากฝรั่งนิโคตินจนรู้สึกเสียวซ่าภายในปาก แล้วอมหมากฝรั่งไว้ใต้ลิ้นหรือที่กระพุ้งแก้ม อมไว้จนกว่าความรู้สึกเสียวซ่าจะหายไป จากนั้นจึงนำกลับมาเคี้ยวใหม่อีกครั้ง

    ขั้นตอนที่ 3 ทำซ้ำตามขั้นตอนที่ 2 ประมาณ 30 นาที หรือจนกว่ารสชาติจะหายไป หรือความอยากบุหรี่ลดลง

    ไม่ควรเคี้ยวหมากฝรั่งนิโคตินเกิน 24 ชิ้น/วัน และแนะนำให้ใช้หมากฝรั่งนิโคตินติดต่อกันเป็นเวลา 6-12 สัปดาห์ หรือไม่เกิน 6 เดือน ระหว่างใช้ ให้ค่อย ๆ ลดปริมาณการเคี้ยวหมากฝรั่งลงเรื่อย ๆ จนร่างกายไม่รู้สึกอยากบุหรี่อีกจึงสามารถหยุดใช้ได้

    เคล็ดลับสำหรับการใช้หมากฝรั่งนิโคติน

    ควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีกรด เช่น กาแฟ น้ำอัดลม น้ำผลไม้ เบียร์ ก่อนเคี้ยวหมากฝรั่งนิโคตินประมาณ 15 นาที เพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมนิโคตินได้อย่างเต็มที่ หมากฝรั่งนิโคตินจะได้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และไม่ควรกลืนน้ำลายมากหรือบ่อยเกินไป เพราะนิโคตินอาจทำให้ทางเดินอาหารระคายเคืองได้

    หมากฝรั่งนิโคติน เลิกบุหรี่

    ผลข้างเคียงของหมากฝรั่งนิโคติน

    ผลข้างเคียงของการเลิกบุหรี่ด้วยหมากฝรั่งนิโคติน อาจมีดังนี้

    • มีน้ำลายเพิ่มขึ้น ลิ้นบวม มีแผลในปาก
    • แสบคอ ปวดกราม
    • สะอึก คลื่นไส้อาเจียน
    • อาหารไม่ย่อย
    • หัวใจเต้นเร็ว นอนหลับยาก
    • อารมณ์แปรปรวน ซึมเศร้า วิตกกังวล
    • วิงเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ
    • ปวดท้อง
    • อาจเพิ่มความอยากอาหาร หากรับประทานอาหารมากขึ้นอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้

    ข้อควรระวังในการเลิกบุหรี่ด้วยหมากฝรั่งนิโคติน

    ผู้ที่เริ่มใช้หมากฝรั่งนิโคตินควรหยุดสูบบุหรี่ เนื่องจากหากสูบบุหรี่ควบคู่ไปกับการเคี้ยวหมากฝรั่งนิโคติน อาจทำให้ร่างกายได้รับสารนิโคตินมากขึ้นจนนำไปสู่ปัญหาสุขภาพ เช่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน หายใจเร็ว ความดันโลหิตสูง ผิวซีด ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นทำให้ไม่สามารถควบคุมกล้ามเนื้อได้ และนำไปสู่อาการชัก

    สำหรับผู้ที่ใช้หมากฝรั่งนิโคตินเพื่อช่วยในการเลิกบุหรี่ แต่ยังคงรู้สึกอยากบุหรี่หรือมีอาการถอนบุหรี่ ควรเข้าพบคุณหมอเพื่อตรวจร่างกาย เพราะอาจจำเป็นต้องเปลี่ยนชนิดของสารนิโคตินทดแทน

    เลิกบุหรี่แล้วดีอย่างไร

    การเลิกบุหรี่ส่งผลดีอย่างมากทั้งต่อสุขภาพร่างกายของตัวเองและผู้คนรอบข้าง ดังนี้

    • ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด เนื่องจากสารเคมีในบุหรี่สามารถทำลายเซลล์และเนื้อเยื่อในร่างกาย ทำให้เกิดการอักเสบ จนอาจส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้น เลือดแข็งตัว เลือดไหลเวียนช้าลง มีภาวะหัวใจวาย เป็นโรคหลอดเลือดสมอง
    • ช่วยลดความเสี่ยงโรคระบบทางเดินหายใจ เนื่องจากสารเคมีในควันบุหรี่อาจทำลายเนื้อเยื่อและเยื่อเมือกภายจมูก ทำให้ระคายเคืองและอักเสบ จนอาจทำให้มีอาการหายใจติดขัด ไอ แน่นหน้าอก นอกจากนี้ ยังสามารถส่งผลเสียต่อปอด ส่งผลให้ปอดทำงานหนักขึ้น และอาจเพิ่มความเสี่ยงเกิดโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคปอดอักเสบ โรคถุงลมโป่งพอง
    • ช่วยลดความเสี่ยงเกิดโรคมะเร็ง การสูบบุหรี่สามารถทำให้เซลล์และเนื้อเยื่อภายในร่างกายเกิดการอักเสบ ซึ่งอาจมีแนวโน้มที่จะพัฒนากลายเป็นเซลล์มะเร็งในอนาคตได้เช่นกัน โดยเฉพาะโรคมะเร็งปอด โรคมะเร็งกล่องเสียง โรคมะเร็งคอหอย โรคมะเร็งหลอดอาหาร
    • ช่วยให้ผู้คนรอบข้างไม่ต้องรับควันบุหรี่มือสอง การสูบบุหรี่ภายในบ้านหรือในที่สาธารณะ นอกจากจะทำลายสุขภาพของตัวเองแล้ว ยังทำให้ผู้คนรอบข้างได้รับผลกระทบไปด้วย เนื่องจากการสูดดมควันบุหรี่มือสองสามารถทำร้ายสุขภาพได้เทียบเท่ากับการสูบบุหรี่เอง ยิ่งหากเป็นเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้ว การได้รับควันบุหรี่มือสองจะยิ่งทำร้ายสุขภาพเป็นอย่างมาก
    • เลิกสูบบุหรี่สามารถช่วยปรับปรุงสุขภาพให้ดีขึ้นได้ ทันทีที่เลิกบุหรี่ การไหลเวียนในร่างกายจะเริ่มดีขึ้น ปอดจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้หายใจได้ดีขึ้น และสุขภาพดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากโรคเรื้อรังและปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการอักเสบของร่างกายที่เป็นผลมาจากสารเคมีในบุหรี่ด้วย

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย

    Pattarapa Thiangwong


    เขียนโดย Pattarapa Thiangwong · แก้ไขล่าสุด 7 วันก่อน

    โฆษณา
    โฆษณา
    โฆษณา
    โฆษณา