ทารก สะอึก คุณแม่มือใหม่ควรรับมือกับอาการนี้อย่างไรดี

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020
Share now

ทารก สะอึก เกิดจากการหดตัวของกระบังลมพร้อม ๆ กับการปิดตัวของเส้นเสียงอย่างรวดเร็ว จึงทำให้เกิดเสียงสะอึกขึ้นมา และด้วยความที่การสะอึกทำให้ผู้ใหญ่รู้สึกรำคาญ ผู้คนจึงทึกทักเอาว่า อาการสะอึกก็น่าจะรบกวนทารกด้วยเช่นกัน แต่จริง ๆ แล้วทารกไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย เขาสามารถนอนหลับไปพร้อมกับสะอึกไปด้วย โดยไม่รู้สึกถูกรบกวนอะไร และอาการสะอึกก็ไม่ค่อยมีผลต่อการหายใจของทารกด้วย

เมื่อ ทารก สะอึก ควรรับมืออย่างไร

หยุดป้อนนมแล้วปล่อยให้เรอ

  • การหยุดป้อนนมแล้วปล่อยให้ลูกน้อยเรอ ก็อาจช่วยกำจัดอาการสะอึกออกไป เนื่องจากการเรอจะช่วยกำจัดแก๊สส่วนเกินออกไป ซึ่งแก๊สพวกนี้อาจจะเป็นสาเหตุของอาการสะอึกได้ นอกจากนี้การเรอยังอาจช่วยเรื่องการสะอึกได้ เนื่องจากการเรอต้องจับให้ลูกน้อยอยู่ในท่าตั้งตรง ซึ่งสถาบันกุมารเวชศาสตร์ในอเมริกาได้แนะนำว่า ให้ปล่อยให้ลูกน้อยที่กินนมขวดเรอหลังกินนมเข้าไปทุก ๆ 2 ถึง 3 เดือน แต่ถ้าคุณให้ลูกกินนมแม่ ก็ควรปล่อยให้ลูกน้อยเรอ เมื่อจะสลับเต้านมให้นมลูก

ใช้จุกนมหลอก

  • อาการสะอึกในลูกน้อยอาจไม่ได้เริ่มจากการป้อนนมเสมอไป ฉะนั้น เวลาที่ลูกน้อยเริ่มมีอาการสะอึกขึ้นมาเอง ก็ลองปล่อยให้เขาดูดจุกนมหลอกดู เพราะอาจจะช่วยให้กระบังลมเกิดการผ่อนคลาย แล้วในที่สุดก็หยุดสะอึกได้

ปล่อยให้หยุดเอง

  • โดยปกติแล้ว อาการสะอึกในเด็กทารกมักจะหยุดได้เอง ถ้าอาการสะอึกไม่ได้รบกวนลูกน้อย ก็ปล่อยให้เขาสะอึกไปเรื่อย ๆ แต่ถ้าอาการสะอึกของเขาไม่ยอมหยุดเอง ก็ควรปรึกษาคุณหมอ เพราะมีบางกรณีที่อาการสะอึกอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพที่มีอาการรุนแรงได้

ให้ลูกจิบน้ำ

คุณอาจเลือกสมุนไพรได้อย่างหลากหลาย ซึ่งก็รวมถึงขิง เม็ดยี่หร่า คาโมมายล์ และอบเชย ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าการจิบน้ำจะช่วยแก้อาการสะอึกในเด็กทารกได้ แต่วิธีก็ไม่มีความเสี่ยงใด ๆ ที่จะเกิดขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าคุณจะให้ลูกน้อยกินอะไรใหม่ ๆ ก็ควรปรึกษาคุณหมอก่อน

วิธีป้องกันอาการสะอึกของทารก

ด้วยความที่สาเหตุของอาการสะอึกยังไม่ชัดเจน เราจึงหาวิธีป้องกันได้ยาก แต่ถ้าคุณอยากจะลองป้องกันอาการสะอึกดู ก็ลองใช้วิธีดังต่อไปนี้

  • คุณต้องแน่ใจว่าลูกน้อยอยู่ในอาการสงบเวลาป้อนนม ซึ่งก็หมายความว่าไม่ต้องรอให้ลูกน้อยหิวแล้วค่อยป้อน เพราะเมื่อถึงตอนนั้น ลูกน้อยอาจจะร้องไห้ หรือมีอาการโยเยก่อนที่จะได้ป้อนนม
  • หลังจากป้อนนมเสร็จแล้ว ก็หลีกเลี่ยงอย่าให้ลูกน้อยทำกิจกรรมอะไรหนัก ๆ อย่างเช่น การกระเด้งตัวขึ้นลง หรือการเล่นสนุกที่ต้องใช้พลังงานสูง
  • หลังป้อนนมเสร็จแล้ว ควรจับลูกน้อยให้อยู่ในท่าตัวตั้งตรง เป็นเวลา 20 ถึง 30 นาที

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรทำหาก ทารก สะอึก

ถึงแม้จะมีวิธีแก้อาการสะอึกที่ใช้กับผู้ใหญ่ได้ แต่ไม่ควรนำมาใช้กับเด็กทารก เพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อเขาได้ ซึ่งวิธีพวกนี้ไม่ควรนำไปใช้เด็ดขาด

แหย่ให้ลูกน้อยตกใจ

  • อย่าพยายามแหย่ลูกน้อยให้สะดุ้ง เพื่อจะได้หายสะอึกเด็ดขาด เพราะเสียงตบถุงกระดาษดัง ๆ อาจทำให้แก้วหูที่บอบบางของทารกเกิดความเสียหายได้ และอาการตกใจนั้น อาจเลยเถิดจนกลายเป็นอาการร้องไห้ไม่หยุดได้

ให้เขากินขนมเปรี้ยว ๆ

  • ถึงแม้ขนมเปรี้ยวๆ จะช่วยยับยั้งอาการสะอึกในผู้ใหญ่ได้ แต่คุณไม่ควรนำมาใช้กับลูกน้อย เนื่องจากขนมเปรี้ยว ๆ นั้นมักมีส่วนผสมของกรดที่ไม่น่าจะดีต่อสุขภาพของทารก

ตบหลังลูกน้อย

  • เส้นเอ็นในกระดูกซี่โครงของทารก ยังมีความบอบบางอยู่ ฉะนั้นการทำอะไรแรง ๆ ในบริเวณนั้น ก็อาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงได้ ฉะนั้น อย่าใช้วิธีนี้กับลูกน้อยจะดีกว่า

กดลูกตาของลูกน้อย

  • กล้ามเนื้อดวงตาที่ช่วยให้ดวงตาลูกน้อยเคลื่อนไหวได้นั้น ยังต้องมีพัฒนาการต่อไป ซึ่งก็หมายความว่า ลูกตาอาจจะไม่กลับเข้าที่เดิมถ้าคุณออกแรงกดมากเกินไป แม้แต่การกดเบา ๆ ยังไม่ควรทำเลย

ดึงลิ้นหรือแขนขาลูกน้อย

  • ก็อย่างที่บอกไปแล้วนั่นแหละว่า ร่างกายของทารกยังบอบบางอยู่ กระดูกและข้อต่อของทารกยังไม่สามารถทนทานแรงดึงแรง ๆ ได้ ฉะนั้น อย่าทำแบบนั้นกับลูกน้อยเด็ดขาด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความแนะนำ

สะอึก (Hiccups)

สะอึก (Hiccups)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี
เผยแพร่วันที่ ธันวาคม 21, 2018
การสะอึก อาจบอกถึงปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงก็ได้นะ

การสะอึก อาจบอกถึงปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงก็ได้นะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ฤทธิศักดิ์ วงศ์วุฒิพงษ์
เผยแพร่วันที่ ตุลาคม 15, 2018
อาการสะอึก ไม่เลิกราอาจเป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมองก็เป็นได้!

อาการสะอึก ไม่เลิกราอาจเป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมองก็เป็นได้!

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ธีรวิทย์ บุญราศรี
เผยแพร่วันที่ กันยายน 15, 2018
พ่อแม่ควรรู้ พฤติกรรมเหล่านี้พัฒนา ทักษะของลูก ได้

พ่อแม่ควรรู้ พฤติกรรมเหล่านี้พัฒนา ทักษะของลูก ได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย กัญญ์วรา ยุทธ์ธนพิริยะ
เผยแพร่วันที่ ธันวาคม 25, 2017