ลูกอาเจียน อย่าเพิ่งสติแตก มารู้จักกับสาเหตุและวิธีการรับมือกับอาการน่าห่วงนี้

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

ลูกอาเจียน สามารถเกิดขึ้นได้เป็นครั้งคราว โดยเฉพาะในช่วงขวบปีแรก เนื่องจากเด็กกำลังปรับตัวเข้ากับการกินอาหาร และร่างกาย     กำลังค่อยๆ พัฒนาขึ้น ส่วนใหญ่มักจะหายไปภายใน 6-24 ชั่วโมง โดยที่ไม่ต้องทำอะไรเป็นพิเศษ นอกจากดูให้แน่ใจว่า ลูกไม่ขาดน้ำเท่านั้น แต่การอาเจียนอย่างต่อเนื่อง อาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้

นอกจากนี้ สำหรับคนที่เป็นพ่อแม่ ก็อาจไม่ง่ายนักที่จะทำใจดูลูกอาเจียน เนื่องจากความกลัวว่า ลูกจะเป็นอะไรที่ร้ายแรง และความปรารถนาที่จะช่วยให้ลูกรู้สึกสบายขึ้น ก็เป็นความรู้สึกร่วมกันของพ่อแม่ทุกคน และเพื่อให้พ่อแม่อย่างคุณสามารถทำใจให้สบายได้ มาเรียนรู้ถึงสาเหตุและวิธีการที่คุณสามารถทำได้ เพื่อเยียวยาลูกน้อยเมื่อเกิดการอาเจียน ดังนี้

ลูกอาเจียน หรือแค่แหวะ

ก่อนอื่นคุณต้องรู้จักความแตกต่างระหว่างการอาเจียนจริงๆ กับการแหวะอาหารของเด็ก การอาเจียนเป็นการที่อาหารที่อยู่ในกระเพาะพุ่งออกมาโดยไม่สามารถบังคับได้ ขณะที่การแหวะ (ที่พบบ่อยให้เด็กวัยต่ำกว่าหนึ่งขวบ) เป็นการที่เด็กขย้อนเอาอาหารออกมาทางปาก ปกติแล้วมักจะมาพร้อมกับอาการเรอ

การอาเจียนเกิดขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อหน้าท้องและกระบังลมเกร็งอย่างรุนแรง ในขณะที่กล้ามเนื้อกระเพาะอาหารหย่อนตัว ปฏิกิริยาสะท้อนนี้ถูกกระตุ้นจาก “ศูนย์ควบคุมการอ้วก” ในสมอง หลังจากที่มันถูกกระตุ้นโดยเส้นประสาทจากกระเพาะอาหารและลำไส้ ที่อาจเกิดจากสาเหตุเหล่านี้

  • ระบบย่อยอาหารระคายเคืองหรือบวมขึ้น เนื่องจากอาการติดเชื้อหรือเกิดการอุดตัน
  • สารเคมีในเลือด (อย่างเช่นจากยา)
  • การถูกกระตุ้นทางประสาทสัมผัส เช่น ภาพหรือกลิ่น
  • การกระตุ้นจากประสาทหูส่วนกลาง (อย่างเช่น การอาเจียนที่เกิดจากการวิงเวียน)

สาเหตุของการอาเจียน

สาเหตุที่พบได้บ่อยของการแหวะหรืออาเจียนในเด็ก แตกต่างกันไปตามช่วงอายุ เช่น ในช่วงสองสามเดือนแรก ทารกส่วนใหญ่จะแหวะนมเล็กน้อยออกมา ปกติแล้วจะเป็นในช่วงชั่วโมงแรกหลังป้อนนม ปกติจะเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว อาการนี้จะลดน้อยลงเมื่อเด็กโตขึ้น แต่อาจยังปรากฏอยู่บ้างเล็กน้อยจนอายุ 10-12 เดือน ซึ่งถ้าไม่มีอาการอื่น และไม่ทำให้เด็กน้ำหนักลดลง ก็ถือว่าไม่ผิดปกติ แต่หากเด็กมีอาการอาเจียนต่อเนื่อง อาจมีสาเหตุมาจาก…

โรคลำไส้อุดตัน

ในช่วงอายุสองสัปดาห์จนถึงสี่เดือน การอาเจียนอย่างต่อเนื่องอาจมีสาเหตุมาจาก การที่กล้ามเนื้อบริเวณทางออกของกระเพาะอาหารหนาตัวขึ้น ทำให้เกิดการอุดตัน จนอาหารไม่สามารถผ่านเข้าไปสู่ลำไส้ได้ นี่เป็นอาการร้ายแรงที่ต้องรักษาอย่างทันท่วงทีด้วยการผ่าตัด เพื่อเปิดทางที่ถูกอุดตันนี้ สัญญาณสำคัญของอาการนี้คือ อาการอาเจียนพุ่งเกิดขึ้นทุก 15-30 นาทีหรือน้อยกว่านั้น ทุกครั้งหลังการป้อนอาหาร ถ้าเป็นแบบนี้ควรรีบไปพบหมอทันที

กรดไหลย้อน หรือภาวะไหลย้อนในเด็ก

บางครั้งอาการแหวะนมในช่วงสองสามสัปดาห์แรกจนถึงหลายเดือน อาจแย่ลงแทนที่จะดีขึ้น แม้จะไม่ใช่การอาเจียนแบบพุ่ง แต่ก็เกิดขึ้นตลอดเวลา นี่เกิดเนื่องจากกล้ามเนื้อส่วนล่างของหลอดอาหารหย่อนตัวมากเกินไป ทำให้อาหารจากกระเพาะไหลย้อนกลับข้นมาได้ อาการนี้เรียกอีกอย่างว่า กรดไหลย้อน (GERD) หรือ ภาวะไหลย้อนในเด็ก (Infant Reflux) อาการนี้ปกติแล้วสามารถควบคุมได้ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

  • อย่าป้อนนมเด็กมากเกินไป หรือเปลี่ยนมาป้อนครั้งละน้อยๆ แต่บ่อยขึ้นแทน
  • ให้เด็กเรอทุกครั้งหลังป้อนนม
  • ประคองให้ทารกอยู่ในท่าหลังตรงอย่างน้อย 30 นาทีหลังป้อนนม
  • ถ้าทำแบบนี้แล้วไม่ได้ผล อาจต้องรับการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านต่อไป

การติดเชื้อ

ในช่วงสองสามเดือนแรกของชีวิต สาเหตุที่พบบ่อยของการอาเจียนในเด็กก็คือ การติดเชื้อที่กระเพาะอาหารหรือลำไส้ ส่วนใหญ่เกิดจากไวรัส แต่บางครั้งก็อาจเกิดจากแบคทีเรียหรือแม้แต่พยาธิ อาการติดเชื้อยังอาจทำให้เด็กมีไข้ ท้องสัย คลื่นไส้ และปวดท้องร่วมด้วย อาการติดเชื้อพวกนี้ปกติเป็นโรคติดต่อ ซึ่งลูกของคุณติดมาจากเด็กอื่นก็เป็นได้

ไวรัสโรต้า เป็นสาเหตุที่พบบ่อยในการทำให้ทารกและเด็กเล็กอาเจียน โดยมักจะมีอาการท้องเสียและมีไข้ตามมาด้วย ไวรัสเหล่านี้ติดต่อได้ แต่อาจพบได้น้อยลงในปัจจุบัน เนื่องจากมีวัคซีนที่สามารถป้องกันโรคนี้ได้ นอกเหนือจากไวรัสโรต้าที่เป็นไวรัสที่ทำให้เกิดอาการอักเสบของกระเพาะอาหารและลำไส้แล้ว ยังมีไวรัสชนิดอื่น อย่างเช่น โนโรไวรัส เอนเทอโรไวรัส และอะดีโนไวรัส

บางครั้งการติดเชื้อนอกระบบย่อยอาหารอาจทำให้เกิดการอาเจียนได้ เช่น การติดเชื้อระบบหายใจ การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ หูชั้นกลางอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และไส้ติ่งอักเสบ อาการเหล่านี้ต้องรับการรักษาทันที ฉะนั้น ควรระวังสัญญาณอันตรายเหล่านี้ให้ดี

  • มีเลือดหรือน้ำดี (สีเขียว) ปนออกมาในอาเจียน
  • ปวดท้องอย่างหนัก
  • อาเจียนต่อเนื่องอย่างหนัก
  • ท้องบวมโต
  • อาการง่วงซึม หรือหงุดหงิดผิดปกติ
  • อาการชัก
  • สัญญาณของการขาดน้ำต่างๆ เช่น ปากแห้ง ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะน้อย
  • ไม่ยอมดื่มน้ำ
  • อาเจียนต่อเนื่องมากกว่า 24 ชั่วโมง

ถ้าลูกของคุณอาเจียน จับตาดูอย่างใกล้ชิด และจงเชื่อสัญชาตญาณตัวเอง และติดต่อหมอโดยด่วนถ้าคุณเป็นกังวล

การดูแลลูกที่บ้าน

ในกรณีส่วนใหญ่ คุณสามารถรักษาลูกคุณได้เองที่บ้าน สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ การดูให้แน่ใจว่าลูกของคุณได้ดื่มน้ำอย่างเพียงพอเพื่อที่จะไม่ขาดน้ำ

ถ้าเด็กเล็กๆ อาเจียน ก็ให้นมต่อไปทั้งนมแม่หรือนมขวด แต่ถ้าเด็กเริ่มมีสัญญาณของอาการขาดน้ำ ให้ปรึกษาหมอหรือเภสัชกรว่า คุณควรให้เกลือแร่เพื่อป้องกันอาการขาดน้ำแก่ลูกได้หรือไม่ ผงเกลือแร่จะช่วยทดแทนน้ำและเกลือที่สูญเสียไป เนื่องจากการอาเจียนและท้องเสีย

ในเด็กที่โตขึ้นหน่อย ให้เด็กจิบน้ำบ่อยๆ แต่ควรหลีกเลี่ยงน้ำผลไม้หรือน้ำที่มีแก๊ส จนกว่าเด็กจะรู้สึกดีขึ้น ถ้าเด็กไม่ขาดน้ำ และยังกินอาหารได้ สามารถให้กินอาหารได้ตามปกติ แต่ถ้าเด็กมีอาการขาดน้ำ ควรปรึกษาหมอเรื่องการให้เกลือแร่เพิ่มเติม

ถ้าเด็กมีอาการท้องเสียและอาเจียน ควรให้ลูกหยุดเรียนหรือไม่ไปที่สถานรับเลี้ยงเด็ก จนกว่าจะครบ 48 ชั่วโมงของการอาเจียนหรือท้องเสียครั้งสุดท้าย เพื่อป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อไปยังเด็กอื่น

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Share now :

Review Date: กันยายน 17, 2018 | Last Modified: ตุลาคม 4, 2019

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน