อีสุกอีใสในเด็ก กับสิ่งที่ควรรู้เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

อีสุกอีใสในเด็ก (Chicken pox) เป็นอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นได้บ่อยที่สุดในเด็ก โรคนี้มักหายไปได้เองหลังผ่านไปประมาณหนึ่งสัปดาห์ แต่ก็สามารถเป็นอันตรายได้ในผู้ป่วยบางราย บทความนี้จะให้ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับโรคนี้และวิธีการป้องกันเด็กจากโรคนี้

อาการของโรคอีสุกอีใส

ในช่วง 2-3 วันก่อนตุ่มอีสุกอีใสขึ้น ลูกของคุณอาจมีอาการดังต่อไปนี้

ตุ่มอีสุกอีใสจะปรากฏขึ้นหลังสัมผัสกับเชื้อประมาณ 10-21 วัน ปกติแล้วเด็กจะมีตุ่มอีสุกอีใสประมาณ 250-500 ตุ่ม โดยจะเริ่มจากมีผื่นขึ้นบนผิวหนังลักษณะเป็นผื่นราบ (macules) ก่อนจะเปลี่ยนแปลงลักษณะตามระยะเวลา โดยแบ่งได้เป็น 3 ระยะ ได้แก่

  • ตุ่มนูน (papules) ในบริเวณใบหน้าและหน้าอก เมื่อเวลาผ่านไปตุ่มนูนก็จะแพร่กระจายไปยังร่างกายส่วนอื่นๆ
  • ตุ่มพองน้ำ (vesicle) หลังจากผ่านไปสองสามวัน จะมีตุ่มพองน้ำ ลักษณะเป็นตุ่มที่มีของเหลวอยู่ด้านในขึ้นอยู่บนตุ่มนุน จากนั้นตุ่มพองน้ำจะแตกและมีของเหลวไหลออกมา
  • สะเก็ด (Scabs) เมื่อตุ่มพองน้ำแตก จะแห้งเป็นสะเก็ดอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน และสะเก็ดของตุ่มอีสุกอีใสจะหลุดออกไปเองหลังจากผ่านไปประมาณ 1 สัปดาห์

ส่วนใหญ่แล้ว หากไม่ได้ติดเชื้อแบคทีเรียจากสภาพแวดล้อมโดยรอบ อีสุกอีใสในเด็กก็ไม่ได้ก่อให้เกิดรอยแผลเป็นแต่อย่างใด หากลูกของคุณสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี อีสุกอีใสที่เกิดขึ้นมักไม่มีอาการรุนแรง ในผู้ป่วยอีสุกอีใสที่มีอาการรุนแรง อาจมีตุ่มอีสุกอีใสเกิดขึ้นได้ทั่วร่างกาย ไม้เว้นแม้กระทั่งในช่องปาก ลำคอ เยื่อบุตา ทวารหนัก หรือในช่องคลอด

อีสุกอีใสในเด็ก ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด

หากลูกของคุณมีผื่นหรือตุ่มขึ้น และคุณไม่มั่นใจว่าลูกของคุณเป็นอีสุกอีใสหรือไม่ ควรพาลูกไปพบแพทย์ เพื่อให้แพทย์ตรวจตุ่มที่ขึ้นและสอบถามเกี่ยวกับอาการของลูกของคุณ หากแพทย์วินิจฉัยว่าไม่ใช่อีสุกอีใสในเด็ก ก็อาจสั่งจ่ายยาบางชนิดเพื่อรักษาตุ่มหรือผื่นที่เกิดขึ้น แต่หากเป็นอีสุกอีใสก็จะได้รักษาอย่างถูกต้อง

นอกจากผื่นหรือตุ่มแล้ว หากลูกของคุณมีอาการต่อไปนี้ ก็ควรพาลูกไปพบคุณหมอทันที

  • มีตุ่มขึ้นในดวงตา
  • มีอาการเจ็บปวดที่ผิวหนังอย่างรุนแรง
  • มีสารคัดหลั่งสีเขียวออกมาจากตุ่ม ตุ่มกลายเป็นสีแดง อุ่น และอ่อนนุ่ม เป็นอาการติดเชื้อขั้นทุติยภูมิ
  • มีอาการคอแข็ง ง่วงนอน เซื่องซึม หัวใจเต้นเร็ว ไอ อาเจียน มีไข้สูงกว่า 38.9 องศาเซลเซียส

ลูกคุณอาจติดเชื้อได้อย่างไร

หากเด็กไม่เคยเป็นอีสุกอีใสมาก่อน ก็มีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย แต่หากเคยเป็นอีสุกอีใสในเด็กมาแล้ว จะทำให้มีภูมิคุ้นกันตลอดชีวิต ส่วนใหญ่แล้วมักไม่กลับมาเป็นอีสุกอีใสซ้ำ แต่เชื้อไวรัสอีสุกอีใสที่แฝงอยู่ในตัว อาจทำให้เป็นโรคงูสวัดได้

อีสุกอีใสสามารถแพร่กระจายผ่านทางตุ่มพองน้ำ และละอองจากการไอจามของผู้ที่เป็นโรคนี้

ลูกของคุณอาจติดเชื้ออีสุกอีใส ถ้าหาก

  • สัมผัสพื้นผิวหรือวัตถุที่ปนเปื้อนเชื้ออีสุกอีใส
  • สัมผัสตุ่มพองอีสุกอีใสจากผู้ที่เป็นโรค
  • มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ที่เป็นโรค

การรักษาอีสุกอีใสด้วยตนเอง

  • ห้ามให้ลูกของคุณเกาตุ่มพอง เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อและแผลเป็น คุณอาจตัดเล็บมือของลูกให้สั้น หรือใส่ถุงมือให้ลูก ลูกจะได้ไม่เกา
  • คุณสามารถช่วยบรรเทาอาการคันได้โดยใช้ผ้าเย็นวางลงบนผิวหนัง หรือทาโลชั่นคาลาไมน์ (Calamine)
  • ให้ลูกดื่มน้ำเปล่ามากๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • ให้ลูกรับประทานยา เช่น พาราเซตามอล (paracetamol) เพื่อช่วยลดไข้และบรรเทาอาการต่างๆ ของอีสุกอีใส หากลูกมีอายุต่ำกว่า 16 ปี ห้ามให้ลูกกินยาแอสไพรินโดยเด็ดขาด
  • รักษาความสะอาดและทำให้ตุ่มอีสุกอีใสแห้งอยู่เสมอ

หากลองรักษาอีสุกอีใสในเด็กให้ลูกเอง 2-3 วันแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือยิ่งแย่ลง ให้รีบพาลูกไปโรงพยาบาลทันที

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา

Review Date: พฤศจิกายน 30, 2018 | Last Modified: กันยายน 13, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย