เด็กนอนไม่พอ อาจส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตมากกว่าที่คุณคิด

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020
Share now

การนอนส่งผลกระทบต่อระบบทุกอย่างในร่างกาย และยิ่งถ้าเป็นเด็กด้วยแล้ว ความเสี่ยงที่เกิดจากการนอนไม่พอ ถือเป็นเรื่องใหญ่กว่าการตื่นขึ้นมาด้วยอารมณ์หงุดหงิดเสียอีก

งานวิจัยชี้ว่า เด็กนอนไม่พอ หรือเด็กที่มีปัญหาการนอนหลับมักมีปัญหาสุขภาพมากกว่า ทั้งยังมีแนวโน้มที่จะมีปัญหาทางอารมณ์และการเข้าสังคมอีกด้วย คุณพ่อคุณแม่จึงควรให้เด็กพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพื่อพัฒนาการทางด้านต่างๆของร่างกายและจิตใจ จะได้มีความพร้อมสมบูรณ์ ลองมาดูกันว่า ในเด็กแต่ละวัย ควรมีจำนวนการนอนที่พอดีอย่างไร

เด็กแต่ละวัย…นอนเท่าไรดี

ทารกวัยแรกเกิด (อายุต่ำกว่า 6 เดือน)

นาฬิกาชีวิตของทารกวัยแรกเกิดยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ ทารกที่อายุต่ำกว่า 6 เดือน จะนอนเป็นเวลา 18 ชั่วโมงต่อวัน โดยแบ่งเป็นตอนกลางคืนและตอนกลางวันเท่ากัน

ในช่วงสองสามสัปดาห์แรก ทารกแรกเกิดควรตื่นทุกๆ 3-4 ชั่วโมงจนกระทั่งพวกเขามีน้ำหนักตัวปกติ หลังจากนั้นทารกวัยแรกเกิดจะสามารถนอนติดต่อกันเป็นเวลานานขึ้นได้ และสำหรับทารกวัย 3 เดือน โดยเฉลี่ยจะนอนหลับ 14 ชั่วโมง ซึ่งใช้เวลานอน 8-9 ชั่วโมงต่อวัน และจะงีบหลับระหว่างวัน 2-3 ครั้ง

ทารกวัย 6-12 เดือน

ทารกวัยนี้ต้องการนอนโดยเฉลี่ย 14 ชั่วโมงต่อวัน และงีบหลับระหว่างวัน 2-3 ครั้งๆ ละ 30 นาทีถึง 2 ชั่วโมง เด็กในวัยนี้ส่วนใหญ่จะเริ่มไม่ตื่นมากินนมกลางคืน หรือหากตื่นขึ้นมากลางดึก ก็ไม่จำเป็นต้องป้อนนมแล้ว

วัยเตาะแตะ

ในวัย 1-3 ปี เด็กส่วนใหญ่จะนอนหลับประมาณ 12-14 ชั่วโมง แต่เด็กในวัยนี้อาจเกิดอาการที่เรียกว่า “ความกลัวในการถูกพรากจากพ่อแม่” ทำให้เด็กอยากอยู่กับพ่อแม่ตลอดเวลา และแสดงออกด้วยการไม่ยอมเข้านอน แต่พ่อแม่จำเป็นต้องกำหนดเวลาการเข้านอนที่แน่นอน และพยายามให้ลูกนอนตามเวลา

พ่อแม่บางคนมักเข้าใจผิดว่า การทำให้เด็กตื่นอยู่นานๆ จะทำให้เด็กง่วงนอนและหลับง่ายขึ้น แต่จริงๆ แล้ว ยิ่งเด็กเหนื่อยเท่าไหร่ ก็จะยิ่งนอนหลับยากขึ้นเท่านั้น และมักจะแสดงออกด้วยการร้องไห้งอแง เด็กวัยนี้ยังต้องการนอนกลางวันประมาณ 1-3 ชั่วโมง แต่คุณไม่จำเป็นต้องบังคับให้ลูกนอนกลางวัน แค่ให้ลูกอยู่ในที่สงบเงียบสักช่วงระยะเวลาหนึ่ง เพื่อให้ลูกได้พักผ่อน โดยที่อาจไม่จำเป็นต้องหลับก็ได้

วัยก่อนเข้าเรียน

เด็กๆ วัยก่อนเข้าโรงเรียนจะนอนหลับ 11-12 ชั่วโมงในตอนกลางคืน และสำหรับเด็กๆ ที่นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอในตอนกลางคืน อาจไม่ต้องการงีบหลับในตอนกลางวัน แต่ก็ควรให้เด็กได้มีเวลาพักผ่อนเงียบๆ สักพักในตอนกลางวัน และเด็กที่ไม่นอนกลางวันก็มักจะเข้านอนเร็วขึ้นด้วย

เด็กวัยเรียนถึงก่อนวัยรุ่น

เด็กวัยเรียนควรนอนหลับในตอนกลางคืน 10-11 ชั่วโมง และปัญหาการนอนหลับมักจะเริ่มต้นในวัยนี้ เนื่องจากมีเหตุผลหลายอย่าง เช่น การบ้าน การออกกำลังกาย กิจกรรมหลังเลิกเรียน คอมพิวเตอร์ ทีวี โทรศัพท์ และกิจกรรมของครอบครัว ซึ่งเหตุผลเหล่านี้สามารถทำให้เด็กๆ นอนหลับไม่เพียงพอได้

วัยรุ่น

วัยรุ่นจำเป็นต้องนอนหลับเป็นเวลา 9 ชั่วโมงต่อวัน แต่วัยรุ่นส่วนใหญ่นอนหลับไม่เพียงพอ เนื่องจากมีเหตุผลหลายประการ เช่น การทำการบ้าน คุยกับเพื่อน ติดโทรศัพท์มือถือ หรือทำกิจกรรมหลายอย่าง ที่อาจทำให้นอนหลับไม่เพียงพอเป็นประจำ จนเป็นนิสัย

เด็กนอนไม่พอ เกิดอะไรขึ้นได้บ้าง

1. ส่งผลต่อการทำงานของสมอง

งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร Academic Pediatrics พบว่า เด็กๆ ในวัยก่อนเข้าโรงเรียนที่นอนไม่พอ อาจมีแนวโน้มที่จะมีปัญหาในการมีสมาธิ ควบคุมอารมณ์ และการประมวลผลข้อมูลในวัยที่โตขึ้น ซึ่งโดยปกติแล้วเด็กวัย 3-4 ปีควรนอนหลับ 11 ชั่วโมงต่อวัน

แต่หากนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพออาจส่งผลต่อการทำงานของสมองได้ เนื่องจากงานวิจัยพบว่า การนอนไม่พอ อาจส่งผลกระทบต่อสมองส่วนที่ใช้ในการคิดและการควบคุมอารมณ์

2. เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมากขึ้น

การนอนไม่พอส่งผลให้การเคลื่อนไหวร่างกายของเด็กแย่ลง นพ.คารล์ ฮันท์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคนอนหลับผิดปกติ แห่งสถาบันสาธารณสุขแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้ข้อมูลว่า การบาดเจ็บเนื่องจากการปั่นจักรยาน หรืออุบัติเหตุในสนามเด็กเล่น มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นเมื่อเด็กๆ นอนไม่พอ

หากเด็กๆ ยังคงมีนิสัยการนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพ ก็จะยิ่งเสี่ยงเกิดอุบัติมากขึ้นเรื่อยๆ และอาจส่งผลกระทบไปจนกระทั่งตอนเป็นวัยรุ่นด้วย

3. ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเด็ก

โกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) เป็นฮอร์โมนที่ทำให้ร่างกายเจริญเติบโตในวัยเด็ก โดยระดับโกรทฮอร์โมนที่สูงที่สุดจะหลั่งออกมาในกระแสเลือดในช่วงหลับลึก ดังนั้น การนอนไม่พอจึงอาจทำให้ร่างกายการหลั่งของโกรทฮอร์โมนลดลง ซึ่งอาจส่งผลต่อความสูงและการเจริญเติบโตของเด็กได้

4. ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน

การนอนไม่พออาจส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน เพราะในระหว่างที่นอนหลับ ร่างกายจะหลั่งสารอินเตอร์ลิวคิน-1 (interleukin-1) ซึ่งเป็นสารประกอบที่กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันออกมา และการนอนไม่พอติดต่อกันหลายคืน สามารถรบกวนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของเด็กๆ ได้

5. อาจส่งผลต่อการฉีดวัคซีน

งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร Journal of American Medical Association เมื่อปี 2002 รายงานว่า การนอนไม่พอสามารถจำกัดประสิทธิภาพของการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในเด็ก

6. เพิ่มความเสี่ยงโรคอ้วนและโรคเบาหวาน

การนอนไม่พอมีส่วนเกี่ยวข้องกับโรคอ้วนและโรคเบาหวาน โดยทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยชิคาโกรายงานว่า การนอนหลับไม่เพียงพอทำให้ระดับฮอร์โมนที่ควบคุมความหิว และกระตุ้นความอยากอาหารเปลี่ยนแปลง รวมถึงกระตุ้นให้เราเลือกกินอาหารที่มีแคลอรี่และคาร์โบไฮเดรตสูง

ดังนั้น การนอนหลับไม่เพียงพอในเด็ก อาจเป็นเหตุให้เด็กๆ กินอาหารที่ไม่มีประโยชน์มากเกินไป เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคอ้วนและโรคเบาหวาน

วิธีช่วยให้เด็กๆ นอนหลับอย่างเพียงพอ

คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยให้ลูกนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอได้ ด้วยวิธีการเหล่านี้

  • ให้ลูกเข้านอนตรงเวลาจนเป็นนิสัย ซึ่งกิจวัตรประจำวันง่ายๆ คือ การอาบน้ำ อ่านหนังสือ และเข้านอน โดยควรทำให้เป็นกิจวัตรในทุกๆ วันรวมถึงช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ด้วย
  • สร้างบรรยากาศให้เหมาะกับการนอนหลับ ห้องนอนควรมืดสนิท อากาศเย็นสบาย และเงียบสงบ จะช่วยให้ลูกๆ หลับได้เร็วขึ้น
  • คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรให้เด็กๆ ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือน้ำตาลสูงในช่วงบ่าย เพราะอาจส่งผลต่อคุณภาพการนอนหลับได้

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

เด็กออกกำลังกาย ได้ประโยชน์สุขภาพอย่างไรบ้าง

เด็กออกกำลังกาย หมายถึงการที่เด็กได้ทำกิจกรรมที่ได้เคลื่อนไหวร่างกาย รวมถึงการเล่นของเด็กด้วย ซึ่งประโยชน์ของการออกกำลังกายต่อสุขภาพของเด็กๆ มีดังต่อไปนี้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Sopista Kongchon

นอนน้อย ส่งผลเสียต่อการใช้ชีวิตอย่างที่คุณอาจนึกไม่ถึง

นอนน้อย นอกจากจะทำให้เสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนเวลาอันควรแล้ว ผลการศึกษาวิจัยเมื่อเร็วๆ นี้ยังระบุว่า อาจส่งผลต่อการดำเนินชีวิตทางด้านสังคมดังต่อไปนี้ด้วย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ออมสิน แสนล้อม

การนวดทารก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของร่างกายลูกน้อย

การนวดทารก เป็นวิธีการดูแลลูกน้อย ที่สามารถจะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของร่างกายให้กับเจ้าตัวเล็กได้เป็นอย่างมาก ซึ่งคุณแม่ควรรู้เอาไว้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย กัญญ์วรา ยุทธ์ธนพิริยะ

แหล่งรวมวิตามิน จากอาหารใกล้ตัว ที่คู่ควรแก่การเติบโตของเด็ก

การรู้ว่า แหล่งรวมวิตามิน อยู่ในอาหารประเภทใดบ้าง ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะคุณพ่อคุณแม่สามารถเลือกรูปแบบอาหาร เพื่อนำมาปรุงอาหารให้ลูกน้อยได้อย่างถูกต้อง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย กัญญ์วรา ยุทธ์ธนพิริยะ

บทความแนะนำ

วิธี-ฆ่าเชื้อในขวดนม-ลูกรัก-โควิด-19

วิธี ฆ่าเชื้อในขวดนม ลูกรัก ช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่คุณแม่ควรศึกษาไว้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
เผยแพร่วันที่ เมษายน 24, 2020
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบ้าน-สุขภาพลูกรัก

เลือก ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบ้าน อย่างไร ไม่ให้กระทบต่อ สุขภาพลูกรัก

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
เผยแพร่วันที่ มีนาคม 24, 2020
โรคโพรจีเรีย-แก่ก่อนวัย-โรคในเด็ก

รู้ให้ชัดกับ โรคโพรจีเรีย ภาวะแก่ก่อนวัย ในเด็ก ที่ครอบครัวควรใส่ใจ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
เผยแพร่วันที่ มีนาคม 12, 2020
เด็กกินเค็ม

สัญญาณที่บอกว่า ลูกกินเค็ม มากเกินไปจนอาจส่งผลต่อสุขภาพ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Sopista Kongchon
เผยแพร่วันที่ กุมภาพันธ์ 13, 2019