ลูกเกาหัวยิกๆ ระวังให้ดี! งานนี้ลูกคุณอาจ เป็นเหา

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020
Share now

ลูก เป็นเหา ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาสุขภาพของลูกที่คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจ และต้องกำจัดให้หมดไปโดยเร็วที่สุด เพราะเหาสามารถแพร่จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนได้ อีกทั้งการที่ลูกเป็นเหา อาจถูกเด็กคนอื่นมองว่าสกปรกและล้อเลียนหรือไม่คลุกคลีด้วย จนลูกคุณมีปัญหากับเพื่อนหรือมีปัญหาสุขภาพจิตได้ เมื่อลูกเป็นเหาแล้วปล่อยไว้ไม่รักษาและหาทางป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นอีก เหาอาจแพร่กระจายไปสู่สมาชิกคนอื่นในครอบครัว เพื่อนร่วมชั้น หรือเด็กอื่นๆ ในชุมชนได้

เป็นเหาระวังให้ดี อาการนี้ติดต่อได้

เหาคือแมลงปรสิตชนิดหนึ่ง ลำตัวแบน ไม่มีปีก สีขาวปนเทา หรือสีน้ำตาลอ่อน ยาวประมาณ 2-3 มิลลิเมตร ดำรงชีพด้วยการกินเลือดจากคนหรือสัตว์ เหาที่พบในคนมี 3 ชนิด ได้แก่ เหาที่ศีรษะ (Pediculosis capitis หรือ Head lice) เหาที่ลำตัว (Pediculosis corporis) และเหาที่อวัยวะเพศ หรือโลน (Pediculosis pubis) แต่เมื่อพูดถึงเหา คนส่วนใหญ่ก็จะเข้าใจตรงกันว่าหมายถึงเหาที่ศีรษะ ซึ่งเป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด และพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะในเด็กเล็กและเด็กวัยเรียน (3-12 ปี)

เหาเป็นแมลงคลาน บินหรือกระโดดไม่ได้ แต่ก็มีกรงเล็บที่พัฒนามาเป็นพิเศษทำให้สามารถคลานและเกาะติดหนึบอยู่บนเส้นผมได้ อีกทั้งเหายังเป็นโรคติดเชื้อปรสิตที่สามารถติดต่อและแพร่กระจายจากคนสู่คนได้รวดเร็วมาก โดยเฉพาะในสถานที่ชุมนุมชน หรือในกิจกรรมที่มีผู้คนรวมตัวกันหนาแน่น เช่น โรงเรียน สถานรับเลี้ยงเด็ก งานชุมนุม งานแข่งขันกีฬา การเข้าค่าย

ส่วนใหญ่แล้วเหาจะติดต่อโดยตรงจากศีรษะคนหนึ่งไปสู่ศีรษะอีกคนหนึ่ง แต่ก็สามารถติดต่อผ่านการใช้อุปกรณ์ เช่น เสื้อผ้า ที่นอน หมอน หวี หมวก ร่วมกันได้ผู้ที่มีแนวโน้มเป็นเหาได้มากที่สุดได้แก่ เด็กๆ โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง เพราะมักทำกิจกรรมร่วมกัน และวิ่งเล่นใกล้ชิดกันมาก รวมไปถึงแบ่งปันของใช้กันบ่อยๆ

สัญญาณที่บอกว่าลูก เป็นเหา

มองเห็นเหาบนเส้นผมหรือหนังศีรษะ

เหาบนศีรษะพบได้บ่อยบริเวณหลังใบหูและท้ายทอย โดยเหาที่พบนั้นมีลักษณะแตกต่างกันไป ตามแต่ระยะของเหาดังนี้

  • ไข่เหา

ไข่เหา (nit) มีลักษณะเป็นเม็ดรีเล็กจิ๋วสีเหลือง น้ำตาล เป็นต้น เกาะติดอยู่ตามเส้นผมใกล้หนังศีรษะเพราะเป็นจุดที่มีอุณหภูมิเหมาะสมช่วยให้ไข่เหาอบอุ่นและฟักเป็นตัวได้ ไข่เหามองเผินๆ อาจดูเหมือนรังแค แต่หากหวีหรือสะบัดออกจะพบว่ายังเกาะอยู่บนผมไม่หลุดไปไหน โดยปกติแล้วเวลาที่เด็กเป็นเหา เราจะมองเห็นไข่เหาเกาะอยู่บนเส้นผมมากกว่าเห็นตัวเหาคลานอยู่บนหนังศีรษะ ไข่เหาใช้เวลาฟักเป็นตัวอ่อนประมาณ 1-2 สัปดาห์ เมื่อฟักเป็นตัวแล้วจะมองเห็นเปลือกไข่สีขาวหรือสีใสเกาะแน่นอยู่บนเส้นผม และจะค่อยๆ หลุดไปเมื่อผมยาวขึ้น ซึ่งช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่สังเกตได้ง่ายที่สุด

  • เหาตัวอ่อน หรือตัวเต็มวัย

คุณพ่อคุณแม่อาจมองเห็นตัวเหาคลานอยู่ตามหนังศีรษะและเส้นผมของลูก เหาในระยะตัวอ่อนจะใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ในการเจริญเติบโตเป็นเหาตัวเต็มวัยตัวลำตัวยาวประมาณ 2-3 มิลลิเมตร เหาตัวเต็มวัยจะมีอายุอยู่ได้ประมาณ 3 สัปดาห์ และเหาตัวเมียจะวางไข่ได้ประมาณ 5-10 ฟองต่อวัน โดยทั่วไปเหาจะดูดเลือดวันละหลายครั้ง และมีชีวิตอยู่นอกหนังศีรษะของโฮสต์ได้อย่างน้อย 2 วัน

ลูกชอบเกาศีรษะ…อาจเพราะเป็นเหา

อาการคันเมื่อเป็นเหาคือปฏิกิริยาตอบสนองต่อน้ำลายของเหา ความรุนแรงของอาการคันจากเหาขึ้นอยู่กับหนังศีรษะของเด็กว่าไวต่อน้ำลายของเหาแค่ไหน เด็กบางคนอาจคันทันทีเมื่อเริ่มติดเชื้อเหา ในขณะที่เด็กบางคนอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนกว่าจะรู้สึกคันเพราะติดเหา หากลูกของคุณชอบเกาศีรษะ บ่นว่ามีอะไรไต่อยู่บนศีรษะ หรือรู้สึกจักจี้ที่ศีรษะ อย่านิ่งนอนใจควรรีบตรวจสอบทันที

ลูกมีรอยแดงหรือแผลบนศีรษะ

เด็กบางคนที่ผิวหนังแพ้ง่าย อาจระคายเคืองรุนแรงจนเกิดเป็นผื่นแดงที่หนังศีรษะ หรือบางคนก็เกาจนหนังศีรษะติดเชื้อแบคทีเรีย อักเสบและเป็นแผล หากถึงขั้นนี้คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปพบคุณหมอ เพราะอาจต้องรักษาด้วยการกินยา
ปฎิชีวนะ

เมื่อลูกเป็นเหา ป้องกันอย่างไรไม่ให้แพร่ไปติดผู้อื่น

ที่บ้าน

  • ซักเสื้อผ้าและเครื่องนอนต่างๆ ที่ลูกใช้หรือสัมผัส 2 วันก่อนเริ่มรักษาเหาให้ลูก เพื่อฆ่าไข่เหาและตัวเหาที่อาจติดอยู่ โดยใช้น้ำร้อนไม่ต่ำกว่า 55 องศาเซลเซียส หากมีเครื่องอบผ้า ควรอบด้วยลมร้อนอย่างน้อย 20 นาที
  • สำหรับเสื้อผ้า ตุ๊กตา หมวก เป็นต้นที่ซักน้ำหรือซักแห้งไม่ได้ ให้ใส่ถุงซิปล็อกแล้วปิดให้แน่นเป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพราะหากมีไข่เหาติดอยู่และฟักเป็นตัวอ่อน ตัวอ่อนของเหาก็จะตายเพราะไม่ได้รับเลือดจากโฮสต์
  • แช่หวีหรือแปรงแปรงผมในรับบิ้งแอลกอฮอล์ (Rubbing Alcohol) หรือที่เรียกว่าเอทิลแอลกอฮอล์ ไลซอล (Lysol) หรือน้ำสบู่ที่ร้อนกว่า 55 องศาเซลเซียสเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมง จากนั้นใส่ถุงซิปล็อกและแช่ช่องแข็งอย่างน้อย 2 วัน
  • ทำความสะอาด ดูดฝุ่นพื้น พรม โซฟา และเฟอร์นิเจอร์ทั้งบ้าน เพื่อกำจัดไข่เหาและตัวเหา และไม่ควรใช้สเปรย์ฆ่าแมลงเพราะอาจเป็นพิษต่อร่างกายได้

ที่โรงเรียน

  • ย้ำลูกไม่ให้แบ่งของใช้ส่วนตัว เช่น หมวก เสื้อคลุม หวี ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว ยางมัดผม กิ๊บติดผมกับเพื่อนคนอื่น
  • หากเป็นไปได้ ควรบอกให้ลูกหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใกล้ชิดกับเพื่อนแบบศีรษะชนศีรษะ หรือบอกให้คุณครูคอยช่วยสังเกต ถ้าลูกผมยาวอาจมัดผมม้า หรือถักเปียให้ลูก ไม่ควรให้ปล่อยผม เพื่อลดโอกาสติดเหา

เหาตัวร้าย กำจัดอย่างไรดี

ใช้ยา

เหาสามารถกำจัดได้ด้วย แชมพู ครีมนวดผม หรือโลชั่นที่ใช้สำหรับกำจัดเหาซึ่งมีทั้งแบบที่สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยา หรือต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ ปกติแล้วเมื่อรักษาเหาด้วยผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะหลังจากเหาหายแล้วอาจใช้เวลาอีก 2-3 วันจึงจะหายคันศีรษะ หากใช้ยารักษาเหาประเภททาหรือฟอกสระแล้วเหายังไม่หาย แพทย์อาจสั่งจ่ายยากินฆ่าเหาซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือนเหาถึงจะหาย

ข้อสำคัญในการให้ลูกใช้ยารักษาเหาก็คือ คุณพ่อคุณแม่ต้องเลือกประเภทของยาให้เหมาะกับอายุของลูก โดยคุณไม่ควรใช้ยากำจัดเหากับเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี และต้องทำตามวิธีใช้ที่ระบุไว้บนผลิตภัณฑ์อย่างเคร่งครัดเพราะผลิตภัณฑ์กำจัดเหาเหล่านี้ถือเป็นยาฆ่าแมลงอย่างหนึ่ง หากใช้มากไปหรือบ่อยเกินไปก็อาจเป็นอันตรายกับเด็กได้

อย่างไรก็ตาม คุณหมอหรือเภสัชกรอาจแนะนำให้รักษาด้วยยาฆ่าเหาซ้ำอีกครั้งภายใน 7-10 วันหลังจากใช้ยาครั้งแรก เพื่อกำจัดไข่เหาที่เพิ่งฟักเป็นตัว

ใช้หวีเสนียดสางเหาออก

การใช้หวีเสนียด หรือหวีซี่ถี่สางเหาออกจากศีรษะถือเป็นวิธีที่ปลอดภัยและเหมาะกับเด็กทุกช่วงวัย และนิยมใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี เพราะอายุน้อยเกินกว่าจะใช้ยากำจัดเหา แต่หากลูกของคุณมีอายุมากกว่า 2 ปี คุณสามารถใช้ยาฆ่าเหาพร้อมกับสางเหาให้ลูกเพื่อให้การกำจัดเหาได้ผลยิ่งขึ้นได้

การใช้หวีเสนียดสางเหาสามารถทำได้ทั้งตอนผมแห้ง และตอนผมเปียก โดยชโลมด้วยครีมนวดผม หรือน้ำมันมะกอกให้ทั่วศีรษะเพื่อทำให้เหาขยับไปไหนไม่ได้และช่วยให้สางผมง่ายขึ้น คุณพ่อคุณแม่ควรสางเหาออกให้ลูกทุกๆ 3-4 วัน เป็นเวลาอย่างน้อย 3 สัปดาห์ หรือจนกว่าจะไม่พบไข่และตัวเหาอีก

อย่างไรก็ตาม การรักษาเหาด้วยตัวเองนั้นควรปรึกษาคุณหมอหรือเภสัชกรก่อน เพื่อให้ได้วิธีที่เหมาะสมกับสภาพความรุนแรงและอายุของลูกที่สุด

เมื่อไหร่ที่ควรกังวลกับ “เหา” ของลูก

การรักษาเหาเปรียบเหมือนสงครามที่ยืดเยื้อ เด็กบางคนเป็นเหาไม่หายสักที หรือบางคนเป็นๆ หายๆ ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจาก

  • ยังมีไข่เหาหลงเหลืออยู่
  • ลูกของคุณใช้ชีวิตร่วมกับเด็กที่เป็นเหาจึงติดเหามาอีก
  • วิธีรักษาที่ใช้ไม่ได้ผล

หากคุณพ่อคุณแม่ลองรักษาเหาให้ลูกด้วยตัวเองมานานกว่า 2 อาทิตย์แล้วแต่ลูกยังเป็นเหาไม่หาย หรือหนังศีรษะของเด็กเริ่มอักเสบแดงเหมือนจะติดเชื้อ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เพราะหากฝืนรักษาเองต่อไปอาจทำให้เหาดื้อยา แพร่กระจายหนักกว่าเดิม หรือเป็นโรคติดเชื้อที่หนังศีรษะรุนแรงได้

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา

Head Lice. https://kidshealth.org/en/parents/head-lice.html Accessed January 31, 2019

Head Lice: What Parents Need to Know. https://www.healthychildren.org/English/health-issues/conditions/from-insects-animals/Pages/Signs-of-Lice.aspx. Accessed January 31, 2019

Treating and Preventing a Head Lice Infestation. https://www.webmd.com/children/ss/slideshow-lice-overview. Accessed January 31, 2019

Head Lice Prevention. https://www.healthline.com/health/lice/head-lice-prevention#precautions. Accessed January 31, 2019

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

สาวผมยาวแสนเศร้าใจ ไม่รู้ทำไม มัดผมทีไร ปวดหัวทุกที

อาการ มัดผมแล้วปวดหัว นี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริง หรือเป็นเพียงแค่อุปาทานหมู่ที่เราคิดกันไปเอง หาคำตอบได้จากบทความนี้โดย Hello คุณหมอ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล

ลูกไม่กินผัก ลองใช้วิธีนี้สิ! วิธีกล่อม เด็ก ให้เปิดใจกับการ กินผัก

การฝึกให้ เด็ก กินผัก อาจไม่ได้เป็นเรื่องยากเสมอไป เพียงแต่คุณต้องเรียนรู้วิธีการหลอกล่อ หรือโน้มน้าวจิตใจเด็กๆ ที่วันนี้ Hello คุณหมอได้นำมาฝากกันค่ะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin

กลากน้ำนม โรคผิวหนังพบบ่อยในเด็ก ที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้จัก

กลากน้ำนม เกิดจากความผิดปกติทางผิวหนังที่ทำให้เม็ดสีผิวในผิวหนังมีจำนวนลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาทุกคนมารู้จักโรคนี้ให้มากขึ้นกันค่ะ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์

น้ำนมเหลือง คุณค่าของนมหยดแรกจากอกคุณแม่ ที่ลูกรักคู่ควร

น้ำนมเหลือง หรือ โคลอสตรุม (Colostrum) เป็นน้ำนมแรกที่ออกมาจากอกของคุณแม่ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยของคุณห่างไกลจากการเจ็บป่วยได้เป็นอย่างดี

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin

บทความแนะนำ

พฤติกรรมที่เสี่ยงทำให้ผมบาง ถ้าไม่อยากหัวล้านต้องหยุดทำสิ่งเหล่านี้!

พฤติกรรมที่เสี่ยงทำให้ผมบาง ถ้าไม่อยากหัวล้านต้องหยุดทำสิ่งเหล่านี้!

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 12, 2020
ไขข้อสงสัยการใช้ แป้งเด็ก กับ ทารก ส่งผลอันตรายได้ จริงหรือ?

ไขข้อสงสัยการใช้ แป้งเด็ก กับ ทารก ส่งผลอันตรายได้ จริงหรือ?

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
เผยแพร่วันที่ เมษายน 29, 2020
เมื่อลูกต้อง เรียนที่บ้านในช่วงโควิด-19 คุณพ่อคุณแม่จะช่วยสนับสนุนลูกได้อย่างไร

เมื่อลูกต้อง เรียนที่บ้านในช่วงโควิด-19 คุณพ่อคุณแม่จะช่วยสนับสนุนลูกได้อย่างไร

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ เมษายน 28, 2020
วิธี ฆ่าเชื้อในขวดนม ลูกรัก ช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19  ที่คุณแม่ควรศึกษาไว้

วิธี ฆ่าเชื้อในขวดนม ลูกรัก ช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่คุณแม่ควรศึกษาไว้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
เผยแพร่วันที่ เมษายน 24, 2020