โกรทฮอร์โมนสังเคราะห์ในเด็ก ปลอดภัยและได้ผลจริงหรือ

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

หากลูกตัวเล็ก ตัวเตี้ย หรือไม่สูงเหมือนเพื่อนวัยเดียวกัน คุณพ่อคุณแม่หลายคนคงเป็นกังวล และหาวิธีที่จะทำให้ลูกสูงขึ้น การได้รับโกรทฮอร์โมนสังเคราะห์ (HGH) เป็นหนึ่งในวิธีที่หลายคนให้ความสนใจ เพราะคิดว่าจะได้ผล แต่ความจริงแล้ว การใช้ โกรทฮอร์โมนสังเคราะห์ในเด็ก นอกจากจะไม่ให้ผลลัพธ์อย่างที่เชื่อกันแล้ว ยังมีผลข้างเคียงมากมายอีกด้วย

ทำความเข้าใจโกรทฮอร์โมนสังเคราะห์ (HGH)

โกรทฮอร์โมนสังเคราะห์ ได้รับการยอมรับจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ว่าสามารถใช้รักษาอาการบางอย่างได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยการฉีด โกรทฮอร์โมนสังเคราะห์ในเด็ก ที่ใช้เพื่อรักษาภาวะตัวเตี้ยเกินไป และภาวะไม่เจริญเติบโตของเด็กๆ นั้น จะใช้ในกรณีที่เด็กๆ เป็นโรคดังนี้

ดังนั้น ในกรณีที่เด็กไม่สูง แต่ไม่ได้เป็นโรคอะไรหรือมีปัญหาที่เกี่ยวกับความผิดปกติของโกรทฮอร์โมน ก็ไม่จำเป็นต้องได้รับโกรทฮอร์โมนสังเคราะห์ เพราะอาจมีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อลูกได้

ผลข้างเคียงจากการใช้ โกรทฮอร์โมนสังเคราะห์ในเด็ก

หากเด็กๆ หรือวัยรุ่น ได้รับการฉีดโกรทฮอร์โมนสังเคราะห์เข้าร่างกาย อาจมีผลข้างเคียง ดังนี้

ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยที่สุด เมื่อเด็กได้รับโกรทฮอร์โมนสังเคราะห์ก็คือ อาการปวดศีรษะ  5% ของเด็กที่ได้รับโกรทฮอร์โมนสังเคราะห์ จะมีอาการปวดศีรษะรุนแรงจนต้องหยุดรับการฉีดโกรทฮอร์โมน ส่วนโรคข้อสะโพกหลุดถือเป็นอาการที่พบได้น้อยมาก นอกจากนี้ โกรทฮอร์โมนสังเคราะห์ยังสามารถทำให้อาการของโรคที่เด็กเป็นอยู่ยิ่งแย่ลง เนื่องจากเด็กเติบโตเร็วเกินไป

วิธีกระตุ้นการสร้างโกรทฮอร์โมนตามธรรมชาติในเด็ก

หากร่างกายมีไขมันสะสมมากจะทำให้มีโกรทฮอร์โมนน้อย ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ต้องไม่ปล่อยให้ลูกอ้วน ควรชวนลูกขยับร่างกายบ่อยๆ จะเล่นนอกบ้าน หรือออกกำลังกายก็ได้ชวนเขาไปออกกำลังกาย และต้องควบคุมอาหาร ไม่ให้ลูกกินน้ำตาลมากเกินไป หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูงด้วย ซึ่งนอกจากจะช่วยกระตุ้นการสร้างโกรทฮอร์โมนแล้ว ยังทำให้ลูกมีสุขภาพดีขึ้นด้วย

โกรทฮอร์โมนจะหลั่งตอนที่เด็กๆ นอนหลับในช่วงเวลาก่อนเที่ยงคืน ดังนั้น ควรให้ลูกได้นอนหลับสนิท และต้องระวังไม่ให้ลูกกินอะไรก่อนนอน เพราะการกินก่อนนอน ทำให้หลับไม่สนิท ส่งผลทำให้โกรทฮอร์โมนลดลง

  • ออกกำลังกาย

การออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมทางกาย เช่น วิ่งเล่น จะช่วยลดไขมันสะสมในร่างกายของลูกได้ ทั้งยังช่วยให้การทำงานของฮอร์โมนในร่างกายดีขึ้น และนอนหลับสนิทขึ้น จึงส่งผลต่อการสร้างโกรทฮอร์โมนตามธรรมชาติของเด็กๆ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา