home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ฟันซี่แรก ของลูก และสิ่งที่คุณแม่ควรต้องรู้..เพื่อช่วยลูกรับมือกับอาการนี้

ฟันซี่แรก ของลูก และสิ่งที่คุณแม่ควรต้องรู้..เพื่อช่วยลูกรับมือกับอาการนี้

ฟันซี่แรก เป็นเหตุการณ์สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตของเด็ก แต่ก็อาจเป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกไม่สบายได้ ยิ่งคุณรู้จักอาการนี้ดีเท่าไร คุณก็จะยิ่งช่วยลูกของคุณให้รู้สึกสบายได้มากขึ้นเท่านั้น

ฟันซี่แรกขึ้นเมื่อใด

โดยทั่วไปแล้ว ฟันซี่แรกของเด็กจะเริ่มมาในราวเดือนที่หก แต่เด็กก็อาจเริ่มฟันขึ้นในช่วงใดก็ได้ ในระหว่างอายุหกเดือนถึง 13 เดือน เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งวิตกไป หากฟันของลูกยังไม่ขึ้นเมื่ออายุได้หกเดือนแล้ว

ฟันซี่แรกที่ขึ้นมักจะเป็นฟันด้านหน้า โดยฟันด้านล่างมักจะขึ้นก่อน แต่บางทีก็เป็นฟันสองซี่บน จากนั้นฟันอื่นก็จะขึ้นเรียงลำดับตามกันมา โดยทั่วไปแล้ว ลำดับการขึ้นของฟันในช่วงอายุต่างๆ ก็คือ

  • 6-12 เดือน ฟันหน้า
  • 9-12 เดือน ฟันด้านข้าง (ที่ติดกับฟันหน้า ตรงกลาง)
  • 16-22 เดือน เขี้ยว
  • 13-19 เดือน ฟันกรามซี่แรก
  • 25-33 เดือน ฟันกรามซี่ที่สอง

เด็กๆ จะมีฟันครบทุกซี่ ภายในอายุ 3 ขวบ เวลาฟันขึ้น เด็กๆ ส่วนใหญ่จะไม่มีปัญหา แต่อาการก่อนฟันซี่แรกขึ้น อาจกวนใจเจ้าตัวน้อย โดยอาการจะเริ่มต้น 2-3 เดือนก่อนลูกฟันขึ้น

สัญญาณที่บอกว่าลูกฟันขึ้น

เด็กแต่ละคนจะมีอาการไม่เหมือนกัน แต่อาการที่ปรากฏมักจะได้แก่

  • เหงือกบวม
  • หงุดหงิด งอแงมากกว่าปกติ โดยเฉพาะเวลากลางคืน
  • ร้องไห้บ่อย
  • ตัวร้อน แต่อุณหภูมิร่างกายจะไม่ถึง 101 องศาฟาเรนไฮต์
  • ดึงหู ถูคาง หรือแก้ม
  • ลูกจะแทะ หรืออยากเคี้ยวอะไรแข็งๆ
  • น้ำลายไหลเยอะมาก
  • พฤติกรรมการกินและการนอนเปลี่ยนแปลงไป

เวลาฟันขึ้นอาจทำให้ลูกเจ็บ แต่ไม่ถึงขั้นทำให้ป่วย หากลูกมีอาการ ท้องเสีย อาเจียน ผื่นขึ้นตามตัว หรือมีไข้สูง ให้รีบพาไปหาคุณหมอ เนื่องจากไม่ใช่อาการปกติเวลาฟันขึ้น

วิธีบรรเทาอาการปวดจากฟันขึ้น

  • ให้กัดแทะของเย็นๆ

ความเย็นจะช่วยให้เด็กรู้สึกดีขึ้น ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า อาจลองเอาผ้าสะอาด ชุบน้ำหมาดๆ ใส่ในถุงพลาสติก และเอาไปแช่เย็น แต่ไม่ต้องเย็นจนแข็ง และเอามาให้ลูกน้อยกัดแทะ แต่ไม่ควรให้เด็กกัดแทะของที่เย็นจนเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองในปากได้

  • ยางหรือพลาสติกสำหรับให้เด็กเล็กกัด

เนื่องจากเด็กที่กำลังจะฟันขึ้น จะชอบการกัดแทะมาก ลองซื้อยางสำหรับให้เด็กกัดโดยเฉพาะ (Teething Ring) โดยคุณพ่อคุณแม่อาจเอาไปแช่ในตู้เย็นให้มีความเย็นเล็กน้อยก่อน เพื่อให้ความเย็นช่วยบรรเทาอาการปวดด้วยก็ได้

  • นวดเหงือกเด็ก

ใช้นิ้วมือสะอาดๆ ของคุณแม่ โดยอาจจะจุ่มน้ำเย็นเล็กน้อย แล้วนวดที่เหงือกของเด็ก ทั้งความเย็นและการนวดเบาๆ จะช่วยผ่อนคลายอาการปวดจากฟันขึ้นได้

  • ใช้ยาบรรเทาอาการ

ยาที่ใช้ทาเหงือกเด็กเพื่อลดอาการปวดเวลาฟันขึ้น มักจะไม่ค่อยได้ผล เนื่องจากมันจะละลายไปในปากอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังไม่ควรใช้เจลหรือยาน้ำบรรเทาอาการปวดเวลาฟันขึ้น ที่ซื้อได้เองตามร้านขายยา ซึ่งมีส่วนผสมของเบนโซเคน (Benzocaine) เนื่องจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ ระบุว่า ส่วนผสมนี้ ไม่ควรใช้ในเด็กที่อายุต่ำกว่าสองขวบ เพราะอาจเกิดผลข้างเคียงที่ร้ายแรงได้ ยาที่สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดจากฟันขึ้นให้เด็กได้ก็คือ ยาแก้ปวดแก้ไข้อย่างเช่นอะเซตามิโนเฟนหรือไอบูโพรเฟนปริมาณเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ก่อนให้ยาอะไรแก่ลูก ควรปรึกษาหมอก่อนเสมอ และใช้ยาตามคำสั่งของหมออย่างเคร่งครัด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Teething: Symptoms and Remedies. https://www.webmd.com/parenting/baby/teething-symptoms-remedies#1. Accessed on August 8, 2018.

Everything you need to know about teething. https://www.todaysparent.com/baby/teething/everything-you-need-to-know-about-teething/. Accessed on August 8, 2018.

Teething Symptoms: 7 Signs Your Baby is Teething. https://www.mamanatural.com/7-signs-your-baby-is-teething/. Accessed on August 8, 2018.

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย Sopista Kongchon แก้ไขล่าสุด 11/05/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x