home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ลูกน้อยปากเหม็นเรื้อรัง คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลอย่างไร

ลูกน้อยปากเหม็นเรื้อรัง คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลอย่างไร

อาการปากเหม็น มีกลิ่นปาก สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย สำหรับเหล่าคุณพ่อคุณแม่ หากพบว่า ลูกน้อยปากเหม็นเรื้อรัง ก็อาจกังวลไม่น้อย ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรสังเกตพฤติกรรมประจำวันของลูกน้อยให้ดีว่า พวกเขาแปรงฟันทุกวันหรือไม่ มีการรักษาสุขอนามัยในช่องปากที่ดีพอหรือไม่ ซึ่งทาง Hello คุณหมอ ได้นำเรื่องนี้มาฝากกันในบทความนี้

กลิ่นปาก คืออะไร

กลิ่นปาก (Bad Breath) สามารถเกิดขึ้นได้กับทุก ๆ คน โดยสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสิ่งหลายอย่าง ตั้งแต่การไม่แปรงฟันไปจนถึงภาวะทางการแพทย์บางอย่าง บางครั้งเมื่อเกิดกลิ่นปากในเด็ก พวกเขาอาจจะไม่รู้ตัว วิธีการที่ดีที่สุดก็คือการแจ้งให้เขาทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยการเสนอหมากฝรั่งหรือลูกอมไร้น้ำตาลให้เขาโดยที่ไม่ต้องพูดอะไร

หากคุณจำเป็นจะต้องบอกลูกน้อยว่าพวกเขามีกลิ่นปาก คุณอาจจะบอกเขาว่าอาหารที่ทานเข้าไปนั้นอาจทำให้เกิดกลิ่นปากได้ เพราะคุณก็เคยมีมาก่อน การบอกใครสักคนว่าเขามีกลิ่นปากนั้นไม่ใช่เรื่องที่ผิดปกติ การบอกนั้นอาจทำให้ลูกของคุณรู้สึกสบายใจขึ้นและรู้สึกอายน้อยลงที่จะรับหมากฝรั่งจากคุณ

อาการของปากเหม็นเรื้อรัง

อาการปากเหม็นเรื้อรังที่เกิดขึ้นจะแตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแหล่งที่มาหรือสาเหตุที่แท้จริง บางคนอาจจะกังวลกับลมหายใจมากเกินไป แม้ว่าจะมีกลิ่นปากเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย ในขณะที่คนอื่นอาจมีกลิ่นปากโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากเป็นเรื่องยากที่จะประเมินว่าลมหายใจของคุณมีกลิ่นอย่างไร โดยการถามจากเพื่อนสนิทหรือญาติ เพื่อยืนยันคำถามเกี่ยวกับกลิ่นปากของคุณ

ลูกน้อยปากเหม็นเรื้อรัง มีสาเหตุจากอะไร

โดยส่วนใหญ่แล้วสาเหตุที่ทำให้ลูกปากเหม็นเรื้อรังนั้นจะเริ่มที่ช่องปาก สำหรับสาเหตุที่พบบ่อย 3 ประการของอาการปากเหม็นเรื้อรังในลูกน้อย ได้แก่

  1. อาหารและเครื่องดื่ม เช่น กระเทียม หัวหอม ชีส น้ำส้ม และโซดา
  2. สุขอนามัยของฟันที่ไม่ดี ซึ่งรวมถึงการไม่แปรงฟัน ไม่ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ
  3. การสูบบุหรี่และการใช้ยาสูบอื่น ๆ

สุขอนามัยในช่องปากที่ไม่ดีสามารถสามารถนำไปสู่ปากเหม็นเรื้อรัง เพราะเมื่อเศษอาหารตกค้างในปาก อาจทำให้เศษอาหารเกิดการเน่าเสียและเริ่มมีกลิ่นได้ เศษอาหารอาจเริ่มสะสมแบคทีเรียซึ่งอาจส่งกลิ่นได้เช่นกัน

มากไปกว่านั้นการขาดการดูแลสุขอนามัยช่องปากที่ดี เช่น การไม่แปรงฟันเป็นประจำ ย่อมส่งผลให้คราบจุลินทรีย์ไปสะสมอยู่บนฟันของคุณ คราบจุลินทรีย์เป็นสถานที่ที่ดีเยี่ยมสำหรับแบคทีเรียที่อยู่อาศัยอยู่บนฟัน ทั้งยังเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ลมหายใจมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้อีกด้วย

เมื่อไหร่ควรพาลูกไปพบคุณหมอ

หากลูกน้อยของคุณมีอาการปากเหม็นเรื้อรัง ลองทบทวนพฤติกรรมในการรักษาความสะอาดช่องปากของลูกน้อย และพยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่าง ๆ เช่น แปรงฟันและขัดลิ้น หลังรับประทานอาหารควรใช้ไหมขัดฟัน และดื่มน้ำมาก ๆ

ในกรณีที่ลูกน้อยยังมีอาการปากเหม็นเรื้อรังอยู่หลังจากที่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกน้อยแล้ว การไปพบกับทันตแพทย์จะเป็นการดีที่สุด หากทันตแพทย์วินิจฉัยได้ว่ามีอาการอื่น ๆ แทรกซ้อนที่นำไปสู่อาการปากเหม็นเรื้อรัง ทันตแพทย์อาจจะส่งตัวลูกน้อยของคุณไปพบกับคุณหมอ เพื่อหาสาเหตุของอาการที่เกิดขึ้นต่อไป

นอกจากการดูแลสุขภาพช่องปากของลูกน้อยแล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็ควรใส่ใจและไม่ละเลยในการดูแลสุขภาพช่องปากตนเองเช่นกัน ในกรณีที่คุณกำลังสงสัยว่าลมหายใจของตนเองนั้นมีกลิ่นหรือไม่ ลองถามคนที่สามารถตอบคุณได้อย่างตรงไปตรงมา แต่ไม่ควรทำให้เรื่องกลิ่นปากของคุณกลายเป็นเรื่องสนุก แม้ว่าทุกคนจะมีกลิ่นปากในบางครั้ง แต่หากกลิ่นปากเกิดขึ้นและมีกลิ่นรุนแรงมาก คุณอาจต้องไปพบกับทันตแพทย์หรือแพทย์ เพื่อทำการรักษาจะเป็นการดีที่สุด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
แก้ไขล่าสุด 16/12/2020
x