home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

สอนลูกเรื่องการเหยียดเชื้อชาติ อย่างไร ให้เขาเข้าใจไม่เหยียด หรือดูถูกคนอื่น

สอนลูกเรื่องการเหยียดเชื้อชาติ อย่างไร ให้เขาเข้าใจไม่เหยียด หรือดูถูกคนอื่น

ข่าวของ จอร์จ ฟลอยด์ ชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกา ที่เสียชีวิตจากการถูกจับตำรวจชาวอเมริกันเชื้อสายยุโรปใช้เข่ากดคอลงที่พื้นนานกว่า 8 นาที จนเสียชีวิต ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานเป็นอย่างมาก ว่าทำเกินกว่าเหตุเพียงเพราะว่าเขาเป็นคนผิวสี ทำให้ชาวอเมริกันหลายคนออกมาเรียกร้องถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกันเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ในโซเชียลมีเดียยังมีการติดแฮชแท็ก #BlackLivesMatter กันเป็นจำนวนมาก ทั้งทวิตเตอร์และไอจีก็ได้เปลี่ยนสีโลโก้เพื่อแสดงออกถึงเหตุการณ์นี้ด้วย ในช่วงที่มีการเดินขบวน ประท้วง เรียกร้อง ถึงความยุติธรรม เด็ก ๆ หลายคนอาจจะได้เห็นเหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้จนเกิดความสงสัย พ่อแม่หลายคนอาจจะมองว่าการพูดคุยกับลูกถึงประเด็นเรื่องการเหยียดเชื้อชาตินั้นเป็นเรื่องที่หนัก ควรรอเวลาที่เขาโต และเข้าใจเหตุการณ์มากกว่านี้ แต่จริง ๆ แล้วการปลูกฝังทัศนคติที่ดีนั้นควรเริ่มตั้งแต่เด็ก ๆ วันนี้ Hello คุณหมอ ได้รวบรวมข้อมูลที่มีความน่าสนใจ เกี่ยวกับเริ่มต้นการ สอนลูกเรื่องการเหยียดเชื้อชาติ มาฝากกันค่ะ

สอนลูกเรื่องการเหยียดเชื้อชาติ อีกหนึ่งเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ

ปัญหาเรื่องการเหยียดเชื้อชาติและการใช้ความรุนแรง เป็นปัญหาที่มีอยู่ในทุก ๆ สังคม ซึ่งปัญหาเหล่านี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขและหมดไปในสังคม เรายังเห็นข่าวนำเสนอเรื่องการเหยียดไม่ว่าจะเป็นการเหยียดโดยใช้คำพูด การกระทำท่าทางรังเกียจ หรือแม้แต่กระทั่งการใช้ความรุนแรง ซึ่งปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบสังคมเป็นอย่างมาก การสอนลูกให้เข้าใจเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ควรทำตั้งแต่เขายังเด็ก เพราะเป็นการปลูกฝังให้เขาเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง

อย่าหลีกเลี่ยงที่จะพูดเรื่องการเหยียดเชื้อชาติ

ด็อกเตอร์เคนยา ฮาเมด นักจิตวิทยาคลินิกด้านประสาทจิตวิทยาแห่ง Child Mind Institute กล่าวว่า ปัญหาการเหยียดเชื้อชาตินั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มันเป็นปัญหาต่อเนื่องที่ยังคงอยู่ในสังคม หากไม่ปลูกฝัง สอนเด็ก ๆ เกี่ยวกับการเหยียดเชื้อชาติ ปัญหาเหล่านี้ก็จะไม่ได้รับการแก้ไข แต่การพูดกับเด็ก ๆ การสอนพวกเขาจะทำให้เกิดสิ่งที่ดีขึ้นในอนาคต การพูดคุยกับลูกอย่างเปิดกว้างถึงปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ดี

จากการวิจัยแสดงให้เห็นว่าเด็กเล็ก ๆ นั้นสามารถรับรู้ได้ถึงความแตกต่างทางเชื้อชาติ ดังนั้นการเริ่มสอน ปลูกฝังให้เด็กไม่รังเกียจ และควรเคารพผู้อื่นจึงเป็นสิ่งที่ผู้ปกครองควรทำ นอกจากนี้ผู้ปกครองยังเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็ก ๆ ได้ โดยการแสดงให้เขาเห็นถึงความหลากหลายของเชื้อชาติ ไม่ได้มีเชื้อชาติไหนพิเศษกว่ากัน แต่ทุก ๆ คนเท่าเทียมกันในฐานะมนุษย์

พูดความจริงกับเขาอย่างชัดเจน

การให้ข้อมูลเขาอย่างตรงไปตรงมา ถือเป็นการเริ่มการพูดที่ดี โดยเริ่มจากประวัติศาสตร์ชาติพันธ์ุว่าการเหยียดสีผิวนั้นเกิดขึ้นจากตรงไหน เพื่อที่เด็ก ๆ จะได้เข้าใจว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ เดินทางมาถึงตรงนี้ได้อย่างไร โดยระหว่างนั้นควรสอนลูกด้วยว่าความรุนแรงนั้นเป็นเรื่องที่ผิด

บางครั้งเด็ก ๆ อาจเข้าใจผิดไปว่า การที่ใครถูกลงโทษ หรือถูกตำรวจจับนั้นจะเป็น คนไม่ดี ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่อาจสอนลูก ในกรณีของจอร์จ ฟลอยด์ได้ว่า คนผิวสีทุกคนไม่ใช่คนไม่ดี และที่สำคัญการเป็นคนผิวสี ไม่ได้ทำให้เขาเป็นคนไม่ดีแต่อย่างไร แท้จริงแล้วไม่เพียงแต่คนผิวสี แต่คนทุกเชื้อชาติควรได้รับการปฏิบัติกันอย่างเท่าเทียมในฐานะมนุษย์

รับฟังสิ่งที่ลูกสงสัย

เด็กส่วนใหญ่เมื่อไม่เข้าใจก็มักจะมีคำถามเต็มไปหมด พ่อแม่ควรเป็นที่ปรึกษาที่ดี ปล่อยให้เขาได้ถามคำถามที่เขาสงสัย การหลีกเลี่ยงที่จะพูดเรื่องการเหยียดเชื้อชาตินั้น เป็นสิ่งที่ทำให้เด็กมักเต็มไปด้วยความสงสัยและไม่กล้าพูด ดังนั้นพ่อแม่ควรพูดกับเขาเรื่องนี้ แม้มันอาจจะเป็นเรื่องที่ยาก แต่ควรที่จะพูด เพื่อที่เขาจะได้มีความเข้าใจเรื่องนี้อย่างถูกต้อง โดยพยายามพูดคุยถึงเรื่องนี้อย่างใจเย็น จริงจัง และมีเหตุผล แต่ไม่จำเป็นต้องปกปิดอารมณ์และความรู้สึกของตนเอง เพราะพวกเขาจะได้เข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากขนาดไหน

แสดงออกให้เขาเห็นถึงความหลากหลาย

พ่อแม่ ผู้ปกครองควรแสดงให้ลูกเห็นว่าในโลกนี้มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ วัฒนธรรม และเผ่าพันธุ์ โดยพยายามอธิบายให้เขาเห็นว่าการที่โลกนี้มีความหลากหลายนั้นทำให้โลกนั้นไม่น่าเบื่อ โดยผู้ปกครองควรพูดถึงข้อดีของความหลากหลาย ทั้งด้านอาหาร การเป็นอยู่ และภูมิปัญญาต่างๆ ทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ที่ไม่เคยรู้มาก่อน ซึ่งบางเรื่องนั้นอาจดีกับตัวเรา

ทั้งนี้ผู้ปกครองสามารถส่งเสริมการเรียนรู้ความหลากหลายให้กับลูกได้โดยการสั่งอาหารของชาติอื่น ๆ มารับประทานกับเขา ดูหนังที่แสดงถึงความแตกต่างของวัฒนธรรมต่าง ๆ ด้วยกัน หากหนังมีการนำเสนอถึงอคติเกี่ยวการเหยียดผู้ปกครองก็ควรสอนและให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับเด็ก ๆ

ควร สอนลูกเรื่องการเหยียดเชื้อชาติ เมื่ออายุเท่าไร

การสอนลูกให้เข้าใจเรื่องการเหยียดเชื้อชาตินั้น เป็นเรื่องที่ยิ่งสอนไวเท่าไรก็ยิ่งดี ในช่วงที่ลูกเข้าสู่เดือนที่ 6 เป็นช่วงที่รูปร่าง หน้าตา สีผิวจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเด็ก ๆ เองก็จะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพอื่น ๆ เช่นกัน และเมื่อพวกเขาอายุได้ 2-4 ปีก็จะเป็นช่วงที่เริ่มรับรู้ถึงเรื่องอคติต่าง ๆ ซึ่งผู้ปกครองสามารถเริ่มสอนเขาเรื่องการเหยียดเชื้อได้ตั้งแต่ในวัยนี้เลย เขาจะได้มีความรู้ เข้าใจและมีพื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องนี้ตั้งแต่วัยเด็ก

การเพิกเฉยต่อเรื่องนี้ โดยที่ไม่พูดถึงเรื่องนี้เลยทำให้เข้าไม่มีความเข้าใจเรื่องนี้จริง ๆ หรืออาจได้รับข้อมูลมาผิด ๆ จนอาจทำให้เขาโตไปกลายเป็นคนเหยียดผู้อื่นได้ เมื่อพวกเขาโตขึ้นก็ค่อย ๆ สอนหรือให้ข้อมูลที่มีความซับซ้อนขึ้น ที่สำคัญควรพูดคุยเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่พูดครั้งเดียวแล้วไม่พูดอีกเลย

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
แก้ไขล่าสุด 16/06/2020
x