ดูแลลูกอย่างไรไม่ให้ลูกกลายเป็น เด็กบูลลี่เพื่อน ในโรงเรียน

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 19, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

การถูกแกล้งจากเพื่อนในโรงเรียน ส่งผลเสียต่อสภาพจิตใจของเด็กเป็นอย่างมาก แต่ในขณะเดียวกัน หากลูกของคุณไม่ได้ถูกบูลลี่จากผู้อื่น แต่กลับเป็น เด็กบูลลี่เพื่อน คนอื่น ๆ เสียเอง พ่อแม่จึงควรมีการติดตามพฤติกรรมของลูกอยู่เสมอ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้พฤติกรรมดังกล่าวนั้นส่งผลเสียจนติดเป็นนิสัยไปจนโต Hello คุณหมอ จึงมีแนวทางการดูแลลูกที่จะลดปัญหาการบูลลี่ผู้อื่นในโรงเรียนมาฝาก

เด็กบูลลี่เพื่อน ในโรงเรียนอย่างไรบ้าง

เด็กบางคนมีเพื่อนเยอะ จึงมักจะไปไหนมาไหนกันเป็นกลุ่ม และมองเพื่อนที่มีเพื่อนน้อยหรือไม่มีเพื่อนเลยว่าเป็นคนแปลกแยก เมื่อเดินผ่านหรือเห็นเด็กเหล่านี้เดินผ่านมาจึงรวมตัวกันกลั่นแกล้ง ทั้งการตะโกนใส่ ส่งเสียงล้อเลียน ผลักให้ล้ม หรือเดินเบียด บางครั้งอาจมีการแกล้งด้วยการนำสิ่งของแปลก ๆ ไปแปะใส่ตัว เช่น กระดาษโน้ตเขียนคำล้อเลียน หรือที่ยิ่งไปกว่านั้น ก็อาจร้ายแรงไปจนถึงขั้นทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บได้

ขณะเดียวกัน เด็กบางคนอาจจะไม่ได้เป็นหัวโจกของการกระทำดังกล่าว แต่ด้วยความที่อยู่ในเพื่อนกลุ่มใหญ่ก็เลยต้องทำตามเพื่อนไปด้วย

ในปัจจุบันการบูลลี่อาจไม่ได้อยู่แค่ในโรงเรียนแต่อยู่ในโลกโซเชียลด้วย ซึ่งถ้ามีการบูลลี่ผ่านทางโซเชียลมีเดีย ก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้คนอื่นเข้ามาร่วมในการกลั่นแกล้งนั้นได้มากขึ้นกว่าเดิม

พ่อแม่จะดูแลลูกไม่ให้บูลลี่ผู้อื่นได้อย่างไรบ้าง

ธรรมชาติของพ่อแม่แล้วมักจะปกป้องลูกของตนเองเสมอ เราจึงมักได้ยินคำพูดในทำนองที่ว่า “ลูกฉันไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอก” หรือ “ลูกฉันเป็นคนดี” ซึ่งหลายๆ ครั้งผู้ปกครองก็ไม่เคยรู้เลยว่า พฤติกรรมของเด็กเมื่ออยู่ที่โรงเรียนนั้นมีความแตกต่างจากตอนที่อยู่บ้านมากน้อยแค่ไหน การให้ท้ายแบบผิด ๆ หรือการเข้าข้างแบบเกินพอดี สามารถส่งผลให้เด็กมีนิสัยที่ไม่ดี และเติบโตไปเป็นบุคลากรที่ไม่ดีต่อสังคมในอนาคต ดังนั้นพ่อแม่จึงสามารถสอนลูกให้หลีกเลี่ยงจากพฤติกรรมบูลลี่ผู้อื่นได้ ด้วยวิธีการดังนี้

1. สร้างครอบครัวที่อบอุ่น

ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มต้นที่บ้าน ดังนั้นหากพื้นฐานครอบครัวมีความอบอุ่น แวดล้อมไปด้วยความรัก ย่อมส่งผลให้ลูกโตมาอย่างมีความสุข เข้าใจและเห็นอกเห็นใจผู้อื่น การที่ผู้ปกครองปล่อยปละละเลยลูกตั้งแต่ที่บ้าน จะทำให้ลูกขาดความรักและการเอาใจใส่จากพ่อแม่ ทำให้มีพฤติกรรมเรียกร้องความสนใจจนอาจทำสิ่งที่ไม่ดีอย่างการบูลลี่ได้

2. หาคนช่วยแก้ปัญหา

หากพ่อแม่ไม่สามารถจัดการปัญหานี้ได้ด้วยตัวเอง การปรึกษาครูประจำชั้น ผู้เชี่ยวชาญ แพทย์ หรือการพาลูกไปพบจิตแพทย์ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดปัญหานี้ลงได้ โดยเฉพาะในเด็กที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว การพาไปพบผู้เชี่ยวชาญก็จะสามารถได้รับแนวทางเพื่อขัดเกลาพฤติกรรมอย่างถูกต้อง

3. สอนให้ลูกรู้จักการวางตัวและการอยู่ร่วมสังคมกับผู้อื่น

การสอนให้เด็กรู้จักให้เกียรติผู้อื่นเป็นอีกวิธีที่ได้ผล ผู้ปกครองควรชี้แนะและยกตัวอย่างให้ลูกเข้าใจว่าคนเราไม่ได้เกิดมาตัวคนเดียว แต่มนุษย์ทุกคนต้องใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น หากต้องการให้คนอื่นปฎิบัติดีกับเรา เราก็ต้องปฎิบัติตนเป็นคนดีกับคนนั้นเช่นกัน

4. พ่อแม่ควรเป็นแบบอย่างให้กับลูก

การกลั่นแกล้งเป็นพฤติกรรมเลียนแบบ เด็กรับพฤติกรรมมาจากผู้ใหญ่ เช่น การกลั่นแกล้งจากการจำลองบทบาทสมมุติในสื่อต่างๆ ดังนั้นการเป็นแบบอย่างที่ดี และสอนให้เด็กมีพฤติกรรมทางสังคมที่ดีตั้งแต่อายุยังน้อย ก็จะช่วยลดโอกาสที่ลูกของคุณจะมีพฤติกรรมในเชิงลบกับเพื่อนคนอื่น

5. หาเวลาคุยกับลูก

สิ่งแรกที่ต้องทำถ้าคุณสังเกตเห็นว่ามีอะไรผิดปกติกับลูกของคุณ นั่นคือการพูดคุยกับพวกเขา เอาใจใส่กับความรู้สึกของลูก และให้เด็กรับรู้ว่าพ่อแม่ใส่ใจ คุณอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้ลูกได้ทั้งหมด แต่ต้องทำให้เด็กมีความเชื่อใจและวางใจที่จะเล่าเรื่องต่างๆให้ฟัง

การสอนให้ลูกเข้าใจในเรื่องของการบูลลี่เป็นสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้เด็กเติบโตขึ้นไปในสังคมได้อย่างมีคุณภาพ และไม่ทำร้ายผู้อื่นทั้งทางตรงหรือทางอ้อม รู้ว่าโทษของการบูลลี่คืออะไร และต้องทำอย่างไรที่จะไม่มีพฤติกรรมดังกล่าว ซึ่งทั้งหมดนี้เริ่มได้ง่ายๆจากที่บ้าน

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

เด็กโดนล้อเรื่องน้ำหนัก คุณพ่อคุณแม่ช่วยได้อย่างไรบ้าง

เรื่องน้ำหนักอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและอาจกระทบต่อสุขภาพจิตของเด็ก หาก เด็กโดนล้อเรื่องน้ำหนัก คุณพ่อคุณแม่สามารถรับมือกับกรณีที่ลูกโดนล้อได้ ดังนี้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Sopista Kongchon
เทคนิคการเลี้ยงลูก, พ่อแม่เลี้ยงลูก ธันวาคม 17, 2018 . เวลาในการอ่าน

8 สัญญาณเตือนพ่อแม่ว่า ลูกมีปัญหาที่โรงเรียน

เวลาที่เด็กๆ ไม่สบายใจ ไม่ใช่เด็กทุกคนจะเล่าให้คุณพ่อคุณแม่ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นที่โรงเรียน ดังนั้น จึงมีวิธีสังเกตว่า ลูกมีปัญหาที่โรงเรียน อยู่หรือเปล่า

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Sopista Kongchon
เทคนิคการเลี้ยงลูก, ดูแลลูก, พ่อแม่เลี้ยงลูก มิถุนายน 14, 2018 . เวลาในการอ่าน

ลูกน้อยวัย 19 เดือน

ถ้าคุณเป็นคุณแม่ที่เพิ่งคลอดได้ไม่นาน แล้วอยากจะรู้ถึงพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละช่วงเวลาล่ะก็ นี่คือข้อมูลของ ลูกน้อยวัย 19 เดือน ที่คุณแม่ควรรู้เอาไว้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Ploylada Prommate
1 - 2 ปี, ช่วงวัยเตาะแตะ, พ่อแม่เลี้ยงลูก ธันวาคม 25, 2017 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

ต้นไม้ที่ไม่ควรปลูกในบ้าน-อันตรายต่อเด็ก

ต้นไม้ที่ไม่ควรปลูกในบ้าน เป็นอันตรายกับเด็ก ที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 11, 2020 . เวลาในการอ่าน
ลูกนอนไม่หลับ-สาเหตุ-วิธีการรับมือของพ่อแม่

เมื่อ ลูกนอนไม่หลับ คุณพ่อคุณแม่ควรรับมืออย่างไร?

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ มีนาคม 4, 2020 . เวลาในการอ่าน
ลูกโดนแกล้ง-วิธีสังเกต-วิธีรับมือ

ลูกโดนแกล้ง คุณพ่อคุณแม่ควรรับมืออย่างไร

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ กันยายน 5, 2019 . เวลาในการอ่าน
เด็กกินมื้อเช้า-สำคัญ

พ่อแม่รู้หรือไม่ เด็กกินมื้อเช้า สำคัญกว่าที่คิด

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ กันยายน 4, 2019 . เวลาในการอ่าน