ตะคอก ตะโกน ใส่เด็กบ่อยๆ พ่อแม่รู้ไหม ส่งผลเสียกับลูกแค่ไหน

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

คุณเคยเผลอตัว ตะคอก ตะโกน ใส่ผู้อื่นบ้างหรือไม่ แล้วรู้หรือไม่ว่าการทำเช่นนั้นบ่อย ๆ ส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้ที่รับฟัง ผู้ฟังอาจไม่ได้ฟังแล้วจบไปเหมือนเช่นคนพูด บทความนี้โดย Hello คุณหมอ จะพามารู้จักกับผลกระทบของการตะคอก ตะโกน ใส่เด็ก รวมถึงวิธีหยุดพฤติกรรมที่ไม่ดีเหล่านั้น

ทำไมพ่อแม่ถึงต้อง ตะคอก

เป็นอาการปกติของคนเราที่เมื่อรู้สึกโกรธ โมโห ไม่พอใจ การแสดงออกทางอารมณ์จึงเป็นไปในลักษณะที่รุนแรง โทนเสียง และน้ำเสียงที่ใช้พูดก็จะเริ่มดังขึ้น เสียงสูงขึ้น ซึ่งนั่นไม่ได้ช่วยในการแก้ปัญหาแต่อย่างใดเลย การที่ผู้ปกครองแสดงออกถึงพฤติกรรมของการตะคอก ตะโกน หรือแผดเสียงใส่เด็ก ๆ ก็เป็นเพียงการทำให้เด็กเงียบและสงบลงได้แค่เพียงชั่วคราวเท่านั้น แต่สาเหตุของปัญหานั้นก็ยังคงไม่ได้รับการแก้ไข ยิ่งไปกว่านั้น เด็กจะเรียนรู้พฤติกรรมต่าง ๆ ของผู้ปกครอง หากคุณพ่อคุณแม่โมโหและตะคอกใส่ลูกบ่อย ๆ ก็มีแนวโน้มที่เด็กจะจำแล้วนำไปปฏิบัติกับผู้อื่น ลูกอาจโตมาเป็นคนที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว ขี้โมโห และชอบหงุดหงิดใส่ผู้อื่น เพราะจดจำมาจากการที่พ่อแม่ทำใส่ตนเองที่บ้านจนคิดว่าเป็นเรื่องปกติ

ตะคอก ใส่เด็กบ่อย ๆ ส่งผลเสียอย่างไร

การตะคอกและตะโกนใส่ลูกบ่อย ๆ มีผลกระทบต่อเด็ก ทั้งทางร่างกาย สภาพจิตใจ รวมถึงสถานภาพความสัมพันธ์ในครอบครัวที่เปลี่ยนไป ดังนี้

ทางร่างกาย

พฤติกรรมก้าวร้าว

จากงานวิจัยค้นพบว่า การกระทำของผู้ปกครองในช่วงที่มีอารมณ์โกรธ หรือไม่พอใจ เช่น การตะโกนเสียงดังใส่ลูก เป็นการเพิ่มโอกาสที่จะทำให้พฤติกรรมของเด็กจะเปลี่ยนไปในทางที่ไม่ดี หรือก้าวร้าว

มีผลต่อสมอง

มีงานวิจัยชิ้นหนึ่ง ที่กล่าวถึงการตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging) หรือ MRI พบว่า สมองของผู้ที่มีเหตุการณ์เลวร้ายในอดีต มีความแตกต่างกับผู้ที่ไม่มีเหตุการณ์อันน่าสะเทือนใจ โดยมีความแตกต่างกันในส่วนของสมองที่ทำหน้าที่รับผิดชอบการประมวลผลของเสียงและภาษา

โรคซึมเศร้า

มีงานวิจัยที่ทดลองกับเด็กอายุ 13 ปี พบว่า ความเจ็บปวด ความโกรธ ความกลัว และความเสียใจ ที่มาจากการตะคอกของผู้ปกครองที่ปฏิบัติต่อเด็กในแต่ละวัน รวมถึงการละเมิดทางวาจาที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า สามารถทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพจิต เช่น โรคซึมเศร้า 

ทางจิตใจ

การแผดเสียงดังด้วยอารมณ์ที่ไม่ดีใส่เด็ก ๆ บ่อยครั้ง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นภายในจิตใจและสมอง จากการวิจัยพบว่ามีผลต่อการทำงานของสมองส่วนอะมิกดะลา (Amygdala) ซึ่งเป็นสมองส่วนที่ทำงานทางด้านอารมณ์ และเพิ่มฮอร์โมนความเครียดเข้าไปในกระแสเลือด ทำให้ร่างกายเกิดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อและอื่น ๆ ก่อให้เกิดโรคเครียด โรคซึมเศร้า มีอาการตื่นตระหนกทุกครั้งที่ได้ยินเสียงดัง

นอกจากนี้ การตะโกนบ่อยครั้งยังเป็นพฤติกรรมฝังใจของเด็ก แม้เวลาจะผ่านไปนานแล้ว แต่สมองยังคงเชื่อมโยงตามประสบการณ์ในอดีตที่เคยเกิดขึ้น ดังนั้น เมื่อมีเหตุการณ์ที่คล้ายกับตอนที่พ่อแม่เคยตะคอกใส่ตอนที่ยังเล็ก บุคคลนั้นก็ยังคงได้ยินเสียงพ่อแม่ตะโกนใส่อยู่ในหัว ถึงแม้ว่าผู้ปกครองจะไม่ได้อยู่ที่นั่นด้วยก็ตาม

สถานภาพความสัมพันธ์

หากคุณเผลอตัวตะคอกและตะโกนใส่ลูกเป็นประจำ คุณอาจสังเกตพบพฤติกรรมเหล่านี้ระหว่างตัวคุณและลูกได้

  • เด็ก ๆ ตะโกนใส่กัน เหมือนเป็นการเลียนแบบพฤติกรรมที่พบเห็นมาจากพ่อกับแม่
  • เด็กตะคอกกลับใส่พ่อหรือแม่เวลาที่ทะเลาะหรือมีเรื่องไม่เข้าใจกัน
  • ทั้งผู้ปกครองและเด็กเริ่มตีตัวออกห่างกัน 
  • เด็กให้ความสำคัญกับคนอื่นมากกว่าคนในครอบครัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อและแม่

วิธีหยุดตะคอกใส่ลูกเมื่อรู้สึกโกรธ

ไม่ตะคอก

วิธีนี้คือวิธีที่สำคัญ จะมีวิธีใดในการหยุดการตะคอกได้ดีกว่าการไม่ตะคอก ดร.ไอลีน เคเนดี้ มัวร์ (Eileen Kennedy-Moore, Ph.D., ) ที่ปรึกษาผู้ปกครอง และนักเขียนที่มีผลงานเขียนเรื่อง A Kids’ Guide to Making and Keeping Friends ให้คำแนะนำว่า ทุกครั้งที่ลูกทำผิด หรือทำในสิ่งต้องห้าม หรือฝ่าฝืนคำสั่ง ให้เดินไปพูดกับเด็กโดยตรง และพูดด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่กระโชกโฮกฮาก ไม่ควรตะโกนจากที่ไกล ๆ

รู้อารมณ์ตนเอง

ก่อนที่คุณจะเดินไปพูดกับลูกด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ให้ตั้งสติ พาตัวเองออกจากสถานที่ตรงนั้นสักครู่เพื่อสงบสติอารมณ์โกรธของตนเอง หายใจเข้าลึก ๆ ทำใจเย็นลง แล้วจึงกลับไปพูดกับลูกด้วยโทนเสียงปกติ

ใช้การอธิบาย

ในบางครั้งที่คุณโกรธ เด็ก ๆ สามารถที่จะรับรู้ถึงอากัปกิริยาที่เปลี่ยนไปของผู้ปกครองได้ ในระหว่างนี้ให้ใช้การพูดคุยแบบปกติ อธิบายว่าตอนนี้กำลังโกรธ โกรธเพราะอะไร ลูกทำผิดอย่างไร เด็กสามารถที่จะเรียนรู้พฤติกรรมเหล่านี้จากผู้ปกครอง และรู้จักที่จะใช้เหตุผลในการพูดคุยมากกว่าการระเบิดอารมณ์ 

ระวังคำพูด

ในช่วงเวลาที่อารมณ์กำลังปะทุไปด้วยความขุ่นเคืองนั้น คำพูดที่หลุดออกมามักจะเป็นไปในทางที่เสียดสีให้อีกฝ่ายรู้สึกแย่ คำหยาบ คำแช่ง ต่าง ๆ นานา ผู้ปกครองต้องระมัดระวังการกล่าวคำที่ไม่ดีเหล่านี้ พยายามเลือกใช้คำที่สื่อถึงอารมณ์ความรู้สึก ค่อย ๆ พูด ด้วยความใจเย็น อย่าโมโหจนกระทั่งขาดสติและพูดคำที่รุนแรง เพราะคำพูดบางคำพูดอาจติดอยู่ในใจของผู้ฟังไปอีกนาน

ใช้ความใกล้ชิด

บางครั้งเราอาจไม่ได้ตะโกนเพราะโมโหเสมอไป แต่เป็นการตะโกนเพื่อต้องการให้อีกฝ่ายทำตามคำสั่ง ลองเปลี่ยนจากการตะโกนจากที่ไกล ๆ เป็นการเดินเข้ามาหาเด็กแล้วบอกสิ่งที่ต้องการ เช่น หยิบถุงใบนั้นมาหาแม่หน่อยได้ไหม

ทำความเข้าใจ

ผู้ปกครองต้องทำความเข้าใจทั้งต่อตนเอง และทำความเข้าใจกับลูก ทำความเข้าใจกับตนเองว่าการกระทำเช่นนี้ไม่สมควร และทำความเข้าใจกับลูกว่าสิ่งที่ลูกทำผิดไปทำให้คุณโกรธอย่างไร ขอโทษหากใช้คำพูดรุนแรง รวมถึงเปิดโอกาสที่จะรับฟังข้อเท็จจริงจากเด็ก ให้เด็กได้มีโอกาสพูดเพื่อที่จะได้ความกระจ่างมากขึ้น ไม่ควรเป็นฝ่ายพูดใส่เด็กแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่ทั้งสองฝ่ายควรผลัดกันพูดและผลัดกันรับฟังซึ่งกันและกัน

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

แพ้ท้องแทนเมีย เรื่องจริง หรือแค่เรื่องบังเอิญ

อาการแพ้ท้อง เป็นอาการปกติของคุณแม่ตั้งครรภ์ แต่ในบางครั้ง คุณผู้ชายเองก็อาจจะมีอาการคล้ายๆ กับอาการแพ้ท้อง ที่เรียกกันว่า แพ้ท้องแทนเมีย ได้เช่นกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
รู้หรือไม่, สุขภาพชีวิตที่ดี กุมภาพันธ์ 17, 2020 . เวลาในการอ่าน

รำคาญเสียงรอบข้าง เสี่ยงเข้าสู่ ภาวะมีโซโฟเนีย หรือเปล่านะ?

ภาวะมีโซโฟเนีย (Misophonia)  เป็นอาการผิดปกติทางด้านอารมณ์ เมื่อได้ยินเสียงที่ทำให้น่ารำคาญ ผู้ป่วยจะแสดงกิริยาเกรี้ยวโกรธ จนหนีเตลิดออกไปจากบริเวณเหล่านั้น

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
รู้หรือไม่, สุขภาพชีวิตที่ดี, สุขภาพจิต มกราคม 15, 2020 . เวลาในการอ่าน

รู้ไว้ มลภาวะทางเสียง อาจเพิ่มความเสี่ยง โรคซึมเศร้า ไม่รู้ตัว

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า มลภาวะทางเสียง นอกจากจะสร้างความรำคาญให้กับเราแล้ว ยังอาจทำให้เรากลายเป็น โรคซึมเศร้า ได้โดยที่เราไม่รู้ตัว

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
สุขภาพชีวิตที่ดี, สุขภาพจิต มกราคม 10, 2020 . เวลาในการอ่าน

“ประณามแม่” ช่วยทำให้แม่ที่ไม่ดี กลายเป็นแม่ที่ดีได้ จริงเหรอ

การ ประณามแม่ (Mom Shaming) คือ การที่เราวิพากษ์วิจารณ์ลักษณะการเลี้ยงลูกของแม่คนนั้นอย่างเปิดเผยเพื่อให้คุณแม่เหล่านั้นเกิดรู้สึกผิด และปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
รู้หรือไม่, สุขภาพชีวิตที่ดี มกราคม 8, 2020 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

การใช้หูฟัง-ให้ปลอดภัย

การใช้หูฟัง ให้ปลอดภัย ไม่สูญเสียการได้ยิน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
เผยแพร่วันที่ สิงหาคม 7, 2020 . เวลาในการอ่าน
วิธีบริหารสมอง-สำหรับเด็ก-ต้อนรับเปิดเทอม

ต้อนรับเปิดเทอม ด้วย 7 วิธีบริหารสมอง แบบง่าย ๆ สำหรับเด็ก

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
เผยแพร่วันที่ กรกฎาคม 9, 2020 . เวลาในการอ่าน
ลูกเรียนที่บ้านในช่วงโควิด-19

เมื่อลูกต้อง เรียนที่บ้านในช่วงโควิด-19 คุณพ่อคุณแม่จะช่วยสนับสนุนลูกได้อย่างไร

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ เมษายน 28, 2020 . เวลาในการอ่าน
วิธีฝึกลูก-เด็ก-กินผัก

ลูกไม่กินผัก ลองใช้วิธีนี้สิ! วิธีกล่อม เด็ก ให้เปิดใจกับการ กินผัก

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
เผยแพร่วันที่ เมษายน 9, 2020 . เวลาในการอ่าน