เด็กขี้อาย พ่อแม่จะช่วยเสริมความมั่นใจให้ลูกได้อย่างไร

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

อาการอาย คือความรู้สึกหวาดกลัวผู้คนที่อยู่รอบตัว ทุกคนล้วนเคยมีความอายอยู่ในตัว และคนทุกคนต่างก็เคยผ่านการเป็น เด็กขี้อาย มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นการอาย เมื่อต้องไปพรีเซนต์งานหน้าชั้นเรียน การถูกล้อ และอีกหลายเหตุการณ์ ความขี้อายกับเด็กๆ เรียกได้ว่าเป็นของคู่กัน ไม่ว่าใครเมื่อตอนเป็นเด็กต่างก็เคยมีวีรกรรมของความอับอายมาด้วยกันทั้งสิ้น

แต่การที่ลูกเป็นคนขี้อายและพ่อแม่ไม่ส่งเสริมให้ลูกมีความมั่นใจในตัวเอง อาจเป็นผลเสียให้ทำให้ไม่มีความกล้าแสดงออกติดไปจนกระทั่งตอนโต จนอาจทำให้พลาดโอกาสดีๆ ในชีวิตเพียงเพราะความไม่กล้าหรือความเขินอาย Hello คุณหมอ มีข้อแนะนำ วิธีที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เสริมสร้างให้ เด็กขี้อาย กลายเป็นคนที่มีความมั่นใจขึ้นได้

ความรู้สึกอายเป็นอย่างไร

ความประหม่า คือ อารมณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกและพฤติกรรมของเราต่อคนรอบข้าง ความประหม่าอาจหมายถึงความรู้สึกไม่สบายใจ รู้สึกประหม่าแบบขี้อาย หรือมีความรู้สึกไม่ปลอดภัย บางครั้งที่เรารู้สึกอายอาจสังเกตเห็นความรู้สึกทางร่างกายที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน เช่นหน้าแดง รู้สึกพูดไม่ชัด ตัวสั่น หัวใจเต้นแรง หรือหายใจไม่ออก

ทำไมคนเราถึงอาย

ความอายอาจมีได้ 2 สาเหตุหลัก ดังนี้

1.พันธุกรรม

ยีนของเราเป็นตัวกำหนดลักษณะทางกายภาพของเรา เช่นความสูง สีตา หรือสีผิว แต่ยีนก็มีอิทธิพลต่อลักษณะบุคลิกภาพบางอย่างด้วยเหมือนกัน เช่นความประหม่า ซึ่งยีนมีอิทธิพลต่อความประหม่าอยู่ประมาณ 20% ของคนที่มีแนวโน้มทางพันธุกรรมที่จะขี้อายตามธรรมชาติ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่มีแนวโน้มทางพันธุกรรมนี้ 

2.ประสบการณ์ชีวิตในอดีตที่ผ่านมา

เมื่อคนเราเผชิญกับสถานการณ์ที่ทำให้รู้สึกอาย วิธีที่เราใช้จัดการกับสถานการณ์นั้น สามารถเป็นตัวกำหนดปฏิกิริยาการตอบโต้ในอนาคตของเราต่อสถานการณ์ที่คล้ายกัน ตัวอย่างเช่น หากคนที่ขี้อายไปเข้าใกล้สิ่งใหม่ทีละเล็กทีละน้อย ก็สามารถช่วยให้มีความมั่นใจและสบายใจมากขึ้น แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่รู้สึกว่าถูกผลักไส หรือบังคับให้เข้าไปในสถานการณ์ที่รู้สึกว่าไม่ได้เตรียมพร้อม หรือถูกแกล้งรังแก ก็จะทำให้รู้สึกเขินอายมากขึ้น

พ่อแม่จะลดความขี้อาย และเสริมความมั่นใจให้ลูกอย่างไรได้บ้าง

1.หมั่นชื่นชมความสำเร็จของลูกอยู่เสมอ

เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ปกครองควรจะต้องเอ่ยคำชมแก่ลูก โดยเฉพาะเวลาที่ลูกประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเด็กจะล้มเหลวในบางอย่าง ก็ให้ชื่นชมในความพยายามที่ได้ทำลงไปอย่างเต็มที่เต็มความสามารถ แต่ไม่ควรชื่นชมในผลลัพธ์ที่ไม่สมจริง ให้ลูกได้เรียนรู้ว่าคนเราจะไม่สามารถทำทุกอย่างให้สมบูรณ์ไร้ที่ติเสมอไป แต่ควรสอนให้ใช้ความพยายามและรู้จักการฝึกฝน 

2.ฟังอย่างตั้งใจ

หาเวลาอยู่กับลูก และฟังลูกพูดเกี่ยวกับความกลัวของเขา พยายามเอาใจใส่ในทุกๆเรื่องราวของโดยไม่สนใจความกังวลที่เด็กมี อาจพูดแสดงความเข้าใจปัญหา เช่น “บางครั้งแม่ก็รู้สึกอายเหมือนกัน” หรือ “ตอนที่พ่ออายุเท่าลูกพ่อก็อายเหมือนกัน” เพื่อให้เด็กรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เผชิญปัญหานี้แค่คนเดียวในโลก

3.ให้เวลาลูกในการเตรียมความพร้อม

ในทุกสถานการณ์ความกังวลของเด็กๆ จะลดลงเมื่อพวกเขารู้ว่าพวกเขาจะต้องทำอะไร ยกตัวอย่างเช่น สองสามวันก่อนงานเลี้ยงวันเกิดพ่อกับแม่อาจนัดพาลูกไปที่บ้านเพื่อน พบกับผู้ปกครองของเพื่อนและรับฟังเกี่ยวกับตารางกิจกรรม เพื่อให้เด็กรู้ว่าตัวเองจะต้องทำอะไรต่อไป และควรเตรียมตัวอย่างไร

4.หยุดการมองโลกในแง่ร้าย 

พฤติกรรมที่ขี้อายเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของความคิดเชิงลบ ทำให้เกิดความสงสัยในตัวเอง พ่อแม่สามารถช่วยเพิ่มความคิดในเชิงบวกแก่เด็กๆ ได้ เช่นถ้าลูกมีความคิดว่าคนอื่นๆ จะไม่ชอบตัวเอง ก็สามารถเปลี่ยนความคิดให้ลูกรู้สึกว่าเขาสามารถที่จะเข้ากันได้ดีกับเพื่อนคนอื่นๆ 

5.ฝึกฝน

บางครั้งความรู้สึกอายก็มาจากความไม่พร้อม ทำให้เกิดความกังวลว่าจะทำข้อผิดพลาด ให้เวลาลูกได้ฝึกฝนในสิ่งที่เขาต้องการ หรือสอนให้รู้ว่าหากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นจะมีวิธีรับมืออย่างไรได้บ้าง

6.สอนให้ลูกเป็นตัวของตัวเอง

โดยธรรมชาติแล้วคนเรามักจะอายเมื่อรู้สึกว่าแตกต่างจากคนอื่นในสังคม ผู้ปกครองสามารถที่จะสอนให้ลูกเข้าใจว่าการที่แตกต่างจากคนอื่นไม่ใช่เรื่องน่าอาย โดยอาจจะอาศัยประสบการณ์ในอดีตของตนเองมาเล่าให้ฟังเพื่อให้เด็กสบายใจมากขึ้น

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา