home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ประเภทยาแก้แพ้ มีกี่ชนิด และควรเลือกอย่างไรดี

ประเภทยาแก้แพ้ มีกี่ชนิด และควรเลือกอย่างไรดี

เมื่อเกิดอาการแพ้ หลาย ๆ คนมักจะมีอาการ คัดจมูก จาม คันตามผิวหนัง การรับประทานยาแก้แพ้ เป็นวิธีรักษาอาการภูมิแพ้ได้เป็นอย่างดี ส่วนใหญ่แล้ว ยาแก้แพ้สามารถแบ่งออกเป็นได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ วันนี้ Hello คุณหมอ จะชวนทุกคนไปรู้จักกับ ประเภทยาแก้แพ้ ว่ามีอะไรบ้าง

ประเภทยาแก้แพ้ มีอะไรบ้าง

อาการแพ้ เกิดจากร่างกายได้สัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งเกิดจากสารก่อภูมิแพ้เข้าสู่ร่างกายหรือสัมผัสกับผิวหนัง ระบบภูมิคุ้มกันจะทำการปล่อยฮีสตามีน (Histamines) ซึ่งฮีสตามีนเป็นสารที่มีอยู่ในเซลล์ทั่วร่างกาย ทั้งระบบประสาท ทางเดินอาหาร และระบบภูมิคุ้มกัน เมื่อฮีสตามีนจับกับตัวรับที่อยู่ในเซลล์ จะทำให้เกิดอาการแพ้ เช่น การขยายหลอดเลือด ทำให้กล้ามเนื้อเรียบหดตัว เกิดผื่นแดงที่ผิวหนัง หายใจลำบาก การรับประทานยาแก้แพ้ จะช่วยบล็อกตัวรับฮีสตามีน จึงสามารถช่วยบรรเทาอาการแพ้ได้ ยาแก้แพ้สามารถแบ่งออกได้ 2 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้

ยาแก้แพ้ที่ทำให้ง่วง (Conventional Antihistamines)

ยาแก้แพ้ประเภทที่ทำให้รู้สึกง่วง หรือ ยาต้านฮีสตามีนกลุ่มดั้งเดิม (Conventional Antihistamines) เป็นยาต้านฮีสตามีนรุ่นแรก โดยยาประเภทนี้ใช้รักษาอาการเยื่อจมูกอักเสบที่มีสาเหตุมาจากภูมิแพ้ ที่มีอาการคัน จาม น้ำมูกไหล นอกจากนี้ยังสามารถใช้เพื่อบรรเทาอาการน้ำมูกไหล อาการเมารถ เมาเรือ ได้ด้วย บางครั้งอาจใช้ร่วมกับยาชนิดอื่น ๆ การทำงานของยาในกลุ่มนี้ จะผ่านเข้าสู่สมอง ไปกดระบบประสาท เมื่อรับประทานยาแก้แพ้ประเภทนี้จึงทำให้รู้สึกง่วง

ยาแก้แพ้ที่ไม่ทำให้รู้สึกง่วง (Non-Sedating Antihistamines)

ยาแก้แพ้ประเภทที่ไม่ทำให้รู้สึกง่วงนั้น ออกฤทธิ์เช่นเดียวกับยาแก้แพ้กลุ่มที่ทำให้รู้สึกง่วง คือใช้สำหรับรักษาอาการเยื่อจมูกอักเสบ แต่ยาแก้แพ้ในกลุ่มนี้สามารถผ่านเข้าสมองได้น้อยมาก ทำให้รู้ง่วงและซึมน้อยกว่าแบบแรก

ผลข้างเคียงที่ควรระวังเมื่อใช้ ยาแก้แพ้

เมื่อต้องใช้ยาแก้แพ้ ควรตรวจสอบฉลากยาก่อนใช้เสมอ เพื่อดูขนาดและวิธีการใช้ยา เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ยาเกินขนาด สำหรับผู้ที่รับประทายาแก้แพ้แบบกดประสาทเกินขนาด อาจทำให้หัวใจเต้นผิดปกติและเกิดอาการชัก โดยปกติแล้วยาแก้แพ้มักจะไม่เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง แต่อาจมีผลข้างเคียงเหล่านี้ เหนื่อยล้า เวียนหัว ปวดหัว ท้องผูก สำหรับผู้ที่มีผลข้างเคียงรุนแรงจะมีอาการ ดังนี้

  • ลมพิษ
  • ผื่นผิวหนัง
  • หายใจลำบาก
  • ใบหน้า ลำคอบวม

สำหรับผู้ที่อยู่ในระหว่างการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรปรึกษแพทย์ก่อนการรับประทานยาแก้แพ้ เพื่อที่แพทย์จะได้แนะนำปริมาณที่ควรใช้ให้มีความเหมาะสม ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เมื่อมีการใช้ยาแก้แพ้ เพราะแอลกอฮอล์อาจทำให้ผลข้างเคียงของการใช้ยาแก้แพ้แย่ลงได้

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

What Is an Antihistamine?.https://www.everydayhealth.com/antihistamine/guide/.Accessed February 13, 2021

What are antihistamines?.https://www.medicalnewstoday.com/articles/antihistamines#side-effects-and-risks.Accessed February 13, 2021

Antihistamines.https://www.nhs.uk/conditions/antihistamines/#:~:text=There%20are%20many%20types%20of,as%20cetirizine%2C%20fexofenadine%20and%20loratadine.Accessed February 13, 2021

ยาแก้แพ้กลุ่มที่ทำให้ง่วงและไม่ง่วง รักษาอาการแพ้ได้เหมือนกันจริงหรือ?.https://pharmacy.mahidol.ac.th/dic/knowledge_full.php?id=27.Accessed February 13, 2021

รูปของผู้เขียน
เขียนโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
แก้ไขล่าสุด 19/02/2021
x