สุขภาพหัวใจ

หัวใจ คืออวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่ในการสูบฉีดเลือดไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย หากหัวใจเกิดปัญหา ก็จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของร่างกาย และอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้ เรียนรู้เกี่ยวกับ สุขภาพหัวใจ ทั้งการดูแลรักษา และปกป้องระบบหัวใจและหลอดเลือดของคุณ ได้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

สุขภาพหัวใจ

7 สิ่งรบกวนหัวใจใกล้ตัว PM2.5 อากาศร้อน เสียงดัง เสี่ยงแค่ไหน?

เวลาพูดถึงการดูแลหัวใจ หลายคนอาจนึกถึงการออกกำลังกาย การควบคุมน้ำหนัก ลดอาหารเค็ม หรือเลิกสูบบุหรี่เป็นอันดับแรก แต่ปัจจัยจาก สภาพแวดล้อมรอบตัว ก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม หลักฐานทางการแพทย์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาให้ความสำคัญกับ “Environmental Cardiovascular Risk” มากขึ้น ตั้งแต่มลพิษทางอากาศ เสียง แสง อุณหภูมิสุดขั้ว ไปจนถึงสารเคมีและมลพิษจากพลาสติก เพราะปัจจัยเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับการอักเสบ ความเครียดออกซิเดชัน การทำงานของหลอดเลือด และระบบประสาทอัตโนมัติ ซึ่งล้วนมีความสัมพันธ์กับสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด PM2.5 และมลพิษทางอากาศอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด อากาศร้อนจัดทำให้ร่างกายต้องระบายความร้อนมากขึ้น และอาจทำให้โรคหัวใจเดิมกำเริบ อากาศหนาวทำให้หลอดเลือดหดตัว ความดันอาจเพิ่มขึ้น และหัวใจต้องรับภาระมากขึ้น เสียงรบกวนเรื้อรังสัมพันธ์กับการนอนหลับไม่ดี ความเครียด ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจขาดเลือด แสงในตอนกลางคืนอาจรบกวนวงจรการหลับ–ตื่น ซึ่งอาจกระทบสุขภาพทางอ้อม ตะกั่ว แคดเมียม และสารหนูมีหลักฐานเชื่อมโยงกับความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ส่วนไมโครพลาสติก แม้พบในเนื้อเยื่อและหลอดเลือดของมนุษย์แล้ว แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นสาเหตุโดยตรงของโรคหัวใจ 1. PM2.5 และมลภาวะทางอากาศ ฝุ่น PM2.5 มีขนาดเล็กมากจนสามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจส่วนลึก และการสัมผัสในระดับสูงหรือเป็นเวลานานอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคหัวใจอยู่เดิม กรมอนามัยระบุว่า การสัมผัส PM2.5 เป็นเวลานานอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด ขณะที่ผู้ป่วยโรคหัวใจบางรายอาจมีอาการ เช่น เจ็บหน้าอกหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะเมื่อได้รับฝุ่นในระดับสูง ดูแลตัวเองอย่างไร: ตรวจค่าฝุ่นก่อนออกจากบ้าน ลดกิจกรรมกลางแจ้งเมื่อค่าฝุ่นสูง […]

หมวดหมู่ สุขภาพหัวใจ เพิ่มเติม

สำรวจ สุขภาพหัวใจ

โรคหัวใจ

อาการเตือนโรคหัวใจ แบบไหนควรไปพบคุณหมอ

โรคหัวใจแบ่งได้เป็นหลายประเภทตามสาเหตุและตำแหน่งที่เกิด ซึ่งโรคหัวใจแต่ละประเภทมักจะมีอาการที่คล้ายคลึงกัน โดยลักษณะ อาการเตือนโรคหัวใจ ที่พบบ่อยได้แก่ อาการแน่นหน้าอก ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว หายใจไม่เต็มอิ่ม วิงเวียนศีรษะ อ่อนเพลีย เหงื่อออกเยอะ เหนื่อยง่าย หากสังเกตอาการเตือนโรคหัวใจได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ และไปพบคุณหมอโดยเร็วจะช่วยให้รักษาและหาวิธีดูแลตนเองได้อย่างทันท่วงที [embed-health-tool-bmi] อาการเตือนโรคหัวใจ เป็นแบบไหน อาการเตือนโรคหัวใจ แบ่งออกตามประเภทของโรคได้ ดังนี้ โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery Disease) เกิดจากเส้นเลือดแดงที่หล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจตีบตัน ซึ่งอาจเกิดจากไขมันเกาะตามผนังหลอดเลือดหัวใจมากเกินไปจนทำให้เลือดที่มีสารอาหารและออกซิเจนไม่สามารถไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงยังหัวใจได้ตามปกติ อาการที่พบบ่อยที่สุดของโรคหลอดเลือดหัวใจคืออาการแน่นหน้าอกหรือเจ็บหน้าอกซึ่งอาจสับสนกับอาการอาหารไม่ย่อยหรือกรดไหลย้อนได้ นอกจากนี้ อาจรู้สึกไม่สบายตัวหรือเจ็บบริเวณไหล่ แขน คอ ลำคอ กราม หรือหลัง และอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น หายใจถี่รัว หัวใจสั่น หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ วิงเวียนศีรษะหรืออ่อนแรง คลื่นไส้ เหงื่อออกมาก โรคหัวใจวาย (Heart Attack) โรคหัวใจวายหรือกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันเกิดขึ้นเมื่เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงหัวใจได้น้อยลง มักเกิดจากไขมัน คอเลสเตอรอล และสารอื่น ๆ เข้าไปสะสมจนเกิดการอุดตันบริเวณผนังหลอดเลือดหัวใจ อาการที่พบบ่อย คือ แน่นหน้าอกเป็นเวลานานประมาณ 30 นาที จากนั้นค่อย ๆ หายไปแล้วกลับมาเป็นซ้ำอีก ซึ่งเป็นอาการหลักที่มักพบในผู้ชาย […]


ภาวะหัวใจล้มเหลว

CHF คือ ภาวะหัวใจล้มเหลว ปัจจัยเสี่ยงและอาการที่ควรรู้

CHF คือ ภาวะหัวใจล้มเหลว หรือหัวใจทำงานผิดปกติ โดยหัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดได้ดีพอที่จะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารตามปกติ ส่งผลให้เลือดและของเหลวสะสมในปอดและบริเวณขา ก่อให้เกิดอาการผิดปกติ เช่น เจ็บหน้าอก เหนื่อยง่าย ใจสั่น หายใจไม่ออก ไม่อยากอาหาร นอกจากนี้ ภาวะหัวใจล้มเหลวนี้อาจทำให้เสียชีวิตได้ จึงควรดูแลตัวเองให้ร่างกายแข็งแรงและมีสุขภาพดีเพื่อลดความเสี่ยงการเกิด CHF [embed-health-tool-bmi] CHF คือ อะไร CHF หรือ Congestive Heart Failure คือ ภาวะหัวใจล้มเหลว เป็นปัญหาสุขภาพเรื้อรังที่เกิดขึ้นเมื่อหัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดที่มีออกซิเจนและสารอาหารไปหล่อเลี้ยงตามอวัยวะต่าง ๆ ได้อย่างเพียงพอตามความต้องการของร่างกาย เมื่อมีภาวะ CHF ไม่ได้หมายความว่าหัวใจกำลังจะหยุดทำงานหรือหยุดเต้น แต่หากร่างกายไม่มีเลือดไปหล่อเลี้ยงเนื้อเยื่ออวัยวะต่าง ๆ ย่อมส่งผลกระทบต่อการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ และหากมีภาวะหัวใจล้มเหลวแม้เพียงด้านใดด้านหนึ่ง เช่น ภาวะหัวใจล้มเหลวซีกซ้ายเป็นเวลานานหลายปี ก็อาจนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวซีกขวาได้เช่นกัน นอกจากนี้ ภาวะ CHF ก็อาจทำให้เลือดไปสะสมอยู่ตามบริเวณอวัยวะอื่น ๆ เช่น ของเหลวสะสมอยู่ในปอดจนทำให้เกิดอาการหายใจถี่รัว ของเหลวสะสมอยู่ในขาและเท้าจนบวม สาเหตุของ CHF คืออะไร โรคหัวใจและปัญหาสุขภาพเรื้อรังอาจทำให้หัวใจอ่อนแอจนไม่สามารถสูบฉีดเลือดเพื่อส่งไปยังอวัยวะส่วนต่าง ๆ ได้ตามปกติ โดยมีปัจจัยต่อไปนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิด CHF ได้ โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Cardiac […]


สุขภาพหัวใจ

หัวใจเต้นผิดจังหวะ มีอาการอย่างไร เกิดจากสาเหตุใด

หัวใจเต้นผิดจังหวะ (Cardiac Arrhythmia) เป็นภาวะผิดปกติของกระแสไฟฟ้าในหัวใจ ซึ่งจะกระทบต่ออัตราการเต้นของหัวใจ ทำให้หัวใจเต้นในจังหวะที่เร็วหรือช้ากว่าปกติ ส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดลดลง จนเกิดอาการหายใจไม่อิ่ม อ่อนเพลีย วิงเวียน หน้ามืด วิงเวียนเหมือนจะเป็นลม เจ็บหรือแน่นหน้าอก หากมีอาการดังที่กล่าวมาและรู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็วกว่าปกติหรือช้ากว่า ควรไปพบคุณหมอเพื่อรับการรักษาโดยเร็วที่สุด [embed-health-tool-heart-rate] หัวใจเต้นผิดจังหวะ คืออะไร หัวใจเต้นผิดจังหวะ คือ ภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ โดยหัวใจอาจเต้นช้ากว่าปกติ (Bradycardia) หรือเต้นเร็วกว่าปกติ (Tachycardia) บางคนอาจสังเกตได้ว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะ แต่บางคนอาจไม่รู้สึกอะไรเลย ในบางกรณีอาจรุนแรงถึงชีวิตได้ หากรู้สึกว่าตัวเองมีอาการหัวใจเต้นผิดปกติ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ ควรรีบไปพบคุณหมอและรับการวินิจฉัยหาสาเหตุและรับการรักษาอย่างเหมาะสม หัวใจเต้นผิดจังหวะ เกิดจาก อะไร หัวใจเต้นผิดจังหวะอาจเกิดจากการส่งสัญญาณไฟฟ้าที่ทำหน้าที่ประสานการเต้นของหัวใจผิดปกติหรือไฟฟ้าในห้องหัวใจลัดวงจร จนส่งผลต่อจังหวะการเต้นของหัวใจ แม้คนที่มีสุขภาพหัวใจแข็งแรงดีก็อาจเกิดภาวะนี้ได้เช่นกัน ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ มักเกิดจากสาเหตุต่อไปนี้ โรคหัวใจ (Heart disease) ภาวะระดับอิเล็กโทรไลต์อย่างโซเดียม โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม ในกระแสเลือดเสียสมดุล การบาดเจ็บที่หัวใจหรือความผิดปกติของระบบไหลเวียนเลือด เช่น การไหลเวียนเลือดลดลง เนื้อเยื่อหัวใจแข็งตัว อยู่ในช่วงฟื้นตัวหลังจากผ่าตัดหัวใจ การติดเชื้อหรือการเจ็บป่วย การใช้ยารักษาโรคหรืออาหารเสริมบางชนิดที่ส่งผลต่อหัวใจ เช่น ยาไทรอยด์ ยาไซบูทรามีน (Sibutramine) ที่ใช้เร่งการเผาผลาญและลดความอยากอาหาร ยากระตุ้นการแข็งตัวขององคชาต อารมณ์เปลี่ยนแปลงกะทันหันหรือมีปัญหาด้านสุขภาพจิต […]


สุขภาพหัวใจ

9 อาการโรคหัวใจ ระยะแรก และวิธีป้องกัน

โรคหัวใจ เป็นโรคที่มีความรุนแรงตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนถึงขั้นอาจทำให้เสียชีวิตได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น พฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่เหมาะสม สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กินอาหารที่มีไขมันสูง โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง ซึ่ง อาการโรคหัวใจ ระยะแรก อาจไม่มีอาการหรือแสดงอาการน้อยมาก แต่ก็อาจมีอาการที่รุนแรงขึ้นได้ ดังนั้น จึงควรหมั่นสังเกตตัวเองอยู่เสมอและตรวจสุขภาพเป็นประจำ เพื่อตรวจหาโรคในระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติความเสี่ยงสูงในการเป็นโรคหัวใจ รวมถึงควรปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่าง กินอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ และเพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง [embed-health-tool-heart-rate] อาการโรคหัวใจ ระยะแรก อาการโรคหัวใจ ระยะแรกที่พบบ่อย อาจสังเกตได้จากอาการต่อไปนี้ รู้สึกเจ็บหน้าอก อาการเจ็บหน้าอกเป็นอาการของโรคหัวใจที่พบบ่อย และอาจเป็นสัญญาณฉุกเฉินของโรคหัวใจวาย โดยผู้ป่วยอาจมีอาการเจ็บหน้าอก รู้สึกแน่นเหมือนมีแรงกดที่หน้าอกและรู้สึกไม่สบายตัว โดยเฉพาะหากพบว่าตัวเองรู้สึกเจ็บหน้าอกเมื่อออกแรงและอาการหายไปเมื่อหยุดออกแรง อาจมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้เ หัวใจเต้นผิดปกติ อาการหัวใจเต้นช้าหรือเร็วกว่าปกติอาจเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ เมื่อมีความรู้สึกตื่นเต้น ประหม่า เหนื่อย หรือกินอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน อย่างไรก็ตาม หากพบว่าตัวเองมีอาการหัวใจเต้นผิดปกติเกิดขึ้นนานกว่า 2-3 วินาที หรือเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ควรเข้าพบคุณหมอเพื่อตรวจการเต้นของหัวใจและวินิจฉัยอาการ เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะหัวใจเต้นผิดปกติที่อาจนำไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือดอื่น ๆ ได้ ปวด ชา หรืออ่อนแรงบริเวณขาหรือแขน อาจเป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดหัวใจ เนื่องจากหลอดเลือดบริเวณนั้นตีบตันจนทำให้เกิดเป็นอาการปวด ชา […]


สุขภาพหัวใจ

หัวใจเต้นเร็ว วิธีแก้ และสาเหตุที่ควรรู้

ภาวะหัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ (Tachycardia) เป็นภาวะที่อัตราการเต้นของหัวใจมากกว่า 100 ครั้ง/นาที ในขณะพัก ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น ความเครียด รับประทานคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์มากเกินไป สูบบุหรี่ ปัญหาหัวใจ โดย หัวใจเต้นเร็ว อาจมี วิธีแก้ ที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของวิธีแก้ปัญหาหัวใจเต้นเร็วก็เพื่อลดอัตราการเต้นของหัวใจให้ช้าลง และป้องกันการกำเริบของอาการในอนาคต [embed-health-tool-heart-rate] สาเหตุของหัวใจเต้นเร็ว โดยปกติอัตราการเต้นของหัวใจจะอยู่ที่ 60-100 ครั้ง/นาที ขณะพักผ่อน และหัวใจจะเต้นเร็วขึ้นเมื่อทำกิจกรรมหรือเคลื่อนไหวร่างกาย แต่หากพบว่าอัตราการเต้นของหัวใจมากกว่า 100 ครั้ง/นาที ในขณะพักผ่อน นั่นอาจเป็นสัญญาณของภาวะหัวใจเต้นเร็ว ซึ่งภาวะนี้อาจเกิดขึ้นประมาณ 2-3 วินาที ถึง 2-3 ชั่วโมง โดยภาวะหัวใจเต้นเร็วอาจมีสาเหตุมาจากความเครียด รับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน  ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป สูบบุหรี่ ปัญหาหัวใจ (เช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจ หัวใจวาย โรคหัวใจ) เลือดในหลอดเลือดหัวใจไม่เพียงพอ ปริมาณเม็ดเลือดแดงลดลง ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ การใช้ยาบางชนิด (เช่น โคเคน เมทแอมเฟตามีน) อาการหัวใจเต้นเร็ว ภาวะหัวใจเต้นเร็วอาจทำให้หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ตามปกติ ส่งผลให้อวัยวะและเนื้อเยื่อได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ซึ่งบางคนอาจไม่แสดงอาการใด […]


สุขภาพหัวใจ

Palpitation คือ อะไร อาการและการรักษา

Palpitation คือ อาการใจสั่น ซึ่งเป็นอาการที่เกิดขึ้นเมื่อหัวใจเต้นเร็วหรือแรงกว่าปกติ อาจมีสาเหตุมาจากความเครียด ออกกำลังกายหนัก ใช้ยาบางชนิด หรือปัญหาสุขภาพบางอย่าง โดยทั่วไปอาการใจสั่นไม่เป็นอันตราย แต่บางกรณีอาจเป็นอันตรายหากอาการใจสั่นเกิดจากภาวะทางสุขภาพร้ายแรง เช่น ภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ จึงควรเข้าพบคุณหมอหากอาการใจสั่นเกิดขึ้นบ่อยและรุนแรงมาก [embed-health-tool-heart-rate] คำจำกัดความ Palpitation คืออะไร อาการใจสั่น หรือ Palpitation คือ อาการที่เกิดจากจังหวะการเต้นของหัวใจผิดปกติ เนื่องจากความผิดปกติของกระแสไฟฟ้าภายในหัวใจ ที่ทำหน้าที่ควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ ส่งผลให้หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะและมีอาการใจสั่นเกิดขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปอาการใจสั่นเพียงเล็กน้อยเป็นอาการปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ อย่างไรก็ตาม อาการใจสั่นอาจเป็นสัญญาณของภาวะร้ายแรงของหัวใจจึงควรเข้าพบคุณหมอหากอาการรุนแรงขึ้น อาการ อาการ Palpitation อาการใจสั่นอาจมีอาการอื่น ๆ เกิดขึ้นร่วมด้วย ดังนี้ ใจสั่นบ่อย ๆ อาจรู้สึกคล้ายใจหาย หัวใจเต้นเร็วเกินไป หัวใจเต้นผิดจังหวะ และไม่สม่ำเสมอ บางคนอาจมีอาการหัวใจเต้นผิดปกติรุนแรงร่วมด้วย เช่น เหงื่อออกผิดปกติ หายใจถี่รุนแรง เจ็บหน้าอก วิงเวียนศีรษะ เป็นลม สาเหตุ สาเหตุของ Palpitation อาการใจสั่นโดยทั่วไปอาจไม่เป็นอันตราย และอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้ อายุที่มากขึ้น การตอบสนองทางอารมณ์รุนแรง เช่น ความเครียด ความวิตกกังวล การตื่นตระหนก ภาวะทางสุขภาพจิต เช่น ภาวะซึมเศร้า โรควิตกกังวล การทำกิจกรรม การเล่นกีฬา […]


โรคหัวใจ

10 อาการเตือนโรคหัวใจ สัญญาณที่ควรใส่ใจ

โรคหัวใจ (Heart Disease) เป็นกลุ่มโรคที่ทำให้การทำงานของหัวใจผิดปกติ โดยปกติแล้ว หัวใจเป็นอวัยวะสำคัญในการสูบฉีดเลือดที่มีออกซิเจนและสารอาหารไปยังเซลล์ทั่วร่างกาย ช่วยให้ระบบภายในร่างกายทำงานได้อย่างราบรื่น แต่หากหัวใจมีปัญหา ก็อาจทำให้ระบบอื่น ๆ ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และเกิดผลเสียต่อสุขภาพตามมาได้ การศึกษาเกี่ยวกับ 10 อาการเตือนโรคหัวใจ จึงถือเป็นเรื่องจำเป็น โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจหรือมีความเสี่ยงเกิดโรคหัวใจ เนื่องจากอาจช่วยให้ทราบถึงอาการที่ควรใส่ใจ เช่น หายใจถี่และติดขัด เจ็บแน่นหน้าอก ขาบวม หมดสติ หากพบว่ามีอาการดังกล่าว ควรไปพบคุณหมอเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยหาความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น [embed-health-tool-bmi] ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ ปัจจัยดังต่อไปนี้ อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและอาการหัวใจวายได้ ปัจจัยที่ไม่สามารถป้องกันได้ เช่น พันธุกรรม การมีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด อาจทำให้เสี่ยงเกิดโรคหัวใจได้มากกว่าคนทั่วไป อายุ ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป เสี่ยงเกิดโรคหัวใจมากกว่าคนวัยหนุ่มสาว เพศ ผู้ชายมีความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจมากกว่าผู้หญิง ปัจจัยที่สามารถป้องกันได้ อย่างพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การสูบบหุรี่ เป็นพฤติกรรมที่อันตรายต่อหัวใจและหลอดเลือด เนื่องจากอาจทำให้หลอดเลือดตีบตันและหัวใจขาดเลือด เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและการเสียชีวิตจากภาวะหัวใจวาย การรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ มีไขมันอิ่มตัว เช่น คอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ (Trigleceride) โซเดียม และน้ำตาลสูง อาจทำให้มีไขมันสะสมอยู่ในหลอดเลือดจนหลอดเลือดตีบตัน ไม่ออกกำลังกาย การออกกำลังกายน้อย มีพฤิตกรรมเนือยนิ่ง […]


ภาวะหัวใจล้มเหลว

Congestive heart failure คืออะไร มีสาเหตุ อาการ และการรักษาอย่างไร

Congestive heart failure (ภาวะหัวใจล้มเหลว) คือ ภาวะที่หัวใจอาจหยุดการทำงานลง ไม่สามารถสูบฉีดเลือดได้ตามปกติ ที่อาจส่งผลให้อวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกายหยุดทำงานและนำไปสู่การเสียชีวิตได้ หากสังเกตว่ามีอาการหายใจถี่ หัวใจเต้นผิดปกติ และหัวใจวายบ่อยครั้ง ควรเข้าพบคุณหมอเพื่อรับการรักษาอย่างรวดเร็ว ที่สามารถทำได้ทั้งรับประทานยาตามอาการหรือเข้ารับการผ่าตัดบายพาสหัวใจและหลอดเลือด [embed-health-tool-heart-rate] Congestive heart failure คืออะไร Congestive heart failure คือ คำทางการแพทย์ที่ใช้เรียกผู้ป่วยที่เป็นภาวะหัวใจล้มเหลว ที่เกิดขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อหัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดหรือสูบฉีดเลือดที่อุดมไปด้วยออกซิเจนไม่เพียงพอไปหล่อเลี้ยงหัวใจรวมถึงอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ตามปกติ หากปล่อยไว้เป็นเวลานานอาจทำให้มีการสะสมของเหลวในปอดและการทำงานของอวัยวะนั้นหยุดลงและนำไปสู่การเสียชีวิตได้ ภาวะหัวใจล้มเหลว แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ หัวใจล้มเหลวด้านซ้าย เป็นประเภทที่พบได้บ่อยที่สุด ซึ่งเกิดจากหัวใจห้องล่างซ้ายไม่สามารถบีบตัวเพื่อสูบฉีดเลือดได้หรือเกิดจากผนังหัวใจหนาและแข็งตัวทำให้ไม่อาจบีบและคลายตัวเพื่อสูบฉีดเลือดได้เต็มที่  หัวใจล้มเหลวด้านขวา เป็นประเภทที่หัวใจอ่อนแอเกินกว่าจะสูบฉีดเลือดเพื่อนำออกซิเจนไปยังปอดและส่งกลับเข้าสู่หัวใจ หลอดเลือดเพื่อไปหล่อเลี้ยงอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย สาเหตุของ Congestive heart failure  สาเหตุของภาวะหัวใจล้มเหลว อาจมีดังนี้ มีประวัติเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดหรือภาวะหัวใจวาย ผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดรวมถึงภาวะหัวใจวาย มักเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดที่ทำให้หัวใจล้มเหลว โยอาจมีปัจจัยเสี่ยงมาจากไขมันอุดตันในหลอดเลือดทำให้ขวางการไหลเวียนของเลือดจนนำไปสู่ภาวะหัวใจวายเฉียบพลันและหัวใจล้มเหลวได้ ความดันโลหิตสูง อาจส่งผลให้หัวใจทำงานหนักกว่าปกติ ส่งผลให้หัวใจเสื่อมสภาพเร็วและอ่อนแรงเกินกว่าจะสูบฉีดเลือด จึงนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลว การอักเสบของกล้ามเนื้อหัวใจ เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา เชื้อไวรัส และปรสิต […]


สุขภาพหัวใจ

อาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ สาเหตุ และวิธีการรักษา

อาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ คือ อาการที่ทำให้รู้สึกเจ็บหน้าอกและหัวใจเต้นผิดปกติ เมื่อมีการอักเสบของกล้ามเนื้อหัวใจทำให้ประสิทธิภาพการสูบฉีดเลือดลดลง ดังนั้น หากพบว่าตนเองมีอาการผิดปกติดังกล่าว ควรเข้ารับการวินิจฉัยโดยคุณหมออาจทำการตรวจเลือด ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เอกซเรย์ทรวงอก เพื่อรับการรักษาตามความรุนแรงของอาการที่เป็น  [embed-health-tool-heart-rate] อาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ มีสาเหตุมาจากอะไร อาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบอาจมีสาเหตุดังต่อไปนี้ การติดเชื้อไวรัส เช่น ไวรัสโควิด-19 ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสเริม ไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza Virus) ที่ส่งผลให้ติดเชื้อบริเวณกล้ามเนื้อหัวใจนำไปสู่กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเฉียบพลัน การติดเชื้อแบคทีเรีย ส่วนใหญ่มักเกิดจากเชื้อแบคทีเรียสแตฟฟิโลคอกคัส (Staphylococcus) รวมถึงเชื้อแบคทีเรียชนิดอื่น ๆ ที่ส่งผลให้เกิดอาการเจ็บป่วยและส่งผลให้กล้ามเนื้ออักเสบ การติดเชื้อปรสิต เช่น ทริพาโนโซมิอาซิส (Trypanosoma cruzi) ท็อกโซพลาสโมซิส (Toxoplasmosis) ส่งผลให้ติดเชื้อบริเวณกล้ามเนื้อหัวใจและก่อให้เกิดการอักเสบ การติดเชื้อรา เช่น การติดเชื้อราแคนดิดา เชื้อราแอสเปอร์จิลลัส (Aspergillus) และเชื้อราฮิสโตพลาสมา (Histoplasma)  สารเคมีและยาบางชนิด เช่น ยาต้านอาการชัก ยาเพนิซิลลิน (Penicillin) ยาซัลโฟนาไมด์ (Sulfonamide) รังสีจากการรักษาโรคมะเร็ง เคมีบำบัดรักษามะเร็ง ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ที่อาจทำให้กระทบต่อการทำงานของหัวใจ และเพิ่มความเสี่ยงให้กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ โรคระบบภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง เช่น โรคลูปัส […]


สุขภาพหัวใจ

หัวใจเต้นกี่ครั้งต่อนาที และแบบไหนที่เรียกว่าผิดปกติ

หลายคนอาจสงสัยว่า หัวใจเต้นกี่ครั้งต่อนาที เพื่อช่วยเช็กตนเองได้ว่าหัวใจเต้นปกติหรือผิดปกติหรือไม่ และทำให้ทราบถึงปัญหาสุขภาพต่าง ๆ เช่น ภาวะหัวใจล้มเหลวหรือหัวใจวาย ภาวะหัวใจเต้นช้า และภาวะหัวใจเต้นเร็ว เพื่อเสริมสุขภาพหัวใจให้แข็งแรงและหัวใจเต้นปกติ ควรศึกษาวิธีการดูแลสุขภาพหรือขอคำปรึกษาจากคุณหมอโดยตรงได้ [embed-health-tool-heart-rate] หัวใจเต้นกี่ครั้งต่อนาที ปกติแล้วหัวใจจะเต้นประมาณ 60-100 ครั้งต่อนาที โดยสามารถวัดได้จากการวัดชีพจรที่สามารถวัดได้โดยการใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางแตะบริเวณข้อมือทางนิ้วโป้งและจับเวลา 1 นาที พร้อมกับนับจำนวนการเต้นของชีพจร เพื่อดูแลสุขภาพหัวใจและควบคุมการเต้นหัวใจให้เป็นไปตามปกติ ควรหมั่นวัดการเต้นของหัวใจในขณะพักและดูแลสุขภาพหัวใจที่อาจทำได้ดังนี้ รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพหัวใจ เช่น ผักใบเขียว ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี เนื้อสัตว์ไร้ไขมัน เพราะอุดมไปด้วยวิตามินและสารอาหารต่าง ๆ เช่น วิตามินเอ วิตามินอี วิตามินซี โพแทสเซียม แมกนีเซียม ที่ช่วยควบคุมการทำงานของหัวใจให้เป็นไปตามปกติและต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันเซลล์เสื่อมสภาพจากการทำลายของอนุมูลอิสระ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีแป้ง น้ำตาล เกลือและไขมันไม่ดีสูง เช่น อาหารแปรรูป ซีอิ๊ว น้ำปลา ขนมหวาน น้ำอัดลม น้ำผลไม้ที่น้ำตาลสูง น้ำมันหมู ซอสมะเขือเทศ ซอสพริก เพราะอาจทำให้ไขมันสะสมในหลอดเลือด ขัดขวางการไหลเวียนเลือดไปหล่อเลี้ยงหัวใจ ที่ทำให้หัวใจมีการทำงานแย่ลง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน