นอร์ฟลอกซาซิน (Norfloxacin)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ข้อบ่งใช้

นอร์ฟลอกซาซิน ใช้สำหรับ

นอร์ฟลอกซาซิน (Norfloxin) เป็นยาเพื่อใช้สำหรับรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียต่างๆ เช่น โรคติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ โรคหนองใน และโรคติดเชื้อระบบทางเดินอาหาร นอร์ฟลอกซาซินจัดอยู่ในกลุ่มยาควิโนโลน (Quinolone) ไม่สามารถใช้รักษาการติดเชื้อไวรัส (เช่น โรคหวัดหรือไข้หวัดใหญ่) การใช้ยาโดยไม่จำเป็นสามารถเพิ่มโอกาสเกิดการดื้อยาได้

วิธีการใช้ นอร์ฟลอกซาซิน

  • รับประทานนอร์ฟลอกซาซินตามที่แพทย์กำหนด วันละ 2 ครั้ง ทุกๆ 12 ชั่วโมง ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อวัน
  • ห้ามรับประทานเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของนมหรือโยเกิร์ต ภายใน 2 ชั่วโมง หรือ 1 ชั่วโมง ก่อนและหลังจากรับประทานนอร์ฟลอกซาซิน
  • หากมีการรับประทานยาอื่นร่วมด้วยควรรับประทานนอร์ฟลอกซาซินก่อนหรือหลัง อย่างน้อย 2 ชั่วโมง
  • การรับประทานยาอื่นร่วมด้วยอาจทำให้นอร์ฟลอกซาซินมีประสิทธิภาพลดน้อยลง เช่น ควินาพริล (quinapril) ซูคราลเฟต (sucralfate) วิตามิน (รวมทั้งธาตุเหล็กและสังกะสี) และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแมกนีเซียม หรือแคลเซียม เช่น ยาลดกรด สารละลายไดดาโนซีน (didanosine solution) น้ำผลไม้ที่อุดมไปด้วยแคลเซียม และอื่นๆ
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานคาเฟอีนในปริมาณมาก เช่น กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง
  • เพื่อให้ได้รับผลที่ดี ควรใช้นอร์ฟลอกซาซินในช่วงระยะเวลาที่เท่าๆ กันเพื่อให้ง่ายต่อการจำ
  • ไม่ควรหยุดใช้ยาเร็วเกินไปอาจทำให้กลับมาติดเชื้ออีกครั้ง แจ้งให้แพทย์ทราบ หากอาการของคุณแย่ลงไปจากเดิม

การเก็บรักษา นอร์ฟลอกซาซิน

  • นอร์อิทินโดรนควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย
  • เก็บให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง
  • นอร์ธินโดรนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย
  • ไม่ควรทิ้งนอร์อิทินโดรนลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำเว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน

นอร์อิทินโดรนแต่ละยี่ห้ออาจมีวิธีเก็บแตกต่างกันไป อ่านคำแนะนำการเก็บรักษาบนฉลากผลิตภัณฑ์ หรือสอบถามแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเภสัชกรจัดจำหน่าย เพื่อความปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ นอร์ฟลอกซาซิน

แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว ดังนี้

  • มีประวัติการแพ้นอร์ฟลอกซาซิน หรือแพ้ยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนอื่นๆ เช่น ไซโปรฟลอกซาซิน (ciprofloxacin) เจมฟลอกซาซิน (gemifloxacin) เลโวฟลอกซาซิน (levofloxacin)
  • ปัญหาที่ข้อต่อหรือเส้นเอ็น เช่น โรคเอ็นอักเสบ (Tendinitis) โรคเบอร์ไซติส (bursitis)
  • โรคไต
  • ความผิดปกติทางจิตหรืออารมณ์ เช่น โรคซึมเศร้า
  • สภาวะของกล้ามเนื้อบางอย่าง เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (myasthenia gravis)
  • ปัญหาเกี่ยวกับเส้นประสาท เช่น ปลายประสาทอักเสบ (peripheral neuropathy)
  • อาการชัก

นอร์ฟลอกซาซิน อาจทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของน้ำตาลในเลือดขั้นรุนแรง โดยเฉพาะหากผู้ป่วยมีประวัติเป็นโรคเบาหวาน ควรทำการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ และแจ้งผลให้แพทย์ทราบ ควรเฝ้าสังเกตอาการของระดับน้ำตาลในเลือดสูง เช่น กระหายน้ำหรือปัสสาวะมากขึ้น และเฝ้าสังเกตอาการของระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ เช่น เหงื่อออกฉับพลัน สั่นเทา หัวใจเต้นเร็ว มองเห็นไม่ชัด วิงเวียน หรือมีอาการเหน็บที่มือและเท้า ควรพกยาเม็ดหรือเจลน้ำตาลกลูโคส เพื่อรักษาอาการน้ำตาลในเลือดเบื้องต้น พบแพทย์ทันทีหากมีปฏิกิริยารุนแรง

ก่อนเข้ารับการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบ เกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ (รวมถึงยาที่จำหน่ายตามใบสั่งยา ยาที่จำหน่ายโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยาและสมุนไพร)

เด็กอาจจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาเกี่ยวกับข้อต่อหรือเส้นเอ็น ขณะที่กำลังใช้นอร์ฟลอกซาซิน โปรดปรึกษาแพทย์ถึงความเสี่ยงและประโยชน์ของการใช้ยา

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

นอร์ฟลอกซาซินอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ นอร์ฟลอกซาซิน

ผลข้างเคียงที่สามารถเป็นได้ทั่วไปเมื่อใช้นอร์ฟอกซาซิน

  • มีอาการคลื่นไส้
  • ท้องร่วง
  • วิงเวียนศรีษะ ปวดหัว หรือนอนไม่หลับ

หากผลข้างเคียงเหล่านี้ทำให้คุณมีอาการแย่ลง ควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบในทันที

หยุดใช้ยาและเข้าพบแพทย์เพื่อความปลอดภัย หากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงดังต่อไปนี้

  • มีรอยช้ำหรือเลือดออกผิดปกติ
  • มีสัญญาณของปัญหาเกี่ยวกับไต เช่น ปริมาณปัสสาวะเปลี่ยนแปลง ปัสสาวะสีเข้มคล้ำ
  • มีสัญญาณของปัญหาเกี่ยวกับตับ เช่น คลื่นไส้อาเจียนไม่หยุด เบื่ออาหาร ปวดกระเพาะหรือท้อง
  • ดวงตาและผิวเป็นสีเหลือง
  • หัวใจเต้นเร็วหรือผิดปกติ
  • อุจจาระมีเลือดปนออกมา
  • ผดผื่น คันหรือบวม
  • หายใจติดขัด

ห้ามใช้ยาแก้ท้องเสีย หากคุณมีอาการเหล่านี้ เพราะอาจทำให้อาการของคุณนั้นแย่ลง

  • การติดเชื้อราในช่องปาก (oral thrush) หรือติดเชื้อยีสต์ชนิดใหม่ ควรติดต่อแพทย์ในทันทีหากคุณสังเกตเห็นรอยสีขาวภายในช่องปาก
  • มีการหลั่งสารบางอย่างออกจากช่องคลอด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาที่อาจเกิดอันตรกิริยากับยานี้ ได้แก่

  • สตรอนเชียม (strontium)

แม้ว่ายาปฏิชีวนะส่วนใหญ่ จะไม่ส่งผลกระทบกับการคุมกำเนิดโดย เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด แผ่นแปะคุมกำเนิด หรือห่วงคุมกำเนิด และยาปฏิชีวนะบางชนิด เช่น ไรแฟมพิน (rifampin) หรือไรฟาบูติน (rifabutin) แต่เมื่อใช้ร่วมกับนอร์ฟอกซาซินซึ่งทำให้เกิดปฏิกิริยาสามารถลดประสิทธิภาพลง อาจส่งผลให้เกิดการตั้งครรภ์ โปรดสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

นอร์ฟลอกซาซินอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น ควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

นอร์ฟลอกซาซินอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

นอร์ฟลอกซาซินอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์และเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาด นอร์ฟลอกซาซิน สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดนอร์ฟลอกซาซินสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการติดเชื้อที่ระบบทางเดินปัสสาวะ (Urinary Tract Infection)

เชื้อเอสเชอริเชีย โคไล (Escherichia coli) เชื้อเคลบเซลลา นิวโมเนีย (Klebsiella pneumoniae) หรือเชื้อโปรเตียสมิราบิลิส (Proteus mirabilis) : 400 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชม. เป็นเวลา 3 วัน หรือตามแพทย์กำหนด

เชื้ออื่นๆ : 400 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชม. เป็นเวลา 7 ถึง 10 วัน

มีอาการแทรกซ้อน : 400 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชม. เป็นเวลา 10 ถึง 21 วัน

ขนาดนอร์ฟลอกซาซินสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis)

เชื้อเอสเชอริเชีย โคไล (Escherichia coli) เชื้อเคลบเซลลา นิวโมเนีย (Klebsiella pneumoniae) หรือเชื้อโปรเตียสมิราบิลิส (Proteus mirabilis)

: 400 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชม. เป็นเวลา 3 วัน

เชื้ออื่น ๆ : 400 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชม. เป็นเวลา 7 ถึง 10 วัน หรือตามแพทย์กำหนด

ขนาดนอร์ฟลอกซาซินสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาต่อมลูกหมากอักเสบ (Prostatitis)

มีอาการฉับพลันหรือเรื้อรัง : 400 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชม. เป็นเวลา 28 วัน หรือตามแพทย์กำหนด

ขนาดนอร์ฟลอกซาซินสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการติดเชื้อหนองใน (Gonococcal Infection) – Uncomplicated

800 มก. รับประทานหนึ่งครั้ง

เนื่องจากอัตราการดื้อยาสูง ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อ (the Centers for Disease Control and Prevention) ของสหรัฐฯ ไม่แนะนำให้ใช้ฟลูออโรควิโนโลน (fluoroquinolones) เพื่อรักษาการติดเชื้อหนองในแต่แนะนำเป็นการใช้เซฟไตรอะโซน (Ceftriaxone) หรือยาเซฟิซิม (cefixime) ในขั้นแรกของการรักษาโรคหนองใน ควรมีการเฝ้าระวังปฏิกิริยาที่ไวต่อยาต้านจุลชีพ

ทั้งนี้ยังมีการแนะนำการรักษาด้วยด็อกซีไซคลิน (Doxycycline) เป็นเวลา 7 วัน (หากไม่ได้ตั้งครรภ์) หรือใช้อะซิโธรมัยซิน (azithromycin) หนึ่งครั้งสำหรับการติดเชื้อของหนองในเทียม (chlamydial infection) ที่อาจเกิดขึ้น

ควรมีการประเมินตรวจสอบและรักษาคู่รักของผู้ป่วยเช่นกัน

ขนาดนอร์ฟลอกซาซินสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบจากเชื้อแคมปีโลแบคเตอร์ (Campylobacter Gastroenteritis)

400 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชม. เป็นเวลา 3 วัน หรือตามแพทย์กำหนด

ผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำอาจต้องได้รับการรักษาเป็นเวลา 7 ถึง 14 วัน

ขนาดนอร์ฟลอกซาซินสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคอัณฑะอักเสบ (Epididymitis)

ไม่มีการติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์ : 400 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชม. เป็นเวลา 14 วัน หรือตามแพทย์กำหนด

ขนาดนอร์ฟลอกซาซินสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคไข้เอนเทอริคจากเชื้อซาลโมเนลลา (Salmonella Enteric Fever)

400 มก. รับประทานทุก ๆ 12 ชม. เป็นเวลา 7 ถึง 14 วัน หรือตามแพทย์กำหนด

ขนาดนอร์ฟลอกซาซินสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบจากเชื้อซาลโมเนลลา (Salmonella Gastroenteritis)

400 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชม. เป็นเวลา 5 วัน หรือตามแพทย์กำหนด

ผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำอาจต้องได้รับการรักษาเป็นเวลา 14 วัน

ขนาดนอร์ฟลอกซาซินสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคบิดจากเชื้อชิเกลลา (Shigellosis)

400 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชม. เป็นเวลา 5 วัน หรือตามแพทย์กำหนด

ผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำอาจต้องได้รับการรักษาเป็นเวลา 7 ถึง 10 วัน.

ขนาดนอร์ฟลอกซาซินสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษา Traveler’s Diarrhea

400 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชม. เป็นเวลา 3 วัน หรือตามแพทย์กำหนด

ผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำอาจต้องได้รับการรักษาเป็นเวลา 7 ถึง 14 วัน

การปรับขนาดนอร์ฟลอกซาซินสำหรับไต

ค่าครีอะตินีนเคลียรานซ์ (CrCl) 30 มล. หรือน้อยกว่า :  รับประทานวันละ 1 ครั้ง 400 มก. หรือตามแพทย์กำหนด

การปรับขนาดนอร์ฟลอกซาซินสำหรับตับ

ไม่มีการปรับขนาดที่แนะนำ

คำแนะนำอื่นๆ

  • ควรรับประทานนอร์ฟลอกซาซินอย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อน หรือ 2 ชั่วโมงหลังจากรับประทานอาหาร นม หรือมีส่วนประกอบของนมอื่นๆ ควรแนะนำผู้ป่วยให้รับประทานน้ำในปริมาณมากต่อวัน
  • ควรให้สารประกอบที่มีส่วนผสมของธาตุเหล็ก สังกะสี อะลูมิเนียม หรือแมกนีเซียม เช่น ยาลดกรด ซูคราลเฟต (sucralfate) อาหารเสริมแร่ธาตุ บัฟเฟอร์ ไดดาโนซีน (buffered didanosine) 2 ชั่วโมงก่อน หรือ 2 ชั่วโมงหลังจากให้นอร์ฟลอกซาซิน

ขนาดนอร์ฟลอกซาซินสำหรับเด็ก

ไม่มีการกำหนดขนาดยาสำหรับผู้ป่วยเด็ก เนื่องจากเป็นยาค่อนข้างอันตราย ควรทำความเข้าใจถึงความปลอดภัยของนอร์ฟลอกซาซินก่อนใช้และโปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม

รูปแบบของยา

รูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยาก่อนได้รับอนุญาตจากแพทย์

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Share now :

Review Date: ตุลาคม 10, 2018 | Last Modified: ธันวาคม 31, 2019

แหล่งที่มา
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน