นาทิไกลไนด์ (Nateglinide)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 11/05/2020 . 7 mins read
Share now

ข้อบ่งใช้ นาทิไกลไนด์

นาทิไกลไนด์ ใช้สำหรับ

นาทิไกลไนด์ (Nateglinide) ใช้เป็นยาชนิดเดียวหรือใช้ร่วมกับยาอื่นเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารที่เหมาะสมและการออกกำลังกาย ยานี้ใช้กับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2 การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงจะช่วยป้องกันไตเสียหาย ปัญหาเกี่ยวกับเส้นประสาท การสูญเสียแขนขา และปัญหาเกี่ยวกับสมรรถภาพทางเพศ

การควบคุมโรคเบาหวานได้อย่างเหมาะสมยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการหัวใจขาดเลือดฉับพลันหรือโรคหลอดเลือดสมอง ยานี้ทำงานโดยกระตุ้นให้ร่างกายผลิตสารอินซูลินมากขึ้น (insulin) เนื่องจากสารอินซูลินนี้เป็นสารตามธรรมชาติที่ช่วยให้ร่างกายใช้น้ำตาลจากอาหารได้อย่างเหมาะสม

วิธีการใช้ นาทิไกลไนด์

  • รับประทานยานี้ประมาณ 30 นาทีก่อนอาหาร โดยปกติคือวันละ 3 ครั้งหรือตามที่แพทย์กำหนด ไม่ควรรับประทานยานี้นานเกินกว่า 30 นาทีก่อนรับประทานอาหาร อย่าทานยานี้หากคุณไม่ได้รับประทานอาหารมื้อนั้น
  • หากคุณรับประทานอาหารเหลว หรือจำเป็นต้องใช้ยาในปริมาณสูงเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์ เพื่อลดความเสี่ยงและผลข้างเคียงอื่นๆ ควรรับประทานยานี้ในขนาดที่ต่ำที่สุดที่มีประสิทธิภาพ

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ

ใช้ยานี้เป็นประจำเพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาสูงสุด ควรทำตามแผนการรักษา แผนการรับประทานอาหาร และโปรแกรมการออกกำลังกายที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด

ควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำตามที่แพทย์กำหนด ติดตามผลการตรวจและแจ้งให้แพทย์ทราบ การทำแบบนี้เป็นเรื่องสำคัญเพราะจะช่วยกำหนดขนาดยาที่ถูกต้องได้

แจ้งให้แพทย์ทราบหากผลการวัดน้ำตาลในเลือดของคุณสูงเกินไปหรือต่ำเกินไป คุณอาจจำเป็นต้องเปลี่ยนแผนการรักษา

การเก็บรักษา นาทิไกลไนด์

  • ควรเก็บในอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย
  • เก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง
  • ไม่ควรทิ้งนีโอมัยซินลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน

นาทิไกลไนด์บางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน ตรวจสอบฉลากข้างบรรจุภัณฑ์หรือสอบถามแพทย์และเภสัชกรเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ นาทิไกลไนด์

  • ก่อนใช้ยานาทิไกลไนด์ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนผสมที่ไม่มีฤทธิ์ในการรักษาที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
  • ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติโรคประจำตัวทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะผู้ที่ป่วยเกี่ยวกับโรคไต โรคตับ โรคเกาต์ (gout)
  • คุณอาจมีอาการมองเห็นไม่ชัด วิงเวียน หรือง่วงซึมเนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดต่ำหรือสูงเกินไป งดการขับยานพาหนะและการใชช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมที่ต้องการความตื่นตัวส่งผลการมองเห็นที่ชัดเจนจนกว่าคุณจะมีอาการที่ดีขึ้น

ควรจำกัดปริมาณการดื่มสุราระหว่างกำลังใช้ยานี้เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้

ในช่วงของความตึงเครียด เช่น เป็นไข้ ติดเชื้อ บาดเจ็บ หรือผ่าตัด อาจทำให้ยากต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โปรดปรึกษาแพทย์หากความเครียดที่เพิ่มขึ้นนั้นอาจจำเป็นต้องเปลี่ยนแผนการรักษา ยารักษา หรือจำเป็นต้องมีการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด

ในช่วงขณะการตั้งครรภ์ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น การตั้งครรภ์อาจทำให้เกิดโรคเบาหวานหรือทำให้โรคเบาหวานที่เป็นอยู่แย่ลงได้ แพทย์อาจต้องเปลี่ยนวิธีการรักษาโรคเบาหวานขณะที่คุณกำลังตั้งครรภ์ โปรดปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชร์ของการรักษาที่แตกต่างกัน (เช่น การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และการใช้ยา รวมไปถึงยาอินซูลิน)

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ายานี้สามารถส่งผ่านน้ำนมแม่ได้หรือไม่ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

นาทิไกลไนด์จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= ค่อนข้างมีความเสี่ยง
  • X= ยาต้องห้าม
  • N= ไม่มีข้อมูลเพียงพอ

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ นาทิไกลไนด์

นาทิไกลไนด์สามารถทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (hypoglycemia) โดยเฉพาะหากคุณกำลังใช้ยาอื่นเพื่อรักษาโรคเบาหวาน การดื่มสุราอย่างหนัก รับประทานแคลอรี่จากอาหารได้ไม่เพียงพอ หรือออกกำลังกายอย่างหนักผิดปกติอาจนำไปสู่ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้

อาการที่พบได้ในภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ มีดังนี้

  • หนาวสั่น
  • ตื่นตกใจกลัว
  • วิงเวียน สั่นเทา ปวดหัว หมดสติ
  • หัวใจเต้นเร็ว อ่อนแรง
  • รู้สึกเสียวซ่าที่มือหรือเท้า
  • รู้สึกหิว

คุณควรจะพกน้ำตาลกลูโคสแบบเม็ดหรือเจลติดตัวไว้เพื่อรักษาอาการน้ำตาลในเลือดต่ำ หากคุณไม่มีน้ำตาลกลูโคสในรูปแบบที่น่าเชื่อถือ สามารถเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดอย่างรวดเร็วได้ด้วยการรับประทานแหล่งของน้ำตาลกลูโคส เช่น น้ำตาลทราย น้ำผึ้ง ลูกอม หรือดื่มน้ำผลไม้หรือน้ำอัดลมแบบปกติ โปรดสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรว่าคุณควรทำอย่างไรหากลืมรับประทานอาหาร

อาการที่พบได้ในภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (hyperglycemia) ได้แก่

  • กระหายน้ำ
  • ปัสสาวะมากขึ้น
  • สับสน ง่วงซึม
  • หน้าแดง หายใจเร็ว
  • มีกลิ่นปากเป็นกลิ่นผลไม้

หากเกิดอาการเหล่านี้โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที แพทย์อาจจำเป็นต้องปรับยาสำหรับรักษาโรคเบาหวานของคุณ

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาอื่นจำนวนมากอาจส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดและทำให้ยากต่อการควบคุม เช่น

ควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำและแจ้งผลให้แพทย์ทราบในทันทีหากมีอาการของระดับน้ำตาลในเลือดสูง แพทย์อาจจำเป็นต้องปรับขนาดยาสำหรับโรคเบาหวาน โปรแกรมการออกกำลังกาย หรืออาหารที่รับประทาน

ควรอ่านฉลากยาของยาที่หาซื้อเองทั้งหมดที่คุณใช้ เนื่องจากยาเหล่านี้อาจมีส่วนประกอบที่ส่งผลกระทบต่อระดับน้ำตาลในเลือด โปรดสอบถามเภสัชกรสำหรับวิธีการใช้ยาเหล่านี้อย่างปลอดภัย

ยาในกลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ (Beta-blocker medications) เช่น เมโทโพรลอล (metoprolol) โพรพราโนลอล (propranolol) ยาหยอดตารักษาโรคต้อหิน อย่างทิโมลอล (timolol) อาจปกปิดอาการหัวใจเต้นเร็วหรือรัวที่คุณมักจะรู้สึกเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดลดลงต่ำเกินไป อาการอื่นๆ ของระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ อย่างวิงเวียน หิว หรือเหงื่อออกนั้นไม่ได้รับผลกระทบจากยานี้

ยาอื่นสามารถส่งผลกระทบต่อผลการตรวจระดับของน้ำตาลหรือคีโตน (ketones) ในปัสสาวะ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

เนทิกลิไนด์อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่าคุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนยาโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

นาทิไกลไนด์อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

นาทิไกลไนด์อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์และเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาด นาทิไกลไนด์ สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคเบาหวานประเภทที่ 2 (Diabetes Type 2)

  • ขนาดยาเริ่มต้น : 120 มก. รับประทานวันละ 3 ครั้ง ก่อนมื้ออาหาร
  • ขนาดยาปกติ : 60 ถึง 120 มก. รับประทานวันละ 3 ครั้ง ก่อนมื้ออาหาร

คำแนะนำ

  • สำหรับผู้ป่วยที่เข้าใกล้เป้าหมายค่าน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1c) เมื่อเริ่มต้นการรักษา ควรเริ่มต้นการรักษาที่ขนาด 60 มก. รับประทานวันละ 3 ครั้ง
  • สามารถใช้เป็นการรักษาด้วยยาชนิดเดียวหรือใช้ร่วมกับเมทฟอมิน (metformin) หรือไทอาโซลิดีนไดโอน (thiazolidinedione)

การใช้งาน

  • รักษาคู่กับการเสริมเกี่ยวกับการรับประทานอาหารและการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มการควบคุมน้ำตาลในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2

การปรับขนาดยาสำหรับโรคไต

ไม่มีการปรับขนาดยาที่แนะนำ

การปรับขนาดยาสำหรับโรคตับ

  • ตับบกพร่องระดับเบา : ไม่มีการปรับขนาดยาที่แนะนำ
  • ตับบกพร่องระดับปานกลางถึงรุนแรง : ควรใช้ด้วยความระมัดระวังตามคำแนะนำแพทย์

การปรับขนาดยา

  • ผู้สูงอายุ : ไม่มีการปรับขนาดยาที่แนะนำ แต่ผู้ป่วยบางรายอาจจะมีปฏิกิริยาไวได้มากกว่าต่อการรักษา
  • อาจจำเป็นต้องมีการรักษาด้วยอินซูลิน (Insulin therapy) ชั่วคราวในช่วงเวลาที่เป็นไข้ ติดเชื้อ บาดเจ็บ หรือผ่าตัด

คำแนะนำอื่นๆ

คำแนะนำการใช้ยา:

  • รับประทาน 1 ถึง 30 นาทีก่อนมื้ออาหาร
  • ผู้ป่วยที่ข้ามมื้ออาหารควรข้ามยาสำหรับมื้ออาหารนั้นด้วย

ทั่วไป

  • ยานี้ไม่สามารถใช้เพื่อรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภทที่ 1 หรือภาวะคิโตเอซิดโดซิส (diabetic ketoacidosis) เพราะอาการเหล่านี้ควรรักษาด้วยอินซูลิน

การเฝ้าระวัง

  • ควรมีการตรวจค่าระดับน้ำตาลในเลือดขณะกำลังอดอาหาร (fasting blood glucose) และน้ำตาลสะสมในเลือด (glycosylated hemoglobin) เป็นระยะๆ เพื่อประเมินประสิทธิภาพ

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

  • ผู้ป่วยควรเข้าใจความสำคัญของการรับประทานอาหารตามแนวทางอย่างเคร่งครัดและควรออกกำลังกายเป็นประจำ ผู้ป่วยควรเข้าใจว่าการออกกำลังกายอย่างหนักและการดื่มสุราอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้
  • ผู้ป่วยความเข้าใจอาการของภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำและวิธีการจัดการ และควรมีความระมัดระวังในการขับรถหรือใช้เครื่องจักร โดยเฉพาะเมื่อยังไม่เสถียรที่สุด เช่น ขณะที่กำลังเปลี่ยนจากยาอื่นหรือในช่วงที่ใช้ยาแบบไม่ปกติ
  • ในช่วงเวลาตึงเครียด เช่น เป็นไข้ บาดเจ็บ ติดเชื้อ หรือผ่าตัด อาจต้องเปลี่ยนวิธีการจัดการโรคเบาหวานและผู้ป่วยควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์
  • อาจเกิดปฏิกิริยาของยาขึ้นและผู้ป่วยควรแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่ใช้ ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์และยาที่หาซื้อเอง
  • ผู้ป่วยควรแจ้งให้แพทย์หรือผู้ดูแลทราบหากตั้งครรภ์ มีแผนที่จะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร

ขนาด นาทิไกลไนด์ สำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดนาทิไกลไนด์สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้นจึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

รูปแบบของยามี ดังนี้

  • ยาเม็ดแบบรับประทาน

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมรับประทานนาทิไกลไนด์ควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยาก่อนได้รับอนุญาตจากแพทย์

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

อาหาร ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ที่คุณควรลอง

อาหาร ช่วยลดน้ำตาลในเลือด นั้นมีส่วนช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ให้อยู่ในระดับปกติ เช่น ไข่ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ กระเจี๊ยบเขียว

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
โภชนาการ, สุขภาพชีวิตที่ดี สิงหาคม 18, 2020 . เวลาในการอ่าน

น้ำตาลทรายขาวกับน้ำตาลทรายแดง เลือกแบบไหนถึงจะดีต่อสุขภาพ

น้ำตาลทรายขาวกับน้ำตาลทรายแดง ต่างก็ผลิตมาจากพืชชนิดเดียวกันอย่างเช่น อ้อย แต่จะมีความแตกต่างกันในเรื่องของการผลิตและคุณค่าทางสารอาหาร

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
รู้หรือไม่, สุขภาพชีวิตที่ดี กรกฎาคม 13, 2020 . เวลาในการอ่าน

คลอร์โพรพาไมด์ (Chlorpropamide)

ยา คลอร์โพรพาไมด์ (Chlorpropamide) ใช้ร่วมกับการคุมอาหารที่เหมาะสมและโปรแกรมการออกกำลังกายเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดสูงสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภทที่ 2

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
ยา ก-ฮ, ยา-สมุนไพร ก-ฮ พฤศจิกายน 27, 2019 . เวลาในการอ่าน

กลูโคเฟจ® (Glucophage®)

กลูโคเฟจ® (Glucophage®) มีตัวยาสำคัญคือ เมทฟอร์มิน นิยมใช้สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เพื่อควบคุมภาวะน้ำตาลในเลือดสูง

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
ยา ก-ฮ, ยา-สมุนไพร ก-ฮ มิถุนายน 4, 2019 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

กลุ่มยาสแตติน-ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคหลอดเลือดหัวใจ

การลดระดับไขมันในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคหลอดเลือดหัวใจ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เผยแพร่วันที่ พฤศจิกายน 11, 2020 . เวลาในการอ่าน
โรคหลอดเลือดหัวใจ-โรคแทรกซ้อน-ผู้ป่วยโรคเบาหวาน

โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery Disease, CAD): โรคแทรกซ้อนที่พบบ่อยในผู้ป่วยโรคเบาหวาน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เผยแพร่วันที่ พฤศจิกายน 11, 2020 . เวลาในการอ่าน
โรคเบาหวาน-น้ำตาลในเลือด-โรคหัวใจและหลอดเลือด

ผู้ป่วยโรคเบาหวาน หากไม่ควบคุมน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เผยแพร่วันที่ พฤศจิกายน 11, 2020 . เวลาในการอ่าน
ผู้ป่วยโรคเบาหวาน-เชื้อราในช่องคลอด-ควบคุมระดับน้ำตาล-วิธีการรักษา

ผู้ป่วยโรคเบาหวาน เสี่ยงติด เชื้อราในช่องคลอด หากไม่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดี

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์
เผยแพร่วันที่ กันยายน 15, 2020 . เวลาในการอ่าน