home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ข้าวบาร์เลย์ (Barley)

ข้อบ่งใช้|ข้อควรระวังและคำเตือน|ผลข้างเคียง|ปฏิกิริยาต่อยา|ขนาดยา
ข้าวบาร์เลย์ (Barley)

ข้าวบาร์เลย์ หรือบาร์เลย์ (Barley) คือธัญพืชชนิดหนึ่ง เมื่อสุกจะมีรสสัมผัสเหนียวนุ่ม และมีรสชาติออกมันเล็กน้อย คนนิยมรับประทานเป็นอาหาร

ข้อบ่งใช้

ข้าวบาร์เลย์ ใช้สำหรับ

ข้าวบาร์เลย์ หรือบาร์เลย์ (Barley) คือธัญพืชชนิดหนึ่ง เมื่อสุกจะมีรสสัมผัสเหนียวนุ่ม และมีรสชาติออกมันเล็กน้อย คนนิยมรับประทานเป็นอาหาร โดยเฉพาะในแถบประเทศอเมริกา นอกจากนี้บางส่วนก็อาจนำข้าวบาร์เลย์มาทำเป็นยา หรือเป็นส่วนประกอบหนึ่งในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอีกด้วย

ข้าวบาร์เลย์นั้นเชื่อกันว่ามีสรรพคุณที่สามารถในการรักษาโรคหัวใจและคอเลสเตอรอลสูง อีกทั้งยังอาจสามารถช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน หรือแม้กระทั่งโรคมะเร็งอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันยังขาดหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่จะช่วยยืนยันได้ว่า การรับประทานข้าวบาร์เลย์นั้นจะมีผลดังกล่าวหรือไม่

ข้าวบาร์เลย์นั้นนอกจากจะนำมารับประทานในรูปแบบของธัญพืชแล้ว ยังสามารถนำไปทำเป็นสารให้ความหวานจากธรรมชาติ หรืออาจนำไปหมักเพื่อผลิตเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น เบียร์ ได้อีกด้วย

การทำงานของข้าวบาร์เลย์

เนื่องจากภายในข้าวบาร์เลย์นั้นจะมีใยอาหารสูง ซึ่งใยอาหารนี้อาจสามารถช่วยลดระดับของคอเลสเตอรอลในเลือดได้ นอกจากนี้ข้าวบาร์เลย์ยังอาจสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและอินซูลิน (Insulin) ลงไป ทำให้สามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจและหลอดเลือด และโรคเบาหวาน ใยอาหารในข้าวบาร์เลย์ยังต้องใช้เวลาในการย่อยนาน ทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลในระดับที่คงที่ ไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูง อีกทั้งยังทำให้เราอิ่มได้นานขึ้นอีกด้วย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ ข้าวบาร์เลย์

ปรึกษาแพทย์หรึอเภสัชกร หาก

  • คุณอยู่ในช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เนื่องจากในขณะที่คุณกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร คุณควรจะได้รับยาตามคำสั่งแพทย์เท่านั้น
  • คุณได้รับยาชนิดอื่นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง สมุนไพร เป็นต้น
  • คุณมีอาการแพ้สารจากข้าวบาร์เลย์หรือแพ้ยาชนิดอื่น หรือแพ้สมุนไพรชนิดอื่น
  • คุณมีอาการเจ็บป่วย มีอาการผิดปกติ หรือภาวะทางการแพทย์อื่นๆ
  • คุณมีอาการแพ้ต่าง ๆ เช่น แพ้อาหาร สีผสมอาหาร สารกันบูด เนื้อสัตว์

กฎระเบียบสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้นมีความเข้มงวดน้อยกว่ายารักษาโรค คุณจึงควรศึกษาข้อมูลให้มากเพื่อความปลอดภัยในการใช้ และการบริโภคอาหารเสริมข้าวบาร์เลย์ควรมีคุณประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ข้อควรระวังเป็นพิเศษ

การตั้งครรภ์และการให้นมบุตร การรับประทานข้าวบาร์เลย์นั้นอาจจะปลอดภัยหากรับประทานในปริมาณที่สามารถพบได้ในอาหาร แต่การรับประทานต้นอ่อนข้าวบาร์เลย์อาจจะไม่ปลอดภัยสำหรับหญิงตั้งครรภ์ เพื่อความปลอดภัยควรหลีกเลี่ยงการรับประทาน

ผู้ป่วยโรคเซลิแอค (Celiac Disease) และผู้ที่แพ้กลูเตน (Gluten) การรับประทานข้าวบาร์เลย์อาจทำให้อาการของโรครุนแรงได้ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทาน

ผู้ที่มีอาการแพ้ต่อธัญพืช การรับประทานข้าวบาร์เลย์อาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการแพ้ต่อข้าว ข้าวโอ๊ต ข้าวโพด หรือข้าวไรย์ (Rye) ก็อาจจะแพ้ต่อข้าวบาร์เลย์ด้วยเช่นกัน

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ข้าวบาร์เลย์

ข้าวบาร์เลย์นั้นอาจจะปลอดภัย หากรับประทานในปริมาณเท่าที่สามารถพบได้ในอาหาร แต่การรับประทานข้าวบาร์เลย์ก็อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงดังต่อไปนี้

อย่างไรก็ตาม ผลข้างเคียงที่กล่าวมาข้างต้น อาจไม่ได้เกิดกับทุกคน หรือบางคนอาจมีผลข้างเคียงอื่นนอกเหนือจากนี้ หากคุณมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาต่อยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ข้าวบาร์เลย์อาจทำปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ และอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงรุนแรง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรด้วยว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง สมุนไพร

โดยเฉพาะหากคุณกำลังใช้ยาดังต่อไปนี้

  • ยารักษาโรคเบาหวาน เนื่องจากข้าวบาร์เลย์นั้นอาจสามารถลดการดูดซึมของน้ำตาลจากอาหาร ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงได้ การรับประทานยารักษาโรคเบาหวานร่วมกับข้าวบาร์เลย์ อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำเกินไป และเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานข้าวบาร์เลย์ร่วมกับยารักษาโรคเบาหวาน
  • ยาสำหรับรับประทานอื่น ๆ เนื่องจากการรับประทานข้าวบาร์เลย์นั้นอาจลดการดูดซึมตัวยาอื่น ๆ และทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลงได้ ควรรออย่างน้อย 1 ชั่วโมง หลังจากรับประทานข้าวบาร์เลย์ แล้วจึงค่อยรับประทานยา

เพื่อความปลอดภัย คุณไม่ควรเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาเองโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาข้าวบาร์เลย์

ขนาดยาดังต่อไปนี้ ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้ว

สำหรับผู้ใหญ่

  • โรคหัวใจ รับประทานผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของข้าวบาร์เลย์ขนาด 6 กรัม ต่อวัน ร่วมกับการรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ และมีคอเลสเตอรอลต่ำ
  • ภาวะคอเลสเตอรอลในเลือดสูง รับประทานน้ำมันสกัดจากข้าวบาร์เลย์ 3 กรัม หรือแป้งข้าวบาร์เลย์ 30 กรัม หรืออาหารเสริมที่มีส่วนผสมของข้าวบาร์เลย์ 6 กรัม ต่อวัน

ปริมาณในการใช้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับอายุ สุขภาพและปัจจัยอื่น ๆ การใช้ข้าวบาร์เลย์ในรูปแบบอาหารเสริมอาจไม่ได้มีความปลอดภัยเสมอ จึงควรปรึกษาเรื่องปริมาณที่เหมาะสม และวิธีการใช้งานอย่างปลอดภัยจากแพทย์หรือเภสัชกรเสมอ

รูปแบบของข้าวบาร์เลย์

  • ธัญพืชข้าวบาร์เลย์สำหรับรับประทาน
  • อาหารเสริมที่มีส่วนผสมของข้าวบาร์เลย์
  • น้ำมันสกัดจากข้าวบาร์เลย์

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา
รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย พลอย วงษ์วิไล
แก้ไขล่าสุด 28/12/2020
x