home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

น้ำกุหลาบ (Rose water) ประโยชน์ดีๆ ที่มีมากกว่ากลิ่นหอม

น้ำกุหลาบ (Rose water) ประโยชน์ดีๆ ที่มีมากกว่ากลิ่นหอม

สาวๆ หลายคนอาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับการใช้ น้ำกุหลาบ ในผลิตภัณฑ์เสริมความงามต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการนำมาใช้เป็นโทนเนอร์หรือมอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิว ทั้งยังมีการนำมาใช้ประกอบการทำขนมต่างๆ แต่น้ำกุหลาบแสนหอมที่ดูหายากและมีราคาแพงเหล่านี้จะมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร หาคำตอบได้จากบทความนี้

น้ำกุหลาบ คืออะไร

น้ำกุหลาบ คือน้ำที่มีกลิ่นหอมของดอกกุหลาบที่ได้จากกลั่นกลีบกุหลาบด้วยไอน้ำ จนทำให้ได้น้ำกุหลาบที่มีกลิ่นหอมของกุหลาบอ่อนๆ และมีสีออกชมพูอ่อนๆ เล็กน้อย

วิธีการในกลั่นน้ำกุหลาบอาจทำได้ดังต่อไปนี้

  • น้ำกุหลาบที่ได้จากการต้มกลีบกุหลาบสดในน้ำร้อนด้วยอุณหภูมิต่ำเป็นเวลานานประมาณ 20 นาที แล้วกรองออกเป็นน้ำกุหลาบ
  • น้ำกุหลาบที่ได้จากการแช่กลีบกุหลาบแห้งในน้ำกลั่นร้อน เป็นเวลา 10-15 นาที แล้วกรองกลีบกุหลาบออก
  • น้ำกุหลาบที่ได้จากการหยดน้ำมันหอมระเหยกุหลาบลงในน้ำกลั่นประมาณ 12 หยด

เราได้มีการใช้น้ำกุหลาบมานานนับพันปี ตั้งแต่ในสมัยยุคกลาง โดยเริ่มใช้กันที่เขตตะวันออกกลาง เช่น อิหร่าน ก่อนจะได้รับความนิยมและใช้กันอย่างแพร่หลายในเวลาต่อมา น้ำกุหลาบนั้นสามารถนำมาใช้เพื่อประโยชน์ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการประกอบอาหาร ทำขนม ใช้แทนน้ำหอมตามธรรมชาติที่ไม่ต้องผสมสารเคมี หรือแม้แต่กระทั่งนำมาทำเป็นยา

น้ำกุหลาบมีประโยชน์อย่างไร

ผิว

น้ำกุหลาบนั้นสามารถนำมาทาผิวเพื่อประโยชน์ทั้งทางด้านการบำรุงผิว เพื่อความสวยความงาม และทางด้านการใช้เป็นยา ภายในน้ำกุหลาบนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์ผิวไม่ให้ถูกทำลายจากแสงแดด สารเคมี และฝุ่นควันภายนอก ทั้งยังช่วยยับยั้งเอนไซม์ Elastase และ Collagenase ซึ่งเป็นอันตรายต่อผิว ทำให้ผิวดูเรียบเนียน ลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร ช่วยรักษาความสมดุลของค่า pH ของผิว ควบคุมความมันส่วนเกิน และช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นของผิว ทำให้ผิวดูเปร่งปรั่งมีน้ำมีนวล กลิ่นหอมของกุหลาบยังสามารถใช้เป็นน้ำหอมแบบธรรมชาติ ช่วยให้มีกลิ่นหอมของดอกกุกลาบติดผิวอยู่ตลอดเวลา

ทางด้านสรรพคุณทางยาของน้ำกุหลาบนั้น คือสรรพคุณการต้านการอักเสบ ที่ช่วยลดการเกิดอาการระคายเคืองต่อผิว ลดผื่น ลดสิว และโรคผิวหนังต่างๆ เช่น ผิวหนังอักเสบ (Eczema) และโรคโรซาเชีย (Rosacea) นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย ช่วยป้องกันเชื้อโรค และทำให้แผลหายไวขึ้นอีกด้วย

ระบบทางเดินหายใจ

คุณสมบัติในการต้านอาการอักเสบของน้ำกุหลาบจะช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอและอาการไอได้ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่า น้ำกุหลาบนั้นสามารถคลายกล้ามเนื้อในบริเวณลำคอ ทำให้หายใจได้สะดวกมากขึ้นอีกด้วย

สมอง

กลิ่นหอมของกุหลาบสามารถช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายและมีอารมณ์ดีขึ้น ช่วยบรรเทาอาการวิตกกังวล ทำให้เรารู้สึกเป็นสุข งานวิจัยพบว่าน้ำกุหลาบนั้นมีคุณสมบัติในการต้านโรคซึมเศร้าและโรควิตกกังวล นอกจากนี้น้ำกุหลาบยังสามารถช่วยให้เรานอนหลับได้ดีขึ้น ทั้งยังมีฤทธิ์กล่อมประสาทเช่นเดียวกันกับยากล่อมประสาท ที่ใช้รักษาอาการของสภาวะทางจิต เช่น อาการซึมเศร้า อาการเครียด และอาการโศกเศร้าต่างๆ อีกด้วย

ในทางการแพทย์ น้ำกุหลาบนั้นมีการนำไปใช้รักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับสมอง เช่น โรคสมองเสื่อม และ โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease) เนื่องจากในน้ำกุหลาบนั้นสามารถยับยั้งการสร้างสารแอมีลอยด์ (Amyloid) ที่สามารถส่งผลกระทบต่อการทำงานของสมอง ทำลายเซลล์ และส่งผลกระทบต่อความจำได้

บาดแผลและการติดเชื้อ

น้ำกุหลาบนั้นมีสรรพคุณในการต้านแบคทีเรียและฆ่าเชื้อโรค ทั้งยังช่วยกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันสร้างสารฮิสตามีน (Histamines) ดังนั้นจึงทำให้แผลสะอาด แผลหายไวขึ้น ทั้งยังช่วยป้องกันและรักษาการติดเชื้อได้ การบำบัดทางธรรมชาติหลายประเภทจึงมักจะเลือกใช้น้ำกุหลาบในการรักษาบาดแผล

ปวดหัว

การสูดดมกลิ่นของน้ำกุหลาบนั้นนอกจากจะช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น ช่วยลดความเครียดแล้ว ยังสามารถนำมาใช้ในกระบวนการบำบัดด้วยกลิ่นเพื่อบรรเทาอาการปวดหัวและไมเกรนได้อีกด้วย

ระบบย่อยอาหาร

มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าการบริโภคน้ำกุหลาบ มีประสิทธิภาพในการเพิ่มการทำงานของระบบย่อยอาหาร ทำให้น้ำดีไหลเวียนได้ดีขึ้น ลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และอาการท้องไส้ปั่นป่วน นอกจากนี้ น้ำกุหลาบยังสามารถใช้เป็นยาระบายอ่อนๆ เพื่อป้องกันอาการท้องผูกได้อีกด้วย

วิธีการนำน้ำกุหลาบมาใช้

ฉีดพ่นเป็นสเปรย์ ใช้น้ำกุหลาบแทนเซ็ตติ้ง สเปรย์ ฉีดพ่นลงบนใบหน้าโดยตรงหลังจากการแต่งหน้า เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นของใบหน้า และทำให้หน้าดูสดใสมากยิ่งขึ้น

ใช้ทำความสะอาดหน้า ใช้สำลีจุ่มในน้ำกุหลาบแล้วนำมาเช็ดหน้าทำความสะอาด เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกที่ค้างอยู่บนใบหน้า ทำให้ผิวสะอาดหมดจด ช่วยกระชับรูขุมขน และป้องกันการเกิดสิว

หมักผม ผสมน้ำกุหลาบลงใสนครีมนวดผมหรือทรีทเมนต์ แล้วนำมาหมักผม เพื่อบำรุงผมให้สวย ไม่ฟูยุ่งเหยิง

เช็ดแผล ใช้น้ำกุหลาบเช็ดทำความสะอาดบริเวณรอบแผล เพื่อฆ่าเชื้อโรค และป้องกันแบคทีเรีย

ผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการใช้น้ำกุหลาบ

ตามปกติแล้ว การใช้น้ำกุหลาบนั้นค่อนข้างจะมีความปลอดภัยสูง และแทบจะไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงใดๆ แต่ในบางกรณี การใช้น้ำกุหลาบอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น

  • อาการแสบร้อน
  • ผิวไหม้
  • เกิดรอยแดง
  • ระคายเคือง

ผู้ที่มีอาการเหล่านี้ ควรหยุดใช้น้ำกุหลาบ และติดต่อแพทย์ในทันที นอกจากนี้ ก่อนการใช้น้ำกุหลาบเป็นครั้งแรก ก็ควรทำการทดสอบอาการแพ้ก่อน โดยทาน้ำกุหลาบลงบนผิวในปริมาณเล็กน้อย แล้วทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง เพื่อดูว่าร่างกายเกิดปฏิกิริยาอะไรหรือไม่

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

What you should know about rose water https://www.medicalnewstoday.com/articles/320216.php#what-forms-and-types-are-there. Accessed 5 Febury 2020
10 Rose Water Benefits: From Antioxidants To Anti-Aging https://food.ndtv.com/beauty/10-benefits-of-rose-water-you-need-to-know-1239785. Accessed 5 Febury 2020
Rose Water: Benefits and Uses https://www.healthline.com/health/rose-water-benefits. Accessed 5 Febury 2020

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย พลอย วงษ์วิไล แก้ไขล่าสุด 07/05/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x