home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ลูกยอ (Noni)

ลูกยอ (Noni)
สรรพคุณของลูกยอ|กลไกการออกฤทธิ์|ข้อควรระวังและคำเตือนการใช้|ลูกยอปลอดภัยหรือไม่|ข้อควรระวังและคำเตือนการใช้โดยเฉพาะ|ผลข้างเคียง|ปฏิกิริยาระหว่างกันของยา|ขนาดยา|ขนาดการใช้ต้นยอปกติอยู่ที่เท่าไร|ต้นยอมีจำหน่ายในรูปแบบใด

สรรพคุณของลูกยอ

ต้นยอ (Noni) คือต้นไม้ในป่าดิบชื้นขนาดเล็กในหมู่เกาะแปซิฟิก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย และอินเดีย มักเติบโตในแถบลาวาหลาก

ในอดีต ต้นยอถูกนำมาใช้เป็นสีแดงและสีเหลืองเพื่อย้อมผ้า และยังใช้เป็นยาเพื่อรักษาบริเวณผิวหนัง

ปัจจุบัน ผล ใบ ดอก เปลือก และรากของลูกยอ ได้นำมาใช้เป็นยาเพื่อรักษาอาการป่วยที่ใช้เวลานาน อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของลูกยอสำหรับการใช้เป็นยาก็ยังไม่มีข้อพิสูจน์

ผู้คนรับประทานลูกยอเพื่อบรรเทาอาการจุกเสียด อาการชัก ไอ เบาหวาน เจ็บปวดขณะปัสสาวะ กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต แก้ไข้ โรคตับ ท้องผูก ตกขาวระหว่างการตั้งครรภ์ ไข้มาเลเรียและคลื่นไส้อาเจียน

นอกจากนี้ลูกยอยังใช้รักษาอาการ โรคฝีดาษ ม้ามโต อาการบวม โรคหืด โรคปวดข้อกระดูกและปัญหาข้อต่อต่างๆ โรคมะเร็ง ต้อกระจก อาการไข้ อาการวิตกกังวล ปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารและโรคแผลในกระเพาะอาหาร

สรรพคุณอื่นๆ ของลูกยอ เช่น ลดภาวะความดันโลหิตสูง การติดเชื้อ ความผิดปกติของไต โรคปวดศีรษะไมเกรน อาการก่อนมีประจำเดือน โรคหลอดเลือดหัวใจ อาการเจ็บปวดและการรับงับประสาท

น้ำลูกยอ ใช้รักษาอาการ โรคข้ออักเสบ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อาการก่อนมีประจำเดือน ปวดศีรษะ โรคหัวใจ เอดส์ โรคมะเร็ง แผลในกระเพาะอาหาร เคล็ดขัดยอก อาการวิตกกังวล โรคชราภาพ ปัญหาการไหลเวียนโลหิต โรคหลอดเลือดแดงแข็งและอาการติดยาเสพติด

ใบยอสามารถรักษาอาการโรคข้อรูมาตอยด์และอาการปวดบวมข้อต่อ ปวดท้อง อาการบวมจากการติดเชื้อปรสิตที่เรียกว่า โรคเท้าช้าง

เปลือกต้นยอ นำมาใช้เพื่อเตรียมการคลอดบุตร

บางครั้ง ลูกยอถูกนำมาใช้ทาบริเวณผิวหนังเพื่อความชุ่มชื้นและฟื้นฟูริ้วรอย ใบยอนำมารักษาอาการปวดข้อโดยการพันไว้รอบๆ บริเวณที่มีอาการ เช่นเดียวกับการรักษาอาการปวดศีรษะ ให้นำใบยอมาพันไว้บริเวณรอบหน้าผาก การรักษาผิวหนังไหม้หรือบาดแผลต่างๆ ให้นำใบยอมาปิดไว้บริเวณที่มีแผล เมื่อนำใบยอและผลยอมาผสมรวมกันสามารถใช้รักษาอาการติดเชื้อ (ฝี) ได้ ส่วนรากสามารถรักษาบาดแผลที่เกิดจากปลากระเบน

ผล ราก เมล็ด และเปลือกของต้นยอสามารถรับประทานได้

กลไกการออกฤทธิ์

เนื่องจากยังมีการศึกษาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ไม่มากพอ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมุนไพรหรือแพทย์ อย่างไรก็ดี อย่างที่ทราบกันว่า ลูกยอประกอบไปด้วยสารหลายชนิด เช่น โพแทสเซียม ซึ่งช่วยในการฟื้นฟูเซลล์ในร่างกาย กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

ข้อควรระวังและคำเตือนการใช้

สิ่งที่ควรรู้ก่อนใช้ ลูกยอ

ควรปรึกษาหรือพบกับแพทย์ เภสัชกรหรือผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมุนไพร ถ้าอยู่ในอาการหรือลักษณะดังต่อไปนี้

  • หญิงมีครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร เนื่องจากในระหว่างการมีครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตรจึงควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น
  • อยู่ในระหว่างรับประทานยาชนิดอื่น รวมไปถึงยาที่สามารถซื้อได้โดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยา
  • หากเคยมีประวัติแพ้ยาชนิดใดชนิดหนึ่งของลูกยอ หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอื่นๆ
  • หากมีอาการเจ็บป่วย ความผิดปกติ หรือสภาพทางการแพทย์อื่นๆ
  • หากเคยมีประวัติการแพ้ต่างๆ แพ้อาหาร แพ้สีผสมอาหาร แพ้สารกันบูด หรือแพ้เนื้อสัตว์

ข้อกำหนดสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลูกยอนั้นมีความเข้มงวดน้อยกว่าข้อกำหนดยาอื่น ๆ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัย การใช้ผลิตภัณฑ์นี้ต้องมีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมต้นยอ

ลูกยอปลอดภัยหรือไม่

ลูกยอ ปลอดภัยสำหรับการรับประทานเมื่อปรุงเป็นอาหารแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อข้อมูลไม่เพียงพอเกี่ยวกับความปลอดภัยของลูกยอ

ข้อควรระวังและคำเตือนการใช้โดยเฉพาะ

ช่วงตั้งครรภ์หรือช่วงให้นมบุตร: ห้ามรับประทานลูกยอขณะตั้งครรภ์ เนื่องจากในอดีตมีการใช้ลูกยอเพื่อการทำแท้ง จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้เพื่อความปลอดภัย

โรคไต: ลูกยอมีปริมาณโพแทสเซียมมาก ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหากับผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับโรคไต มีรายงานเกี่ยวกับผู้ป่วยมีระดับโพแทสเซียมในเลือดสูงขึ้นเมื่อดื่มน้ำลูกยอ จึงควรงดรับประทานถ้ามีอาการดังกล่าว

ภาวะโพแทสเซียมสูง: การดื่มน้ำลูกยออาจทำให้ปริมาณโพแทสเซียมในร่างกายสูงขึ้นมากเกินไป

โรคตับ: ลูกยออาจก่อให้เกิดปัญหากับผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับโรคตับ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานลูกยอหากมีอาการดังกล่าว

ผลข้างเคียง

ชาลูกยอหรือน้ำลูกยอ อาจส่งผลกระทบกับโรคตับในบางคน มีรายงานเกี่ยวกับผู้ที่มีอาการปัญหาเกี่ยวกับตับเมื่อดื่มชาลูกยอหรือน้ำลูกยอติดต่อกันหลายสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีเป็นที่แน่ชัดว่าเป็นสาเหตุมาจากลูกยอ

ในบางราย อาจได้รับผลข้างเคียงบางอย่างที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับผลข้างเคียงใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรก่อนใช้ลูกยอ

ปฏิกิริยาระหว่างกันของยา

ต้นยออาจมีปฏิกิริยาระหว่างยาหรือพยาธิสภาพปัจจุบัน ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ยาที่อาจมี

ผลิตภัณฑ์ที่อาจมีปฏิกิริยาระหว่างกับลูกยอ ได้แก่

  • ยารักษาภาวะความดันโลหิตสูง (ยาลดความดันโลหิต)

ยาบางชนิดสำหรับรักษาภาวะความดันโลหิตสูง อาจมีประสิทธิภาพในการเพิ่มระดับโพแทสเซียมในร่างกาย เมื่อรับประทานน้ำลูกยอในขณะใช้ยารักษาภาวะความดันโลหิตสูง อาจทำให้ระดับโพแทสเซียมในร่างกายสูงเกินไป

ยารักษาภาวะความดันโลหิตสูง เช่น แคปโตรพริล อีนาลาพริล ลิซินโนพริล รามิพริล และอื่นๆ

  • ยารักษาภาวะความดันโลหิตสูง (ตัวบล็อกตัวรับแอนจีโอเทนซิน)

ยาบางชนิดสำหรับรักษาภาวะความดันโลหิตสูง อาจมีประสิทธิภาพในการเพิ่มระดับโพแทสเซียมในร่างกาย เมื่อรับประทานน้ำลูกยอในขณะใช้ยารักษาภาวะความดันโลหิตสูง อาจทำให้ระดับโพแทสเซียมในร่างกายสูงเกินไป

ยารักษาภาวะความดันโลหิตสูง เช่น ลอซาร์แทน วัลซาร์แทน เออบีซาร์แทน แคนดีซาร์แทน เทลมิซาร์แทน อีโพรซาร์แทน และอื่นๆ

  • ยาที่เป็นอันตรายต่อตับ

ลูกยออาจเป็นอันตรายต่อตับ เมื่อรับประทานร่วมกับยาที่เป็นอันตรายต่อตับเช่นกัน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคตับ จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกัน

ยาที่เป็นอันตรายต่อตับ เช่น อะเซตามิโนเฟน อะมิโอดาโรน คาบามาเซฟีน ไอโซไนอาซิด เมโธเทรกเซท เมทริลโดปา ฟลูโคนาโซล ไอทราคอนนาโซล อิทริโรมันซิน เฟนิโทอิน โลวาสแตติน ปราวาสแตติน ซิมวาสแตติน และอื่นๆ

  • วาร์ฟาริน (คูมาดิน)

ยาวาร์ฟาริน (คูมาดิน) มีประสิทธิภาพทำให้เลือดแข็งตัวช้าลง การรับประทานน้ำลูกยออาจทำให้ประสิทธิภาพของยาวาร์ฟารินลดลงและเพิ่มโอกาสการแข็งตัวของเลือด

  • ยาขับน้ำ (ยาโปแตสเซียม-สแปริ่ง ไดยูเรติก)

ลูกยอมีส่วนประกอบของโพแทสเซียมในปริมาณมาก ยาขับน้ำบางชนิดอาจเพิ่มปริมาณโพแทสเซียมในร่างกาย เมื่อใช้ร่วมกันอาจทำให้ปริมาณโพแทสเซียมในร่างกายมีมากเกินไป

ยาขับน้ำบางชนิดที่อาจเพิ่มปริมาณโพแทสเซียมในร่างกาย เช่น อะมิโลไรด์ สะไพโนโลแลกโทน และไตรแอมเทอรีน

ขนาดยา

ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำจากแพทย์โดยตรง ปรึกษาแพทย์ประจำตัวหรือแพทย์ก่อนใช้

ขนาดการใช้ต้นยอปกติอยู่ที่เท่าไร

ขนาดปกติของการใช้ลูกยออาจแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับอายุ สุขภาพและการใช้ยาอื่น ๆ อาหารเสริมสมุนไพรไม่ปลอดภัยเสมอไป ควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญด้านสมุนไพรหรือแพทย์เพื่อทราบขนาดยาที่เหมาะสม

ต้นยอมีจำหน่ายในรูปแบบใด

ต้นยออาจมีจำหน่ายในรูปแบบต่อไปนี้:

  • น้ำลูกยอ
  • แคปซูล
  • ผง
  • ชา

Hello Health Groupไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Noni http://www.webmd.com/vitamins-supplements/ingredientmono-758-noni.aspx?activeingredientid=758 Accessed July 13, 2017

Noni https://www.drugs.com/npc/noni.html Accessed July 13, 2017

What Is Noni Juice? Everything You Need to Know. https://www.healthline.com/nutrition/noni-juice. Accessed Febuary 3, 2019

รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย Ploylada Prommate
แก้ไขล่าสุด 04/12/2017
x