home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ชอบกอด จูบ ลูบ คลำ โหยหาการสัมผัส (touch starved) แบบนี้ผิดปกติหรือเปล่านะ

ชอบกอด จูบ ลูบ คลำ โหยหาการสัมผัส (touch starved) แบบนี้ผิดปกติหรือเปล่านะ

คุณเคยรู้สึกเหงา เปล่าเปลี่ยว และต้องการการสัมผัสจากใครสักคนบ้างหรือเปล่า รู้สึกอยากจะกอด อยากจะจูบ และใกล้ชิดกับใครสักคนบ้างหรือไม่ ความรู้สึกในการ โหยหาการสัมผัส เหล่านี้ เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้กับมนุษย์ทุกคน แต่อาการเหล่านี้มีลักษณะอย่างไร ทำไมเราจึงเกิดอาการนี้ หาคำตอบได้จากบทความนี้

ทำไมเราจึง โหยหาการสัมผัส

มนุษย์ทุกคนล้วนแล้วแต่ก็ต้องการการสัมผัส ตั้งแต่แรกเกิดตลอดไปจนถึงช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต การโหยหาการสัมผัส (touch starved) จะเกิดขึ้นเมื่อบุคคลคนหนึ่ง ขาดแคลนประสบการณ์ในการสัมผัสกับร่างกายของสิ่งมีชีวิตอื่น หรือก็คือไม่ได้รับการกอด การจับ หรือการใกล้ชิดต่อบุคคลอื่น เป็นระยะเวลานานจนเกินไป

การโหยหาการสัมผัส จะเกิดขึ้นเมื่อร่างกายของเราได้รับการสัมผัสไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทำให้เราเกิดความรู้สึกโหยหา และต้องการการสัมผัสจากผู้อื่น ความรู้สึกโหยหาการสัมผัสเหล่านี้คล้ายคลึงกับความรู้สึกเวลาที่เราหิว เราไม่ได้หิวเพราะเราอยากกินอาหาร แต่เรา “จำเป็น” ต้องกินอาหาร การสัมผัสก็เช่นกัน

การสัมผัสทางกายแบบเนื้อแนบเนื้อนั้นไม่เพียงแต่จะมีความสำคัญต่อสุขภาพจิตและอารมณ์เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพทางกายอีกด้วย เมื่อเรารู้สึกเครียด กดดัน หรือโศกเศร้า ร่างกายจะปล่อยฮอร์โมนความเครียดที่เรียกว่า คอร์ติซอล (Cortisol) ออกมาเพื่อจัดการกับความเครียด หากอาการเครียดนี้เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวก็อาจจะไม่มีปัญหาอะไร แต่หากเรามีความเครียดสะสมเรื้อรังเป็นเวลานาน ฮอร์โมนคอร์ติซอลที่ถูกหลั่งออกมานี้ก็อาจจะกลายเป็นตัวปัญหา ในการเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด เพิ่มความดันโลหิต และอาจทำให้เราเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานหรือความดันโลหิตสูงไปแทน

การสัมผัสนั้นเป็นหนึ่งในวิธีการที่ดีที่สุดที่จะช่วยลดความเครียด ความกังวล และความกดดันของเราได้ นอกจากนี้ การสัมผัส เช่น การกอด ยังมีผลในการช่วยให้ร่างกายเกิดความสงบ และช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจ ส่งผลในการช่วยลดความดันโลหิต

การสัมผัสนั้นเป็นสิ่งสำคัญในการสานสร้างความสัมพันธ์ ช่วยให้เรามีความสัมพันธ์ที่แน้นแฟ้น ทั้งยังช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคซึมเศร้าและปัญหาทางสุขภาพจิตอื่นๆ เนื่องจากการสัมผัสจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายปล่อยสารออกซิโทซิน (Oxytocin) สารเซโรโทนิน (Serotonin) และสารโดพามีน (Dopamine) ซึ่งสารเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ก็ส่งผลกระทบต่ออารมณ์และความรู้สึกทั้งสิ้น

ผู้ที่ขาดแคลนการสัมผัสมักจะมีความสุขน้อยกว่า รู้สึกเหงามากกว่า และมีความเสี่ยงสูงกว่าที่จะเกิดภาวะซึมเศร้า ความเครียด และมีสุขภาพที่แย่กว่าทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต โดยเฉพาะปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางอารมณ์ อย่าง โรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า จนสุดท้ายก็อาจทำให้กลายเป็นภาวะด้านชาต่อความรู้สึก (Alexithymia) ที่ไม่สามารถทำความเข้าใจกับอารมณ์หรือแสดงออกทางอารมณ์ได้ในที่สุด

สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณกำลังโหยหาการสัมผัส

พฤติกรรมก้าวร้าว

มีงานวิจัยที่พบว่า ผู้ที่ขาดแคลนการสัมผัสจากผู้อื่น มีแนวโน้มที่จะมีการแสดงออกทางพฤติกรรมที่ก้าวร้าวทั้งทางวาจาและทางร่างกายมากกว่าผู้ที่สัมผัสผู้อื่นเป็นประจำ งานวิจัยนั้นยังพบอีกว่า เมื่อผู้ที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวและรุนแรง ได้รับการบำบัดโดยการนวด จะทำให้คนเหล่านี้มีระดับของการเห็นอกเห็นใจผู้อื่นเพิ่มมากขึ้น และลดพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงลงได้อย่างมาก

มีความเครียดสูง

เมื่อตัวรับสัญญาณการสัมผัสที่อยู่ใต้ผิวหนังของเราได้รับการกระตุ้น ก็จะช่วยลดระดับของฮอร์โมนคอร์ติซอลและความดันโลหิตได้ จึงช่วยลงผลให้ลดความเครียดได้ หนึ่งในทางเลือกของการบำบัดลดความเครียดสำหรับผู้ป่วยก็มีการบำบัดด้วยการกอดเช่นกัน ผู้ที่โหยหาการสัมผัสจึงมักจะมีปัญหาความเครียดสะสม เนื่องจากไม่สามารถลดความเครียดจากการสัมผัสตัวกับผู้อื่นได้

ขี้เหงา

การโหยหาการสัมผัสนั้นเกิดจากการที่เราไม่ได้สัมผัสตัวกับผู้อื่นเป็นเวลานาน ดังนั้นจึงมีแนวโน้มสูงที่ผู้ที่โหยหาการสัมผัสนั้นมักจะขาดแคลนความรัก ความเอาใจใส่ และดูแลจากผู้อื่น หรืออาจจะเป็นคนที่แปลกแยกจากสังคม ดังนั้นตนเหล่านี้จึงมักจะรู้สึกเหงาอยู่เสมอ

มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิต

ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิตต่าง ๆ เช่น โรคซึมเศร้า วิตกกังวล หรือปลีกตัวออกจากสังคม อาจจะเป็นสัญญาณของอาการโหยหาการสัมผัสได้ นอกจากนี้ผู้ที่มีอาการโหยหาการสัมผัสก็มักจะมีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะด้านชาต่อความรู้สึก ซึ่งเป็นความผิดปกติทางจิตชนิดหนึ่งอีกด้วย ในขณะเดียวกับ ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิตเหล่านี้มักจะมีอาการของโรคลดลง หากได้รับการบำบัดด้วยการสัมผัส เช่น การกอด

มีความสัมพันธ์ที่ไม่ดี

บ่อยครั้งที่ผู้ที่โหยหาการสัมผัสนั้นอาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์มาก่อน พวกเขาอาจจะรู้สึกหวาดกลัวการผูกมัดกับใครสักคน ไม่ว่าจะเป็นเพราะพวกเขากำลังหมกมุ่นอยู่กับตัวเอง ขี้อายเกินไป หรือกังวลเกินกว่าจะที่จะมีความสัมพันธ์แบบจริงจังในระยะยาว จนสุดท้ายก็ขาดแคลนการสัมผัสใกล้ชิดจากบุคคลอื่น และโหยหาการสัมผัสในที่สุด

โหยหาการสัมผัสหมายถึงแค่เรื่องทางเพศรึเปล่านะ

หากจะว่ากันตามความจริงแล้วก็คือไม่ การสัมผัสนั้นไม่ได้จำเป็นจะต้องเป็นการสัมผัสใกล้ชิดจากกิจกรรมทางเพศ แต่สามารถมาได้จากทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น การจับมือทักทาย การกอดกันระหว่างเพื่อน หรือการลูบหลังเพื่อปลอบใจ สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นการเติมเต็มผู้ที่โหยหาการสัมผัสได้ทั้งสิ้น นักวิจัยพบว่า ปลายเส้นประสาทที่เรียกว่า C-tactile afferents จะทำหน้าที่รับรู้การสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดก็ตาม ดังนั้น การจะเติมเต็มความต้องการของผู้ที่โหยหาการสัมผัส จึงไม่จำเป็นที่จะต้องอาศัยกิจกรรมทางเพศเท่านั้น แต่สามารถจัดการได้ด้วยการสัมผัสอย่างเป็นมิตร ทั้งจากครอบครัว ญาติสนิท มิตรสหาย

ทำอย่างไรเราจึงจะเติมเต็มความปรารถนานี้ได้

  • นวด

ไม่ว่าจะเป็นการนวดโดยคนรัก เพื่อนสนิท หรือจะเป็นการนวดจากผู้เชี่ยวชาญ ก็อาจช่วยเติมเต็มความต้องการของผู้ที่โหยหาการสัมผัสได้ทั้งสิ้น

  • เล่นกับสัตว์เลี้ยง

การเล่นการกอดกับสัตว์เลี้ยงสามารถช่วยให้รู้สึกใจสงบ ทั้งยังสามารถเติมเต็มความต้องการในการสัมผัสกับผู้อื่น โดยไม่ทำให้รู้สึกแปลกมากเกินไปอีกด้วย หากคุณไม่มีสัตว์เลี้ยง ลองไปที่ร้านคาเฟ่สัตว์เลี้ยงดูก็ได้

  • ทำเล็บ

คุณอาจจะรู้สึกแปลกใจกับวิธีการนี้ แต่การที่เราไปทำเล็บ ทำให้เรามีโอกาสสัมผัสตัวกับผู้อื่นได้โดยไม่ดูประหลาดหรือน่ากลัว

  • เต้นลีลาศ

การเต้นลีลาศนั้นจำเป็นจะต้องมีคู่เต้นด้วย ถึงจะสามารถเต้นได้ ดังนั้นจึงเปิดโอกาสให้คุณได้สัมผัสกับตัวของคู่เต้น โดยที่ไม่ต้องล่วงละเมิดผู้อื่น

  • ใช้เวลากับคนรัก

หันไปใช้เวลากับคนรัก ครอบครัว เพื่อน ให้มากกว่าเดิม พยายามเข้าสังคม พบปะพูดคุย หากคุณไม่กล้าพอที่จะไปจับตัวใคร อาจจะลองเลียบ ๆ เคียง ๆ ไปนั่งใกล้ ๆ กับเขาแทน

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

What Does It Mean to Be Touch Starved? https://www.healthline.com/health/touch-starved. Accessed 7 Febury 2020
What Lack of Affection Can Do to You https://www.psychologytoday.com/us/blog/affectionado/201308/what-lack-affection-can-do-you. Accessed 7 Febury 2020
7 Signs You Might Be Suffering From Touch Deprivation https://www.nordiccuddle.com/post/7-signs-you-might-be-suffering-from-touch-deprivation. Accessed 7 Febury 2020

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย พลอย วงษ์วิไล แก้ไขล่าสุด 11/06/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x