สุขภาพจิต

เมื่อพูดถึงสุขภาพโดยรวมของคน ๆ หนึ่ง จิตใจ ก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าร่างกาย ปัญหาสุขภาพจิต เป็นปัญหาที่มักจะถูกมองข้าม ดังนั้น การเรียนรู้เกี่ยวกับการรักษา สุขภาพจิต ให้สมบูรณ์แข็งแรง และตระหนักถึงความผิดปกติเกี่ยวกับสภาวะสุขภาพจิต จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่จะช่วยให้คุณและคนที่คุณรักมีความสุขมากยิ่งขึ้น

เรื่องเด่นประจำหมวด

สุขภาพจิต

8 สัญญาณเตือน "ความเครียดสะสม" ที่หลายคนมองข้าม

ความเครียดเป็นปฏิกิริยาที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน เมื่อร่างกายและจิตใจต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่กดดัน เช่น งานที่เร่งรีบ ปัญหาครอบครัว การเงิน การเรียน ความสัมพันธ์ หรือความเจ็บป่วย ความเครียดในระดับพอดีอาจช่วยให้ร่างกายตื่นตัวและรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดีขึ้น แต่หากความเครียดเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน และไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม ก็อาจกลายเป็น ความเครียดสะสม ที่ส่งผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตได้ ความเครียดสะสมอาจไม่ได้แสดงออกมาเป็นความรู้สึกเครียดชัดเจนเสมอไป บางคนอาจยังทำงาน ใช้ชีวิต หรือพูดคุยกับคนรอบข้างได้ตามปกติ แต่ร่างกายและใจเริ่มส่งสัญญาณบางอย่าง เช่น นอนไม่หลับ ปวดหัวบ่อย หงุดหงิดง่าย ไม่มีสมาธิ หรือรู้สึกหมดแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ การรู้จักสังเกต อาการความเครียดสะสม จึงอาจช่วยให้สามารถดูแลตัวเองได้เร็วขึ้น ก่อนที่ความเครียดจะกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน ความสัมพันธ์ การทำงาน หรือพัฒนาเป็นปัญหาสุขภาพที่รุนแรงมากขึ้น ความเครียดสะสมอาจเกิดจากความกดดันที่ต่อเนื่อง เช่น งาน การเรียน ครอบครัว การเงิน หรือปัญหาสุขภาพ อาการความเครียดสะสมอาจแสดงออกทั้งทางกาย ใจ ความคิด และพฤติกรรม 8 สัญญาณที่ควรสังเกต ได้แก่ นอนไม่หลับ ปวดหัว หงุดหงิดง่าย ไม่มีสมาธิ กินผิดปกติ ป่วยบ่อย แยกตัว และหมดไฟ […]

หมวดหมู่ สุขภาพจิต เพิ่มเติม

สำรวจ สุขภาพจิต

ปัญหาสุขภาพจิตแบบอื่น

ทำความรู้จักกับ อคติทางความคิด (Cognitive Bias) ปัญหาสำคัญที่จะนำไปสู่การตัดสินใจผิดพลาด

การที่เราจะตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง จะต้องใช้การคิดวิเคราะห์ และพิจารณาภาพรวมให้ดีก่อนการตัดสินใจ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาด แต่ในบางครั้ง อคติทางความคิด ก็อาจจะจะกลายปัจจัยสำคัญ ที่ส่งผลให้เราตัดสินใจอย่างผิดพลาดได้ในที่สุด วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาทุกคนมารู้จักกับ อคติทางความคิด ว่าคืออะไร แล้วทำอย่างไรเราจึงจะจัดการกับอคติเหล่านี้ได้ อคติทางความคิด คืออะไร อคติทางความคิด (Cognitive Bias) หมายถึง ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อความคิด เมื่อมีการประมวลผลและตีความข้อมูลที่ได้รับมา จนอาจส่งผลให้เกิดความผิดพลาดในการตัดสินใจและวิจารณาณของบุคคลนั้นๆ ได้ อคติทางความคิดนั้นมักจะเป็นผลมาจาก การที่สมองของคุณพยายามทำให้การประมวลผลและตีความข้อมูลนั้นง่ายขึ้น ช่วยให้สามารถเรียนรู้ ทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นและตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว โดยอาจได้รับอิทธิพลมาจากปัจจัยต่างๆ เช่น ความทรงจำ แนวคิด สิ่งที่คุ้นเคย หรือคนหมู่มาก ซึ่งอคติเหล่านี้นั้นอาจมีอิทธิพลอย่างมาก ต่อการมองโลกและความคิดของคุณ ประเภทต่างๆ ของความอคติทางความคิด อคติทางความคิดนั้นมีอยู่มากมายหลายประเภท ยกตัวอย่างเช่น อคติเพื่อยืนยัน (Confirmation bias) หมายถึงคนที่จะหาข้อมูล เพื่อมายืนยันกับความคิดหรือความเชื่อเดิมที่ตนมีอยู่เท่านั้น และจะไม่ให้ความสนใจกับข้อมูลอื่นที่ขัดแย้งต่อความเชื่อเดิมของตัวเอง อคติเชื่อในประสบการณ์ (Conservatism bias) หมายถึงการที่เชื่อและให้ความสำคัญกับประสบการณ์ และข้อมูลเก่าๆ มากกว่าหลักฐานข้อมูลใหม่ คนเหล่านี้มักจะมีความเชื่อว่า สิ่งที่เป็นจริงในอดีตนั้นคือความถูกต้องแน่นอน หรือเชื่อมั่นว่าประสบการณ์ของตัวเองนั้นถูกต้อง เช่น ความเชื่อในการป้อนกล้วยให้เด็กแรกเกิดกินเพราะกลัวว่าเด็กจะขาดสารอาหาร แม้ว่าหมอในปัจจุบันจะยืนยันว่าห้ามทำ อคติเชื่อข้อมูลใหม่ (Recency bias) อคตินี้จะตรงข้ามกับข้อที่ผ่านมา […]


โรควิตกกังวล

จัดการความวิตกกังวล ก่อนจะกลายเป็นความเครียดที่ส่งผลต่อสุขภาพ

ความวิตกกังวล เป็นอารมณ์และความรู้สึกที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกๆ คน แต่การที่รู้สึกกังวลมากจนไม่สามารถจัดการกับความเครียดที่เกิดขึ้นได้นั้น ความวิตกกังวลอาจส่งผลต่อสุขภาพกายและใจ จนกระทบต่อการใช้ชีวิตได้ วันนี้ Hello คุณหมอ มีวิธีการ จัดการความวิตกกังวล ด้วยตัวเองอย่างไร ก่อนจะกลายเป้นความเครียด จนส่งผลต่อสุขภาพ โรควิตกกังวล (Anxiety disorder) และ Anxiety attack คืออะไร ความวิตกกังวล (Anxiety) เป็นการตอบสนองของร่างกายที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อถูกกดดัน หรือตกอยู่ในสถานการณ์ที่ท้าทายหรือเลวร้าย เช่น การสอบ การสัมภาษณ์งาน ความวิตกกังวลถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เมื่อปัญหาต่างๆ ผ่านไปได้ ความรู้สึกกังวลนั้นก็จะดีขึ้นตามไปด้วย แต่หากความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นนั้น มากจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตจนกลายเป็น โรควิตกกังวล (Anxiety disorder) และส่งผลเสียต่อสุขภาพ ทำให้เกิดความเครียด นอนไม่หลับ หรือในบางคนอาการวิตกกังวลอาจมีความรุนแรงมากกว่านี้ คุณจะต้อง จัดการความวิตกกังวล ก่อนที่โรควิตกกังวลจะทำให้สุขภาพคุณแย่ไปกว่านี้ ส่วนอาการ Anxiety attacks หรืออาการแพนิค (Panic attacks) เป็นอาหารที่คุณจะรู้สึกตื่นตระหนก รู้สึกกลัว ซึ่งอาการวิตกกังวลนั้นจะเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน เฉียบพลัน ไม่ทันให้เรานั้นตั้งตัว ซึ่งสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดอาการ Anxiety attacks […]


ปัญหาสุขภาพจิตแบบอื่น

OCD หรือ โรคย้ำคิดย้ำทำ สาเหตุ อาการ การรักษา

OCD หรือ โรคย้ำคิดย้ำทำ เป็นโรคทางจิตเวชชนิดหนึ่ง ที่ผู้ป่วยจะมีอาการชอบคิดหรือรู้สึกเรื่องเดิมซ้ำ ๆ และอยากทำอะไรบางอย่างซ้ำ ๆ พฤติกรรมที่พบได้บ่อย เช่น ล้างมือซ้ำบ่อยครั้งเพราะกลัวติดเชื้อโรค ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและการเข้าสังคมได้ สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของ OCD โรคย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive-Compulsive Disorder หรือ OCD) ปัจจุบันผู้เชี่ยวชาญยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่สันนิษฐานว่าอาจเกิดขึ้นจากปัจจัยเหล่านี้ : พันธุกรรม หากสมาชิกในครอบครัวเป็น OCD ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน ความผิดปกติในสมอง โรคย้ำคิดย้ำทำอาจเกิดจากสมองบางส่วนไม่ตอบสนองต่อเซโรโทนิน (Serotonin) หรือมีระดับเซโรโทนินต่ำเกินไป โดยเซโรโทนินเป็นสารสื่อประสาท หมายถึง สารเคมีถูกสร้างขึ้นในเซลล์ประสาทเพื่อให้เซลล์ประสาทแต่ละเซลล์สามารถสื่อสาร หรือส่งสัญญาณหากันได้ เหตุการณ์ในชีวิต ผู้เชี่ยวชาญเผยว่า OCD หรือ โรคย้ำคิดย้ำทำพบมากในผู้ที่เคยถูกรังแก ถูกทำร้าย หรือถูกทอดทิ้ง และในบางครั้งก็อาจเกิดขึ้นหลังจากต้องพบเจอเหตุการณ์หรือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิตที่ส่งผลต่อจิตใจ เช่น การคลอดลูก การสูญเสียญาติหรือคนที่รัก บุคลิกภาพ คนที่มีมาตรฐานสูง เช่น ใช้ชีวิตอย่างมีระเบียบแบบแผนตลอด เป็นคนเจ้าระเบียบ รักความสะอาดมาก อาจเสี่ยงในการเกิด OCD ทำได้มากขึ้น นอกจากนี้ คนที่วิตกกังวลง่าย หรือรู้สึกว่าตัวเองต้องรับผิดชอบทั้งเรื่องของตัวเองและคนอื่นก็อาจเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำได้เช่นกัน อาการของโรคย้ำคิดย้ำทำ ผู้ป่วยโรคย้ำคิดย้ำทำ มักมีความคิด ความรู้สึก หรือการกระทำที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ : ใช้เวลาคิด รู้สึก หรือทำพฤติกรรมเดิม ๆ นานเกินหนึ่งชั่วโมงต่อวัน คิด […]


ปัญหาสุขภาพจิตแบบอื่น

หยุดทำร้ายตัวเอง ไม่ใช่เรื่องยาก ขอเพียงแค่คุณอยากหยุดมันจริงๆ

การทำร้ายตัวเองถือเป็นเรื่องที่ร้ายแรงอย่างยิ่ง เพราะไม่เพียงแต่ทำให้เกิดบาดแผลบนร่างกาย แต่ยังสร้างบาดแผลภายในจิตใจอีกด้วย ในบางรายอาจเลือกทำร้ายตัวเองเพื่อต้องการระบายอารมณ์ รวมถึงมีอาการของภาวะซึมเศร้าร่วมด้วย แต่ถ้าหากคุณต้องการที่จะ หยุดทำร้ายตัวเอง ขอแนะนำให้ลองมาอ่านบทความนี้ที่ทาง Hello คุณหมอ ได้รวบรวมแนวทางที่อาจจะช่วยให้คุณหยุดทำร้ายตัวเองได้มาฝากกัน [embed-health-tool-bmr] ทำไมถึงต้องการทำร้ายตัวเอง การทำร้ายตัวเองอาจเป็นวิธีที่ใช้สำหรับจัดการกับความทุกข์และความเจ็บปวดทางอารมณ์ ซึ่งมันอาจช่วยให้คุณสามารถแสดงความรู้สึกที่ไม่สามารถบรรยายเป็นคำพูดหรือปลดปล่อยความเจ็บปวดทางอารมณ์ได้ หลังจากนั้นคุณอาจจะรู้สึกดีขึ้นสักพัก แต่แล้วความรู้สึกเจ็บปวดก็จะย้อนหลับมา ทำให้รู้สึกต้องการที่จะทำร้ายตัวเองอีกครั้ง วงจรการทำร้ายตัวเอง (Self-harm Cycle) การทำร้ายตัวเอง นับรวมไปถึงการที่คุณตั้งใจทำร้ายตัวเองโดยเจตนาด้วย ซึ่งวิธีการทำร้ายตัวเองที่คนส่วนใหญ่มักจะทำ ได้แก่ กรีดหรือเกาผิวหนังอย่างรุนแรง เผาหรือเอาน้ำร้อนลวกตัวเอง ตีตัวเองหรือทุบหัวตัวเอง ชกต่อยสิ่งของ หรือพยายามเอาตัวเองไปกระแทกกับกำแพงและวัตถุแข็งๆ เอาวัตถุแหลมๆ มาทิ่มหรือกรีดที่ผิวหนังของตัวเอง ตั้งใจป้องกันไม่ให้แผลหาย กลืนสารพิษหรือวัตถุที่ไม่เหมาะสม การทำร้ายตัวเองอาจรวมถึงวิธีการทำร้ายตัวเองอาจจะรวมถึงการทำให้ตัวเองไปตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย เช่น การขับรถโดยประมาท การดื่มสุรา การเสพยามากเกินไป หรือการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย ไม่ว่าคุณจะทำร้ายตัวเองอย่างไร การทำร้ายตัวเองก็เพื่อจุดประสงค์เหล่านี้ จัดการกับความรู้สึก เช่น ความเศร้า ความเกลียดตัวเอง ความว่างเปล่า ความรู้สึกผิด และความโกรธ แสดงความรู้สึกที่ไม่สามารถบรรยายเป็นคำพูด หรือปลดปล่อยความเจ็บปวด และความตึงเครียดที่คุณรู้สึก ควบคุมความรู้สึกผิดหรือลงโทษตัวเอง เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเองไปจากอารมณ์ที่ท่วมท้น หรือสถานการณ์ในชีวิตที่ยากลำบาก ทำให้รู้สึกมีชีวิตชีวา หรือทำให้ตนเองรู้สึกอะไรบางอย่าง แทนที่การรู้สึกชินชาหรือตกอยู่ในภาวะไร้ความรู้สึก ในความเป็นจริงแล้วคุณต้องรู้ว่ายังมีการช่วยเหลืออื่นๆ ที่สามารถทำให้คุณสามารถเรียนรู้วิธีการรับมือกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณได้ โดยไม่ต้องทำร้ายตัวเอง และทั้งมันยังอาจจะทำให้คุณหยุดทำร้ายตัวเองได้อีกด้วย อยาก หยุดทำร้ายตัวเอง ต้องทำอย่างไร […]


ปัญหาสุขภาพจิตแบบอื่น

โรคขี้มโน ภาวะสุขภาพทางจิต ที่มักชอบหลอกตนเองว่ามีคนรักใคร่

เรียกได้ว่าเป็นโรคที่แทบจะเกิดขึ้นกับทุกคนยามพบเจอเพศตรงข้ามในฝันเลยก็ว่าได้ เช่น การหลงรักความอบอุ่นของพระเอกในซีรีส์เกาหลี หรือปลาบปลื้มนางเอกแสนสวยในละคร แต่ทว่าบางคนนั้นอาจจินตนาการไปไกลเกินกว่าจะควบคุมตนเองให้กลับเข้าสู่โลกความเป็นจริงได้อีกครั้ง วันนี้ Hello คุณหมอ จึงขอพาทุกคนมารู้จัก โรคขี้มโน ให้มากขึ้น เพื่อเร่งทำการรักษาก่อนสุขภาพจิตย่ำแย่ มาฝากกันค่ะ โรคขี้มโน (Erotomania) คืออะไร โรคขี้มโน (Erotomania) เป็นภาวะสุขภาพจิตอย่างหนึ่งที่ใกล้เคียงกับอาการหลงผิด หรืออาการคลั่งไคล้ที่มากจนเกินไป โดยมักจะชอบยึดติด หรือคิดเข้าข้างตนเองเสมอว่าฝ่ายตรงข้ามนั้นตกหลุมรักตนเอง เสมือนที่ตนเองก็ตกหลุมรักพวกเขาเช่นกัน จึงอาจทำให้บางครั้งตัวผู้ป่วยมีอาการอยากจะใกล้ชิด หรืออยากติดต่อเพิ่มมากขึ้น ซึ่งโรคขี้มโนมักจะพบได้บ่อยในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย รวมถึงผู้ป่วยที่กำลังตกอยู่ในภาวะของโรคซึมเศร้า (Depression) และโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease) นอกจากนี้ยังมีงานบางวิจัยบางชิ้นชี้ให้เห็นว่าอาการหลงผิดดังกล่าว อาจพัฒนากลายเป็นความเครียดที่ทำลายระบบประสาทจนประสาทหลอนรุนแรง ถ้าหากไม่เร่งรักษา หรือไม่ได้รับการบำบัดจิตใจแล้วละก็ ก็อาจทำให้ผู้ป่วยประสบอยู่กับอาการเหล่านี้เป็นเวลาหลายปีได้เลยทีเดียว อาการที่บ่งบอกว่าคุณกำลังเป็น โรคขี้มโนอย่างเต็มตัว เมื่อถูกความลุ่มหลงครอบงำจิตใจจนไม่สามารถจะดึงตัวเองให้อยู่ในโลกความเป็นจริงได้ อาจทำให้ผู้ป่วยค่อย ๆ เผยอาการ หรือเป็นพฤติกรรมออกมาให้เห็นเด่นชัด ดังต่อไปนี้ การพยายามติดต่ออีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ รู้สึกมีอารมณ์อิจฉาเมื่อเห็นผู้อื่นเข้าใกล้ หรือมีการติดต่ออีกฝ่ายได้มากกว่า คุกคามผู้นั้นจนถึงขั้นถูกดำเนินการทางกฎหมาย อาการนอนไม่หลับ อยากมีส่วนร่วมในทุกกิจกรรมที่ฝ่ายตรงข้ามได้กระทำ ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุย การรับประทานอาหารร่วมกัน เป็นต้น มีอารมณ์รุนแรงเมื่อถูกฝ่ายนั้นเกิดพฤติกรรม หรือคำพูดเชิงปฏิเสธ ดูเผิน ๆ อาจมองว่าไม่มีความอันตรายแต่อย่างใด แต่ในบางกรณีหากกลุ่มบุคคลเหล่านี้คลั่งไคล้คุณมากเกินกว่าการควบคุม อาจทำให้เกิดการคุกคามอย่างหนักได้ เช่น การสะกดรอยตาม การสืบหาประวัติต่าง ๆ จนคุณรู้สึกหมดความเป็นส่วนตัว อีกทั้งหากตัวผู้ป่วยเองได้รับการปฏิเสธอย่างหนัก ก็ยังอาจนำพาให้พวกเข้ารู้สึกเจ็บปวดจนถึงขั้นคิดทำร้ายตัวเองได้ด้วยเช่นกัน วิธีการรักษาโรคขี้มโน […]


ความสัมพันธ์ที่ดี

อยากมีเพื่อน ควรเริ่มต้นความสัมพันธ์อย่างไรถึงจะดี

โดยปกติแล้วมนุษย์ถือเป็นสัตว์สังคมที่ไม่อาจสามารถใช้ชีวิตอยู่คนเดียวได้ มนุษย์ทุกคนต้องการเพื่อน อยากมีเพื่อน เพื่อที่จะแลกเปลี่ยนเรื่องราวต่างๆ ซึ่งกันและกัน แต่บางคนอาจจะไม่รู้วิธีการที่จะทำความรู้จักกับคนอื่น ถึงแม้จะอยากมีเพื่อน ดังนั้นทาง Hello คุณหมอ จึงได้นำวิธีการเริ่มต้นความสัมพันธ์มาแนะนำกัน ทำไม “เพื่อน” ถึงมีความสำคัญ สังคมของเรามักให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์แบบโรแมนติก แค่เราคิดว่าเจอคนที่ใช่ก็จะทำให้เรามีความสุขสมหวัง แต่จากการวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า จริงๆ แล้ว เพื่อนมีความสำคัญต่อสภาพจิตใจของเราเป็นอย่างมาก เพราะเพื่อนสามารถนำความสุขเข้ามาในชีวิตของเราได้มากกว่าสิ่งมีชีวิตอื่นใดเสียอีก มิตรภาพ มีผลอย่างมากต่อสุขภาพจิตและความสุขของคุณ เพราะเพื่อนที่ดีจะช่วยคลายเครียด ให้ความสบายใจ ความสุข ป้องกันความเหงา และความโดดเดี่ยว การพัฒนามิตรภาพที่แน่นแฟ้นอาจส่งผลอย่างมากต่อสุขภาพร่างกายของคุณ การขาดการเชื่อมต่อทางสังคมอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงได้มากพอๆ กับการสูบบุหรี่ การดื่มมากเกินไป ซึ่งอาจทำให้เกิดพฤติกรรมที่ติดไปในชีวิตประจำวัน แต่การมีเพื่อนกลับทำให้ชีวิตของคุณยืนยาวยิ่งกว่า จากการศึกษาชิ้นหนึ่งในสวีเดนพบว่า นอกจากกิจกรรมทางกายภาพต่าง ๆ การรักษาไว้ซึ่งเครือข่ายเพื่อนที่หลากหลายเอาไว้ จะช่วยให้คุณมีอายุยืนขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ มิตรภาพที่แน่นแฟ้นไม่ได้เกิดขึ้นอย่างง่ายดาย พวกเราหลายคนต้องดิ้นรนเพื่อพบปะผู้คนและพัฒนาสายสัมพันธ์ที่มีคุณภาพเอาไว้ และไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่หรืออยู่ในสถานการณ์ใด ก็ไม่เป็นเรื่องที่สายไปที่จะหาเพื่อน และสานสัมพันธ์กับเพื่อนเก่า ทั้งยังควรจะต้องปรับปรุงชีวิตทางสังคม สุขภาพ อารมณ์ และความเป็นอยู่โดยรวมของคุณเอาไว้ด้วย ประโยชน์ของการมีเพื่อน เพื่อนที่ดีนั้นจะส่งผลดีต่อสุขภาพของคุณด้วย เพื่อนๆ สามารถช่วยคุณเฉลิมฉลองช่วงเวลาดีๆ ในช่วงชีวิตของคุณ ทั้งยังให้การสนับสนุนในช่วงเวลาที่คุณเจอกับเรื่องที่เลวร้าย เพื่อนสามารถช่วยป้องกันความเหงาได้อีกด้วย นอกจากนั้นประโยชน์ของการมีเพื่อนก็ยังมีอีกมากมาย ซึ่งได้แก่ เพิ่มความรู้สึกการเป็นเจ้าของและจุดมุ่งหมาย เพิ่มความสุขและลดความเครียด ปรับปรุงความมั่นใจในตัวเองและคุณค่าในตัวเอง ช่วยคุณรับมือกับความเสียใจหรือชอกช้ำ เช่น การหย่าร้าง โรคร้ายแรง การตกงาน […]


โรคการกินผิดปกติ

สัญญาณเตือนของโรคคลั่งผอม ที่ทุกคนควรรู้ไว้

เรื่องรูปร่างกับสาวๆ เป็นของคู่กัน การมีหุ่นที่ดีนั้นช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้เพิ่มขึ้นได้ สาวๆ หลายคนชอบที่จะลดน้ำหนักและออกกำลังกาย เพื่อให้รูปร่างดูดี แต่บางคนอาจมีความกังวลเรื่องน้ำหนัก หรือกลัวอ้วนมากจนไม่ยอมกินอะไร ซึ่งในระยะยาวการอดอาหารอาจทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร และพัฒนาไปสู่การป่วยเป็นโรคคลั่งผอมได้ ดังนั้นทาง Hello คุณหมอ จึงได้นำเรื่อง สัญญาณเตือนของโรคคลั่งผอม มาฝากกัน ทำความรู้จักกับโรคคลั่งผอม โรคกลัวอ้วน (Anorexia Nervosa) หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า “โรคคลั่งผอม”  ถือเป็นโรคหนึ่งในกลุ่มโรคการกินผิดปกติ (Eating Disorders) ที่ผู้ป่วยนั้นจะมีภาวะบกพร่องของพฤติกรรมการกิน (Eating Disorders) ซึ่งบุคคลนั้นจะใช้วิธีการลดน้ำหนักแบบไม่ถูกวิธีและสุดขั้ว เพื่อลดน้ำหนักหรือหลีกเลี่ยงการเพิ่มน้ำหนัก ความผิดปกติที่เกิดขึ้นจะมี 2 ประเภท คือ อดอาหาร (Restricting type) รับประทานอาหารอย่างมากและพยายามอาเจียน ใช้ยาระบายเพื่อให้น้ำหนักลด (Binge-eating/purging type) ผู้ที่เป็นโรคคลั่งผอมมักจะจำกัดการกินอาหาร เพื่อควบคุมน้ำหนัก หรือถ้ากินอาหารเข้าไปอย่างมาก พวกเขาก็จะใช้วิธีขับอาหารออกมาด้วยการอาเจียน หรือการใช้ยา เช่น ยาระบาย และยาขับปัสสาวะ ผลจากการกระทำดังกล่าว อาจนำไปสู่การเกิดอาการเบื่ออาหาร ซึ่งการพัฒนาอาการเบื่ออาหารในแต่ละบุคคลจะแตกต่างกันออกไป นอกจากจะส่งผลเสียต่อร่างกายแล้ว ยังอาจทำให้เกิดภาวะสุขภาพจิตอื่นๆ ตามมา เช่น ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้า (Depression) กลุ่มเสี่ยงป่วยเป็นโรคคลั่งผอม สำหรับคนที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดในการพัฒนาอาการเบื่ออาหาร ได้แก่ ผู้หญิงในวัยรุ่น […]


ปัญหาสุขภาพจิตแบบอื่น

กลุ่มอาการแอสเพอร์เกอร์ (Asperger Syndrome)

กลุ่มอาการแอสเพอร์เกอร์  (Asperger Syndrome) เป็นกลุ่มอาการเดียวกับออทิสติก เกิดจากความผิดปกติของพัฒนาการทางระบบประสาทที่มีผลกระทบต่อพฤติกรรม ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีปัญหาในการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น การปฏิสัมพันธ์ทางสังคม การใช้ภาษา คำจำกัดความกลุ่มอาการแอสเพอร์เกอร์ (Asperger Syndrome) คืออะไร กลุ่มอาการแอสเพอร์เกอร์ หรือ แอสเพอร์เกอร์ซินโดรม (Asperger Syndrome) เป็นกลุ่มอาการเดียวกับออทิสติก เกิดจากความผิดปกติของพัฒนาการทางระบบประสาทที่มีผลกระทบต่อพฤติกรรม ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีปัญหาในการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น การปฏิสัมพันธ์ทางสังคม การใช้ภาษา อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยแอสเพอร์เกอร์บางรายมีสติปัญญาสูง มีทักษะการพูดและการใช้ภาษาได้ดี (ความรุนแรงของอาการอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล) พบได้บ่อยเพียงใด โดยส่วนใหญ่ของกลุ่มอาการแอสเพอร์เกอร์สามารถพบได้ในทุกเพศทุกวัย โดยส่วนใหญ่จะเริ่มพบในวัยเด็ก อาการอาการของ กลุ่มแอสเพอร์เกอร์ หรือ แอสเพอร์เกอร์ซินโดรม อาการของผู้ป่วยกลุ่มอาการแอสเพอร์เกอร์ จะมีอาการแตกต่างกัน โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้ อาการทางอารมณ์และพฤติกรรม การแสดงพฤติกรรมซ้ำๆ การเคลื่อนไหวหรือทำกิจกรรมแบบเดิมๆ ซ้ำๆ สภาวะทางอารมณ์ มีอารมณ์หงุดหงิดง่ายกว่าคนปกติทั่วไป ความผิดปกติต่อสิ่งเร้า มีการรับรู้ประสาทสัมผัสไวกว่าคนปกติทั่วไป เช่น ความไวต่อแสง ความไวต่อเสียง ความไวต่อความรู้สึก  อาการสื่อสาร ปัญหาทางสังคม ไม่มีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ไม่สามารถสื่อสารหรือทำความเข้าใจในเชิงลึกได้ ปัญหาการพูด มีปัญหาในการควบคุมเสียง เช่น เวลาเข้าห้องสมุด ไปวัด และมีอาการพูดซ้ำๆ พูดเรื่องเดิมๆ ไม่สบตา เมื่อผู้ป่วยมีการสื่อสารต่อบุคคลอื่นจะไม่สบตาผู้ที่สื่อสารด้วย อาการอื่นๆ ทักษะด้านอื่นๆ  เช่น เคลื่อนไหวไม่คล่องตัว ไม่สามารถเข้าใจความหมายต่างๆ […]


ปัญหาสุขภาพจิตแบบอื่น

อาการ สัญญาณ สมาธิสั้นในผู้ใหญ่ ที่มักจะเกิดขึ้น

โรคสมาธิสั้น เป็นโรคที่มักจะเจอในช่วงวัยเด็ก แต่ก็มีโอกาสที่จะเจอ โรคสมาธิสั้นในผู้ใหญ่ได้ ซึ่งก็จะมีสัญญาณและอาการบางอย่างที่สามารถบ่งบอกได้ว่าเป็นโรคสมาธิสั้น วันนี้ Hello คุณหมอ มีเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับ สัญญาณ สมาธิสั้นในผู้ใหญ่ ที่ควรรรู้ว่ามีอะไรบ้าง ไปอ่านกันเลยค่ะ อาการสมาธิสั้น คืออะไร สมาธิสั้น (Attention deficit hyperactivity disorder; ADHD) เป็นโรคทางระบบประสาทที่พัฒนาในวัยเด็ก ซึ่งอาการส่วนใหญ่คือขาดสมาธิ ไม่มีสมาธิจดจ่อในการทำกิจกรรมบางอย่างได้นาน ๆ มีปัญหาในการตัดสินใจและการยับยั้งอารมณ์ ซึ่งสาเหตุที่แท้จริงของอาการสมาธิสั้นนั้นยังไม่ทราบอย่างแน่ชัด แต่ทางการแพทย์ได้แสดงข้อมูลให้เห็นว่ามีความเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม และความบกพร่องในการพัฒนาของสมอง สำหรับการรักษาอาการสมาธิสั้นนั้นยังไม่มีรูปแบบการรักษา แต่สามารถบรรเทาอาการ บำบัดพฤติกรรมให้ดีขึ้นได้ สัญญาณ สมาธิสั้นในผู้ใหญ่ ที่มักมี ขาดสมาธิ อาการขาดสมาธิถือเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงอาการสมาธิสั้นได้ดีที่สุด มักจะมีการแสดงอาการวอกแวก หันเหความสนใจได้ง่าย ไม่มีสมาธิในการฟังผู้อื่น หรือทำกิจกรรมใด ๆ อาจเป็นปัญหาในการทำงาน เช่น ไม่สามารถทำงานได้เสร็จตามเวลา ทำงานช้ากว่าที่ควรจะเป็น ความสับสน ไม่เป็นระเบียบ แน่นอนว่าความวุ่นวายในการใช้ชีวิตถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องพบเจอในชีวิตกันบ้าง แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาสมาธิสั้นมักจะมีชีวิตที่วุ่นวายยิ่งกว่าเดิม ตัวอย่างเช่น การเก็บของให้เป็นระเบียบ เก็บไว้ในที่ที่ควรจะอยู่ถือเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ที่มีอาการสมาธิสั้น ซึ่งผู้ใหญ่ที่มีปัญหาสมาธิสั้นที่เจอกับปัญหานี้อาจส่งผลต่อการทำงาน และส่งผลต่อการจัดลำดับความสำคัญในการทำงาน ปัญหาในการบริหารเวลา ปัญหาในการบริหารเวลา เป็นปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นมาพร้อม ๆ กับปัญหาความไม่เป็นระเบียบในชีวิต ผู้ใหญ่ที่มีปัญหาสมาธิสั้นมักจะประสบกับปัญหาในการจัดสรรเวลา การบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ พวกเขาอาจมีปัญหาผัดวันประกันพรุ่งในงานที่มีความสำคัญ หรือเพิกเฉยกับงานที่ได้รับมอบหมายให้ทำ […]


โรควิตกกังวล

อาการทางกายภาพที่เกิดจากความวิตกกังวล กับสิ่งที่ควรรู้

ทุกคนล้วนมีความวิตกกังวลเป็นครั้งคราว แต่บางครั้ง อาการทางกายภาพที่เกิดจากความวิตกกังวล ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากการวิตกกังวลแบบเรื้อรังนั้นสามารถที่จะรบกวนคุณภาพชีวิตของคุณได้ นอกจากนั้นอาการทางกายภาพดังกล่าว อาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพร่างกายของคุณได้ ดั้งนั้น ทาง Hello คุณหมอ จึงได้หยิบยกเรื่องนี้มาฝากกัน จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเกิดความวิตกกังวลมากเกินไป ความรู้สึกกังวล ไม่สบายใจ หรือกังวลมากเกินไปเกี่ยวกับสถานการณ์ต่างๆ มันสามารถส่งผลไปยังจิตใจและร่างกายของคุณ ท่ามกลางความกังวลที่มากเกินไปคุณอาจจะประสบกับความวิตกกังวลที่สูงขึ้น ส่งผลทำให้เกิดความตื่นตระหนกได้ สำหรับผู้ที่มีความวิตกกังวลแบบเรื้อรังหลายคนบอกว่า การลงโทษ ความกลัวที่ไม่สมจริง และคำวิจารณ์ของผู้อื่น สามารถเพิ่มความกังวลได้เป็นอย่างมาก ทั้งยังส่งผลให้มีความไวต่อสภาพแวดล้อมรอบตัวของพวกเขาเป็นพิเศษ ความวิตกกังวลเรื้อรังอาจส่งผลต่อชีวิตประจำวันของคุณมาก จนอาจส่งผลต่อความอยากอาหาร นิสัยการใช้ชีวิต ความสัมพันธ์ การนอน และการทำงาน ผู้คนจำนวนมากที่กังวลมากเกินไปหรือมีความวิตกกังวลอย่างมาก พวกเขาต้อวการความช่วยเหลือจากนิสัยการใช้ชีวิตที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น การกินมากเกินไป การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ และการใช้ยาเสพติด ความผิดปกติจากความวิตกกังวลมักเกิดขึ้นกับใคร ความวิตกกังวลเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ตัวอย่างเช่น คุณอาจจะรู้สึกวิตกกังวลก่อนการพูดคุยในการสัมภาษณ์งาน ความวิตกกังวลในระยะสั้นจะเพิ่มอัตราการหายใจ และการเต้นของหัวใจ นอกจากนั้นมันยังส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดไปยังสมองของคุณอีกด้วย ความผิดปกติของความวิตกกังวลสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงอายุ แต่มันมักจะเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่วัยกลางคน โดยผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะมีโรควิตกกังวลมากกว่าผู้ชาย นอกจากนั้น ประสบการณ์ชีวิตที่เครียดอาจเพิ่มความเสี่ยงของคุณในการเป็นโรควิตกกังวลได้ เช่น อาการอาจเริ่มขึ้นทันทีหรืออาจจะเกิดขึ้นเมื่อผ่านไปหลายปี ความวิตกกังวลที่รุนแรงทางการแพทย์ระบุเอาไว้ว่า มันอาจมีความผิดปกติในการใช้สารเคมีซึ่งอาจทำให้เกิดความวิตกกังวลได้ ซึ่งความวิตกกังวลมีหลายประเภท อาการทางกายภาพที่เกิดจากความวิตกกังวล การตอบสนองทางกายภาพนี้คือสิ่งที่กำลังเตือนคุณว่าควรคุณควรเตรียมความพร้อมเพื่อเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่รุนแรง แต่ถ้ามันรุนแรงเกินไป คุณอาจจะเริ่มรู้สึกมึนงงและคลื่นไส้ ภาวะวิตกกังวลที่มากเกินไปหรือเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจของคุณ อาการมึนศีรษะ วิงเวียน คือปฏิกิริยาทางสรีรวิทยาของความวิตกกังวลในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ความวิตกกังวลเรื้อรังสามารถนำไปสู่ผลกระทบที่รุนแรงที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายของคุณ อาการทางกายภาพที่เกิดจากความวิตกกังวล […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน