7 เรื่องเข้าใจผิดที่อาจทำให้คุณผิดพลาดในการรับมือกับ โรคไข้หวัดใหญ่

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

โดยปกติแล้ว การระบาดของ โรคไข้หวัดใหญ่ ในซีกโลกเหนือมักเกิดขึ้นมากที่สุดในช่วงหน้าหนาว ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงมีนาคม ขณะที่ในซีกโลกใต้ ช่วงการระบาดของไข้หวัดใหญ่จะอยู่ในช่วงเมษายนถึงกันยายน แต่สำหรับในเขตร้อนชื้นอย่างบ้านเรานั้น องค์การอนามัยโลกชี้ว่า ไข้หวัดใหญ่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งปี

ดังนั้น การเตรียมพร้อมรับมือกับโรคนี้ ไม่ว่าจะในช่วงไหนของปี ก็ถือเป็นเรื่องที่ทุกคนควรใส่ใจ และหนึ่งในสิ่งที่อาจช่วยป้องกันเราได้จากโรคนี้ก็คือ การทำความเข้าใจกับโรคนี้อย่างถูกต้อง นั่นเพราะมีความเข้าใจผิดๆ หลายอย่างเกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่ ที่อาจทำให้เราละเลยการดูแลตัวเอง และอาจทำให้เราติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ก็เป็นได้ และนี่คือสิ่งที่คุณควรรู้และเข้าใจเสียใหม่ในเรื่องไข้หวัดใหญ่

ไข้หวัดใหญ่คืออะไร

ไข้หวัดใหญ่ เป็นการติดเชื้อทางเดินหายใจที่เกิดจากเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา ซึ่งจะเกิดขึ้นบ่อยที่สุดในช่วงฤดูหนาว และแพร่กระจายจากคนสู่คนได้อย่างง่ายดาย คนส่วนใหญ่ที่ได้รับเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา จะป่วยเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์ และอาการจะดีขึ้น แต่สำหรับบางคนอาการของโรคไข้หวัดใหญ่อาจนำไปสู่การติดเชื้อในปอดที่รุนแรงยิ่งขึ้น

หากมีอาการดังต่อไปนี้อาจหมายถึงการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่

  • มีไข้ปานกลางหรือมีไข้สูง
  • ไอแห้งๆ
  • ปวดหัว
  • เจ็บคอ
  • น้ำมูกไหล
  • เบื่ออาหาร
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
  • อ่อนเพลีย

อาการหลายอย่างของไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่คล้ายคลึงกัน และต่างก็เกิดจากเชื้อไวรัสเหมือนกัน แต่ความแตกต่างก็คือ อาการของไข้หวัดใหญ่มักจะเกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันที และทำให้ร่างกายคุณอ่อนแอลงได้มากกว่า อาการไอแห้งๆ และอาการอ่อนเพลียจากไข้หวัดใหญ่สามารถกินเวลาได้นานสองถึงสามสัปดาห์เลยทีเดียว หากมีสัญญาณที่บ่งบอกว่าไข้หวัดใหญ่เริ่มรุนแรงขึ้น อย่างเช่นไข้สูง อาการหนาวสั่น หรือหายใจติดขัด ควรรีบไปพบหมอโดยด่วน

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ โรคไข้หวัดใหญ่

1. โรคไข้หวัดใหญ่ไม่ร้ายแรง ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องได้รับการฉีดวัคซีน ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่

ผู้เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่มีมากถึง 650,000 รายต่อปี ซึ่งตัวเลขนี้คือการเสียชีวิตเนื่องจาก การตายของระบบทางเดินหายใจเท่านั้น ดังนั้นผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นยังจะมียิ่งกว่านี้ และแม้ในผู้ที่มีสุขภาพดีก็สามารถติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้ โดยคนส่วนใหญ่จะมีอาการดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่บางคนอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน ได้แก่ ไซนัส และการติดเชื้อในหู ปอดบวม รวมถึงหัวใจและสมองอักเสบ ดังนั้น จึงควรได้รับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เพื่อป้องกันการเป็นโรค

2. คนที่มีร่างกายแข็งแรง ไม่จำเป็นต้องได้รับวัคซีน

ในขณะที่การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีอาการป่วยเรื้อรัง แต่สำหรับคนที่มีสุขภาพดี การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ก็เป็นสิ่งที่ควรทำ เนื่องจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ แนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี สำหรับทุกคนที่อายุมากกว่า 6 เดือน รวมถึงผู้หญิงตั้งครรภ์ด้วย
สำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์ ควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอกว่าปกติ และวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดเชื้อตาย (inactivated flu vaccine) ถือว่าปลอดภัยสำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์

3. วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ สามารถทำให้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้

การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่นั้น เป็นการฉีดเชื้อไวรัสชนิดเชื้อตาย (inactivated virus) ที่ไม่สามารถทำให้คุณติดเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซาได้ อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณรู้สึกปวดหรือมีไข้เล็กน้อย ถือเป็นปฏิกิริยาปกติของระบบภูมิคุ้มกันต่อการฉีดวัคซีน และโดยทั่วไปจะมีอาการเพียง 1-2 วัน

4. วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง

วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าปลอดภัย และผลข้างเคียงที่รุนแรงนั้นเป็นกรณีที่หาได้ยากมาก โดยมี 1 ในล้านคนที่อาจจะเกิดกลุ่มอาการกิลแลง-บาร์เร (Guillain-Barré Syndrome, GBS) ซึ่งทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและเป็นอัมพาต

5. ถ้ามีไข้สูงนานกว่า 1-2 วันอาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษา

ยาปฏิชีวนะทำงานได้ดีในการต้านเชื้อแบคทีเรีย แต่ไม่มีประสิทธิภาพสำหรับการติดเชื้อไวรัส เช่น ไข้หวัดใหญ่ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา อย่างไรก็ตามยาปฏิชีวนะอาจใช้ได้สำหรับโรคแทรกซ้อนของไข้หวัดใหญ่ ที่ทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย จึงไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมากินเอง เพราะยาจะไม่ช่วยทำให้อาการของโรคไข้หวัดใหญ่ดีขึ้น แต่อาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยาได้

6. คุณไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี

ไวรัสอินฟลูเอนซามีการกลายพันธุ์อยู่ตลอดเวลา การฉีดวัคซีนทุกปีจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะมีภูมิต้านทานต่อไวรัสสายพันธ์ุใหม่ๆ ที่อาจทำให้เกิดโรคได้

7. คุณจะไม่แพร่เชื้อไข้หวัดใหญ่ ถ้าคุณรู้สึกสบายดี

ที่จริงแล้ว ผู้ที่มีเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา ราว 20-30 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีอาการใดๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะแพร่เชื้อไม่ได้

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Share now :

Review Date: กุมภาพันธ์ 14, 2019 | Last Modified: ตุลาคม 7, 2019

แหล่งที่มา
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน