ปวดท้องข้างซ้าย บ่อยๆ เป็นสัญญาณโรคร้ายที่น่ากลัวหรือเปล่า

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

หลายคนน่าจะเคยประสบพบเจอกับอาการ ปวดท้องข้างซ้าย กันมาบ้าง แต่คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่า ทำไมเราถึงต้องปวดท้องที่ข้างซ้าย? แล้วอาการปวดท้องข้างซ้ายนี้อันตรายมากน้อยแค่ไหน? วันนี้ Hello คุณหมอ มีคำตอบมาให้แล้วค่ะ

อาการ ปวดท้องข้างซ้าย เกิดจากอะไรได้บ้าง

การปวดท้องที่บริเวณด้านซ้ายหรือชายโครงทางด้านซ้าย เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุปัจจัย และมีความอันตรายที่มากน้อยแตกต่างกันไป ดังนี้ 

โรคถุงผนังลำไส้อักเสบ (Diverticulitis) 

อาการปวดท้องของคุณ อาจมีสาเหตุมาจากโรคถุงผนังลำไส้อักเสบ (Diverticulitis) ซึ่งเป็นอาการที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบบริเวณกระเปาะในลำไส้ใหญ่ เมื่อมีอาการของโรคนี้ ก็จะมีอาการปวดท้องบริเวณข้างซ้าย มีไข้ วิงเวียนศีรษะ อาเจียน และมีอาการกดเจ็บที่ช่องท้อง

อาหารไม่ย่อย

ในช่วงที่กำลังรับประทานอาหาร หรือหลังรับประทานอาหารเข้าไปแล้ว หลายคนอาจเกิดอาการจุกเสียด แน่นท้อง และปวดท้องขึ้นมา โดยอาจมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการกิน เพราะชอบกินอาหารที่ย่อยยาก จึงส่งผลให้มีอาการปวดท้อง กรดไหลย้อน วิงเวียนศีรษะ เรอหรือตด

โรคไส้เลื่อน

อาการไส้เลื่อน เกิดจากการที่ลำไส้มีการเคลื่อนตัวผ่านหนังช่องท้องไปยังบริเวณต่าง ๆ เช่น บริเวณขาหนีบ กระบังลม เชิงกราน หรือสะดือ ซึ่งในระยะยาว จะส่งผลให้เกิดอาการปวดท้อง มีก้อนบวมนูนออกมาในบางจุดที่ลำไส้เคลื่อนตัวไปถึง และหากมีอาการปวดท้องเนื่องจากอาการไส้เลื่อน ควรไปพบคุณหมอ

โรคนิ่วในไต

หากคุณเป็นโรคนิ่วในไต ก้อนนิ่วอาจทำให้คุณมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง โดยเฉพาะช่วงที่มีการปัสสาวะ เพราะจะรู้สึกเจ็บหรือปวดมาก ปัสสาวะจะมีสีแดง ชมพู หรือน้ำตาลขุ่น และมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว หากพบสัญญาณดังกล่าวให้รีบไปพบคุณหมอทันที

โรคงูสวัด

แม้ฟังดูจะเป็นโรคที่เกิดบริเวณผิวหนังมากกว่าที่จะเกิดในช่องท้อง แต่เมื่อคุณมีอาการงูสวัด จะมีผื่นหรือตุ่มขึ้นตามผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณลำตัว หรือชายโครงด้านข้าง บางคนจะมีอาการปวดร่วมด้วยในขณะที่มีตุ่ม และบางคนอาจมีอาการปวดที่รุนแรงก่อนที่จะมีตุ่มเกิดขึ้น

สาเหตุของอาการปวดท้องข้างซ้ายที่พบได้เฉพาะผู้หญิง

อาการปวดท้องประจำเดือน 

ผู้หญิงหลายคนและเกือบจะทุกคนย่อมเคยผ่านประสบการณ์ความทรมานในช่วงที่มีประจำเดือน โดยอาจมีอาการปวดท้องตั้งแต่ก่อนมีประจำเดือนหรือในระหว่างมีรอบเดือน และมีระดับการปวดตั้งแต่การปวดท้องแบบหน่วง ๆ ปวดท้องไม่มาก ไปจนถึงปวดท้องขั้นรุนแรง 

ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis)

หากเนื้อเยื่อที่โดยปกติแล้วต้องอยู่ภายในมดลูก แต่กลับมีการเจริญเติบโตอยู่ภายนอกมดลูก นั่นเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้คุณผู้หญิงปวดท้อง และอาจนำไปสู่ปัญหาภาวะการมีบุตรยากตามมาในภายหลัง ผู้ที่มีภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ จะรู้สึกปวดท้องหนักมากในช่วงที่มีประจำเดือน และตอนปัสสาวะ  

ถุงน้ำรังไข่ (Ovarian cyst)

โรคถุงน้ำรังไข่ คือ การที่มีของเหลวอยู่ภายในหรืออยู่ที่ด้านบนของรังไข่ โดยปกติแล้วจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาร้ายแรงใด ๆ จะมีอาการปวดที่คล้ายกับช่วงมีประจำเดือน ปวดท้องน้อยแบบหน่วง ๆ แต่เมื่อถุงน้ำรังไข่นั้นมีการขยายขนาดใหญ่ขึ้น อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ทำให้มีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง หรือปวดบริเวณท้องน้อยอยู่ตลอดเวลาโดยที่ไม่มีประจำเดือน หรืออาจทำให้มีเลือดออกอยู่ภายใน

การบิดของรังไข่ (Ovarian torsion)

กรณีที่ซีสต์ในรังไข่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาก นั่นถือเป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดการบิดที่รังไข่ และส่งผลให้เกิดอาการปวดท้องแบบฉับพลันตามมา สำหรับอาการเช่นนี้ควรรีบไปพบคุณหมอ เพราะจำเป็นต้องมีการผ่าตัด

การตั้งครรภ์นอกมดลูก

เมื่อตัวอ่อนมีการฝังตัวอยู่ภายนอกมดลูก จนเป็นสาเหตุของการตั้งครรภ์นอกมดลูก ซึ่งหากคุณมีภาวะดังกล่าว ก็จะทำให้มีอาการปวดท้องน้อย เลือดออกบริเวณช่องคลอด และประจำเดือนขาด รวมถึงเสี่ยงต่อการตกเลือดได้อีกด้วย

อุ้งเชิงกรานอักเสบ (Pelvic inflammatory disease หรือ PID)

อุ้งเชิงกรานอักเสบ คือ การติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิง เช่น บริเวณปากมดลูก ปีกมดลูก หรือในมดลูก อาจมีสาเหตุมาจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองในเทียม หรือหนองใน ทำให้มีอาการตกขาวและมีกลิ่นเหม็น ปวดแสบปวดร้อนขณะปัสสาวะ มีเลือดออกที่ช่องคลอด ไปจนถึงมีอาการเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์

สาเหตุของอาการปวดท้องข้างซ้ายที่พบได้เฉพาะผู้ชาย

ภาวะปวดอัณฑะแบบเฉียบพลัน หรือภาวะอัณฑะบิดขั้ว หรืออัณฑะบิดตัว (Testicular torsion)

ภาวะดังกล่าวนี้ เกิดจากการที่อัณฑะมีการบิดตัว ทำให้เลือดไม่ไหลเวียนไปเลี้ยงที่อัณฑะ ส่งผลให้มีอาการปวดและบวมอย่างรุนแรง ซึ่งยังไม่มีสาเหตุของการเกิดที่แน่ชัด แต่อาการนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้ชายทุกคน

อาการ ปวดท้องข้างซ้าย น่าเป็นห่วงหรือไม่

อาการปวดท้องบริเวณด้านล่างซ้ายนั้น โดยมากแล้วมักจะไม่มีอะไรให้กังวลใด แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังไม่ควรวางใจจนปล่อยปละละเลยเสียทีเดียว เพราะถ้าหากเกิดอาการปวดที่เรื้อรัง ปวดท้องหนึ่งถึงสองวันแล้วยังไม่หาย นั่นอาจเป็นสัญญาณของอาการร้ายแรงทางสุขภาพได้

เมื่อไหร่ควรไปพบคุณหมอ

หากอาการปวดท้องของคุณกินเวลานานเกินหนึ่งถึงสองวัน และแม้จะรับประทานยาแก้ปวดเข้าไปแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น ควรรีบไปพบคุณหมอเพื่อรับการรักษาอย่างทันท่วงที

Hello Health Group ม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Share now :

Review Date: มกราคม 21, 2020 | Last Modified: กุมภาพันธ์ 5, 2020

แหล่งที่มา
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน