สาเหตุที่ทำให้คุณ อ่อนเพลีย เป็นประจำ และวิธีแก้ไขที่ได้ผลทันใจ

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

อ่อนเพลีย เป็นประจำ อย่างนั้นหรือ? คุณไม่ใช่คนเดียวที่เป็นแบบนี้หรอก อาการอ่อนเพลีย เป็นหนึ่งในปัญหาหลักของคนทำงาน นักเรียนนักศึกษา หรือผู้สูงอายุ เมื่อเกิดอาการนี้ จะทำให้ขาดสมาธิและมีประสิทธิภาพน้อยลง บทความนี้ขอนำเสนอวิธีแก้ไขอาการอ่อนเพลีย

สาเหตุของอาการอ่อนเพลีย

การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป

การดื่มแอลกอฮอล์อาจช่วยดับกระหาย และทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและตื่นตัวในขณะที่ดื่ม แต่หลายชั่วโมงหลังจากนั้น แอลกฮอล์จะเพิ่มปริมาณฮอร์โมนเอพิเนฟรีน (epinephrine) ในร่างกาย ซึ่งเป็นฮอร์โมนเกี่ยวกับความเครียด ที่เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ กระตุ้นร่างกายให้ตื่นตัว และรบกวนคุณภาพการนอนหลับ ทำให้เกิดการสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย และนำไปสู่อาการอ่อนเพลียได้ นอกจากนี้ หลังจากค่ำคืนที่ดื่มหนักแล้ว คุณอาจประสบปัญหาเมาค้างในเช้าวันรุ่งขึ้นได้อีกด้วย

อาการอ่อนเพลียจากการเดินทางข้ามเวลา (เจ็ตแล็ก)

เจ็ตแล็ก เป็นปัญหาการนอนหลับที่เกิดขึ้นชั่วคราว ที่สามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้เมื่อต้องเดินทางข้ามโซนเวลาหลายๆ โซน ร่างกายของเรามีนาฬิกาภายในเฉพาะตัว ที่ส่งสัญญาณให้ร่างกายว่าเมื่อไรถึงเวลาตื่น และเวลาใดถึงเวลานอน เจ็ทแล็คเกิดขึ้นเมื่อนาฬิกาภายในร่างของของคุณ ยังคงเดินตามเวลาในจุดดั้งเดิมก่อนการเดินทาง แทนที่จะเดินตามเวลาของโซนที่คุณเกิดนทางไปถึง ยิ่งต้องข้ามโซนเวลาหลายๆ โซน ตึฯก็มีโอกาสจะเกิดอาการเจ็ทแล็คได้มากเท่านั้น

เจ็ทแล็คสามารถทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียในช่วงระหว่างวัน ความรู้สึกไม่สบาย และไม่สามารถตื่นตัวได้ รวมถึงอาจมีปัญหาในระบบทางเดินอาหาร เจ็ทแล็คเป็นอาการที่เกิดขึ้นชั่วคราว แต่อาจทำให้คุณรู้สึกไม่สบายได้อย่างมาก แต่ก็มีหลายขั้นตอนที่คุณสามารถป้องกันหรือลดอาการเจ็ตแล็กได้

ขาดการออกกำลังกาย

กิจกรรมทางร่างกายหรือการออกกำลังกาย สามารถช่วยทำให้สุขภาพและความแข็งแรงดีขึ้น รวมถึงยังลดความเครียด และเพิ่มระดับพลังงานด้วย การออกกำลังกายยังช่วยให้คุณนอนหลับดีขึ้น และตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกสดชื่น

งานวิจัยชี้ให้เห็นว่าคนที่มีอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง มักจะมีระดับความแข็งแรงของร่างกายต่ำ ที่ทำให้ความสามารถในการออกกำลังกายของคนๆ นั้นลดลง อย่างไรก็ตาม การรีวิวงานงิจัยในคนมากกว่า 1,500 คนพบว่า การออกกำลังกายสามารถลดอาการอ่อนเพลียในคนที่เป็นโรคอ่อนเพลียเรื้อรังได้

งานวิจัยยังแสดงให้เห็นว่าการออกกำลังกายสามารถลดอาการอ่อนเพลีย ในคนที่สุขภาพดี หรือคนที่มีอาการโรคอื่นๆ อย่างเช่น มะเร็ง และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือ การเพิ่มกิจกรรมทางร่างกายแม้เพียงเล็กน้อย ก็ดูจะมีประโยชน์เช่นกัน

นอนหลับไม่เพียงพอ

การนอนหลับไม่เพียงพอทำให้คุณรู้สึกอ่อนเพลีย อีกทั้งยังมีการสำรวจอีกว่า ผู้ป่วยร้อยละ 90 ที่มีอาการซึมเศร้า มีความเกี่ยวข้องคุณภาพของการนอน และการนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพยังเพิ่มอัตราการฆ่าตัวตายให้สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

พฤติกรรมการรับประทานอาการที่ไม่ดีต่อสุขภาพ

การดื่มน้ำอัดลม การเว้นการรับประทานอาหารเช้า หรือการรับประทานแต่อาหารขยะ ทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย เพราะพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ไม่สามารถให้พลังงงานที่เพียงพอต่อร่างกายเพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมระหว่างวันได้เพียงพอ ตรงกันข้าม การทานอาหารฟาสต์ฟู้ดมากเกินไปหรือดื่มน้ำอัดลมมากเกินไปยังส่งผลต่อระดับน้ำตาล กรดไขมัน และคอเลสเตอรอลในเลือดที่สูงขึ้นได้

โรคที่เกี่ยวข้องกับอาการอ่อนเพลีย

การแก้ปัญหาอาการอ่อนเพลีย

เคลื่อนไหวร่างกาย

สิ่งสุดท้ายที่คุณอาจนึกถึงเมื่อคุณรู้สึกเหนื่อยและง่วงนอนคือ การออกกำลังกาย เพราะเชื่อว่าการออกกำลังกายเป็นการใช้พลังงงานที่เหลืออยู่สุดท้ายให้หมดไป
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญต่างเห็นพ้องต้องกันว่า การออกกำลังกายกลับจะทำให้คุณมีพลังวังชาเพิ่มขึ้น โดย เคอร์รี่ เจ สจ๊วต ศาสตราจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์และผู้อำนวยการศูนย์การวิจัยและคลินิกทางสรีรวิทยาประจำมหาวิทยาลัยจอห์น ฮ็อปกิ้นส์ กล่าวว่าการออกกำลังกายช่วยเสริมสร้างความแข็งแรง เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจ ปอดและกล้ามเนื้อ และคุณภาพชีวิตโดยรวม

เข้านอนเร็วขึ้น

การนอนหลับไม่เพียงพอสามารถเพิ่มโอกาสในการทำผิดพลาด ลดความสามารถในการตั้งสมาธิ และนำไปสู่อาการอ่อนเพลีย วิธีแก้ปัญหาวิธีเดียวคือการเข้านอนให้เร็วขึ้น และนอนหลับในช่วเวลากลางคืนอย่างมีประสิทธิภาพ

ควบคุมน้ำหนัก

โรคอ้วนส่งผลกระทบต่อทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ความอ้วนทำลายความเชื่อมั่นในตนเอง และนำไปสู่ปัญหาเกี่ยวกับการนอนและระดับพลังงานของร่างกายที่น้อยลง ดังนั้น การแก้ปัญหาการนอนไม่หลับ ได้แก่ การรักษาระดับน้ำหนักให้คงที่ โดยการลดการดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลและของหวานอื่นๆ พร้อมกับเพิ่มระดับการออกกำลังกายขึ้น

วางแผนการรับประทานอาหารที่ดีต่อร่างกาย

ระดับสารอาหารที่เหมาะสมสามารถช่วยเพิ่มพลังงานแก่คุณได้ตลอดทั้งวัน อาหารที่ควรเลือกรับประทานคืออาหารจำพวกผลไม้ ผัก นมที่ไม่มีน้ำตาล เนื้อสัตว์และน้ำมัน

ปรึกษาหมอ

วิธีแก้ปัญหาวิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการอ่อนเพลีย ซึ่งมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นระยะเวลานาน แพทย์จะประเมิน ทำการตรวจ และเสนอวิธีการรักษาที่เหมาะสม เนื่องจากในบางกรณี อาการอ่อนเพลียสามารถเป็นสัญญาณของอาการของโรคที่รุนแรงต่างๆ

อาการอ่อนเพลียส่งผลกระทบต่อสุขภาพและประสิทธิภาพการทำงาน คุณควรมีความอดทนต่อการรักษา ไม่ว่าจะเป็นการรักษาด้วยวิธีการใดก็ตาม เพื่อให้ได้ผลในการรักษาที่ดีที่สุด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัย หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา