ไขข้อข้องใจ คนเป็นโรคไต ใช้ยาคลายกล้ามเนื้อ ปลอดภัยจริงเหรอ

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date พฤษภาคม 11, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

โรคไตกับยาคลายกล้ามเนื้อ มีความเกี่ยวข้องกันอย่างมาก เนื่องจากยาคลายกล้ามเนื้อเป็นหนึ่งในยาที่คนเป็นโรคไตมักจะต้องใช้ โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคไตที่ต้องทำการฟอกไต (hemodialysis) ยาคลายกล้ามเนื้อสามารถช่วยให้ผู้ป่วยที่ทำการฟอกไตไม่ต้องทรมานกับอาการปวดกล้ามเนื้อที่มาพร้อมกับการฟอกไตได้ แต่ในขณะเดียวกัน ยานี้ก็อาจนำมาซึ่งอันตรายอื่นๆ ได้เช่นกัน

โรคไตกับยาคลายกล้ามเนื้อ มีอะไรบ้างที่ควรระวัง

สาเหตุส่วนใหญ่ที่แพทย์สั่งยาคลายกล้ามเนื้อให้ผู้ป่วยที่รับการฟอกไตใช้ เนื่องมาจากอาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูก นอกจากนี้ยังอาจจะมีสาเหตุมาจากการปวดคอ ปวดหลัง และเป็นตะคริว แต่ก็มีผู้ป่วยบางรายที่เลือกใช้ยาคลายกล้ามเนื้อทั้งๆที่แพทย์ไม่ได้สั่งให้ใช้ยานั้น

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ายาคลายกล้ามเนื้อนั้นอาจจะสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดที่มาพร้อมกับการฟอกไตเหล่านี้ได้ แต่ยาคลายกล้ามเนื้อนั้นก็ไม่มีได้ปลอดภัยไปเสียทีเดียว

มีงานวิจัยแสดงให้เห็นว่า ผู้ป่วยโรคไตที่ที่ทำการฟอกไตและใช้ยาคลายกล้ามเนื้อนั้น จะมีความเสี่ยงในการเกิดการเปลี่ยนแปลงของสติสัมปชัญญะเพิ่มขึ้นกว่า 68% ความเสี่ยงในการหกล้มเพิ่มขึ้นกว่า 29% และความเสี่ยงในการเกิดกระดูกหักเพิ่มขึ้นอีกกว่า 30%

จากข้อมูลในปี 2011 พบว่า ผู้ป่วยโรคไตที่ใช้ยาคลายกล้ามเนื้อ แสดงให้เห็นถึงอาการความผิดปกติทางสติสัมปชัญญะ หกล้ม กระดูกหัก และเสียชีวิตเพิ่มขึ้นกว่าผู้ป่วยโรคไตที่ไม่ได้ใช้ยาคลายกล้ามเนื้อ

นอกจากนี้ ยังมีรายงานพบว่า 1 ใน 25 คนของผู้ป่วยโรคไตถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเนื่องจาก มีอาการสับสนอย่างรุนแรง และมีอาการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกัน หลังจากใช้ยาคลายกล้ามเนื้อที่เรียกว่า ยาแบคโคลเฟน (baclofen) เพียงไม่กี่วัน

จากรายงานของ ICES Western, Western University และ and Lawson Health Research Institute ได้ทำการเก็บข้อมูล โดยการศึกษาผู้ป่วยโรคไตกว่า 16,000 คนที่เริ่มต้นใช้ยาแบคโคลเฟนตั้งแต่ปี 2007 ไปจนถึง 2018 โดยแบ่งกลุ่มศึกษาออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ใช้ยาแบคโคลเฟนในขนาดสูง และผู้ที่ใช้ยาแบคโคลเฟนในขนาดต่ำ แล้วนำผลมาเปรียบเทียบกับผู้ป่วยโรคไตกว่า 300,000 คนที่ไม่ได้ใช้ยาคลายกล้ามเนื้อใดๆ

ผลการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยโรคไตที่ได้รับจ่ายยาแบคโคลเฟนในขนาดสูง มีโอกาสมากกว่าที่จะต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล เนื่องจากมีอาการเวียนศีรษะและสับสนอย่างรุนแรง นับเป็นจำนวนสูงมากหากเทียบกับกลุ่มของผู้ป่วยโรคไตที่ไม่ได้ใช้ยาแบคโคลเฟนและต้องรับการรักษาเนื่องจากอาการสับสนและเวียนศีรษะซึ่งมีเพียง 1 ใน 500 คนเท่านั้น

ยาแบคโคลเฟนนั้นแม้ว่าโดยปกติแล้วจะไม่เป็นอันตรายใดๆ แต่ก็สามารถทำให้ผู้ป่วยมีอาการสับสนได้อย่างรุนแรง แม้แต่ผู้ป่วยที่มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ดี ก็สามารถมีอาการสับสนได้ หลังจากที่เริ่มต้นใช้ยาแบคโคลเฟนนี้

ไต มีส่วนสำคัญในการกำจัดยาที่ค้างอยู่ในร่างกายออกไป ผู้ป่วยโรคไตจึงมักจะต้องเจอกับปัญหาการตกค้างของยา โดยเฉพาะยาคลายกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดผลข้างเคียงของยาอย่างรุนแรงมากกว่าปกติ แม้แต่ยาคลายกล้ามเนื้อที่ถูกกำจัดด้วยตับอย่าง cyclobenzaprine ก็ยังส่งผลให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงได้เช่นกัน

ถ้าอย่างนั้น คนเป็นโรคไต ควรจัดการกับอาการปวดได้อย่างไร

การจัดการกับอาการปวดของผู้ป่วยโรคไตที่รับการฟอกไตนั้น โดยปกติแล้วจะเลือกใช้เป็นยาแก้ปวดประเภทที่ไม่ใช่โอปิออยด์ (opioid) ได้แก่ ยาพาราเซตามอลหรือยาอะเซตามิโนเฟน และยาในกลุ่ม NSAIDs อื่นๆ เช่น ยาไอบูโพรเฟน (ibuprofen) เป็นยาทางเลือกในการรักษาอาการปวดโดยที่ไม่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงสำหรับผู้ป่วยโรคไต

นอกจากนี้ยังมียาแก้ปวดโอปิออยด์บางชนิดที่ผู้ป่วยโรคไตอาจจะสามารถใช้ได้ เช่น ยาเฟนทานิล (Fentanyl) ยาไฮโดรโคโดน (hydrocodone) และยาไฮโดรมอร์โฟน (hydromorphone) เป็นยาแก้ปวดโอปิออยด์ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้ป่วยที่มีไตบกพร่องและผู้ป่วยที่ทำการฟอกไต

อาการปวดนั้นเป็นอาการที่มักจะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยที่ต้องรับการฟอกไต การรักษาอาการปวดเหล่านี้จะต้องเป็นไปอย่างระมัดระวังและแตกต่างกันตามความต้องการของแต่ละราย เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนจะจำเป็นต้องใช้ยาคลายกล้ามเนื้อหรือยาอื่นๆเสมอไป

ในปัจจุบันนั้นยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ยาคลายกล้ามเนื้อชนิดอื่นมากเพียงพอ ที่จะสามารถเปรียบเทียบถึงความแตกต่างของการใช้ยาคลายกล้ามเนื้อแต่ละประเภทในผู้ป่วยโรคไตได้ ดังนั้นผู้ป่วยทุกรายจะต้องได้รับคำปรึกษาแพทย์และการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพื่อหาวิธีที่เหมาะสมและป้องกันผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้น

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ยาคลายกล้ามเนื้อ แอลกอฮอล์ ส่วนผสมอันตราย ที่ห้ามรับประทานพร้อมกัน เด็ดขาด!

ยาคลายกล้ามเนื้อ แอลกอฮอล์ มีฤทธิ์ในการกดประสาทส่วนกลางทั้งคู่ หากใช้พร้อมๆ กันอาจทำให้เกิดอาการปวดหัว อัตราการเต้นของหัวใจช้าง และอันตรายต่อสุขภาพ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
เคล็ดลับสุขภาพ, สุขภาพชีวิตที่ดี พฤศจิกายน 29, 2019 . เวลาในการอ่าน

คลอร์ซอกซาโซน (Chlorzoxazone)

ยา คลอร์ซอกซาโซน (Chlorzoxazone) ใช้เพื่อรักษาอาการกล้ามเนื้อกระตุกและอาการปวดกล้ามเนื้อ โดยปกติมักจะใช้ยานี้ร่วมกับการพักผ่อน กายภาพบำบัด และการรักษาอื่นๆ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
ยา ก-ฮ, ยา-สมุนไพร ก-ฮ พฤศจิกายน 27, 2019 . เวลาในการอ่าน

กินผิด ชีวิตเปลี่ยน!! รู้ให้ชัวร์ วิธีกินยาคลายกล้ามเนื้อ ให้ถูกวิธี

การกินยาคลายกล้ามเนื้อ ที่ผิดวิธีส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างมาก วันนี้เราจึงมี วิธีกินยาคลายกล้ามเนื้อ ที่ถูกต้องมาฝากค่ะ เพื่อสุขภาพที่ดีของเรา

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์

ไซโคลเบนซาพรีน (Cyclobenzaprine)

ไซโคลเบนซาพรีน (Cyclobenzaprine) ใช้ในระยะสั้น เพื่อรักษาอาการกล้ามเนื้อหดเกร็ง มักจะใช้ร่วมกับการบำบัดทางกายภาพ ยานี้ทำงานโดยการช่วยคลายกล้ามเนื้อ

ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
ยา ก-ฮ, ยา-สมุนไพร ก-ฮ เมษายน 9, 2019 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

โรคน้ำกัดเท้า-โรคฮ่องกงฟุต-เชื้อรา

สิ่งที่ควรรู้ เมื่อคุณเป็น โรคน้ำกัดเท้า อาการจากเชื้อราที่มาพร้อมกับฤดูฝน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 11, 2020 . เวลาในการอ่าน
เบาหวานลงไต-diabetic-nephropathy

เบาหวานลงไต (Diabetic Nephropathy)

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 22, 2020 . เวลาในการอ่าน
ความเชื่อมโยง-โควิด-19-กับไต

รู้หรือไม่ โควิด-19 ส่งผลร้ายอย่างไร กับไตของเรา

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ พฤษภาคม 8, 2020 . เวลาในการอ่าน
ปวดท้องข้างขวา-สาเหตุ

ปวดท้องข้างขวา อย่ามัวชะล่าใจ เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
เผยแพร่วันที่ กุมภาพันธ์ 7, 2020 . เวลาในการอ่าน