พริกหยวก พริกหวานสุดอร่อย ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพแบบเต็มร้อย

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date ตุลาคม 9, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

แม้ว่า พริกหยวก จะขึ้นต้นด้วย พริก แต่ก็มิได้หมายความว่าจะมีรสชาติที่เผ็ดร้อนอย่างตระกูลพริกทั่วไป เพราะรสชาติที่แท้จริงของมันนั้นมีความหวานซึ่งตัดกับความเผ็ดเล็กน้อยอย่างลงตัว จึงทำให้ผู้คนมากมายมักนำไปประกอบอาหารในเมนูต่าง ๆ เพื่อรับประทานกันมากขึ้น แต่นอกจากความอร่อยแล้ว วันนี้ Hello คุณหมอ ได้นำคุณประโยชน์ดี ๆ ด้านสุขภาพของพริกหยวกมาฝากทุกคนให้ได้ทราบไปพร้อม ๆ กันอีกด้วยค่ะ

ทำความรู้จักกับ พริกหยวก กันเถอะ

พริกหยวก หรือ พริกหวาน (Bell Pepper) ถูกจัดเป็นผลไม้ ที่สามารถรับประทานได้ทั้งแบบดิบ และแบบปรุงสุกร่วมกับในเมนูอาหารต่าง ๆ โดยส่วนมากพริกหยวกมีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบอเมริกากลาง อเมริกาใต้ จนในที่สุดก็ถูกผู้คนนิยมนำมาเพาะปลูกเป็นพืชประจำบ้านกระจายตามทั่วทุกมุมโลก เพื่อรับประทานในปัจจุบัน

สาเหตุที่พริกหยวกนั้นรสชาติแตกต่างจากพริกพันธุ์อื่นอาจเป็นเพราะพริกหยวกไม่มีปริมาณแคปไซซิน (Capsaicin) ที่มากเพียงพอจะสร้างความเผ็ดร้อนให้เสมือนพริกพันธุ์อื่น ๆ จึงทำให้ผู้ที่รับประทานอาหารรสจัดไม่ได้นั้นชื่นชอบเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ

ประโยชน์ของพริกหยวก ที่คุณควรรู้

พริกหยวกอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก เช่น วิตามินซี วิตามินบี 6 วิตามินเค โพแทสเซียม โฟเลต และแร่ธาตุอื่น ๆ เป็นต้น ซึ่งถ้าหากคุณมีการรับประทานในปริมาณที่พอดี หรือเพียงพอต่อวัน ก็อาจทำให้ระบบต่าง ๆ ภายในของเรานั้นเกิดการทำงานได้ดีขึ้น และอาจช่วยลดความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรค ดังต่อไปนี้ ได้

  • ป้องกันโรคโลหิตจาง

ภาวะการขาดธาตุเหล็กเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ผู้คนบางกลุ่มประสบกับโรคโลหิตจางได้บ่อยที่สุด ซึ่งการทานพริกหยวกนั้น อาจเป็นการช่วยเพิ่มวิตามินซีที่ทำให้ร่างกายของคุณเกิดการดูดซับธาตุเหล็กจากอาหารในแต่ละมื้อได้เป็นอย่างดี และช่วยป้องกันให้คุณห่างไกลจากความเสี่ยงของโรคโลหิตจางได้อีกด้วย

  • ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง และโรคหัวใจ

เนื่องจากพริกหยวกอุดมด้วยแคโรทีนอยด์ (Carotenids) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระสำคัญที่ช่วยในการลดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ที่เป็นสาเหตุสำคัญในการสร้างความเสียหายของเซลล์ภายในร่างกาย อีกทั้งยังอาจต้านอนุมูลอิสระ หรือลดการทำงานของอนุมูลอิสระลง เพื่อป้องกันการก่อให้เกิดโรคมะเร็ง รวมไปถึงโรคหัวใจได้

  • ส่งเสริมสุขภาพจิต

หนึ่งในสารอาหารมากมายของพริกหยวกอย่างวิตามินบี 6 อาจเป็นอาหารที่ดีในการรักษาสุขภาพต่อสติปัญญา หรือสมองของเราอย่างมาก เพราะวิตามินบี 6 นั้นมีคุณสมบัติที่สามารถเข้าไปช่วยเพิ่มระดับของ เซโรโทนิน (Serotonin) หรือเรียกอีกอย่างได้ว่า ฮอร์โมนเพิ่มความสุข ที่เข้ามาปรับปรุงความผิดปกติทางจิตใจได้หลายประการ เช่น ภาวะสมาธิสั้น เป็นต้น

  • บำรุงสายตา

ลูทีน (Lutein) และ ซีแซนทิน (Zeaxanthin) ในพริกหยวก อาจเข้าไปช่วยดูแลสุขภาพดวงตาของเราให้แข็งแรงขึ้น พร้อมป้องกันการเสื่อมสภาพของจอประสาทตา และป้องกันรังสียูวี จากแสงแดด ที่เป็นสาเหตุสำคัญในการสูญเสียการมองเห็นได้ในอนาคต ด้วยข้อมูลจากการศึกษาบางชิ้นโดยนักวิจัยจากฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา ค้นพบว่า การรับประทานลูทีนเพียง 6 มิลลิกรัม ต่อวัน อาจช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับดวงตาได้ถึง 43 เปอร์เซ็นต์ เลยทีเดียว

  • บำรุงผิวพรรณ

วิตามินซี และแคโรทีนอยด์ในปริมาณสูงของพริกหยวก อาจช่วยส่งเสริมการกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนให้มากขึ้น เพื่อเป็นอาหารผิว นำมาซึ่งความกระชับ ลดรอยเหี่ยวย่น ที่สำคัญมากไปกว่านั้นยังอาจช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้

ข้อควรระวังในการรับประทาน พริกหยวก

อาการแพ้ หรือผลข้างเคียงใด ๆ ในการรับประทานพริกหยวกนั้นค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยากในบุคคลทั่วไป แต่สำหรับบางกรณีนั้นผู้ที่ประสบกับอาการแพ้พริกหยวกอาจมาจากการแพ้น้ำยาง ละอองเกสร จนก่อให้เกิดปฏิกิริยาบางอย่าง ดังต่อไปนี้

หลังจากที่คุณรับประทานพริกหยวก และพบว่าตนเองมีอาการข้างต้น หรือนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น โปรดหยุดรับประทาน และเข้าขอรับการรักษาจากแพทย์ในโรงพยาบาลใกล้คุณทันที ไม่ว่าจะเป็นการแพ้ในระดับเบา หรือระดับรุนแรงก็ตาม เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดปัญหาทางสุขภาพอื่น ๆ ที่อาจตามมา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

กินให้สุขภาพดี ในช่วงที่ต้องกักตัวจากโควิด-19

เรื่องโภชนาการยังคงสำคัญ และเราจะ กินให้สุขภาพดี ในช่วงที่ต้องกักตัวจากโควิด-19 ได้อย่างไร อาจจะยังเป็นข้อสงสัยของหลายคน ทาง Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝาก

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
Coronavirus, COVID-19 เมษายน 17, 2020 . เวลาในการอ่าน

รู้จักกับ ผักสีแดง แหล่งรวมสารอาหารดีเยี่ยม ให้แก่ร่างกายคุณ

ผักสีแดง ประกอบด้วยสารอาหารมากมายไม่ว่าจะเป็น แอนโทไซยานิน หรือแคโรทีนอยด์ ก็ล้วนพร้อมให้ประโยชน์แก่ร่างกายคุณทุกเวลา เมื่อคุณเริ่มรับประทาน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
รู้หรือไม่, โภชนาการ, สุขภาพชีวิตที่ดี มีนาคม 26, 2020 . เวลาในการอ่าน

ของทานเล่น ที่ไม่ได้ไว้แค่ทานเล่น แต่ช่วยลดน้ำหนักได้

ส่วนใหญ่ ของทานเล่น จะทำให้น้ำหนักของคุณเพิ่มขึ้นได้อย่างไม่รู้ตัว ถ้าอยากจะทานของทานเล่น และน้ำหนักไม่ขึ้นด้วย ควรจะต้องเลือกทานอะไรดี ต้องติดตามกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย

เพิ่มความสดชื่นให้ร่างกาย ด้วย 8 ผลไม้คลายร้อน ต้อนรับซัมเมอร์

เริ่มแล้วกับฤดูร้อนที่กำลังเข้ามาถึง ทำให้หลายๆ คนต้องหาวิธีดับร้อนกันอย่างแน่นอน Hello คุณหมอ จึงมีบทความดีๆ ถึงการรับประทาน ผลไม้คลายร้อน มาฝากทุกคนกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
โภชนาการ, สุขภาพชีวิตที่ดี มีนาคม 19, 2020 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

เมล็ดแอปเปิ้ล-อันตราย-พิษไซยาไนด์

รู้หรือไม่ เมล็ดแอปเปิ้ล อันตราย อาจเสี่ยงตายเพราะพิษไซยาไนด์

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ ตุลาคม 7, 2020 . เวลาในการอ่าน
ผู้ชายที่ต้องการลดน้ำหนัก-เคล็ดลับ

ผู้ชายที่ต้องการลดน้ำหนัก เพียงทำตามเคล็ดลับเหล่านี้ รับรองหุ่นดีแน่นอน!

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ สิงหาคม 21, 2020 . เวลาในการอ่าน
สุดยอดอาหารสำหรับคุณผู้ชาย-สุขภาพ

สุดยอดอาหารสำหรับคุณผู้ชาย หากินก็ง่าย แถมได้สุขภาพด้วย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ กรกฎาคม 2, 2020 . เวลาในการอ่าน
สูตรพริกหยวกยัดไส้

สูตรพริกหยวกยัดไส้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
เผยแพร่วันที่ มิถุนายน 1, 2020 . เวลาในการอ่าน