สัญญาณและอาการสมองล้า ที่บอกว่าคุณต้องการ อาหารบำรุงสมอง

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

สัญญาณและอาการสมองล้า ที่บอกว่าคุณต้องการ อาหารบำรุงสมอง 

หากวันนี้คุณมีอาการเหนื่อยล้าจากภาวะเครียด แถมร่างกายยังอ่อนเพลีย นั่นอาจหมายถึงอาการสมองล้า และถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป คงไม่ดีแน่ เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพบางอย่าง บทความนี้จึงชวนมาดูสัญญาณและอาการสมองล้า ที่บอกว่าคุณต้องการ อาหารบำรุงสมองแล้ว

อาการสมองล้า คืออะไร

อาการสมองล้า (Brain fog) ไม่ถือว่าเป็นโรค แต่สามารถเป็นอาการของโรคต่าง ๆ ได้ เช่น โรคซึมเศร้า บางครั้งเราอาจเรียกภาวะสมองล้าว่า Mental fatigue ด้วย ซึ่งจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการสมองล้า ว่าส่งผลต่อชีวิตประจำวันหรือไม่ 

นอกจากนี้ สมองล้าสามารถเกิดขึ้นได้ในผู้ที่มีความเครียดระยะยาว ซึ่งทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าทั้งทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงอาจเป็นหนึ่งในปัจจัย ที่ทำให้ร่างกายทรุดโทรม

สัญญาณและอาการสมองล้า

หากคุณมีอาการต่าง ๆ เช่น คิดช้า ขี้ลืม และไม่มีสมาธิ อาจหมายถึงสัญญาณและอาการสมองล้า ซึ่งสามารถส่งผลทั้งทางด้านอารมณ์ ร่างกาย และด้านพฤติกรรม ดังนี้ 

สัญญาณด้านอารมณ์

  • ซึมเศร้า หรือวิตกกังวล
  • ไม่มีสมาธิเวลาทำงาน
  • รู้สึกกลัว รู้สึกโกรธ หรือรู้สึกสิ้นหวัง

สัญญาณด้านร่างกาย และด้านพฤติกรรม

  • ปวดศีรษะ 
  • อ่อนเพลียเรื้อรัง
  • เบื่ออาหาร
  • นอนไม่หลับ
  • ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง จัดการปัญหาต่าง ๆ ได้ไม่ดีเหมือนก่อน
  • มีอาการขี้หลงขี้ลืมบ่อยผิดปกติ

อาหารบำรุงสมอง มีส่วนช่วยทำให้อาการสมองล้าดีขึ้น

อาหารบำรุงสมอง ที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับว่า กินแล้วดีต่อการทำงานของสมอง รวมถึงสามารถช่วยทำให้อาการสมองล้าดีขึ้น มีดังต่อไปนี้

  1. ดาร์กช็อกโกแลต

ดาร์กช็อกโกแลต อุดมไปด้วยสารประกอบที่ช่วยในการทำงานของสมอง ได้แก่ ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) คาเฟอีน และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งฟลาโวนอยด์ในช็อกโกแลต มีส่วนช่วยในการทำงานของสมองในส่วนการเรียนรู้และความจำ ยิ่งไปกว่านั้น ดาร์กช็อกโกแลตยังมีไขมันชนิดดีอีกด้วย ปริมาณของไขมันส่วนใหญ่ คือไขมันอิ่มตัวและไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว มีแค่ส่วนน้อยที่เป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน นับว่าเป็นอาหารอีกหนึ่งชนิดที่หารับประทานได้ง่าย และทำให้อารมณ์ดี แต่อย่าลืมระวังปริมาณน้ำตาลในช็อกโกแลต เพราะอาจจะทำให้อ้วนได้

  1. ซุปไก่สกัด

ซุปไก่สกัดเป็นอาหารฟังก์ชั่น หมายถึง อาหารที่ดีต่อสุขภาพและได้รับความนิยมในปัจจุบัน  แนะนำให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกรับประทานเพิ่มเติมจากอาหารหลัก 5 หมู่ และมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับว่า เป็นอาหารที่ช่วยลดระดับความเครียด และช่วยกระตุ้นเรื่องการจดจำ ความคิด  ลดอาการเหนื่อยล้าทางสมอง ช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายให้สดชื่น  

โดยมีการศึกษาวิจัยทางคลินิกถึงผลของซุปไก่สกัดต่อการฟื้นฟูสมองจากความเหนื่อยล้า ในกลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักศึกษาอาสาสมัครสุขภาพดี จำนวน 20 คน และให้ดื่มซุปไก่สกัดต่อเนื่องเป็นเวลา 7 วัน พบว่ากลุ่มที่ดื่มซุปไก่สกัดสามารถฟื้นคืนสภาพจากความเหนื่อยล้าของสมองได้อย่างรวดเร็ว และทำผลการทดสอบสมองได้ผิดพลาดน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ดื่ม โดยวัดผลจากระดับคอลติซอลหรือฮอร์โมนความเครียดในเลือด ที่ลดลงมาอยู่ในระดับปกติได้เร็วกว่า สรุปได้ว่าผู้ที่ดื่มซุปไก่สกัดสม่ำเสมอจะช่วยฟื้นฟูสมองจากความเหนื่อยล้า และความเครียดระหว่างการทำงานให้น้อยลงได้ และยังมีงานวิจัยต่อด้านอารมณ์ พบว่าผู้ที่ดื่มซุปไก่สกัดต่อเนื่อง 10 วัน มีผลช่วยให้ลดความวิตกกังวล สมองปลอดโปร่ง อารมณ์ดีขึ้น และลดความเหนื่อยล้าจากการใช้สมอง ทำให้มีความรู้สึกกระปรี้กระเปร่า มีแรงอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม โดยนักวิจัยชาวญี่ปุ่นและคณะ (Konagai et al) ได้ศึกษาวิจัยทางคลินิกแบบสุ่มถึงผลของซุปไก่สกัดกับการทำงานของสมอง โดยให้ดื่มซุปไก่สกัดเป็นเวลา 7 วัน แล้วตรวจวัดปริมาณของออกซีฮีโมโกลบิน (Oxy-Hemoglobin) ที่บริเวณสมองส่วนหน้า ทั้งก่อนและหลังดื่ม พบว่าซุปไก่สกัดช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของสมอง โดยช่วยให้เลือดสามารถนำออกซิเจนไปเลี้ยงสมองส่วนหน้าซึ่งเป็นสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับความจำ การคิด ตัดสินใจได้ดีขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับผลงานวิจัยของ Benton และ Young  ในปี 2015 ที่ศึกษาวิจัยทางคลินิกแบบสุ่มพบว่า กลุ่มที่ดื่มซุปไก่สกัดต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 10 วัน มีความเหนื่อยล้าจากการใช้สมองลดลง ทำให้มีความรู้สึกกระปรี้กระเปร่า มีแรง สามารถทำแบบทดสอบความจำได้ถูกต้องแม่นยำ ใช้เวลาในการคิดตัดสินใจได้เร็วขึ้น และมีสมาธิมากขึ้นอีกด้วย 

จากงานวิจัยยังพบว่าในซุปไก่สกัดอุดมไปด้วยสารประกอบกลุ่มไดเปปไทด์ ที่มีชื่อว่าคาร์โนซีน (Carnosine) และแอนเซอรีน (Anserine) ซึ่งสารไดเปปไทด์เหล่านี้ เป็นสารตั้งต้นของสารกลุ่มฮิสทามีน (histamine) ในระบบประสาทส่วนกลาง และสารสื่อประสาทกลุ่ม 5-HT (5-Hydroxytryptamine) สารสื่อประสาทส่วนกลางเหล่านี้ มีส่วนช่วยในการทำงานของร่างกาย เช่น 

  • ช่วยลดระดับความเครียด
  • เพิ่มความสามารถในการเรียนรู้
  • ทำให้ร่างกายสดชื่น พร้อมทำกิจกรรมต่าง ๆ 
  • ลดอาการเหนื่อยล้าทั้งทางร่างกายและจิตใจ
  • ช่วยทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น หลังการออกกำลังกาย
  • ช่วยทำให้คุณภาพน้ำนมแม่ดีขึ้น

ซุปไก่สกัดเป็นหนึ่งในอาหารฟังก์ชั่น ที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้เร็ว นอกจากนี้งานวิจัยยังให้ข้อมูลว่า ซุปไก่สกัด ช่วยให้เลือดนำออกซิเจนไปเลี้ยงสมองส่วนหน้า ส่งผลให้การทำงานของสมองในด้านความจำ การคิด และการตัดสินใจดีขึ้น ในกลุ่มผู้สูงอายุ จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของสมอง และชะลอความเสื่อมของสมองด้วย

  1. บรอกโคลี่

บรอกโคลี่ อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และยังมีวิตามินเคสูง ซึ่งเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน ที่สำคัญต่อการสร้างสฟิงโกลิพิด (Sphingolipids) ซึ่งเป็นไขมันชนิดหนึ่งในเซลล์สมอง มากไปกว่านั้นยังมีงานวิจัยที่พบว่า มีความเชื่อมโยงระหว่าง ผู้สูงอายุที่บริโภควิตามินเค กับความจำที่ดีขึ้น นอกจากวิตามินเคแล้ว บรอกโคลี่ยังมีสารประกอบที่มีคุณสมบัติช่วยต้านการอักเสบ และต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งอาจช่วยป้องกันความเสียหายต่อสมองได้ บรอกโคลี่จึงได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งใน อาหารบำรุงสมอง 

 คุณสามารถนำบรอกโคลี่มาปรุงอาหารได้หลากหลายเมนูทำให้ไม่เบื่อหน่ายง่าย แต่อย่าลืมล้างผักก่อนนำมาปรุง เพราะอาจจะมียาฆ่าแมลงตกค้างได้

  1. ปลาแซลมอน 

ปลาบางชนิดอุดมไปด้วย กรดไขมันโอเมก้า 3 ที่มีประโยชน์ต่อสมอง โดยปลาที่เป็นแหล่งของโอเมก้า 3 ได้แก่ ปลาแซลมอน ปลาเทราต์ ปลาทูน่า และปลาซาร์ดีน ซึ่งไขมันโอเมก้า 3 จำเป็นต่อการเรียนรู้และความจำ รวมถึงช่วยป้องกันสมองจากการสูญเสียความจำ และความจำที่ลดลงตามอายุ ยิ่งไปกว่านั้น ปลาแซลมอนมีทั้งกรดไขมันโอเมก้า 3 ชนิดดีเอชเอ (DHA) และอีพีเอ (EPA) ซึ่งกรดไขมันโอเมก้า 3 ทั้ง 2 ชนิดจำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการทำงานของสมองด้วย แต่ปลาแซลมอนก็มีราคาค่อนข้างสูง ทำให้คุณอาจจะต้องสิ้นเปลืองมากหากรับประทานบ่อยๆ 

  1. ใบแปะก๊วย

ใบแปะก๊วย มีส่วนช่วยในการทำงานของสมองและการไหลเวียนโลหิต และยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ รวมถึงยังมีคุณสมบัติช่วยลดความกังวล ความเครียด และอาการอื่นๆ ที่เกี่ยวกับโรคอัลไซเมอร์ อย่างไรก็ตาม คุณสมบัติในการรักษาโรคอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อมนั้น ปัจจุบันยังคงต้องการการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่พบว่า แปะก๊วยอาจช่วยเสริมการทำงานของสมองในผู้ที่มีสุขภาพดี แต่อย่าลืมปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน เพราะใบแปะก๊วยมักจะมาในรูปของอาหารเสริมสกัด

การดูแลใส่ในสุขภาพสมองเป็นเรื่องสำคัญ เพราะสมองของเราควบคุมการทำงานของร่างกาย ซึ่งอาหารที่เรากินมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพสมอง ดังนั้นคุณสามารถเริ่มดูแลสุขภาพสมองได้ง่าย ๆ ด้วยการกินอาหารบำรุงสมอง และต้องไม่ลืมที่จะดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอค่ะ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Share now :

Review Date: มกราคม 9, 2020 | Last Modified: มกราคม 10, 2020

แหล่งที่มา
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน