โภชนาการเพื่อสุขภาพ

"You are what you eat" อาหารที่คุณรับประทาน มีความสำคัญอย่างมาก ต่อสุขภาพร่างกายของคุณ แต่น่าเสียดายที่ยังคงมีความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับ โภชนาการเพื่อสุขภาพ อยู่มากมาย ดังนั้น การแยกแยะข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

เรื่องเด่นประจำหมวด

โภชนาการเพื่อสุขภาพ

ทำไมยิ่งเครียด ยิ่งอ้วน? เจาะลึกฮอร์โมนเครียด ต้นเหตุ "โรคอ้วน" และความดันโลหิตสูง

คุณเคยสงสัยไหมว่า ทั้งที่พยายามลดน้ำหนักอย่างหนัก เข้ายิมเป็นประจำ และคุมอาหารจนแทบไม่ได้กินของอร่อย แต่ทำไม "พุง" เจ้ากรรมกลับไม่ยอมยุบลงเลย? หรือบางคนกลับพบว่าในช่วงที่งานรุมเร้า เครียดสะสม น้ำหนักกลับพุ่งพรวดขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ คำตอบของปริศนานี้ไม่ได้อยู่ที่วินัยของคุณเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่กลไกของฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า คอร์ติซอล (Cortisol) หรือที่เรารู้จักกันในนาม "ฮอร์โมนความเครียด" ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่เปลี่ยนคนเครียดให้กลายเป็นโรคอ้วนลงพุง และลุกลามไปสู่ภาวะความดันโลหิตสูงในที่สุด ความเครียดกับร่างกาย: เมื่อ "กลไกเอาตัวรอด" กลายเป็นภัยเงียบ ในทางชีวภาพ ร่างกายมนุษย์ถูกออกแบบมาให้รับมือกับอันตรายผ่านระบบที่เรียกว่า "Fight or Flight" (สู้หรือหนี) เมื่อเราเผชิญกับสถานการณ์คับขัน ต่อมหมวกไตจะหลั่ง Cortisol ออกมาเพื่อทำหน้าที่สำคัญคือการเพิ่มระดับน้ำตาลในกระแสเลือด เพื่อให้กล้ามเนื้อมีพลังงานเพียงพอในการต่อสู้หรือวิ่งหนี แต่ปัญหาของคนในยุคปัจจุบันคือ เราไม่ได้เครียดเพราะต้องหนีเสือหรือสู้กับสัตว์ร้าย แต่เราเครียดเพราะเดดไลน์งาน ปัญหาการเงิน หรือความสัมพันธ์ที่ตึงเครียด ซึ่งความเครียดเหล่านี้เป็น "ความเครียดเรื้อรัง" (Chronic Stress) ที่ทำให้ระดับ Cortisol ในร่างกายสูงค้างอยู่เป็นเวลานาน ร่างกายจึงเข้าสู่โหมดกักเก็บพลังงานเพื่อรับมือกับวิกฤตที่ไม่มีวันจบสิ้น และนั่นคือจุดเริ่มต้นของโรคอ้วน เจาะลึกกลไก: ทำไมคอร์ติซอลถึงสั่งให้ "สะสมไขมันที่พุง" หลายคนอาจตั้งคำถามว่า "ถ้าเครียดแล้วต้องใช้พลังงาน ทำไมเราถึงอ้วนขึ้น?" คำตอบซ่อนอยู่ในกลไกการทำงานของ Cortisol ที่ส่งผลต่อร่างกาย 3 ด้านหลัก ดังนี้: 1. ปรากฏการณ์ "พุงเครียด" […]

หมวดหมู่ โภชนาการเพื่อสุขภาพ เพิ่มเติม

สำรวจ โภชนาการเพื่อสุขภาพ

โรคอ้วน

น้ำหนักเกินเกี่ยวอะไรกับความดัน ไขมันสูง และเมตาบอลิกซินโดรม?

น้ำหนักเกินไม่ได้แปลว่าเจ็บป่วยทันที แต่เป็นสัญญาณเตือนสำคัญของความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังหลายชนิด โดยเฉพาะความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ เบาหวานชนิดที่ 2 และภาวะที่เรียกว่า “เมตาบอลิกซินโดรม” ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้โอกาสเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน NHLBI, NIDDK และ American Heart Association ระบุสอดคล้องกันว่า ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันความผิดปกติเหล่านี้ให้เกิดร่วมกัน น้ำหนักเกินทำให้ความดันและไขมันในเลือดแย่ลงได้อย่างไร เมื่อร่างกายมีไขมันส่วนเกินมากขึ้น โดยเฉพาะรอบเอว ระบบต่าง ๆ ในร่างกายจะต้องทำงานหนักขึ้น หัวใจต้องสูบฉีดเลือดมากขึ้น หลอดเลือดรับแรงดันมากขึ้น และสมดุลของไขมันในเลือดก็อาจเปลี่ยนไป NIDDK และ NHLBI ระบุว่า ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนสัมพันธ์กับความดันโลหิตสูง ไตรกลีเซอไรด์สูง LDL สูง และ HDL ต่ำ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้ ความอ้วนยังเชื่อมโยงกับภาวะดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นได้ง่าย และเป็นจุดเริ่มของเบาหวานชนิดที่ 2 เมื่อความดัน ไขมัน น้ำตาล และรอบเอวผิดปกติพร้อมกัน ความเสี่ยงก็ไม่ได้บวกแบบธรรมดา แต่เพิ่มขึ้นเป็นกลุ่มอันตรายที่ต้องรีบจัดการ เมตาบอลิกซินโดรมคือ “กลุ่มอาการเสี่ยง” ไม่ใช่โรคเดียว เมตาบอลิกซินโดรมคือการมีปัจจัยเสี่ยงอย่างน้อย 3 ใน 5 ข้อ ได้แก่ รอบเอวใหญ่ ความดันโลหิตสูง […]


โรคอ้วน

คุมอาหารอย่างเดียวพอไหม? บทบาทของการออกกำลังกายในการลดไขมันและคุมน้ำหนัก

เวลาอยากลดน้ำหนัก หลายคนเริ่มจากคำถามว่า “ถ้าคุมอาหารดีพอ ยังจำเป็นต้องออกกำลังกายไหม” คำตอบคือ การคุมอาหารมีบทบาทสำคัญมากต่อการลดน้ำหนัก แต่ถ้าเป้าหมายคือ “ลดไขมันอย่างมีคุณภาพ สุขภาพดีขึ้น และคุมน้ำหนักได้ในระยะยาว” การออกกำลังกายยังมีบทบาทสำคัญมาก CDC และ NIDDK ระบุว่า การลดพลังงานจากอาหารช่วยให้เกิดการลดน้ำหนักได้จริง แต่การมีกิจกรรมทางกายสม่ำเสมอช่วยทั้งเรื่องการใช้พลังงาน สุขภาพหัวใจ ความแข็งแรง และการรักษาน้ำหนักหลังลดได้ดีกว่าเดิม คุมอาหารอย่างเดียว “ลดน้ำหนัก” ได้ แต่ไม่ได้ตอบทุกโจทย์ CDC ระบุว่า การลดน้ำหนักส่วนใหญ่มักเกิดจากการลดแคลอรีที่รับเข้าไป นั่นแปลว่า หากคุมอาหารได้เหมาะสม น้ำหนักก็มีโอกาสลดลง แม้ยังไม่ได้ออกกำลังกายมากนัก แต่ปัญหาคือ ตัวเลขบนตาชั่งที่ลดลง ไม่ได้บอกว่าเราลด “ไขมัน” อย่างเดียวเสมอไป บางคนอาจลดทั้งไขมัน น้ำ และมวลกล้ามเนื้อไปพร้อมกัน โดยเฉพาะถ้าลดอาหารมากเกินไปหรือกินโปรตีนไม่พอ เมื่อกล้ามเนื้อลดลง ร่างกายอาจอ่อนแรง เหนื่อยง่าย และรูปร่างไม่กระชับอย่างที่หวัง ที่สำคัญคือเมื่อหยุดคุมเข้ม น้ำหนักอาจเด้งกลับได้ง่ายขึ้น เพราะเราไม่ได้สร้างนิสัยการเคลื่อนไหวหรือเสริมสมรรถภาพร่างกายไว้เลย การออกกำลังกายช่วยให้ “ลดไขมัน” ได้มีคุณภาพขึ้น บทบาทของการออกกำลังกายไม่ได้มีแค่เผาผลาญแคลอรี แต่ยังช่วยให้ร่างกายรักษามวลกล้ามเนื้อได้ดีขึ้น สนับสนุนระบบเผาผลาญ ช่วยให้หัวใจและหลอดเลือดแข็งแรงขึ้น และทำให้การควบคุมน้ำหนักในระยะยาวมีโอกาสสำเร็จมากขึ้น CDC ระบุว่าการใช้พลังงานผ่านการเคลื่อนไหว เมื่อทำร่วมกับการลดแคลอรีจากอาหาร จะช่วยสร้างภาวะขาดดุลพลังงานซึ่งนำไปสู่การลดน้ำหนัก และยังย้ำด้วยว่าการออกกำลังกายสม่ำเสมอมีความสำคัญมากต่อการรักษาน้ำหนักหลังลด อีกจุดที่สำคัญคือ […]


โรคอ้วน

โรคอ้วนกระทบข้อเข่าและหลังอย่างไร? ทำไมแค่น้ำหนักขึ้นจึงทำให้ใช้ชีวิตลำบากขึ้น

หลายคนอาจคิดว่าโรคอ้วนเป็นแค่เรื่องรูปร่าง แต่จริง ๆ แล้วน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นสามารถกระทบกับการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันได้ชัดเจน โดยเฉพาะข้อเข่า หลัง และความคล่องตัวเวลาเดิน ยืน หรือขึ้นบันได ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนยังสัมพันธ์กับปัญหาข้อ ปัญหาการหายใจ และคุณภาพชีวิตที่ลดลงด้วย น้ำหนักตัวที่มากขึ้น เพิ่มแรงกดต่อข้อเข่าและหลังโดยตรง ข้อเข่า ข้อสะโพก และกระดูกสันหลังเป็นโครงสร้างที่ต้องรับน้ำหนักของร่างกายอยู่แล้ว เมื่อมีน้ำหนักเกิน ภาระที่กดลงบนข้อต่อเหล่านี้ก็เพิ่มขึ้นตาม ทำให้กระดูกอ่อนและเนื้อเยื่อรอบข้อทำงานหนักขึ้น จึงไม่น่าแปลกที่คนที่มีภาวะอ้วนจะมีโอกาสเกิดข้อเข่าเสื่อมมากขึ้น หรือหากมีอาการอยู่เดิมก็อาจปวดมากขึ้นได้ โดยเฉพาะเวลาเดิน ขึ้นลงบันได หรือยืนนาน ๆ สำหรับอาการปวดหลัง กลไกสำคัญคือการที่แนวรับน้ำหนักของลำตัวเปลี่ยนไป กล้ามเนื้อหลังและแกนกลางลำตัวต้องทำงานมากขึ้นเพื่อพยุงท่าทาง หากกล้ามเนื้อไม่แข็งแรงพอ ก็เกิดอาการตึงล้า ปวดหลังส่วนล่าง หรือปวดเมื่อยเรื้อรังได้ง่ายขึ้น งานด้านสุขภาพระบบกระดูกและกล้ามเนื้อของ WHO ยังชี้ว่าโรคกลุ่มนี้ทำให้ความคล่องตัวลดลง คุณภาพชีวิตถดถอย และส่งผลต่อการทำงานและการใช้ชีวิตในสังคมด้วย ปัญหาไม่ได้มาจาก “แรงกด” อย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวกับการอักเสบ อีกจุดที่หลายคนไม่ค่อยรู้คือ โรคอ้วนไม่ได้กระทบข้อต่อเพียงเพราะน้ำหนักมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการอักเสบในร่างกายด้วย CDC และ NIDDK อธิบายว่า ไขมันส่วนเกินสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงระยะยาวในร่างกาย รวมถึงสารที่กระตุ้นการอักเสบ ซึ่งอาจทำให้อาการปวดข้อหรือข้อเสื่อมรุนแรงขึ้นได้ ดังนั้นบางคนจึงไม่ได้แค่ “ปวดเพราะหนัก” แต่เป็น “ปวดเพราะทั้งหนักและอักเสบ” ไปพร้อมกัน ประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะทำให้เราเข้าใจว่าโรคอ้วนไม่ใช่ปัญหาเชิงกลอย่างเดียว แต่เป็นภาวะทางสุขภาพที่มีผลต่อระบบทั้งร่างกาย เมื่อปล่อยไว้นาน […]


โรคอ้วน

รอบเอว บอกโรคได้! เสี่ยงภาวะน้ำหนักเกินหรือไม่ ให้รอบเอวช่วยบอก

“รู้ไหม ถึงน้ำหนักเท่ากัน แต่บางคนอาจเสี่ยงโรคกว่า เพราะรอบเอว” หลายคนอาจเคยสงสัยว่า ทำไมเพื่อนที่น้ำหนักตัวเท่ากับเรา หรือบางครั้งอาจจะมากกว่าเราเสียด้วยซ้ำ กลับดูมีสุขภาพที่แข็งแรงกว่า ผลตรวจสุขภาพไม่มีค่าอะไรที่น่ากังวล ในขณะที่เราเองแม้ตัวเลขบนตาชั่งจะดู "ปกติ" แต่กลับเริ่มมีปัญหาความดันโลหิตหรือน้ำตาลในเลือดสูง ความลับของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่น้ำหนักตัวโดยรวมเสมอไป แต่อยู่ที่ “การกระจายตัวของไขมัน” โดยเฉพาะไขมันที่สะสมอยู่บริเวณรอบเอว ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สำคัญที่บอกว่าคุณกำลังเผชิญกับความเสี่ยงสุขภาพมากน้อยเพียงใด ขนาดรอบเอว สำคัญยังไง เส้นรอบเอว (Waist Circumference) ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อเลือกขนาดกางเกงเท่านั้น แต่ในทางการแพทย์ เส้นรอบเอวคือตัวชี้วัดสำคัญของ “ไขมันสะสมบริเวณหน้าท้อง” (Abdominal Fat) หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “อ้วนลงพุง” ไขมันในร่างกายของเรามี 2 ประเภทหลักๆ คือ ไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) ที่เราสามารถหยิบจับได้ และไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) ซึ่งเป็นไขมันที่อันตรายกว่า เพราะมันแทรกตัวอยู่ตามอวัยวะภายใน เช่น ตับ ลำไส้ และตับอ่อน ไขมันชนิดนี้สามารถหลั่งสารอักเสบเข้าสู่กระแสเลือดได้โดยตรง ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) มากมาย เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด: ไขมันสะสมที่มากเกินไปทำให้หลอดเลือดแข็งตัวและตีบตัน โรคเบาหวานประเภทที่ 2: ไขมันในช่องท้องขัดขวางการทำงานของอินซูลิน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น โรคความดันโลหิตสูง: […]


โรคอ้วน

ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) ตัวร้ายที่มองไม่เห็น อันตรายกว่าที่คุณคิด

“ไขมันที่อันตรายที่สุด อาจเป็นไขมันที่คุณมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า” หลายคนอาจเคยสงสัยว่า ทำไมบางคนที่ดูรูปร่างผอม แขนขาเล็ก แต่กลับมีพุง หรือบางคนที่น้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ใส่เสื้อผ้าไซซ์เดิมมาตลอดหลายปี แต่พอตรวจสุขภาพกลับพบว่ามีระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือความดันโลหิตผิดปกติ ปรากฏการณ์นี้มักมีสาเหตุมาจาก “ไขมันในช่องท้อง” หรือ Visceral Fat ซึ่งเปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่ซ่อนตัวอยู่ภายในร่างกายของเรานั่นเอง วันนี้ Hello Khunmor จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเจ้าไขมันตัวร้ายนี้ให้ลึกซึ้งขึ้น พร้อมวิธีเช็กและแนวทางลดรอบเอวอย่างยั่งยืน เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว Visceral Fat คืออะไร: ไขมันใต้ผิวหนัง vs ไขมันในช่องท้อง เพื่อให้เข้าใจชัดเจน เราต้องแยกประเภทของไขมันในร่างกายออกเป็น 2 ประเภทหลักตามตำแหน่งที่มันอาศัยอยู่ ไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat): คือไขมันที่เราสามารถใช้มือนิ้วหยิบหรือหยิกขึ้นมาได้ มักสะสมอยู่ตามต้นแขน ต้นขา สะโพก และหน้าท้องส่วนนอก ไขมันชนิดนี้แม้จะทำให้เราดูอวบอัดหรือเสียความมั่นใจในรูปร่าง แต่ในทางเวชศาสตร์ถือว่ามีความอันตรายน้อยกว่าไขมันอีกชนิดหนึ่ง ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat): คือไขมันที่สะสมอยู่ลึกลงไปในช่องท้อง รอบๆ อวัยวะสำคัญ เช่น ตับ ลำตับ ไต และตับอ่อน ไขมันชนิดนี้มองไม่เห็นจากภายนอกและไม่สามารถหยิบติดมือขึ้นมาได้ แต่มันจะดันผนังหน้าท้องให้ออกมาจนทำให้เราดูมีพุงที่ตึงและแข็ง (Potbelly) ความน่ากลัวของ Visceral Fat คือมันไม่ได้อยู่เฉย ๆ […]


โรคอ้วน

ทำความรู้จัก “ปากกาลดน้ำหนัก” ใช้ผิดเสี่ยงโยโย่

โรคอ้วนเป็นปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม หลายคนจึงมองหาวิธีลดน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย ซึ่ง “ปากกาลดน้ำหนัก” เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ปากกาลดน้ำหนักไม่ใช่ทางลัดสำหรับทุกคน และไม่ควรใช้ตามกระแสหรือคำแนะนำในโซเชียล เพราะหากใช้ไม่ถูกต้อง ปรับขนาดยาเอง หรือหยุดยาเองโดยไม่มีแพทย์ดูแล อาจเสี่ยงทั้งผลข้างเคียงและภาวะน้ำหนักดีดกลับแบบ “โยโย่” ได้ บทความนี้จะพาคุณมาทำความรู้จักว่า ปากกาลดน้ำหนักคืออะไร เหมาะกับใคร มีผลข้างเคียงอะไรที่ควรรู้ และควรใช้อย่างไรให้ปลอดภัยภายใต้การดูแลของแพทย์ ปากกาฉีดลดน้ำหนักคืออะไร ปากกาลดน้ำหนัก โดยทั่วไปหมายถึง ยาในกลุ่ม GLP-1 receptor agonist (GLP-1 RA) ซึ่งออกฤทธิ์ช่วยให้รู้สึกอิ่มเร็วและลดความอยากอาหาร จึงช่วยควบคุมน้ำหนักได้ในผู้ที่มีข้อบ่งใช้เหมาะสม สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ให้ข้อมูลว่า สำหรับในประเทศไทย ยากลุ่มนี้ได้รับอนุมัติสำหรับการรักษาเบาหวานชนิดที่ 2 และช่วยลดน้ำหนักในผู้ที่มีภาวะอ้วนเท่านั้น ไม่ใช่ยาลดน้ำหนักเพื่อความสวยงามในบุคคลทั่วไป ปากกาลดน้ำหนัก เหมาะกับใคร แม้ปากกาลดน้ำหนักจะช่วยให้น้ำหนักลดได้จริงในบางคน แต่ก็ไม่ได้เหมาะกับทุกคน โดยกลุ่มที่เข้าข่ายพิจารณาใช้ปากกาลดน้ำหนัก มีดังนี้ ผู้ที่มี BMI ตั้งแต่ 27 กก./ม² ขึ้นไปและมีโรคร่วมจากน้ำหนักเกิน ผู้ที่มี BMI ตั้งแต่ 30 กก./ม² ขึ้นไป ผู้ที่พยายามลดน้ำหนักด้วยการปรับพฤติกรรมแล้ว แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ ทางด้านโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ยังระบุด้วยว่า หากใช้ร่วมกับการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ปากกาลดน้ำหนักอาจช่วยให้น้ำหนักลดได้เฉลี่ยประมาณ 10-20% แต่ผลลัพธ์จะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล […]


โรคอ้วน

World Obesity Day: รู้ทันโรคอ้วน ลดเสี่ยงโรคเรื้อรัง เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้

ในปัจจุบัน โรคอ้วน เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพสำคัญอันดับต้น ๆ ของโลก อีกทั้งยังเป็นปัจจัยที่อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพอื่น ๆ มากมาย เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ปัญหาข้อเข่าเสื่อม  เนื่องในโอกาสวันที่ 4 มีนาคม ซึ่งเป็น วันโรคอ้วนโลก (World Obesity Day) Hello คุณหมอจึงอยากจะเชิญชวนทุกคนมาาทำความเข้าใจถึงอันตรายจากโรคอ้วน และวิธีการรับมือที่เหมาะสม เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงอย่างยั่งยืน สถานการณ์โรคอ้วนในปัจจุบัน ใกล้ตัวกว่าที่คิด ในปี พ.ศ. 2565 พบผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปที่มีภาวะน้ำหนักเกินมากกว่า 2.5 พันล้านคนทั่วโลก และในจำนวนนั้นกว่า 890 ล้านคนมีภาวะโรคอ้วน ซึ่งคิดเป็น 43% ของผู้ใหญ่ทั้งหมด โดยแบ่งเป็น ผู้ชาย 43% และผู้หญิง 44% โดยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พบความชุกของภาวะน้ำหนักเกินราว 31% ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับทุกภูมิภาค ขณะที่ภูมิภาคทวีปอเมริกามีความชุกสูงถึง 67% นับว่าสูงที่สุดในบรรดาภูมิภาคทั้งหมด สำหรับเด็ก ในปี พ.ศ. 2567 มีการประมาณว่ามีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีจำนวน 35 […]


โรคอ้วน

5 สัญญาณเตือนว่า “คุณควรลดน้ำหนัก”

ในปัจจุบัน หลายคนเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการ ลดน้ำหนัก ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพโดยรวม และหากเราควบคุมน้ำหนักได้ไม่ดี ร่างกายก็อาจจะส่งสัญญาณบางอย่าง เช่น เหนื่อยง่าย ง่วงบ่อย หรือเคลื่อนไหวไม่คล่องเหมือนเดิม เพื่อเตือนว่าควรเริ่มกลับมาดูแลตัวเองอย่างจริงจังขึ้น บทความนี้จะพาคุณเช็ก 5 สัญญาณเตือนว่า “ถึงเวลาลดน้ำหนัก” พร้อมแนวทางเริ่มต้นแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้การลดน้ำหนัก และการปรับพฤติกรรมเป็นเรื่องที่ทำได้จริง ไม่ต้องไดเอทหักโหม และยังช่วยให้คุณเลือกวิธีลดน้ำหนักที่เหมาะกับตัวเองและทำต่อเนื่องได้ในระยะยาว 5 สัญญาณเตือนว่าควร “ลดน้ำหนัก” หายใจไม่ทัน เหนื่อยง่ายกว่าปกติ หากสังเกตว่ามีอาการเหนื่อยหอบ หายใจไม่ค่อยทัน เวลาเดินขึ้นบันได หรือเวลาเดินเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้ามีเหงื่อออกง่ายกว่าที่เคย เป็นสัญญาณว่าร่างกายต้องใช้พลังงานมากขึ้นกับกิจกรรมเดิม ๆ ทำให้หัวใจและปอดทำงานหนักขึ้นโดยไม่รู้ตัว เหนื่อยล้าบ่อย ง่วงตอนกลางวัน หรือเหมือนพักแล้วไม่สดชื่น ถ้าตื่นมาแล้วไม่ค่อยสดชื่น ง่วงนอนระหว่างวัน หรือรู้สึกหมดแรงทั้งที่ไม่ได้ทำงานหนักมาก อาจเกี่ยวข้องกับคุณภาพการนอน รวมถึง ภาวะนอนกรน หรือ หยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) ซึ่งทำให้หลับไม่ลึกและส่งผลต่อพลังงานในแต่ละวัน ปวดข้อ ปวดหลัง เคลื่อนไหวลำบาก หากมีอาการปวดข้อ ปวดเข่า ปวดหลัง หรือปวดเท้าเวลานั่ง เดิน หรือยืนนาน ๆ อาจเกิดจากการที่ข้อต่อต้องรองรับน้ำหนักมากขึ้น […]


การควบคุมอาหารและการลดน้ำหนัก

Mindful Eating กินอย่างมีสติ กินอย่างไร ถึงจะดีต่อสุขภาพ

“กินเพื่ออยู่” กับ “อยู่เพื่อกิน” สองคำนี้อาจจะฟังดูคล้ายกัน แต่ความหมายกลับต่างกันอย่างสิ้นเชิง กินเพื่ออยู่ คือกินให้ร่างกายได้พลังงานพอดี อิ่มสบาย และมีแรงใช้ชีวิต แต่หลายครั้งเรากลับเผลอ “อยู่เพื่อกิน” โดยไม่รู้ตัว กินเพราะเครียด เบื่อ เหงา หรือเพราะอาหารอยู่ตรงหน้า เมื่อเรากินอย่าง “ไม่มีสติ” นานวันเข้าน้ำหนักตัวก็จะเพิ่มขึ้น และส่งผลเสียต่อสุขภาพ แนวคิด Mindful Eating หรือการกินอย่างมีสติ จึงเป็นแนวคิดสำคัญที่จะช่วยให้เรากินอย่างพอดี กินอย่างเหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องอด ซึ่งนอกจากจะช่วยในเรื่องของการควบคุมน้ำหนักแล้ว ยังส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างมาก Mindful Eating คืออะไร Mindful Eating หรือ การกินอย่างมีสติ คือการกินอาหารด้วยความตระหนักรู้แบบไม่ตัดสิน ทั้งความรู้สึกทางกาย การรับรส กลิ่น สัมผัส ไปจนถึงอารมณ์ที่เกี่ยวข้องกับการกิน ซึ่งตรงข้ามกับการกินแบบไม่รู้ตัว (Mindless Eating) ที่มักเกิดจากสิ่งเร้าภายนอก เช่น คนรอบตัว กลิ่น ความเครียด หรือความเบื่อหน่าย  การกินอาหารแบบ Mindful Eating ไม่ใช่แค่การฝึกกินช้า ไม่ใช่การบังคับอดอาหาร แต่เป็นการฝึกให้เรากลับมาฟังสัญญาณร่างกาย กินให้พอดี และทำได้ต่อเนื่องในชีวิตจริง […]


การควบคุมอาหารและการลดน้ำหนัก

ลดน้ำหนักไปด้วยกัน: เปลี่ยนนิสัยทั้งบ้านให้สุขภาพดี

หลายคนอยากให้คนที่รัก ไม่ว่าจะเป็นแฟน พ่อแม่ พี่น้อง หรือเพื่อนสนิท หันมาให้ความสนใจกับสุขภาพของตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของการควบคุมน้ำหนัก แต่อาจติดปัญหา ไม่รู้จะพูดชวนลดน้ำหนักยังไง เพราะกลัวว่าจะเป็นการทำร้ายจิตใจของอีกฝ่าย หรือ Body Shaming ความจริงคือ การชวนลดน้ำหนักไม่จำเป็นต้องจบด้วยความอึดอัดเสมอไป ถ้าเราเปลี่ยนมุมจาก “อยากให้เขาผอมลง” เป็น “อยากให้เขาสุขภาพดีขึ้น” และเลือกวิธีสื่อสารเหมาะสม  บทความนี้จะมาแนะนำเคล็ดลับการชวนคนที่คุณรักมาลดน้ำหนักแบบไม่ Body Shaming เพื่อให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องที่ทำได้ต่อเนื่อง และไม่ต้องเดินคนเดียว ทำไมถึงควรลดน้ำหนักไปพร้อมกับเพื่อน การชวนเพื่อนลดน้ำหนัก ไม่ใช่การแข่งขัน แต่คือการมี “เพื่อนร่วมทาง” ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อเส้นทางการลดน้ำหนัก ดังนี้ มีกำลังใจในวันที่ท้อ ในวันที่งานหนัก รู้สึกเครียด และหมดกำลังใจในการลดน้ำหนัก เพื่อนจะสามารถช่วยให้กำลังใจและสู้ต่อไปได้ ทำให้รู้สึกสนุก ไม่รู้สึกว่าถูกบังคับ การมีเพื่อนร่วมลดน้ำหนัก จะช่วยลดความน่าเบื่อหน่ายจากกิจกรรมที่ต้องทำซ้ำ ๆ เช่น การออกกำลังกาย การคุมอาหาร มีเพื่อนแบ่งปันไอเดียและประสบการณ์ ช่วยกันคิดเมนูง่าย ๆ ที่แคลน้อย หรือแบ่งปันเคล็ดลับที่เพื่อนทำได้จริง ช่วยให้การตัดสินใจในแต่ละวันง่ายขึ้น การมีเพื่อนร่วมลดน้ำหนักไปด้วยกัน นอกจากจะช่วยลดความกดดัน ทำให้การลดน้ำหนักสนุกมากขึ้นแล้ว ยังอาจช่วยลดการโฟกัสที่ตัวเลขหรือรูปร่าง และหันไปให้ความสนใจที่ประโยชน์ต่อสุขภาพมากขึ้นได้อีกด้วย ชวนเพื่อนลดน้ำหนักยังไง ไม่ให้ Body Shaming หัวใจสำคัญคือการ […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน