สุขภาพช่องปาก

สุขภาพช่องปาก เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่เราไม่ควรจะละเลย เพราะภายในช่องปากของเรานั้น เต็มไปด้วยเชื้อแบคทีเรียต่าง ๆ ที่อาจก่อให้เกิดปัญหาได้ หากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม เรียนรู้เกี่ยวกับ สุขภาพช่องปาก และการดูแลสุขภาพช่องปาก ได้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

สุขภาพช่องปาก

หินปูน หรือคราบหินปูน เป็นคราบจุลินทรีย์สะสมที่เกาะอยู่ตามซอกฟัน ซอกเหงือกและขอบฟัน มีลักษณะเป็นสีเหลืองไปจนถึงสีดำ คราบจุลินทรีย์ที่ฟันในระยะแรกจะมีลักษณะนิ่ม ถแปรงออกได้ แต่ถ้าหากปล่อยไว้ หินปูนอาจแข็งและหนาจนแปรงไม่ออก และอาจส่งผลให้มีกลิ่นปาก ฟันผุ และเกิดโรคเหงือกตามมาได้  หินปูน คืออะไร  หินปูน หรือคราบหินปูน คือ คราบพลัคหรือคราบจุลินทรีย์ที่มีลักษณะแข็งเป็นสีเหลือง สีน้ำตาล ไปจนถึงสีดำมักพบบริเวณซอกเหงือก ซอกฟัน และขอบฟัน หากเป็นหินปูนที่เกิดไม่นาน อาจแปรงออกได้ แต่หากปล่อยให้หินปูนสะสมนาน อาจทำให้หินปูนกลายเป็นก้อนแข็งจนแปรงออกเองไม่ได้ จำเป็นต้องเข้ารับการขูดหินปูนโดยทันตแพทย์เท่านั้น   สาเหตุของการเกิดหินปูน หินปูนอาจเกิดจากการสะสมของคราบจุลินทรีย์ เช่น เชื้อแบคทีเรียในช่องปากที่ทำปฏิกิริยากับโปรตีนหรือเศษอาหารที่ติดค้างตามซอกฟัน ทำให้เชื้อแบคทีเรียเจริญเติบโตและผลิตกรดมาทำลายผิวเคลือบฟันจนอาจส่งผลให้ฟันผุและก่อให้เกิดหินปูน นอกจากนี้ การแปรงฟันผิดวิธี การสูบบุหรี่ที่มีสารนิโคติน การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดหินปูนสะสมได้  วิธีกำจัดหินปูน  สามารถขจัดหินปูนได้ด้วยการขูดหินปูนโดยทันตแพทย์ การสั่นและความเร็วของเครื่องขูดหินปูนไฟฟ้าจะช่วยกระเทาะหินปูนออกจากผิวฟัน โดยไม่ได้สัมผัสกับผิวฟันโดยตรง จึงไม่มีผลต่อเนื้อฟัน ไม่ทำให้ฟันบางหรือสึกลง ในกรณีที่มีหินปูนน้อย ทันตแพทย์จะไม่ฉีดยาชาให้ก่อนขูดหินปูน แต่หากมีคราบหินปูนสะสมมากอาจต้องฉีดยาชาก่อนเนื่องจากอาจมีอาการเจ็บ เสียวฟัน หรือเลือดออกมากขณะขูดหินปูนได้ วิธีป้องกันไม่ให้เกิดหินปูน  การป้องกันการเกิดคราบหินปูนสะสมอาจทำได้ด้วยวิธีดังนี้ แปรงฟันให้ถูกวิธี ควรแปรงฟันอย่างน้อย 2 ครั้ง/วัน โดยถือแปรงสีฟันทำมุม 45 องศากับเหงือก ค่อย ๆ […]

หัวข้อ สุขภาพช่องปาก เพิ่มเติม

การจัดฟัน

จัดฟัน เป็นวิธีการรักษาทางทันตกรรมรูปแบบหนึ่ง ซึ่งช่วยแก้ปัญหาฟันยื่นเหยิน ฟันห่าง ปัญหาการสบฟัน การบดเคี้ยว หรือแก้ไขให้ฟันเรียงตัวสวยขึ้น โดยอาจมีรูปแบบและวิธีการรักษาที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคุณหมอและปัญหาสุขภาพช่องปากของแต่ละคน จัดฟัน คืออะไร จัดฟัน เป็นวิธีรักษาทางทันตกรรมที่ช่วยแก้ไขปัญหาในช่องปาก เช่น ฟันซ้อนไม่เรียงตัว ฟันยื่นเหยิน ฟันห่าง ฟันล่างซ้อนทับฟันบน ปัญหาการสบฟัน ปัญหาขากรรไกร ปัญหาการเคี้ยวอาหาร และในบางคนอาจจัดฟันเพื่อแก้ไขรอยยิ้มให้สวยงามขึ้น ซึ่งวิธีการจัดฟันมีหลายประเภทและอาจใช้เครื่องมือที่แตกต่างกัน ทั้งนี้อาจขึ้นอยู่กับปัญหาสุขภาพช่องปาก และดุลยพินิจของคุณหมอด้วย วัยเด็กและวัยรุ่นอาจเป็นช่วงอายุที่เหมาะสมในการจัดฟันมากที่สุด เนื่องจากกระดูกยังคงเจริญเติบโต จึงทำให้ฟันเคลื่อนตัวได้ง่ายกว่า และอาจใช้ระยะเวลาจัดฟันน้อยกว่า หากจัดฟันตอนอยู่ในวัยผู้ใหญ่ซึ่งกระดูกอาจหยุดการเจริญเติบโตแล้ว ก็อาจทำให้ฟันเคลื่อนตัวได้ยากขึ้น หรือบางกรณีอาจต้องผ่าตัดด้วย และอาจต้องใช้เวลาจัดฟันนานขึ้น ประเภทของการจัดฟัน ประเภทของการจัดฟันสามารถแบ่งตามลักษณะของเครื่องมือจัดฟันได้ ดังนี้ 1. เครื่องมือจัดฟันแบบติดแน่น เครื่องมือจัดฟันแบบติดแน่นเป็นอุปกรณ์จัดฟันที่พบเห็นได้ทั่วไป สามารถใส่รับประทานอาหารได้ตามปกติ มักทำจากโลหะและอาจติดเครื่องมือไว้ที่ด้านหน้าฟัน หรือด้านหลังฟัน และมีส่วนประกอบอื่น ๆ ดังต่อไปนี้ แบร็กเก็ต (Bracket) เป็นอุปกรณ์สำหรับติดบนฟันด้านหน้าหรือด้านหลังฟัน อาจทำด้วยสแตนเลส หรือเซรามิก เครื่องมือจัดฟันลักษณะคล้ายแหวนครอบฟัน (Ring-like bands) ใช้ยืดติดเครื่องมือบริเวณฟันกราม ลวดยึดฟัน (Archwire) เป็นลวดที่ยึดเชื่อมระหว่างฟันเพื่อควบคุมการเคลื่อนที่ของฟัน ยางดึงฟัน (Elastic ties) ใช้ยึดลวดกับแบร็กเก็ต หรือใช้เป็นตัวช่วยในการขยับฟัน เฮดเกียร์ (Headgear) เป็นเครื่องมือใช้สวมศีรษะเพื่อเพิ่มแรงกด และช่วยเคลื่อนฟัน หมุดดึงฟัน (Temporary […]

โรคเหงือกและช่องปาก

ลิ้น เป็นอวัยวะภายในปากที่ถูกปกคลุมด้วยเนื้อเยื่อ หรือปุ่มรับรส หากเกิดอาการเจ็บลิ้น ก็อาจส่งผลให้รับประทานอาหารลำบาก และรู้สึกเจ็บปวดได้ ดังนั้น เมื่อพบว่ามีอาการเจ็บลิ้น ควรเข้ารับการตรวจจากคุณหมอ เพื่อหาสาเหตุ และหาทางรักษาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม สาเหตุที่ทำให้เจ็บลิ้น สาเหตุที่ทำให้เจ็บลิ้น อาจมีดังต่อไปนี้ การกัดลิ้นตัวเองโดยไม่ได้ตั้งใจ การเผลอกัดลิ้นขณะเคี้ยวอาหารอาจทำให้เกิดแผลบนลิ้น ซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์กว่าแผลจะหายสนิท หรือบรรเทาอาการได้ด้วยการกลั้วปากด้วยน้ำเกลือผสมน้ำอุ่น นอกจากนี้ อาการชักก็อาจทำให้ผู้ป่วยเผลอกัดลิ้นตัวเอง จนเป็นแผลฉีกขาด ซึ่งอาจจำเป็นต้องทำการรักษาอย่างเหมาะสม ร้อนใน หรือแผลเปื่อยในปาก ร้อนในเป็นแผลที่สามารถเกิดขึ้นได้ทั่วทั้งในช่องปาก รวมถึงบนลิ้น มีลักษณะเป็นจุดวงกลมตรงกลางสีขาว และมีขอบสีแดง ทำให้เกิดอาการเจ็บแสบ และอาจส่งผลต่อการรับประทานอาหารและการพูด ร้อนในสามารถหายไปเองได้ภายใน 7-10 วัน แต่อาจเร่งบรรเทาอาการได้โดยการกลั้วปากด้วยน้ำเกลือ หรือน้ำยาบ้วนปาก เชื้อราในช่องปาก เชื้อราแคนดิดาที่อยู่ภายในช่องปากและลำคอ หากเจริญเติบโตมากเกินไปอาจส่งผลให้เกิดการติดเชื้อราในช่องปาก ซึ่งทำให้เกิดฝ้าในปาก และอาการเจ็บลิ้น สามารถพบได้บ่อยในทารกแรกเกิด และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ โรคเริม เกิดจากการติดเชื้อจากไวรัสเริม (HSV) ที่อาจแพร่กระจายได้ผ่านทางการสัมผัส สามารถเกิดขึ้นได้ทั่วทั้งร่างกาย รวมถึงลิ้น ส่งผลให้เกิดอาการเจ็บลิ้น และแสบร้อนได้ ไลเคนพลานัส (Lichen planus) ไลเคนพานัสในช่องปากมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน มักเกิดขึ้นกับกระพุ้งแก้ม และด้านข้างของลิ้น ทำให้บริเวณนั้นเป็นแผล รู้สึกเจ็บปวด ฝ้าแดง เป็นภาวะที่ทำให้เกิดรอยแดงภายในช่องปากทุกพื้นที่ รวมทั้งบริเวณด้านข้างลิ้น บางครั้งอาจไม่ส่งผลอาการเจ็บปวดใด ๆ แต่รอยแดงนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนมะเร็งระยะลุกลามได้ ดังนั้น จึงควรเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างละเอียดโดยคุณหมอ เพื่อทราบผลที่แน่ชัด เนื้องอกบนลิ้น เนื้องอกบนลิ้นอาจปรากฏเป็นจุด […]

ทันตกรรมเพื่อความงาม

ฟันคุด เป็นหนึ่งในฟันกรามส่วนหลังที่อยู่ใต้เหงือก ซึ่งอาจไม่สามารถขึ้นมาได้อย่างเต็มรูปแบบ และอาจส่งผลกระทบกันฟันซี่ข้าง ๆ การผ่าฟันคุด จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะหากปล่อยไว้อาจทำให้เกิดปวดเหงือก ติดเชื้อ และอาจทำให้ฟันซี่อื่นเสียหายได้ ทำไมจึงต้อง ผ่าฟันคุด ฟันคุด เป็นฟันกรามที่อยู่ใต้เหงือก ที่ไม่สามารถผุดขึ้นมาได้ตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นฟันที่โผล่แค่เพียงบางส่วน ฟันที่ไม่โผล่ขึ้นมาเลย หรือฟันที่ขึ้นในรูปแบบแนวทะแยงขวาง ซึ่งมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ยาก และอาจส่งผลกระทบต่อฟันซี่อื่น ๆ จึงควรผ่าฟันคุดออก เพื่อป้องกันไม่ให้ฟันซี่อื่นได้รับความเสียหาย อีกทั้งฟันคุดที่โผล่ออกมาเป็นบางส่วนยังอาจทำความสะอาดได้ยาก ทำให้เศษอาหารและแบคทีเรียสะสม จนอาจนำไปสู่การติดเชื้อในช่องปาก ฟันผุ โรคเหงือก และซีสต์ในช่องปาก ขั้นตอนการผ่าฟันคุด การผ่าฟันคุดอาจใช้เวลาประมาณ 20 นาที หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับลักษณะของฟันคุด โดยขั้นตอนอาจเริ่มจากการฉีดยาชาบริเวณเหงือก เมื่อยาชาเริ่มออกฤทธิ์จะทำการกรีดเหงือกเพื่อเปิดช่อง และกรอกระดูกให้เข้าถึงรากฟัน จากนั้นแบ่งส่วนของฟันคุดเป็นชิ้น ๆ ให้ง่ายต่อการนำฟันคุดออก และทำความสะอาดแผล เย็บปิดแผลผ่าตัด และวางผ้าก๊อซเพื่อห้ามเลือด เมื่อผ่าตัดฟันคุดเสร็จทันตแพทย์อาจนัดหมายวันตัดไหมอีกครั้ง ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าฟันคุด ภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าฟันคุด มีดังนี้ มีไข้ หายใจลำบาก เลือดออกมาก กลืนอาหารลำบาก กระดูกเบ้าฟันอักเสบ มีหนองไหล การติดเชื้อจากแบคทีเรีย และเศษอาหารในแผล อาจส่งผลอันตรายต่อเส้นประสาทในปาก ฟัน และกราม การดูแลตัวเองหลังผ่าฟันคุด หลังจากผ่าฟันคุด ควรดูแลสุขภาพช่องปาก เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อ ดังนี้ วันแรกหลังการผ่าฟันคุดอาจมีเลือดออกในปริมาณมาก ควรกัดผ้าก๊อซเพื่อห้ามเลือด และเปลี่ยนผ้าก๊อซตามคำแนะนำของคุณหมอ รับประทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดจากการผ่าตัด เช่น อะเซตามิโนเฟน ไทลินอล ลดอาการบวมช้ำด้วยการใช้ถุงน้ำแข็ง หรือเจลเย็นประคบบริเวณแก้มบ แถวแผลผ่าฟันคุด ดื่มน้ำให้มาก […]

ทันตกรรมสำหรับเด็ก

เด็กฟันผุ เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย เกิดจากแบคทีเรีย หรือคราบจุลินทรีย์ ทำปฏิกิริยากับน้ำตาลจากอาหารและเครื่องดื่ม กลายเป็นกรดที่กัดกร่อนสารเคลือบฟันชั้นนอกลึกถึงฟันชั้นใน จนนำไปสู่อาการฟันผุ สาเหตุที่ทำให้ เด็กฟันผุ สาเหตุที่ทำให้เด็กฟันผุ คือการก่อตัวของแบคทีเรีย โดยเกิดขึ้นจากอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต เช่น ลูกอม เค้ก ซีเรียล ขนมปัง นม โซดา น้ำผลไม้ ที่ก่อให้เกิดน้ำตาลติดอยู่ตามพื้นผิวฟันและซอกฟัน ซึ่งแบคทีเรีย อาหาร และน้ำลาย ที่อยู่ในช่องปากทั้งหมดจะทำปฏิกิริยากันจนเกิดเป็นกรด หรือคราบพลัคเกาะติดกับฟัน หากปล่อยไว้นาน แบคทีเรียจะค่อย ๆ กัดกร่อนสารเคลือบฟันที่ทำหน้าที่ปกป้องฟันชั้นต่าง ๆ และก่อให้เกิดฟันผุได้ในที่สุด อาการเด็กฟันผุ ฟันผุในเด็กระยะแรกอาจไม่แสดงอาการใด ๆ ต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำจึงจะทราบได้ว่าเด็กฟันผุ แต่หากแบคทีเรียกัดกร่อนชั้นฟันมากขึ้น อาจก่อให้เกิดอาการที่สังเกตได้ ดังต่อไปนี้ มีจุดสีขาวบริเวณฟัน เนื่องจากสารเคลือบฟันถูกกัดกร่อน และอาจทำให้เด็กเสียวฟันได้ มีรูสีน้ำตาลอ่อนบนฟัน หากรูลึกขึ้น จะเปลี่ยนจากสีน้ำตาลอ่อนเป็นน้ำตาลเข้ม และสีดำ ตามลำดับ ปวดบริเวณรอบฟัน เสียวฟันเมื่อรับประทานอาหาร เช่น ขนมหวาน เครื่องดื่มร้อน เครื่องดื่มเย็น ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เด็กฟันผุ เด็กทุกคนมีแบคทีเรียในช่องปาก จึงทำให้เสี่ยงฟันผุได้ทุกคน แต่ปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ อาจส่งผลให้เด็กฟันผุได้ไวขึ้น รับประทานอาหารที่มีน้ำตาลและแป้งเป็นประจำ โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน รับประทานของว่างระหว่างวัน เนื่องจากกรดที่ทำร้ายฟันสามารถอยู่ได้นาน 1 ชั่วโมง การเพิ่มของว่างอาจเป็นการทำให้แบคทีเรียทำปฏิกิริยา และสร้างกรดทำลายพื้นผิวฟันอย่างต่อเนื่อง แปรงฟันไม่ครบตามเกณฑ์ที่แนะนำ ปกติแล้วเด็กควรแปรงฟันวันละ […]

ปัญหาสุขภาพฟัน

ฟันโยก เป็นอาการที่สามารถพบได้ทั่วไปในเด็ก โดยเฉพาะเด็กที่ฟันน้ำนมเริ่มทยอยหลุดออกไป เพื่อให้ฟันแท้ขึ้นมาแทนที่ ก็อาจเจอปัญหาฟันน้ำนมโยกได้ แต่หากปัญหาฟันโยกเกิดขึ้นในผู้ใหญ่ที่มีฟันแท้ครบแล้ว อาจเป็นสัญญาณของโรคเหงือก และฟัน ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย และหากพบปัญหาจะได้รักษาอย่างทันท่วงที สาเหตุของฟันโยก  สาเหตุของฟันโยก อาจเกิดจากปัจจัยต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ โรคเหงือกอักเสบ ถือเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของฟันโยก โดยโรคเหงือกอักเสบ หรือโรคปริทันต์อักเสบ (Periodontal disease) เกิดจากคราบจุลินทรีย์สะสมในบริเวณขอบเหงือกและกลายเป็นคราบแข็งเรียกว่า “หินปูน” ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรียที่อาจทำร้ายเหงือกและฟันได้ หากสะสมเป็นเวลานาน โรคกระดูกพรุน โรคที่ทำให้กระดูกเปราะบาง ความหนาแน่นของมวลกระดูกลดลง และถ้าหากมวลกระดูกขากรรไกรหนาแน่นน้อยลง อาจทำให้ฟันโยก และหลุดออกมาได้ การตั้งครรภ์ ระดับของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนที่เพิ่มขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์ อาจส่งผลต่อกระดูกและเนื้อเยื่อในปาก จนทำให้เกิดโรคเหงือกอักเสบได้ อย่างไรก็ดี กรณีนี้ มักเป็นเพียงชั่วคราวไม่ถึงกับทำให้ฟันหลุด การบาดเจ็บจากแรงกระแทกที่ส่งผลต่อฟัน เช่น การหกล้ม การตกจากที่สูง อาจทำให้เนื้อเยื่อ และกระดูกรอบ ๆ ฟันเสียหายได้ นอกจากนี้ การนอนกัดฟันที่อาจเกิดจากความเครียด หรือฟันเรียงตัวผิดปกติ ก็อาจทำให้ฟันสึกและโยกได้เช่นกัน การรักษาฟันโยก  ทันตแพทย์จะวินิจฉัยสาเหตุ และรักษาอาการฟันโยก โดยอาจใช้วิธีดังต่อไปนี้ การขูดหินปูน เพื่อขจัดคราบพลัคที่สะสมอยู่ตามซอกฟัน และบริเวณฐานฟัน ทันตแพทย์อาจฉีดยาชาก่อน เพื่อลดอาการเจ็บปวดระหว่างขูดหินปูน รวมถึงให้ยาต้านเชื้อแบคทีเรีย หรือยาแก้อักเสบเพื่อรักษาการติดเชื้อแบคทีเรีย และอาจให้ยาพาราเซตามอล หรือไอบูโพรเฟนเพื่อระงับอาการปวดหลังจากขูดหินปูน การใช้เฝือกสบฟัน เพื่อช่วยกระจายแรงสบฟันอย่างเหมาะสม […]

ทันตกรรมเพื่อความงาม

ฟันปลอม คือ หนึ่งในการรักษาสุขภาพช่องปากที่สามารถถอดได้ โดยมีทั้งฟันปลอมที่ทำจากอะคริลิค ไนลอน และโลหะ ให้พอดีเหงือก เพื่อช่วยทดแทนฟันที่หายไป เพิ่มคุณภาพด้านการรับประทานอาหาร และการพูดสื่อสาร แต่ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกใช้ฟันปลอม อาจต้องศึกษาให้ดีก่อนว่า ฟันปลอมมีกี่แบบ แต่ละแบบใช้งานอย่างไร และจะดูแลทำความสะอาดฟันปลอมได้อย่างไร โดยอาจปรึกษาทันตแพทย์ เพื่อทำการแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม ฟันปลอมมีกี่แบบ อะไรบ้าง ฟันปลอมที่เป็นที่นิยม มี 3 แบบ คือ ฟันปลอมแบบบางส่วน ฟันปลอมแบบบางส่วนอาจเหมาะสำหรับผู้ที่มีฟันหลุดเป็นบางซี่ แต่ยังคงมีฟันซี่อื่น ๆ ที่แข็งแรงอยู่ โดยทันตแพทย์จะทำการพิมพ์ปากวัดขนาดของฟัน แล้วทำฟันปลอมให้พอดีที่สุด เพื่อเติมเต็มฟันที่หายไป ฟันปลอมแบบบางส่วนอาจทำจากพลาสติก ไนลอน แผ่นโลหะ และอาจมีตะขอยึดกับฟันซี่ข้าง ๆ เพื่อไม่เคลื่อนที่ แต่ยังสามารถถอดออกนำมาทำความสะอาดได้ง่าย ฟันปลอมครบชุด ฟันปลอมครบชุด หรือฟันปลอมทั้งปาก เป็นฟันปลอมที่ทำจากวัสดุหลายชนิด เช่น อะคริลิค ไนลอน เรซิน โลหะเหมาะสำหรับผู้ที่ฟันแท้ในปากทั้งหมดหลุดออกไปแล้ว โดยสามารถนำฟันปลอมแบบครบชุดมาใช้งานทดแทนฟันแท้ได้เลย แต่ในช่วงแรกของการใส่ฟันปลอมรูปแบบนี้ อาจส่งผลให้เกิดอาการปวดเล็กน้อย เพราะฟันปลอมจะยึดเข้ากับเหงือกเพื่อให้ติดแน่น ป้องกันการหลุดร่วงระหว่างวัน ซึ่งอาจต้องใช้เวลาสักพักเพื่อทำความความคุ้นเคยในการใช้ ฟันปลอมแบบฝังรากเทียม ฟันปลอมแบบฝังรากฟันเทียมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีฟันหลุดเป็นบางซี่ โดยการฝังรากเทียมที่ทำจากไททาเนียม และฟันปลอมที่ทำจากเซรามิก ยึดเข้ากับกระดูกขากรรไกรและเหงือก ทำให้สามารถใช้งานได้เหมือนฟันแท้ แต่วิธีการนี้อาจมีขั้นตอนที่ยุ่งยากกว่า และมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าฟันปลอมรูปแบบอื่น ข้อควรระวังในการใส่ฟันปลอม การใส่ฟันปลอมที่ไม่พอดี อาจทำให้เสี่ยงติดเชื้อเป็นปากนกกระจอก […]