home

สุขภาพช่องปาก

สุขภาพช่องปาก เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่เราไม่ควรจะละเลย เพราะภายในช่องปากของเรานั้น เต็มไปด้วยเชื้อแบคทีเรียต่าง ๆ ที่อาจก่อให้เกิดปัญหาได้ หากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม เรียนรู้เกี่ยวกับ สุขภาพช่องปาก และการดูแลสุขภาพช่องปาก ได้ที่นี่

เรื่องเด่นประจำหมวด

หัวข้อ สุขภาพช่องปาก เพิ่มเติม

โรคเหงือกและช่องปาก

ลิ้น เป็นอวัยวะภายในปากที่ถูกปกคลุมด้วยเนื้อเยื่อ หรือปุ่มรับรส หากเกิดอาการเจ็บลิ้น ก็อาจส่งผลให้รับประทานอาหารลำบาก และรู้สึกเจ็บปวดได้ ดังนั้น เมื่อพบว่ามีอาการเจ็บลิ้น ควรเข้ารับการตรวจจากคุณหมอ เพื่อหาสาเหตุ และหาทางรักษาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม สาเหตุที่ทำให้เจ็บลิ้น สาเหตุที่ทำให้เจ็บลิ้น อาจมีดังต่อไปนี้ การกัดลิ้นตัวเองโดยไม่ได้ตั้งใจ การเผลอกัดลิ้นขณะเคี้ยวอาหารอาจทำให้เกิดแผลบนลิ้น ซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์กว่าแผลจะหายสนิท หรือบรรเทาอาการได้ด้วยการกลั้วปากด้วยน้ำเกลือผสมน้ำอุ่น นอกจากนี้ อาการชักก็อาจทำให้ผู้ป่วยเผลอกัดลิ้นตัวเอง จนเป็นแผลฉีกขาด ซึ่งอาจจำเป็นต้องทำการรักษาอย่างเหมาะสม ร้อนใน หรือแผลเปื่อยในปาก ร้อนในเป็นแผลที่สามารถเกิดขึ้นได้ทั่วทั้งในช่องปาก รวมถึงบนลิ้น มีลักษณะเป็นจุดวงกลมตรงกลางสีขาว และมีขอบสีแดง ทำให้เกิดอาการเจ็บแสบ และอาจส่งผลต่อการรับประทานอาหารและการพูด ร้อนในสามารถหายไปเองได้ภายใน 7-10 วัน แต่อาจเร่งบรรเทาอาการได้โดยการกลั้วปากด้วยน้ำเกลือ หรือน้ำยาบ้วนปาก เชื้อราในช่องปาก เชื้อราแคนดิดาที่อยู่ภายในช่องปากและลำคอ หากเจริญเติบโตมากเกินไปอาจส่งผลให้เกิดการติดเชื้อราในช่องปาก ซึ่งทำให้เกิดฝ้าในปาก และอาการเจ็บลิ้น สามารถพบได้บ่อยในทารกแรกเกิด และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ โรคเริม เกิดจากการติดเชื้อจากไวรัสเริม (HSV) ที่อาจแพร่กระจายได้ผ่านทางการสัมผัส สามารถเกิดขึ้นได้ทั่วทั้งร่างกาย รวมถึงลิ้น ส่งผลให้เกิดอาการเจ็บลิ้น และแสบร้อนได้ ไลเคนพลานัส (Lichen planus) ไลเคนพานัสในช่องปากมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน มักเกิดขึ้นกับกระพุ้งแก้ม และด้านข้างของลิ้น ทำให้บริเวณนั้นเป็นแผล รู้สึกเจ็บปวด ฝ้าแดง เป็นภาวะที่ทำให้เกิดรอยแดงภายในช่องปากทุกพื้นที่ รวมทั้งบริเวณด้านข้างลิ้น […]

ทันตกรรมเพื่อความงาม

ฟันคุด เป็นหนึ่งในฟันกรามส่วนหลังที่อยู่ใต้เหงือก ซึ่งอาจไม่สามารถขึ้นมาได้อย่างเต็มรูปแบบ และอาจส่งผลกระทบกันฟันซี่ข้าง ๆ การผ่าฟันคุด จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะหากปล่อยไว้อาจทำให้เกิดปวดเหงือก ติดเชื้อ และอาจทำให้ฟันซี่อื่นเสียหายได้ ทำไมจึงต้อง ผ่าฟันคุด ฟันคุด เป็นฟันกรามที่อยู่ใต้เหงือก ที่ไม่สามารถผุดขึ้นมาได้ตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นฟันที่โผล่แค่เพียงบางส่วน ฟันที่ไม่โผล่ขึ้นมาเลย หรือฟันที่ขึ้นในรูปแบบแนวทะแยงขวาง ซึ่งมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ยาก และอาจส่งผลกระทบต่อฟันซี่อื่น ๆ จึงควรผ่าฟันคุดออก เพื่อป้องกันไม่ให้ฟันซี่อื่นได้รับความเสียหาย อีกทั้งฟันคุดที่โผล่ออกมาเป็นบางส่วนยังอาจทำความสะอาดได้ยาก ทำให้เศษอาหารและแบคทีเรียสะสม จนอาจนำไปสู่การติดเชื้อในช่องปาก ฟันผุ โรคเหงือก และซีสต์ในช่องปาก ขั้นตอนการผ่าฟันคุด การผ่าฟันคุดอาจใช้เวลาประมาณ 20 นาที หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับลักษณะของฟันคุด โดยขั้นตอนอาจเริ่มจากการฉีดยาชาบริเวณเหงือก เมื่อยาชาเริ่มออกฤทธิ์จะทำการกรีดเหงือกเพื่อเปิดช่อง และกรอกระดูกให้เข้าถึงรากฟัน จากนั้นแบ่งส่วนของฟันคุดเป็นชิ้น ๆ ให้ง่ายต่อการนำฟันคุดออก และทำความสะอาดแผล เย็บปิดแผลผ่าตัด และวางผ้าก๊อซเพื่อห้ามเลือด เมื่อผ่าตัดฟันคุดเสร็จทันตแพทย์อาจนัดหมายวันตัดไหมอีกครั้ง ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าฟันคุด ภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าฟันคุด มีดังนี้ มีไข้ หายใจลำบาก เลือดออกมาก กลืนอาหารลำบาก กระดูกเบ้าฟันอักเสบ มีหนองไหล การติดเชื้อจากแบคทีเรีย และเศษอาหารในแผล อาจส่งผลอันตรายต่อเส้นประสาทในปาก ฟัน และกราม การดูแลตัวเองหลังผ่าฟันคุด หลังจากผ่าฟันคุด ควรดูแลสุขภาพช่องปาก เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อ ดังนี้ […]

ทันตกรรมสำหรับเด็ก

เด็กฟันผุ เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย เกิดจากแบคทีเรีย หรือคราบจุลินทรีย์ ทำปฏิกิริยากับน้ำตาลจากอาหารและเครื่องดื่ม กลายเป็นกรดที่กัดกร่อนสารเคลือบฟันชั้นนอกลึกถึงฟันชั้นใน จนนำไปสู่อาการฟันผุ สาเหตุที่ทำให้ เด็กฟันผุ สาเหตุที่ทำให้เด็กฟันผุ คือการก่อตัวของแบคทีเรีย โดยเกิดขึ้นจากอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต เช่น ลูกอม เค้ก ซีเรียล ขนมปัง นม โซดา น้ำผลไม้ ที่ก่อให้เกิดน้ำตาลติดอยู่ตามพื้นผิวฟันและซอกฟัน ซึ่งแบคทีเรีย อาหาร และน้ำลาย ที่อยู่ในช่องปากทั้งหมดจะทำปฏิกิริยากันจนเกิดเป็นกรด หรือคราบพลัคเกาะติดกับฟัน หากปล่อยไว้นาน แบคทีเรียจะค่อย ๆ กัดกร่อนสารเคลือบฟันที่ทำหน้าที่ปกป้องฟันชั้นต่าง ๆ และก่อให้เกิดฟันผุได้ในที่สุด อาการเด็กฟันผุ ฟันผุในเด็กระยะแรกอาจไม่แสดงอาการใด ๆ ต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำจึงจะทราบได้ว่าเด็กฟันผุ แต่หากแบคทีเรียกัดกร่อนชั้นฟันมากขึ้น อาจก่อให้เกิดอาการที่สังเกตได้ ดังต่อไปนี้ มีจุดสีขาวบริเวณฟัน เนื่องจากสารเคลือบฟันถูกกัดกร่อน และอาจทำให้เด็กเสียวฟันได้ มีรูสีน้ำตาลอ่อนบนฟัน หากรูลึกขึ้น จะเปลี่ยนจากสีน้ำตาลอ่อนเป็นน้ำตาลเข้ม และสีดำ ตามลำดับ ปวดบริเวณรอบฟัน เสียวฟันเมื่อรับประทานอาหาร เช่น ขนมหวาน เครื่องดื่มร้อน เครื่องดื่มเย็น ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เด็กฟันผุ เด็กทุกคนมีแบคทีเรียในช่องปาก จึงทำให้เสี่ยงฟันผุได้ทุกคน แต่ปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ อาจส่งผลให้เด็กฟันผุได้ไวขึ้น รับประทานอาหารที่มีน้ำตาลและแป้งเป็นประจำ โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน รับประทานของว่างระหว่างวัน […]

ปัญหาสุขภาพฟัน

ฟันโยก เป็นอาการที่สามารถพบได้ทั่วไปในเด็ก โดยเฉพาะเด็กที่ฟันน้ำนมเริ่มทยอยหลุดออกไป เพื่อให้ฟันแท้ขึ้นมาแทนที่ ก็อาจเจอปัญหาฟันน้ำนมโยกได้ แต่หากปัญหาฟันโยกเกิดขึ้นในผู้ใหญ่ที่มีฟันแท้ครบแล้ว อาจเป็นสัญญาณของโรคเหงือก และฟัน ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย และหากพบปัญหาจะได้รักษาอย่างทันท่วงที สาเหตุของฟันโยก  สาเหตุของฟันโยก อาจเกิดจากปัจจัยต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ โรคเหงือกอักเสบ ถือเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของฟันโยก โดยโรคเหงือกอักเสบ หรือโรคปริทันต์อักเสบ (Periodontal disease) เกิดจากคราบจุลินทรีย์สะสมในบริเวณขอบเหงือกและกลายเป็นคราบแข็งเรียกว่า "หินปูน" ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรียที่อาจทำร้ายเหงือกและฟันได้ หากสะสมเป็นเวลานาน โรคกระดูกพรุน โรคที่ทำให้กระดูกเปราะบาง ความหนาแน่นของมวลกระดูกลดลง และถ้าหากมวลกระดูกขากรรไกรหนาแน่นน้อยลง อาจทำให้ฟันโยก และหลุดออกมาได้ การตั้งครรภ์ ระดับของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนที่เพิ่มขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์ อาจส่งผลต่อกระดูกและเนื้อเยื่อในปาก จนทำให้เกิดโรคเหงือกอักเสบได้ อย่างไรก็ดี กรณีนี้ มักเป็นเพียงชั่วคราวไม่ถึงกับทำให้ฟันหลุด การบาดเจ็บจากแรงกระแทกที่ส่งผลต่อฟัน เช่น การหกล้ม การตกจากที่สูง อาจทำให้เนื้อเยื่อ และกระดูกรอบ ๆ ฟันเสียหายได้ นอกจากนี้ การนอนกัดฟันที่อาจเกิดจากความเครียด หรือฟันเรียงตัวผิดปกติ ก็อาจทำให้ฟันสึกและโยกได้เช่นกัน การรักษาฟันโยก  ทันตแพทย์จะวินิจฉัยสาเหตุ และรักษาอาการฟันโยก โดยอาจใช้วิธีดังต่อไปนี้ การขูดหินปูน เพื่อขจัดคราบพลัคที่สะสมอยู่ตามซอกฟัน และบริเวณฐานฟัน ทันตแพทย์อาจฉีดยาชาก่อน เพื่อลดอาการเจ็บปวดระหว่างขูดหินปูน […]

ทันตกรรมเพื่อความงาม

ฟันปลอม คือ หนึ่งในการรักษาสุขภาพช่องปากที่สามารถถอดได้ โดยมีทั้งฟันปลอมที่ทำจากอะคริลิค ไนลอน และโลหะ ให้พอดีเหงือก เพื่อช่วยทดแทนฟันที่หายไป เพิ่มคุณภาพด้านการรับประทานอาหาร และการพูดสื่อสาร แต่ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกใช้ฟันปลอม อาจต้องศึกษาให้ดีก่อนว่า ฟันปลอมมีกี่แบบ แต่ละแบบใช้งานอย่างไร และจะดูแลทำความสะอาดฟันปลอมได้อย่างไร โดยอาจปรึกษาทันตแพทย์ เพื่อทำการแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม ฟันปลอมมีกี่แบบ อะไรบ้าง ฟันปลอมที่เป็นที่นิยม มี 3 แบบ คือ ฟันปลอมแบบบางส่วน ฟันปลอมแบบบางส่วนอาจเหมาะสำหรับผู้ที่มีฟันหลุดเป็นบางซี่ แต่ยังคงมีฟันซี่อื่น ๆ ที่แข็งแรงอยู่ โดยทันตแพทย์จะทำการพิมพ์ปากวัดขนาดของฟัน แล้วทำฟันปลอมให้พอดีที่สุด เพื่อเติมเต็มฟันที่หายไป ฟันปลอมแบบบางส่วนอาจทำจากพลาสติก ไนลอน แผ่นโลหะ และอาจมีตะขอยึดกับฟันซี่ข้าง ๆ เพื่อไม่เคลื่อนที่ แต่ยังสามารถถอดออกนำมาทำความสะอาดได้ง่าย ฟันปลอมครบชุด ฟันปลอมครบชุด หรือฟันปลอมทั้งปาก เป็นฟันปลอมที่ทำจากวัสดุหลายชนิด เช่น อะคริลิค ไนลอน เรซิน โลหะเหมาะสำหรับผู้ที่ฟันแท้ในปากทั้งหมดหลุดออกไปแล้ว โดยสามารถนำฟันปลอมแบบครบชุดมาใช้งานทดแทนฟันแท้ได้เลย แต่ในช่วงแรกของการใส่ฟันปลอมรูปแบบนี้ อาจส่งผลให้เกิดอาการปวดเล็กน้อย เพราะฟันปลอมจะยึดเข้ากับเหงือกเพื่อให้ติดแน่น ป้องกันการหลุดร่วงระหว่างวัน ซึ่งอาจต้องใช้เวลาสักพักเพื่อทำความความคุ้นเคยในการใช้ ฟันปลอมแบบฝังรากเทียม ฟันปลอมแบบฝังรากฟันเทียมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีฟันหลุดเป็นบางซี่ โดยการฝังรากเทียมที่ทำจากไททาเนียม และฟันปลอมที่ทำจากเซรามิก ยึดเข้ากับกระดูกขากรรไกรและเหงือก ทำให้สามารถใช้งานได้เหมือนฟันแท้ […]

สุขภาพช่องปาก

คราบหินปูน คือ คราบพลัค หรือคราบจุลินทรีย์ที่เป็นคราบเหนียว มีลักษณะแข็งเกาะอยู่ตามซอกฟัน หรือขอบฟัน หากมีการสะสมของคราบหินปูนมาก อาจทำให้เกิดคราบเหลืองที่ฟันมากขึ้น และอาจส่งผลให้มีกลิ่นปากตามมา ทำให้รู้สึกขาดความมั่นใจในการพูด หรือยิ้มได้ รวมถึงอาจทำให้เป็นโรคเหงือกอักเสบ ปริทันต์ หากไม่มีการรักษา คราบหินปูน คืออะไร  คราบหินปูน เกิดจากเชื้อแบคทีเรียในช่องปากทำปฏิกิริยากับโปรตีน หรือเศษอาหารที่อยู่ตามซอกฟัน ทำให้เชื้อแบคทีเรียสะสมกลายเป็นคราบพลัคบริเวณซอกฟัน และขอบฟันล่าง ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นสีเหลือง ก้อนแข็ง ซึ่งคราบหินปูนไม่สามารถขจัดออกได้ด้วยการแปรงฟัน จำเป็นต้องขจัดออกด้วยเครื่องมือของทันตแพทย์ สาเหตุการเกิดคราบหินปูน สาเหตุของการเกิดคราบหินปูน คือ ไม่แปรงฟัน หรือแปรงฟันไม่ถูกวิธี รวมถึงบางครั้งอาจละเลยสุขภาพช่องปาก การรับประทานอาหารในทุกวัน อาจทำให้เกิดการสะสมเศษอาหารในซอกฟันได้ โดยเฉพาะอาหารที่มีส่วนผสมของแป้ง น้ำตาลที่ติดฟันได้ง่าย สิ่งเหล่านี้ถือ เป็นแหล่งพลังงานชั้นดีของเชื้อแบคทีเรีย และอาจเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของการเกิดคราบหินปูน นอกจากนี้การดื่มชา กาแฟ หรือสูบบุหรี่เป็นประจำ ก็อาจทำได้เกิดคราบหินปูนได้เช่นกัน ผลกระทบของคราบหินปูน  หากปล่อยให้คราบหินปูนเกาะที่ฟันเป็นระยะเวลานานโดยไม่รักษา อาจทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับสุขภาพช่องปากและสุขภาพเหงือกได้ เพราะหินปูนเป็นแหล่งที่สะสมของเชื้อแบคทีเรีย อาจส่งผลให้มีเลือดออกขณะแปรงฟันกระทบขณะแปรงฟันอาจมีเลือดออก  และทำให้มีกลิ่นปาก หากคราบหินปูนเกาะตัวหนาขึ้น อาจทำให้เกิดโรคเหงือกอักเสบ และฟันผุ วิธีการรักษาหรือขจัดคราบหินปูน  การขจัดคราบหินปูน คือ การขูดหินปูนโดยทันตแพทย์ หากมีหินปูนเพียงเล็กน้อย ทันตแพทย์อาจยังไม่ฉีดยาชา แต่ถ้าหากมีคราบหินปูนสะสมมากอาจต้องฉีดยาชา เพราะอาจมีอาการเจ็บ หรือเสียวฟันขณะขูดหินปูนได้ ในการขูดหินปูนทันตแพทย์จะใช้เครื่องมือขูดหินปูนไฟฟ้า […]

การจัดฟัน

การจัดฟันเป็นวิธีรักษาเพื่อแก้ปัญหาสุขภาพช่องปากให้ดีขึ้น และช่วยเสริมสร้างบุคลิกที่ดี ส่วนการจัดฟันปรับรูปหน้าให้เรียวเล็ก หรือจมูกโด่งอาจเกิดขึ้นได้กับบางกรณี เช่น ฟันยื่น ฟันเหยิน ฟันสบลึก หรือการจัดฟันในเด็ก ทั้งนี้อาจขึ้นอยู่กับความผิดปกติของฟันในแต่ละบุคคลและวิธีการรักษาของทันตแพทย์ การจัดฟัน การจัดฟัน คือการรักษาทางการแพทย์โดยมีเป้าหมายเพื่อดูแลและแก้ปัญหาสุขภาพช่องปากและฟันให้ดีขึ้น เช่น ปัญหาการบดเคี้ยว ปัญหาการสบฟัน การเว้นระยะห่างของฟันที่มากเกินไป หรือปัญหาฟันซ้อนเกที่ทำให้การทำความสะอาดฟันยากขึ้น จนอาจทำให้เกิดปัญหาช่องปากอื่น ๆ ตามมาได้ จัดฟันปรับรูปหน้า ได้อย่างไร การจัดฟันเป็นการรักษาทางการแพทย์ที่อาจช่วยปรับรูปร่างใบหน้าและรอยยิ้มได้ ซึ่งผลลัพธ์ของการรักษาที่ออกมานั้นอาจขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย การจัดฟันปรับรูปหน้า ให้เรียวสวย หรือจมูกโด่งขึ้น อาจสามารถเกิดได้ในบางคนที่มีฟันยื่นเหยินมากจนริมฝีปากอูม เมื่อรักษาด้วย การจัดฟัน และถอนฟันร่วมด้วย ริมฝีปากที่เคยอูมจนอยู่ใกล้จมูกจะแบนลงตามฟันที่ถูกดึงด้วยเครื่องมือจัดฟัน จนอาจทำให้ดูเหมือนจมูกโด่งขึ้น ซึ่งลักษณะเช่นนี้อาจไม่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยทุกคน ในกรณีที่จัดฟันแล้วหน้าเรียวเล็กจะเกิดขึ้นได้เฉพาะในเด็กเล็กที่คางสั้น คางเล็ก เมื่อรักษาด้วยเครื่องมือจัดฟันชนิดพิเศษที่อาจกระตุ้นการเจริญเติบโตของขากรรไกร อาจทำให้เด็กที่ฟันยื่นเหยินมีใบหน้าเรียวยาวและคางดูเด่นชัดขึ้น ส่วนเด็กที่มีฟันสบลึก ฟันบนคร่อมฟันล่างมากเกินไป เมื่อรักษาด้วยการจัดฟันจะทำให้ฟันสูงขึ้น ส่งผลทำให้รูปหน้าสูงขึ้นด้วย นอกจากนี้ผู้ป่วยจัดฟันที่ถอนฟันร่วมด้วยหากปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ โดยไม่เคี้ยวอาหารที่แข็งหรือเหนียวเกินไปอาจทำให้กล้ามเนื้อบริเวณแก้มเล็กลงจนทำให้ใบหน้าดูเรียวเล็กขึ้น การจัดฟันในผู้ใหญ่บางครั้งอาจทำให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัยได้ เพราะเมื่อการรักษาเสร็จสิ้น ในบางกรณีการแก้ไขแนวกรามอาจทำให้ผิวใต้คางดูกระชับขึ้น ริ้วรอยดูบางลง ซึ่งอาจทำให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัยเล็กน้อย แต่ทั้งนี้เป้าหมายของ การจัดฟัน คือการรักษาสุขภาพช่องปากและฟันให้ดีขึ้น เพื่อให้ฟันเรียงตัวสวย ฟันสบกันพอดี ทำให้การบดเคี้ยวอาหารดีขึ้นและสามารถทำความสะอาดฟันได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งเสริมสร้างบุคลิกที่ดี ดังนั้นไม่ควรคาดหวังผลลัพธ์การจัดฟันปรับรูปหน้าให้เรียวเล็ก หรือเสริมให้จมูกโด่ง เพราะอาจไม่ใช่ผลลัพธ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน เตรียมพร้อมสุขภาพช่องปากก่อนจัดฟันปรับรูปหน้า เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้ารับ การจัดฟันปรับรูปหน้า ผู้ป่วยควรดูแลสุขภาพช่องปาก ดังนี้ […]

ผู้เชี่ยวชาญด้าน สุขภาพช่องปาก ของเรา

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม see-more-icon