ตุ่มคัน เหมือนยุงกัด เกิดจากอะไรได้บ้าง

    ตุ่มคัน เหมือนยุงกัด เกิดจากอะไรได้บ้าง

    ตุ่มคัน เหมือนยุงกัด สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ โดยส่วนใหญ่อาจเกิดจากการความระคายเคืองหรืออาการแพ้ทางผิวหนังที่อาจมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ที่ทำปฏิกิริยากับสิ่งที่สัมผัสกับผิวหนังหรือสิ่งที่เข้าสู่ร่างกาย เช่น อาหาร เกสรดอกไม้ ยาบางชนิด จนส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการผื่น ตุ่มคัน เหมือนยุงกัด บวม และแสบร้อน

    ตุ่มคัน เหมือนยุงกัด เกิดจากอะไรได้บ้าง

    โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

    โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง เป็นโรคผิวหนังที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ โดยระบบภูมิคุ้มกันจะทำปฏิกิริยากับสิ่งที่มาสัมผัสกับผิวหนังหรือเข้าสู่ร่างกาย เช่น อาหาร เกสรดอกไม้ แสงแดด ฝุ่น ควัน จนก่อให้เกิดอาการแพ้ เช่น ตุ่นคันเหมือนยุงกัด ผื่นแดง ลมพิษ บวม

    การรักษา อาจทำได้ด้วยการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้หรือสิ่งที่ตนเองแพ้ทุกชนิด เพื่อป้องกันการกำเริบของอาการ หากอาการรุนแรงขึ้นให้เข้าพบคุณหมอเพื่อรับยารับประทานหรือใช้ยาทาภายนอก เช่น โลชั่นลดอาการคัน ยาต้านฮีสตามีน ยาคอร์ติโซน (Cortisone) เพื่อช่วยรักษาอาการผื่นคันและอาการบวม

    ผดร้อน

    ผดร้อนมักเกิดขึ้นในสภาพอากาศร้อนชื้น และสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย โดยผดร้อนจะเกิดขึ้นเมื่อท่อต่อมเหงื่อเกิดการอุดตันจนไม่สามารถระบายเหงื่อออกมาได้เต็มที่ จนเกิดการอักเสบและความระคายเคืองขึ้น ทำให้ผู้ป่วยมีอาการผื่นแดง ตุ่มคันเหมือนยุงกัด อาจเจ็บปวดหรือคันได้

    การรักษา หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ที่มีสภาพอากาศร้อนชื้น หากมีผดร้อนขึ้นควรรีบทำผิวให้เย็นลงด้วยการอาบน้ำหรือประคบเย็น ซึ่งอาจช่วยบรรเทาอาการผื่นและอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้น

  • ลมพิษ

    ลมพิษ เป็นโรคภูมิแพ้ชนิดหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการรตุ่มนูน ตุ่มคันเหมือนยุงกัดเกิดขึ้นตามผิวหนัง ซึ่งอาจเกิดจากการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้หรือการรับประทานอาหารที่ทำให้เกิดอาการแพ้

    การรักษา สำหรับลมพิษที่เกิดขึ้นเฉียบพลัน คุณหมออาจสั่งจ่ายยาต้านฮีสตามีนเพื่อช่วยบรรเทาอาการแพ้และอาการบวม แต่สำหรับผู้ที่เป็นลมพิษเรื้อรัง คุณหมออาจแนะนำให้ระมัดระวังในการรับประทานอาหารและการใช้ชีวิต เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ที่อาจทำให้อาการกำเริบซ้ำ

    การป้องกันตุ่มคัน เหมือนยุงกัด

    การป้องกันอาการตุ่มคัน เหมือนยุงกัดอาจทำได้ด้วยการดูแลตัวเอง ดังนี้

    • หลีกเลี่ยงสารระคายเคืองผิวหรือสารก่อภูมิแพ้ เช่น สารเคมี เกสรดอกไม้ ฝุ่น ควัน อาหาร ที่อาจกระตุ้นให้เกิดอาการผื่นและตุ่มคัน เหมือนยุงกัด
    • ทำความสะอาดผิวเป็นประจำทุกวัน ด้วยการอาบน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง โดยเฉพาะหลังจากออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาที่มีเหงื่อออกมาก เพื่อขจัดสิ่งสกปรกและเชื้อโรคที่อยู่ตามผิวหนัง
    • ทามอยเจอร์ไรเซอร์เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวเป็นประจำทุกวัน โดยเฉพาะหลังอาบน้ำ เพื่อช่วยเพิ่มและกักเก็บความชุ่มชื้น รวมถึงอาจช่วยป้องกันผิวแห้งแตกที่อาจเป็นสาเหตุของอาการตุ่มคัน เหมือนยุงกัด
    • สวมชุดปกป้องผิวอยู่เสมอหากต้องสัมผัสกับสารเคมีในปริมาณมากและเป็นเวลานาน เช่น ถุงมือ หน้ากาก เสื้อและกางเกงขายาว
    • ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ไม่รัดแน่นจนเกินไป เพื่อลดการเสียดสีของผิวหนังกับเสื้อผ้า รวมถึงยังอาจช่วยให้ความร้อนและเหงื่อสามารถระบายได้ดีมากยิ่งขึ้น
    • หลีกเลี่ยงการออกไปนอกอาคารในสภาพอากาศที่ร้อนจัด หรือหากจำเป็นต้องออกไป ควรทาครีมกันแดดที่มี SPF 50 ขึ้นไป สวมใส่เสื้อผ้าแขนยาวและขายาวมิดชิด เพื่อช่วยปกป้องผิวจากการโดนแสงแดดทำร้าย
    • สวมใส่รองเท้าทุกครั้งเมื่ออยู่นอกบ้าน และหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับพื้นผิวหรือวัตถุนอกบ้านด้วยเท้าเปล่าหรือมือเปล่า เพราะอาจปนเปื้อนเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อก่อโรคอื่น ๆ

    Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

    ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดย

    แพทย์หญิงเกศอร ป้องอาณา

    โรคผิวหนัง · โรงพยาบาลสุขุมวิท


    เขียนโดย ทัตพร อิสสรโชติ · แก้ไขล่าสุด 31/10/2022

    โฆษณา
    โฆษณา
    โฆษณา
    โฆษณา