home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

วิตามิน ลดสิว ตัวช่วยดี ๆ สำหรับคนเป็นสิว

วิตามิน ลดสิว ตัวช่วยดี ๆ สำหรับคนเป็นสิว

สิว ปัญหาผิวหนักที่กวนใจใครหลาย ๆ คน นอกจากจะทำให้รู้สึกปวดและเจ็บแล้ว บางครั้งสิวที่หายแล้ว ยังทิ้งร่องรอยดำ หลุมสิวไว้กวนใจเราอีกด้วย สำหรับใครที่กำลังหาตัวช่วยดี ๆ สำหรับการรักษาและป้องกันการเกิดสิว Hello คุณหมอ มีคำแนะนำอย่าง วิตามิน ลดสิว ช่วยลดการอักเสบของผิวหนังและลดการเกิดสิว ไปดูกันว่ามีวิตามินตัวได้บ้างที่ช่วยลดและป้องกันการเกิดสิวได้บ้าง

วิตามิน ลดสิว มีอะไรบ้างนะ

สิว เป็นภาวะของผิวอักเสบ ทำให้เกิดสิวและแผลที่ผิวหนัง สิว เป็นอาการทั่วไปที่สามารถพบได้คนในทุก ๆ วัน แต่ส่วนใหญ่มักจะพบได้ในช่วงวัยรุ่น สิวเกิดจากการที่ผิวผลิตน้ำมันออกมามากเกินไปจนทำให้เกิดการอุดตันพร้อมกับแบคทีเรียและเซลล์ผิวที่ตายแล้ว เมื่อเกิดการอุดตันมาก ๆ ก็ทำให้เกิดเป็น สิว ได้ นอกจากการรักษากับแพทย์ผิวหนังแล้ว วิตามินและแร่ธาตุบางชนิด ก็มีสรรพคุณสามารถช่วยรักษาและป้องกันการเกิดสิวได้

สังกะสี

สังกะสี (Lead) เป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญ ที่มีส่วนช่วยในการทำงานของเซลล์ต่าง ๆ ได้แก่

จากการศึกษาในปี ค.ศ. 2013 ที่ได้ศึกษาระดับสังกะสี วิตามินเอ และวิตามินอีในเลือดผู้ที่มีและไม่มีสิว พบว่าผู้ที่มีสิว จะมีระดับของวิตามินและแร่ธาตุเหล่านั้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นักวิจัยเลยมีข้อสรุปว่าสารอาหารเหล่านั้นสามารถป้องกันหรือรักษาสิวได้

สังกะสี เป็นสารอาหารที่มีอยู่ในอาหารหลายอย่าง เช่น

  • เนื้อแดง
  • อาหารทะเล เช่น หอยนางรม ปู
  • สัตว์
  • พืชตระกูลถั่ว เมล็ดถั่ว และธัญพืช
  • ผลิตภัณฑ์จากนม

วิตามินเอ

วิตามินเอ เป็นวิตามินที่สามารถใช้ในการรักษาสิวได้ แต่ต้องมีการใช้อย่างถูกวิธี จากการศึกษาในปี ค.ศ. 2014 พบว่าวิตามินเอมีส่วนช่วยขัดขวางการทำงานของแบคทีเรีย Propionibacterium acnes ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่บนผิวหน้า โดยปกติแล้วไม่เป็นอันตราย แต่หากแบคทีเรียชนิดนี้ เข้าไปอุดตันในรูขุมขนก็อาจจะทำให้ผิวอักเสบและเป็นสิวได้

วิตามินเอมีอยู่ในอาหารหลายชนิด เช่น

  • ตัววัว
  • ปลาแซลมอน ปลาทูน่า
  • ผักใบเขียว
  • ผักสีส้มและสีเหลือง
  • แคนตาลูป มะม่วง
  • ผลิตภัณฑ์จากนม

วิตามินอี

ส่วนใหญ่แล้ววิตามินอีเป็นสารต้านการอักเสบและสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีคุณสมบัติละลายในไขมัน ซึ่งช่วยให้สามารถดูดซึมเข้าสู่ผิวหนังได้อย่างรวดเร็ว ยิ่งดูดซึมผลิตภัณฑ์ได้เร็วเท่าไร สิวก็ยิ่งหายเร็วขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้วิตามินอียังมีส่วนช่วยให้ผิวกักเก็บความชุ่มชื่นและช่วยในการสร้างคอลลาเจน (Collagen) อีกด้วย

อาหารที่อุมไปด้วยวิตามินอี เช่น

วิตามินดี

วิตามินดี เป็นสารที่ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียม ซึ่งเป็นสารที่มีจำเป็นต่อสุขภาพกระดูก นอกจากนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาทและความสามารถของร่างกายในการต่อสู้กับเชื้อโรค จากการศึกษาในปี ค.ศ. 2016 พบว่าคนที่เป็นสิวมีระดับวิตามินดีที่ต่ำ และการศึกษาในปี ค.ศ. 2014 พบว่าวิตามินดีช่วยสกัดกั้นแบคทีเรีย Propionibacterium acnes ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่มีส่วนทำให้เกิดสิว จากผลการศึกษาเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าวิตามินดีอาจเป็นประโยชน์ในการรักษาหรือป้องกันสิวได้ แต่ยังจำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติม

วิตามินดีเป็นวิตามินที่ร่างกายสามารถผลิตขึ้นมาเองได้เมื่อผิวหนังได้รับแสงแดด แต่ก็ยังมีอาหารบางชนิดที่ให้วิตามินดี เช่น

  • ปลาที่อุดมไปด้วยไขมัน อย่าง ปลาแซลมอน ปลาทูน่า
  • ตับวัว
  • ชีส
  • ไข่
  • เห็ด
  • นม

สิว เป็นปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุก ๆ วัย แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดขึ้นในช่วงวัยรุ่น สำหรับการรักษาสิวนั้น แพทย์จะทำการพิจารณา และรักษาตามประเภทและอาการในแต่ละคน แต่การได้รับวิตามินและแร่ธาตุที่เพียงพอเหล่านี้ก็เป็นประโยชน์ต่อสภาพผิวและมีส่วนช่วยในการป้องกันและรักษาสิวได้ แต่สำหรับผู้ที่ต้องการรับประทานอาหารเสริมวิตามินแร่ธาตุเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้งานเพื่อความปลอดภัย

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา
รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
แก้ไขล่าสุด 28/10/2020
x