home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

อยาก สิวหายหน้าใส รักษาด้วยตัวเองง่ายๆ ที่บ้าน

อยาก สิวหายหน้าใส รักษาด้วยตัวเองง่ายๆ ที่บ้าน

ปัญหาสิวนั้นถือเป็นปัญหาที่หนักใจทั้งในผู้ชายและผู้หญิง เพราะนอกจากจะทำให้หน้าดูมีรอยแผลเป็นจากสิว ทั้งรอยดำ และรอยแดงแล้ว ที่ส่งผลให้ขาดความมั่นใจในการใช้ชีวิต บางคนเป็นสิวเรื้อรังแบบเป็นๆ หายๆ รักษาจนท้อใจ อยากจะ สิวหายหน้าใส ควรจะต้องทำอย่างไรดี วันนี้ทาง Hello คุณหมอ วิธีการดูแลสิวให้หายด้วยตัวเองง่ายๆ มาฝากกัน

อยาก สิวหายหน้าใส ด้วยตัวเอง ต้องทำอย่างไรบ้าง

โดยปกติแล้ว สิวมันจะเกิดขึ้นเมื่อรูขุมขนในผิวของคุณอุดตันด้วยน้ำมัน และเซลล์ผิวที่ตายแล้ว นอกจากนั้นสิวยังอาจเกิดขึ้นจากการรับประทานอาหาร ความเครียด การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และการติดเชื้อ แล้วจะทำอย่างไรหากต้องการให้ สิวหายหน้าใส ดังนั้น ลองมาดูวิธีเหล่านี้ ที่คุณสามารถทำเองได้ที่บ้านกันดีกว่า

ทีทรีออยล์ (Tea Tree Oil)

ทีทรีออยล์ เป็นสารต้านเชื้อแบคทีเรียตามธรรมชาติ ทั้งยังสามารถต้านการอักเสบได้อีกด้วย คุณสมบัติหลักของทีทรีออยล์ ก็คือสามารถลดอาการบวม และรอยแดงของสิว จากการศึกษาในปี 2015 นักวิจัยได้พบว่า ทีทรีออยล์นั้น สามารถลดจำนวนสิวในคนที่มีสิวน้อยถึงปานกลางได้ นอกจากนั้น ที ทรี ออยล์ ยังอาจทำงานได้ดีเท่ากับ เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide) ร้อยละ 5 ซึ่งเป็นยารักษาสิวที่มีขายทั่วตามร้านขายยาอีกด้วย สำหรับวิธีใช้ทีทรีออยล์ นั้นก็คือ สามารถนำสารสกัดที่ได้จากทีทรีออยล์ มาผสมในครีม หรือเจล จากนั้นจึงนำมาแต้มบริเวณที่เป็นสิว หรือเกิดรอยแดงจากสิวนั่นเอง

ชาเขียว

ชาเขียว ทีสารต้านการอักเสบ และสารต้านอนุมูลอิสระที่อาจเป็นประโยชน์ต่อผิว การใช้ชาเขียวเย็น 1 ถ้วยในการล้างหน้า หรือวางถุงชาเขียวเอาไว้บริเวณที่เกิดสิว จะสามารถช่วยผ่อนคลายผิวที่เกิดความระคายเคือง ทั้งยังลดการอักเสบของแผลสิวได้ด้วย

น้ำส้มสายชูที่หมักด้วยแอปเปิ้ลสด (Apple Cider Vinegar)

น้ำส้มสายชูที่หมักด้วยแอปเปิ้ลสด มีกรดอินทรีย์หลายชนิด ทั้งยังมีกรดซัคซินิค (Succinic Acid) ที่สามารถยับยั้งอาการอักเสบของสิวได้ ทั้งยังอาจจะไม่เกิดแผลเป็นทิ้งไว้อีกด้วย นอกจากนั้นยังมีกรดแลคติค (Lactic Acid) ที่สามารถช่วยลดรอยแผลเป็นจากสิวได้ นอกจากนั้นน้ำส้มสายชูที่หมักด้วยแอปเปิ้ลสด อาจช่วยควบคุมน้ำมันส่วนเกิน ส่งผลให้สิวแห้งขึ้นด้วย

โจโจ้บาออยล์ (Jojoba Oil)

โจโจ้บาออยล์ หรือน้ำมันโจโจ้บา เป็นสารธรรมชาติที่สกัดจากเมล็ดของต้นโจโจ้บา สารที่อยู่ในโจโจ้บาออยล์ อาจช่วยซ่อมแซมผิวที่เสียหายได้ ซึ่งนั่นหมายความว่า มันอาจช่วยเร่งการสมานแผล รวมถึงรอยแผลจากสิวนั่นเอง นอกจากนั้น สารประกอบบางชนิดที่อยู่ในโจโจ้บาออย์ อาจช่วยลดการอักเสบของผิวหนัง ซึ่งนั่นหมายความว่า มันอาจลดรอยแดงและความบวมรอบๆ สิวหัวขาว และแผลอักเสบอื่นๆ

จากการศึกษาในปี 2012 นักวิจัยได้ให้มาสก์หน้า 133 ชิ้น ซึ่งมีส่วนผสมของโจบาออยล์ แก่ผู้ที่เป็นสิว ซึ่งหลังจากใช้หน้ากาก 6 สัปดาห์ ซึ่งใช้ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ พบว่า สิวของพวกเขาดีขึ้นถึง 54 เปอร์เซ็นต์ สำหรับการใช้โจโจ้บาออยล์ ก็ง่ายๆ เพียงแค่นำโจโจ้บาออยล์ผสมกับเจล ครีม หรือมาสก์หน้า หรือไม่เช่นนั้นใช้สำลีก้อนชุบโจโจ้บาออยล์แล้วนวดเบาๆ ให้ทั่วบริเวณที่เป็นสิว โดยโจโจ้บาออยล์นั้น สามารถหาซื้อได้ทั่วไป

ทานอาหารเสริมสังกะสี

สังกะสีเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเซลล์ การสร้างฮอร์โมน การเผาผลาญ และการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในการรักษาสิวตามธรรมชาติอีกด้วย จากการวิจัยแสดงให้เห็นว่า คนที่เป็นสิวนั้นมักจะมีระดับสังกะสีในเลือดที่ต่ำกว่าคนที่มีผิวใส นอกจากนั้นยังมีการวิจัยอีกหลายชิ้นที่แสดงให้เห็นว่า การรับประทานสังกะสีช่วยลดสิวได้

ในการศึกษาหนึ่ง มีผู้ป่วยที่เป็นสิวจำนวน 48 คน ทั้งหมดได้รับอาหารเสริมสังกะสี 3 ครั้งต่อวัน หลังจากผ่านไป 8 สัปดาห์ มีผู้ป่วยที่เป็นสิวจำนวน 38 คน ปัญหาสิวลดลง 80-100 เปอร์เซ็นต์ แม้ปริมาณสังกะสีที่เหมาะสมสำหรับการบริโภคเพื่อรักษาสิวจะได้ไม่ได้รับการกำหนดขึ้นอย่างเป็นทางการ แต่จากการศึกษาหลายแห่ง แสดงให้เห็นว่า การรับประทานธาตุสังกะสี 30-45 มิลลิกรัมต่อวัน จะช่วยลดสิวลงได้ แต่ปริมาณที่ปลอดภัยที่สุดก็คือ 40 มิลลิกรัมต่อวัน ทั้งนี้ควรจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นการดีที่สุด เพราะการรับประทานสังกะสีที่มากจนเกินไป อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง อาการปวดท้อง และระคายเคืองต่อลำไส้ได้

ว่านหางจระเข้ (Aloe Vera)

ว่านหางจระเข้ สามารถต้านเชื้อแบคทีเรียได้ตามธรรมชาติ พร้อมกันนี้ยังต้านการอักเสบได้อีกด้วย ซึ่งนั่นหมายความว่า มันอาจลดการเกิดสิวและป้องกันการเกิดสิว ในว่านหางจระเข้นั้นมีน้ำมากและเป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ยอดเยี่ยม ดังนั้น จึงอย่างยิ่งกับผู้ที่มีผิวแห้งจากการใช้ผลิตภัณฑ์ต่อต้านสิวอื่นๆ สำหรับวิธีการใช้ว่านหางจระเข้ในการรักษาสิวง่ายๆ ด้วยตัวเองที่บ้านก็คือ ลองทำความสะอาดแผลสิว แล้วทาครีมหรือเจลที่มีเนื้อว่านหางจระเข้อย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์บางๆ ลงไปบริเวณที่เป็นสิว

น้ำผึ้ง

น้ำผึ้งถูกใช้เพื่อรักษาสภาพสิว เช่น สิว มาเป็นพันๆ ปี เนื่องจากมันมีสารต้านอนุมูลอิสระจำนวนมาก ช่วยในการล้างของเสีย และเซลล์ที่ตายแล้วออกจากรูขุมขนที่อุดตัน นอกจากนั้น มันยังมีคุณสมบัติในการต้านเชื้อแบคทีเรีย และสมานแผลได้อีกด้วย ซึ่งวิธีใช้ ก็เพียงแค่นำน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา มาทาบริเวณที่เป็นสิว หรือไม่เช่นนั้นลองเพิ่มน้ำผึ้งลงไปในมาสก์หน้า ก็ได้เช่นกัน

กระเทียม

โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ใช้ยาโบราณในการรักษาคนไข้ มักจะใช้กระเทียม เพื่อรักษาการติดเชื้อและเพิ่มความสามารถของร่างกายในการต่อสู้กับเชื้อโรคและการติดเชื้อต่างๆ กระเทียมมีสารออร์กาโนซัลเฟอร์ (Organosulfur) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียและต้านการอักเสบตามธรรมชาติ นอกจากนั้นยังสามารถช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันอีกด้วย สำหรับวิธีการใช้กระเทียม ก็เพียงแค่เพิ่มกระเทียมในอาหารให้มากขึ้น หรือบางคนอาจจะเคี้ยวกระเทียมสดๆ นำมาทากับขนมปัง หรือทำเป็นเครื่องดื่มร้อนก็ได้

โรสแมรี่ (Rosemary)

สารสกัดจากโรสแมรี่ มีสารเคมีและสารประกอบที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านเชื้อแบคทีเรียและต้านการอักเสบ จากการศึกษาแบบจำลองหนูและเซลล์มนุษย์ในปี 2013 ชี้ให้เห็นว่า สารสกัดจากโรสแมรี่ สามารถลดการอักเสบจากแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิวได้

แอสไพริน

กรดซาลิไซลิค (Salicylic Acid) ซึ่งเป็นส่วนผสมหลักในแอสไพริน สามารถใช้ในการรักษาสิวได้ โดยคุณสามารถนำแอสไพรินมาบด หรือวางแอสไพรินทั้งเม็ดลงไปบริเวณที่เป็นสิว แต่ทั้งนี้ไม่ควรใช้กับทั้งใบหน้า เนื่องจากมันอาจจะทำให้เกิดอาการแห้งและระคายเคืองได้

ออกกำลังกายเป็นประจำ

การออกกำลังกายเป็นการช่วยส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดที่ดี เมื่อการไหลเวียนของเลือดเพิ่มขึ้น มันก็จะช่วยบำรุงเซลล์ผิวหนัง ซึ่งอาจช่วยป้องกันและรักษาสิว นอกจากนั้นการออกกำลังกาย ยังช่วยในการควบคุมฮอร์โมน ลดความเครียด ความวิตกกังวล ซึ่งเป็นปัจจัยที่สามารถนำไปสู่การเกิดสิว ดังนั้น ควรออกกำลังกายเป็นเวลา 30 นาที 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งการออกกำลังกายนั้นสามารถทำได้ทั้งเดิน ปีนเขา วิ่ง และยกน้ำหนัก เป็นต้น

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัย หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

13 Powerful Home Remedies for Acne. https://www.healthline.com/nutrition/13-acne-remedies. Accessed March 17, 2020

12 Surprising Home Remedies for Acne. https://www.thehealthy.com/skin-health/acne/home-remedies-for-acne/. Accessed March 17, 2020

Fifteen home remedies for acne. https://www.medicalnewstoday.com/articles/322455. Accessed March 17, 2020

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย แก้ไขล่าสุด 11/05/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x