home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

สิวฮอร์โมน เกิดขึ้นได้ยังไง ถ้าเป็นแล้วจะรักษาได้หรือเปล่า

สิวฮอร์โมน เกิดขึ้นได้ยังไง ถ้าเป็นแล้วจะรักษาได้หรือเปล่า

สิว เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งสิ่งสกปรก ความมันบนใบหน้า อาการแพ้ หรือการระคายเคืองต่างๆ รวมถึงความผกผันของฮอร์โมนที่ทำให้กลายเป็น สิวฮอร์โมน ด้วย ซึ่งสิวฮอร์โมนนี้นอกจากจะต้องรักษาความสะอาดใบหน้าเพื่อป้องกันไม่ให้สิวที่มีอยู่กำเริบหรือเพิ่มมากขึ้นแล้ว ก็อาจจำเป็นต้องมีการรักษาทางการแพทย์เพื่อจัดการกับความแปรปรวนของฮอร์โมนในร่างกายด้วย วันนี้ Hello คุณหมอ จะพามารู้จักกับสิวฮฮร์โมนให้มากขึ้นกันค่ะ

สิวฮอร์โมน คืออะไร

สิวฮอร์โมนเป็นสิวที่เกิดมาจากความผันผวนของฮอร์โมนที่ไหลเวียนภายในร่างกาย ผู้ที่น่าจะรู้จักกับความผันผวนของฮอร์โมนได้ดีที่สุดนั้นก็คงจะเป็นคุณผู้หญิงทั้งหลาย เพราะต้องประสบพบเจอกับปฏิกิริยาที่แปรปรวนของฮอร์โมนอยู่เสมอในช่วงที่มีประจำเดือน และเพราะระดับฮอร์โมนที่ไม่คงที่นั้นเอง ผู้หญิงหลายคนจึงมี สิว ในช่วงที่เป็นประจำเดือนหรือเป็นเมนส์ เนื่องมาจากผลข้างเคียงความผิดปกติของฮอร์โมนในช่วงที่เป็นเมนส์นั่นเอง

สำหรับสิวฮอร์โมนมักเป็นความผันผวนของฮอร์โมนเพศชายหรือเอนโดรเจน (Androgen) อย่างเทสโทสเตอโรน (Testosterone) หรือฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) หรือโปรเจสเตอโรน (Progesterone) โดยความไม่ปกติของฮอร์โมนเหล่านี้เองที่จะไปกระตุ้นให้ซีบัม (Sebum) ซึ่งเป็นต่อมผลิตน้ำมันของผิวหนังผลิตน้ำมันออกมามากกว่าปกติ จนทำให้หน้าหรือหนังศีรษะมัน และความมันนี่เองที่ทำให้เป็นสิวในเวลาต่อมา

สิวฮอร์โมนนั้นมักจะเกิดขึ้นในบริเวณทีโซน (T-zone) ได้แก่ หน้าผาก จมูก และคาง แต่สำหรับบางคนสิวฮอร์โมนก็อาจจะเป็นสิวผดเม็ดเล็กๆ สิวหัวดำ หรือสิวหัวขาว โดยอาจจะขึ้นที่บริเวณกราม หรือช่วงล่างแก้ม หรือหน้าผาก

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ สิวฮอร์โมน

หลายคนอาจเข้าใจว่าสิวฮอร์โมนนี่น่าจะเป็นมากแค่ในกลุ่มเด็กวัยรุ่นเท่านั้น เพราะเป็นช่วงที่มีโอกาสพบกับความผันผวนของฮอร์โมนมากที่สุดแล้ว โดยเฉพาะในช่วงที่เริ่มแตกเนื้อเป็นหนุ่มเป็นสาวในวัย 14-15 ปี แต่ในความเป็นจริงแล้วผู้ใหญ่ที่ไม่ได้มีอายุอยู่ในช่วงวัยรุ่น หรือผู้ที่มีอายุระหว่าง 20-40 ปี ก็สามารถที่จะเป็นสิวฮอร์โมนได้เหมือนกัน หากมีระดับของเทสโทสเตอโรน หรือเอสโตรเจนที่ผันผวน

สำหรับผู้หญิงอาจจะพบได้บ่อยทั้งในช่วงที่เป็นประจำเดือน รวมถึงช่วงที่ก้าวเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนหรือวัยทอง หรือผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ก็ถือว่าอยู่ในช่วงสภาวะของฮอร์โมนที่ไม่สมดุลและอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิด สิว ได้

ทำอย่างไรเมื่อเป็นสิวฮอร์โมน

ไม่ว่าจะเป็น สิว เพราะสิ่งสกปรก เป็นสิวเพราะหน้ามัน เป็นสิวฮอร์โมน สิวที่เกิดจากอาการแพ้ หรือสิวแบบใดก็ตาม การดูแลและให้ความใส่ใจกับผิวหน้าถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย หากเป็นสิวสามารถดูแลตัวเองได้ง่ายๆ ดังนี้

  • ล้างหน้าให้สะอาดและล้างด้วยความเบามือ แต่ไม่ควรล้างหน่าบ่อยเกินไป วันละสองครั้งคือตอนเช้าและตอนเย็นก็ถือว่าเพียงพอ หรืออาจจะล้างหน้าหลังจากที่เหงื่อออกมาก
  • ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนและลดการระคายเคือง
  • ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น อย่าใช้น้ำร้อน
  • หลีกเลี่ยงการใช้สครับหรือมีการขัดผิวหน้าอย่างรุนแรง เพราะอาจทำให้ผิวและ สิว เกิดการระคายเคือง หรือเกิดการอักเสบได้
  • หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าหรือใช้เครื่องสำอาง หรือหากจำเป็นต้องใช้เครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นสูตรน้ำ (water-based cosmetics) ที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน อักเสบ หรือระคายเคือง
  • พยายามหลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อมที่ร้อนและชื้น หรือสภาวะที่จะทำให้เหงื่อออกมากขึ้น

นอกจากนี้การดูแลรักษาความสะอาดของผิวหน้าแล้ว ปัญหา สิว ที่เกิดจากความผกผันของฮอร์โมน อาจจำเป็นที่จะต้องมีการปรับสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย โดยอาจจำเป็นต้องให้แพทย์จ่ายยาเพื่อปรับลดความผันผวนของฮอร์โมนในร่างกาย จำพวก

หรืออาจเป็นยาสำหรับทาจำพวก เรตินอยด์ โดยยาต่างๆ นี้ จำเป็นต้องได้รับคำแนะนำและมีการจ่ายยาจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ไม่ควรซื้อยามาใช้เอง

เมื่อไหร่ควรไปพบคุณหมอ

หาก สิว ที่เป็นอยู่ไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น หรือปริมาณของเม็ดสิวไม่ลดลงแม้จะดูแลผิวอย่างดีที่สุดแล้วก็ตาม ควรหาเวลาไปพบกับแพทย์ผิวหนังที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อที่จะได้รับการวินิจฉัย คำแนะนำ และได้รับการรักษาที่จะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Hormonal Acne: Traditional Treatments, Natural Remedies, and More. https://www.healthline.com/health/beauty-skin-care/hormonal-acne. Accessed on September 11, 2020.

Hormonal acne: What you need to know. https://www.medicalnewstoday.com/articles/313084. Accessed on September 11, 2020.

Hormonal Acne: Causes, Types, and Treatment. https://flo.health/menstrual-cycle/health/symptoms-and-diseases/hormonal-acne. Accessed on September 11, 2020.

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย Khongrit Somchai แก้ไขล่าสุด 17/09/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x