คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

เป็นสิวที่คาง สาเหตุ วิธีรักษา และการป้องกัน

เป็นสิวที่คาง สาเหตุ วิธีรักษา และการป้องกัน

การเป็นสิวที่คาง อาจเกิดจากการอุดตันของรูขุมขนเนื่องจากเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้ว น้ำมันส่วนเกิน และสิ่งสกปรกนำไปสู่การเกิดสิวชนิดต่าง ๆ เช่น สิวหัวดำ สิวอักเสบ สิวหัวขาว สิวหัวหนองที่คาง ซึ่งอาจมีลักษณะและอาการที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ละประเภท ดังนั้น จึงควรศึกษาวิธีการรักษาและการป้องกันสิวที่คางอย่างเหมาะสม

สาเหตุที่ทำให้ เป็นสิวที่คาง

สิวที่คางมีสาเหตุมาจากการอุดตันของรูขุมขนเนื่องจากน้ำมันส่วนเกินที่ผลิตจากต่อมไขมัน เซลล์ผิวที่ตายแล้ว และสิ่งสกปรกอื่น ๆ โดยอาจมีปัจจัยเสี่ยงบางอย่างเป็นตัวกระตุ้น ดังนี้

  • พันธุกรรม หากคนในครอบครัวเป็นสิว ก็อาจได้รับจากพันธุกรรมที่มีแนวโน้มทำให้เป็นสิวได้
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยเจริญพันธุ์ อาจส่งผลให้ปริมาณของฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgen) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชายเพิ่มขึ้น และกระตุ้นให้ต่อมไขมันขยายและผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการอุดตันของรูขุมขน
  • ความเครียด อาจทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ที่ส่งผลให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมาก นำไปสู่การอุดตันรูขุมขน และก่อให้เกิดสิวที่คาง
  • อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตและไขมันสูงเช่น ขนมปังขาว อาหารทอด อาจส่งผลให้อาการสิวที่เป็นอยู่แย่ลงได้ในผู้ป่วยบางราย
  • ยาบางชนิด เช่น ยากลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ ยาฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) ลิเทียม (Lithium) อาจกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนความเครียด ที่ส่งผลให้มีการผลิตน้ำมันเพิ่มมากขึ้น จนอุดตันรูขุมขน และก่อให้เกิดสิวที่คาง
  • สิ่งสกปรก เช่น เหงื่อ ฝุ่น ควัน และมลพิษต่าง ๆ อาจก่อให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน ที่นำไปสู่การเกิดสิวที่คางได้
  • พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การเช็ดเครื่องสำอางไม่สะอาดหรือไม่ล้างเครื่องสำอางก่อนนอน การขัดผิวหน้าอย่างรุนแรง การเช็ดหน้าอย่างรุนแรง และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหรือเครื่องสำอางที่มีส่วนประกอบของน้ำมัน อาจทำให้รูขุมขนอุดตัน ระคายเคืองผิว และนำไปสู่การเกิดสิวที่คาง

ประเภทของสิวที่อาจขึ้นที่คาง

สิวที่ขึ้นบริเวณคาง อาจมีหลายประเภทด้วยกัน ดังนี้

  • สิวหัวดำ เป็นสิวหัวเปิดที่มีลักษณะเป็นตุ่มสิวสีดำ ซึ่งเกิดจากการอุดตันของรูขุมขน เนื่องจากน้ำมัน เซลล์ผิวที่ตายแล้ว และแบคทีเรีย เมื่อส่วนของหัวสิวทำปฏิกิริยากับออกซิเจนก็จะเปลี่ยนเป็นสีดำ
  • สิวหัวขาว มีลักษณะเป็นตุ่มสีขาวเล็ก ๆ ซึ่งเกิดจากการอุดตันของเซลล์ผิวที่ตายแล้ว น้ำมัน และแบคทีเรียภายในรูขุมขน
  • สิวตุ่มแดง มีลักษณะเป็นตุ่มสีแดง ๆ ไม่มีหนองอยู่ข้างใน และอาจทำให้รู้สึกเจ็บปวด
  • สิวตุ่มหนอง มีลักษณะคล้ายกับสิวตุ่มแดง แต่จะมีหนองสีขาวอยู่กึ่งกลางสิว
  • สิวหัวช้าง เป็นสิวอักเสบชนิดรุนแรง มีขนาดใหญ่ ด้านในสิวเต็มไปด้วยหนอง และอาจทำให้รู้สึกเจ็บเมื่อสัมผัส
  • สิวขนาดใหญ่ หรือซีสต์ เป็นสิวประเภทร้ายแรงที่สุด มีลักษณะคล้ายกับฝี ภายในมีการสะสมของหนอง และอาจทำให้รู้สึกเจ็บปวดเมื่อสัมผัส อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็นหลังจากที่สิวหายแล้วอีกด้วย

วิธีรักษาเมื่อเป็นสิวที่คาง

วิธีรักษาสิวที่คาง มีดังนี้

ยารักษาสิวรูปแบบยาทาเฉพาะที่

ใช้เพื่อช่วยรักษาสิวที่คางที่มีความรุนแรงระดับปานกลาง ช่วยบรรเทาอาการอักเสบของสิว ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย โดยควรปรึกษาคุณหมอก่อนเพื่อรับยาที่เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาผิวที่เกิดขึ้น

ยารักษาสิวแบบยาทาเฉพาะที่ มีทั้งในรูปแบบเจลหรือครีม เช่น

  • อะดาพาลีน (Adapalene)
  • เตรทติโนอิน (Tretinoin)
  • ทาซาโรทีน (Tazarotene)
  • คลินดามัยซิน (Clindamycin)
  • เบนโซอิล เพอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide)
  • กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid)
  • แดปโซน (Dapsone)
  • น้ำมันทีทรี (Tea tree oil)

ยารักษาสิวรูปแบบรับประทาน

ยารักษาสิวสำหรับรับประทาน เช่น เตตราไซคลีน (Tetracycline) แมคโครไลด์ (Macrolide) เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นสิวระดับปานกลางจนถึงระดับรุนแรง ใช้เพื่อช่วยชะลอการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย หรืออาจรับประทานยายับยั้งฮอร์โมนแอนโดรเจนและยาคุมกำเนิด เพื่อปรับความสมดุลของฮอร์โมนแอนโดรเจน ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน) และฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) จึงอาจช่วยลดการผลิตน้ำมันส่วนเกิน และช่วยป้องกันการอุดตันในรูขุมขนได้

สำหรับผู้ที่ไม่มีการตอบสนองต่อยาข้างต้น คุณหมออาจแนะนำให้รับประทานยาไอโซเตรทติโนอิน (Isotretinoin) แทนเพื่อรักษาสิวที่คาง อย่างไรก็ตาม สตรีตั้งครรภ์และเด็กอายุต่ำกว่า 8 ปี ควรปรึกษาคุณหมอก่อนรับประทานยารักษาสิว เพราะอาจส่งผลอันตรายต่อทารกในครรภ์และเด็กเล็กได้

การรักษาด้วยเทคนิคทางการแพทย์

เป็นวิธีการรักษาสิวด้วยกระบวนการต่าง ๆ ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ เช่น

  • การกดสิว
  • การบำบัดด้วยแสง
  • การเลเซอร์
  • การฉีดสเตียรอยด์ที่สิวอักเสบ
  • การผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมี หรือการลอกหน้า

วิธีป้องกันไม่ให้เป็นสิวที่คาง

วิธีป้องกันไม่ให้เป็นสิวที่คาง อาจทำได้ ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณคางและทั่วทั้งใบหน้า เนื่องจากมืออาจมีสิ่งสกปรกที่ติดค้างอยู่ และอาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดสิวได้
  • ล้างหน้าด้วยน้ำปกติ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เพื่อช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าและน้ำมันส่วนเกิน และควรเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใบหน้าที่อ่อนโยนต่อผิว อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงการขัดผิวอย่างรุนแรงเพื่อป้องกันการระคายเคืองผิว
  • เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า “Non-comedogenic” เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีส่วนผสมที่ทำให้รูขุมขนอุดตัน
  • ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงเวลา 10.00-16.00 น. หรือทาครีมกันแดดที่มี SPF 50 ขึ้นไป อย่างน้อย 20 นาที ก่อนออกจากบ้าน เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดสิว และปกป้องผิวที่ไวต่อแสงแดดในระหว่างที่ใช้ยารักษาสิว
  • หลีกเลี่ยงการแต่งหน้า ไม่นอนทั้งที่แต่งหน้า และควรเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางออกให้หมดและล้างหน้าให้สะอาด เพื่อป้องกันการอุดตันในรูขุมขน
  • รับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ เช่น ผลไม้ ผัก ธัญพืช และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาล คาร์โบไฮเดรต และไขมันสูง เพราะอาจทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้น นำไปสู่การเกิดสิวที่คางได้
  • ผ่อนคลายความเครียดด้วยการทำกิจกรรมที่ชอบ เพื่อลดการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล ที่อาจกระตุ้นการผลิตน้ำมันบนใบหน้า และทำให้เกิดสิวได้
  • ทำความสะอาดของใช้ที่สัมผัสกับผิวที่คาง เช่น ปลอกหมอน ผ้าห่ม ผ้าขนหนู ผ้าเช็ดหน้า เพื่อลดความเสี่ยงที่ทำให้รูขุมขนอุดตันจากสิ่งสกปรก

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

ACNE: SIGNS AND SYMPTOMS. HTTPS://WWW.AAD.ORG/PUBLIC/DISEASES/ACNE/REALLY-ACNE/SYMPTOMS. Accessed May 27, 2022

Acne. HTTPS://WWW.MAYOCLINIC.ORG/DISEASES-CONDITIONS/ACNE/SYMPTOMS-CAUSES/SYC-20368047. Accessed May 27, 2022

HOW TO TREAT DIFFERENT TYPES OF ACNE. HTTPS://WWW.AAD.ORG/PUBLIC/DISEASES/ACNE/DIY/TYPES-BREAKOUTS. Accessed May 27, 2022

Overview-Acne. HTTPS://WWW.NHS.UK/CONDITIONS/ACNE/. Accessed May 27, 2022

10 Tips for Preventing Acne. https://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/acne/10-tips-for-preventing-pimples. Accessed May 27, 2022

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ปัญญพัฒน์ เอี่ยมสิน แก้ไขล่าสุด เมื่อสัปดาห์ก่อน
ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดย แพทย์หญิงอัญชิสา กาญจโนมัย