home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

ปัจจัยที่ทำให้เกิดกรดไหลย้อน มาดูสิว่าจะมีอะไรบ้าง

ปัจจัยที่ทำให้เกิดกรดไหลย้อน มาดูสิว่าจะมีอะไรบ้าง

กรดไหลย้อน นอกจากจะทำให้คุณรู้สึกไม่สบายท้องแล้ว ยังทำให้คุณมีอาการแสบร้อนกลางอก เจ็บคอ เสียงแหบ ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น และอื่น ๆ ได้อีกมาก อาการของ โรคกรดไหลย้อน เหล่านี้มักรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน และบางอาการ อย่างกลิ่นปาก ก็สามารถทำให้เราหมดความมั่นใจได้ด้วย หากใครไม่อยากเป็นโรคกรดไหลย้อน หรือไม่อยากทำให้อาการที่เป็นอยู่แย่ลง ก็สามารถทำได้ด้วยการป้องกันหรือหลีกเลี่ยง ปัจจัยที่ทำให้เกิดกรดไหลย้อน ที่ Hello คุณหมอ นำมาฝากกันในบทความนี้

ปัจจัยที่ทำให้เกิดกรดไหลย้อน

การสูบบุหรี่

การสูบบุหรี่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้มากมาย รวมถึงโรคกรดไหลย้อนด้วย ยิ่งหากใครเป็นกรดไหลย้อนอยู่แล้ว ก็ยิ่งควรงดสูบบุหรี่ เพราะบุหรี่จะทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหาร และกระตุ้นการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร ทั้งยังลดปฏิกิริยาตอบสนองในลำคอและลดการหลั่งน้ำลาย เมื่อกระบวนการเหล่านี้ทำงานผิดปกติ จึงทำให้กรดในกระเพาะอาหารเสียสมดุล และส่งผลเสียต่อสุขภาพมากขึ้น

การกินอาหารมากเกินไป หรือกินมื้อดึก

อาหารมื้อใหญ่เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดกรดไหลย้อนที่พบได้บ่อยที่สุด เพราะเมื่อคุณกินอาหารมากเกินไป ร่างกายก็จำเป็นต้องใช้เวลาในการย่อยอาหารนานขึ้น ยิ่งหากคุณกินอาหารมื้อใหญ่ในช่วงเย็น ช่วงก่อนนอน หรือชอบกินมื้อดึก พอคุณล้มตัวนอนทั้งที่กระเพาะอาหารยังย่อยอาหารไม่เสร็จ กรดในกระเพาะอาหารจึงไหลย้อนขึ้นมายังหลอดอาหารได้

คุณไม่ควรกินอะไรก่อนเข้านอน 3-4 ชั่วโมง และควรออกไปเดินเล่นหลังกินอาหารสัก 30 นาที หรือขยับร่างกายด้วยการล้างจาน กวาดบ้าน เป็นต้น เพื่อช่วยให้ร่างกายย่อยอาหารได้ดีขึ้น แต่ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายจริงจัง เพราะจะยิ่งส่งผลเสียต่อกระบวนการย่อยอาหาร

การใช้ยาบางชนิด

ยาบางชนิด เช่น แอสไพริน (Aspirin) ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) อาจทำให้กระเพาะอาหารระคายเคืองและกระตุ้นการเกิดกรดไหลย้อนได้ นอกจากนี้ ยาลดความดันโลหิตบางชนิด ก็สามารถกระตุ้นการหลั่งกรดไหลกระเพาะอาหารได้เช่นกัน ฉะนั้น หากคุณกินยาตัวใดแล้วมีอาการกรดไหลย้อน หรืออยากหลีกเลี่ยงอาการดังกล่าว ก็ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อให้แพทย์เปลี่ยนยา หรือจ่ายยาที่เหมาะสมให้

อาหารบางชนิด

อาหารดังต่อไปนี้ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิด กรดไหลย้อน ได้เช่นกัน

  • เครื่องเทศ เช่น พริกไทย กระเทียม หอมหัวใหญ่
  • ผลไม้สกุลซิตรัส หรือผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ส้ม เกรปฟรุต มะนาว เลมอน
  • เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม
  • อาหารไขมันสูง เช่น อาหารฟาสต์ฟู้ด อย่างเบอร์เกอร์ เฟรนช์ฟราย
  • อาหารรสจัด หรืออาหารเผ็ด
  • อาหารที่มีมะเขือเทศเป็นส่วนผสม
  • เปปเปอร์มินต์
  • ช็อกโกแลต
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ฉะนั้น หากคุณไม่อยากเป็น กรดไหลย้อน หรืออยากบรรเทาอาการกรดไหลย้อนที่เป็นอยู่ ก็ควรงดหรือลดอาหารที่กล่าวมาข้างต้น

การออกกำลังกาย

ท่าออกกำลังกายบางท่า เช่น ท่าครันช์ (Crunches) อาจเพิ่มแรงกดให้กับผนังช่องท้อง และทำให้กรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับเข้าไปในหลอดอาหารได้ ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้คุณงดออกกำลังกายในท่าครันช์ หรือออกกำลังกายในรูปแบบดังต่อไปนี้หลังกินอาหารเสร็จทันที จะได้ลดความเสี่ยงในการเกิดกรดไหลย้อน

พฤติกรรมบางอย่าง

พฤติกรรมหรือกิจกรรมในชีวิตประจำวันบางอย่างดังต่อไปนี้ ก็อาจกระตุ้นให้เกิดกรดไหลย้อนได้เช่นกัน

  • การสวมใส่เสื้อผ้าที่คับ หรือรัดแน่นเกินไป
  • การนอนตะแคงขวา เพราะท่านอนท่านี้ทำให้กระเพาะอาหารอยู่สูงกว่าหลอดอาหาร กรดจึงไหลย้อนกลับสู่หลอดอาหารได้ง่ายขึ้น

จะรู้ได้อย่างไรว่า อะไรกระตุ้นอาการ กรดไหลย้อน ของคุณ

หากคุณอยากรู้ว่าอะไรเป็นสิ่งกระตุ้นให้คุณเกิดกรดไหลย้อนได้ง่ายขึ้น หนึ่งในวิธีตรวจสอบปัจจัยที่ทำให้เกิดกรดไหลย้อนที่คุณสามารถทำได้ง่าย ๆ เลยก็คือ การสังเกตอาการที่เกิดขึ้นหลังจากคุณทำกิจกรรมหรือกินอาหารบางอย่าง และจดบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นเอาไว้ในสมุดโน้ตหรือโทรศัพท์มือถือ

คุณอาจจดบันทึกรายการอาหารที่กินในแต่ละวัน โดยแบ่งเป็นมื้อ ๆ รวมถึงจดกิจกรรมอื่น ๆ ที่ทำระหว่างวัน และหากคุณใช้ยาอะไรอยู่ ก็ควรจดบันทึกไว้ด้วย และที่สำคัญที่สุดก็คือ อย่าลืมจดอาการที่เกิดขึ้นในแต่ละวันเอาไว้ให้ชัดเจน หากระบุช่วงเวลาในการทำกิจกรรมหรือเวลาที่เกิดอาการได้ด้วย ก็จะยิ่งช่วยได้มาก

เมื่อรู้แล้วว่า สิ่งกระตุ้นกรดไหลย้อนของคุณคืออะไร คุณจะได้หลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านั้นหรือสิ่งอื่นที่คล้ายคลึงกันได้ นอกจากนี้ บันทึกที่คุณทำไว้ยังอาจเป็นประโยชน์สำหรับแพทย์ ในการวินิจฉัยและหาวิธีรักษา กรดไหลย้อน ที่เหมาะสมสำหรับคุณที่สุดด้วย

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Common heartburn trigger. http://www.webmd.com/heartburn-gerd/triggers?page=1. Accessed October 8, 2020

Tracking your trigger. http://www.healthline.com/health/gerd/triggers. Accessed October 8, 2020

Top 10 heartburn food. http://www.webmd.com/heartburn-gerd/features/top-10-heartburn-foods. Accessed October 8, 2020

Heartburn (Acid Reflux) Triggers. https://www.news-medical.net/health/Heartburn-(Acid-Reflux)-Triggers.aspx. Accessed October 8, 2020

Common Triggers for Acid Reflux. https://www.dda.net/blog/common-triggers-for-acid-reflux. Accessed October 8, 2020

 

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย เนตรนภา ปะวะคัง แก้ไขล่าสุด 14/10/2020
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x