home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

วิธีรักษาอาการร้อนวูบวาบ ที่เกิดขึ้นในช่วงวัยหมดประจำเดือน

วิธีรักษาอาการร้อนวูบวาบ ที่เกิดขึ้นในช่วงวัยหมดประจำเดือน

อาการร้อนวูบวาบเป็นอาการที่เกิดขึ้นในวัยหมดประจำเดือน ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้วอาจทำให้คุณผู้หญิงรู้สึกไม่สบายตัว เนื่องจากอุณหภูมิของร่างกายจะสูงขึ้น จนร่างกายต้องขับเหงื่อออกมา แต่ วิธีรักษาอาการร้อนวูบวาบ ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างของตัวเอง แต่นอกจากนี้ ยังมีวิธีอื่น ๆ อีก ซึ่งทาง Hello คุณหมอ ได้นำเรื่องนี้มาฝากคุณแล้ว

อาการร้อนวูบวาบเกิดขึ้นได้อย่างไร

อาการร้อนวูบวาบ เป็นหนึ่งในอาการของวัยหมดประจำเดือนที่พบได้บ่อย ลักษณะเฉพาะของอาการนี้ คือ เกิดความร้อนขึ้นในร่างกายอย่างฉับพลัน จนทำให้ร่างกายต้องขับเหงื่อออกมา สำหรับอาการไม่พึงประสงค์อื่น ๆ ที่มักเกิดขึ้นพร้อมกับอาการร้อนวูบวาบ ได้แก่

วิธีรักษาอาการร้อนวูบวาบ ทำอย่างไรได้บ้าง

วีธีรักษาอาการร้อนวูบวาบ ที่เกิดขึ้น สามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการกินยาไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของตัวเอง เพื่อทำให้ร่างกายของคุณนั้นเย็นลง โดย วิธีรักษาอาการร้อนวูบวาบ มีดังต่อไปนี้

การบำบัดด้วยฮอร์โมนทดแทน

สำหรับวิธีรักษาอาการร้อนวูบวาบที่ได้ผลดีที่สุด คือ การเสริมฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) โดยวิธีนี้เรียกว่า “การบำบัดด้วยฮอร์โมนทดแทน (Hormone Replacement Therapy หรือ HRT)” บางครั้ง อาจใช้วิธีกินเอสโตรเจนอย่างเดียว หรือใช้ร่วมกับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) สำหรับผู้หญิงที่ได้รับการผ่าตัดมดลูก อาจสามารถกินฮอร์โมนเอสโตรเจนเพียงอย่างเดียวได้อย่างปลอดภัย แต่สำหรับผู้หญิงที่ไม่ได้ผ่าตัดมดลูก ควรกินเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนร่วมกัน

ไม่แนะนำให้ใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนสำหรับทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้หญิงที่มีประวัติเป็นมะเร็งเต้านม ลิ่มเลือด และโรคอื่น ๆ นอกจากนี้ ยังเชื่อว่า ฮอร์โมนเอสโตรเจนจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพในอนาคต เช่น โรคหัวใจ มะเร็งเต้านม ลิ่มเลือด

รับไอโซฟลาโวน (Isoflavone) จากถั่วเหลือง

ถั่วเหลืองมีไฟโตเอสโตรเจน (Phytoestrogens) ในปริมาณมาก สารประกอบชนิดนี้ที่ทำหน้าที่คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย ไฟโตเอสโตรเจนที่พบมากในถั่วเหลือง ได้แก่ ไอโซฟลาโวน (Isoflavone) ซึ่งเมื่อจับกับตัวรับเอสโตรเจน จะช่วยลดอาการร้อนวูบวาบลงได้ นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับคุณสมบัติในการบรรเทาอาการของวัยหมดประจำเดือนของถั่วเหลืองด้วย แต่ก็ยังไม่มีผลการศึกษาวิจัยที่แน่ชัดว่า ถั่วเหลืองมีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการของวัยหมดประจำเดือนเทียบเท่า หรือปลอดภัยกว่ายาทั่วไปหรือไม่

Marjorie (Marji) McCullough นักระบาดวิทยาทางโภชนศาสตร์ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายของสมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา (American Cancer Society) แนะนำว่า คุณควรเลือกบริโภคถั่วเหลืองในรูปแบบอาหารมากกว่ารูปแบบอาหารเสริม ปริมาณของไอโซฟลาโวนในอาหารเสริมจะสูงกว่าไอโซฟลาโวนที่มีในถั่วเหลืองที่เป็นอาหารตามธรรมชาติ เช่น นมถั่วเหลือง เต้าหู้

บริโภคแบล็คโคฮอช (Black cohosh)

แบล็คโคฮอช เป็นหนึ่งในสมุนไพรยอดนิยมที่ใช้ในการรักษาอาการร้อนวูบวาบและอาการวัยทองอื่น ๆ รากของแบล็คโคฮอช ถูกนำมาบดเป็นผงบรรจุลงในแคปซูล หรือทำเป็นชาไว้ชงดื่ม ซึ่งทั้ง 2 รูปแบบนี้สามารถหาซื้อได้จากร้านขายอาหารเพื่อสุขภาพ แม้ว่าจะยังไม่ทราบกลไกการทำงานที่แน่นอนของแบล็คโคฮอช แต่นักวิจัยเชื่อว่า มันสามารถจับกับตัวรับเอสโตรเจนหรือกระตุ้นตัวรับเซโรโทนิน (Serotonin) ได้

ศุนย์การแพทย์ทางเลือกและการแพทย์องค์รวมแห่งชาติของประเทศสหรัฐอเมริกา (The National Center for Complementary and Integrative Health) รายงานว่า มีงานศึกษาวิจัยชิ้นหนึ่งที่ใช้เวลาศึกษานานถึง 12 เดือน พบว่า แบล็คโคฮอช ไม่ได้แสดงผลที่เป็นอันตรายใด ๆ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการศึกษาในระยะยาว แต่มีรายงานผลข้างเคียงระดับเบาที่เกิดขึ้นจากการใช้แบล็คโคฮอช นั่นคือ ปวดท้อง และผื่นขึ้น นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า แบล็คโคฮอชอาจส่งผลให้ตับล้มเหลวได้ ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต

ผู้ที่ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือเป็นมะเร็งเต้านม ไม่ควรใช้แบล็คโคฮอช หากอยากบริโภคแบล็กโคฮอช แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อน เช่นเดียวกับอาหารเสริมอื่น ๆ

ใช้เวลาดูแลตัวเอง

แน่นอนว่าอาการร้อนวูบวาบสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา แต่มักจะเกิดขึ้นบ่อยในช่วงเวลาที่มีความเครียด ฉะนั้น คุณจึงควรลดความเครียด ด้วยเทคนิคเหล่านี้ หรือกิจกรรมคลายเครียดที่คุณชอบ เพื่อลดความถี่ของอาการร้อนวูบวาบ

เทคนิคคลายเครียดเหล่านี้ ยังช่วยปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับให้คุณได้ด้วย เมื่อร่างกายพักผ่อนเพียงพอ ไม่ใช่แค่จะช่วยลดอาการร้อนวูบวาบที่เกิดขึ้น แต่ยังช่วยให้สุขภาพโดยรวมของคุณดีขึ้นด้วย

ทำให้อุณหภูมิในร่างกายเย็นลง

แค่อุณหภูมิแกนกลาง หรืออุณหภูมิของอวัยวะภายในร่างกายเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยก็สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการร้อนวูบวาบได้ ลองลดอุณหภูมิห้องของคุณด้วยการเปิดเครื่องปรับอากาศ พัดลม ใช้เจลทำความเย็นมาวาง หรือเปิดหน้าต่าง หากทำแล้วอุณหภูมิห้องยังไม่ลดลง ให้ลองถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้น เพื่อทำให้ร่างกายของคุณเย็นลง สวมเสื้อผ้าที่ทำจากผ้าฝ้ายทุกครั้งที่เป็นไปได้ เพราะเนื้อผ้าอื่น ๆ เช่น ไนลอน เรยอน มักจะระบายอากาศได้ไม่ดีนัก จึงทำให้มีความร้อนสะสมในร่างกายมาก

สังเกตสิ่งที่คุณกินเข้าไป

อาหารและเครื่องดื่มบางชนิด เช่น อาหารรสเผ็ด เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน (Caffein) อาหารที่มีไขมันสูง น้ำตาลสูง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้อุณหภูมิร่างกายเพิ่มขึ้นได้ตามธรรมชาติ จึงอาจส่งผลให้อาการร้อนวูบวาบรุนแรงขึ้น เกิดบ่อยขึ้น หรือแย่ลงได้

พยายามสังเกตสิ่งที่คุณกินเข้าไปไม่ว่าจะเป็นอาหารและเครื่องดื่มว่ามีสิ่งไหนที่ทำให้เกิดอาการร้อนวูบวาบ และพยายามจำกัดหรือหลีกเลี่ยงจะเป็นการดีที่สุด การจิบเครื่องดื่มเย็น ๆ ตลอดทั้งวันเป็นประจำ อาจช่วยให้อุณหภูมิร่างกายลดลง และลดอาการร้อนวูบวาบได้ด้วย

การศึกษาชิ้นหนึ่งจากแหล่งที่มาที่เชื่อถือได้ที่ศึกษาผู้หญิงที่กินอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ระบุว่า การกินอาหารเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งประกอบด้วยผักสด ผลไม้ และเมล็ดธัญพืช ช่วยลดอาการร้อนวูบวาบได้จริง

เปลี่ยนไลฟ์สไตล์บางประการ

เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า การสูบบุหรี่ ส่งผลเสียต่อสุขภาพหลายประการ และหนึ่งในนั้นก็คือ ทำให้เกิดอาการร้อนวูบวาบได้ ดังนั้น การเลิกสูบบุหรี่อาจช่วยลดความรุนแรงและความถี่ของการเกิดอาการนี้ได้ ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคมะเร็งต่าง ๆ ด้วย

ใช้ยาต้านซึมเศร้า (Antidepressants)

การใช้ยาต้านซึมเศร้าในปริมาณต่ำอาจทำให้อาการร้อนวูบวาบในผู้หญิงดีขึ้น ทั้งยังสามารถรรักษาอาการของวัยหมดประจำเดือนอื่น ๆ เช่น อารมณ์แปรปรวน ความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้าได้ด้วย แต่ข้อเสียของยาเหล่านี้คือ อาจทำให้ปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งพบได้บ่อยในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนแย่ลง

เมื่อร่างกายของคุณเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงในวัยหมดประจำเดือน อาการอาจคงอยู่ 2-3 ปีหรือนานกว่านั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องทนกับความรู้สึกไม่สบายตัวจากอาการร้อนวูบวาบไปตลอด การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตง่าย ๆ อาจช่วยลดอาการเหล่านี้ก่อนที่จะส่งผลต่อคุณได้ ปรึกษาแพทย์ เกี่ยวกับความกังวล หรืออาการผิดปกติที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณกำลังใช้ยาใด ๆ อยู่ก็ตาม แพทย์จะได้หาวิธีรับมือกับอาการร้อนวูบวาบของคุณได้อย่างเหมาะสมที่สุด

เครื่องมือคำนวณการตกไข่

เครื่องมือคำนวณการตกไข่

ติดตามรอบการมีประจำเดือนของคุณ เพื่อดูวันที่เหมาะสมที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์หรือคุมกำเนิด

เครื่องมือคำนวณการตกไข่

ติดตามรอบการมีประจำเดือนของคุณ เพื่อดูวันที่เหมาะสมที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์หรือคุมกำเนิด

เครื่องมือคำนวณการตกไข่

ระยะเวลารอบเดือน

(วัน)

28

ช่วงมีประจำเดือน

(วัน)

7

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Remedies for Hot Flashes. https://www.healthline.com/health/menopause/hot-flash-remedies. Accessed September 3, 2020

Duration of Menopausal Vasomotor Symptoms Over the Menopause Transition. https://jamanetwork.com/journals/jamainternalmedicine/fullarticle/2110996. Accessed September 3, 2020

Black Cohosh. https://www.nccih.nih.gov/health/black-cohosh. Accessed September 3, 2020

Mediterranean diet: A heart-healthy eating plan. https://www.mayoclinic.org/healthy-lifestyle/nutrition-and-healthy-eating/in-depth/mediterranean-diet/art-20047801. Accessed September 3, 2020

Hot Flashes: What Can I Do?. https://www.nia.nih.gov/health/hot-flashes-what-can-i-do. Accessed September 3, 2020

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย แก้ไขล่าสุด 23/06/2021
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย ทีม Hello คุณหมอ
x