ปวดศีรษะไมเกรน (Migraine Headache)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date ตุลาคม 6, 2019
Share now

คำจำกัดความ

ปวดศีรษะไมเกรน คืออะไร?

ปวดศีรษะไมเกรน คือ การปวดศีรษะอย่างรุนแรงที่โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นเพียงข้างเดียว มักร่วมด้วยอาการคลื่นไส้ อาเจียน และมีอาการตอบสนองอย่างรุนแรงต่อแสง

อาการปวดศีรษะไมเกรนอาจคงอยู่หลายชั่วโมงหรือหลายวัน และอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำงานและรบกวนการทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

การรักษาที่ถูกวิธีด้วยการดูแลรักษาตัวเองในเบื้องต้น และการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์บางอย่าง คุณก็สามารถจัดการกับอาการปวดศีรษะไมเกรนนี้ได้แล้ว

การปวดศีรษะไมเกรนเกิดขึ้นกับใครได้บ้าง

ทุกคนสามารถมีอาการปวดศีรษะไมเกรนได้ อย่างไรก็ตาม มักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย และส่วนใหญ่พบได้ในช่วงอายุตั้งแต่ 10-45 ปี

คุณสามารถลดโอกาสเสี่ยงการเกิดอาการปวดศีรษะไมเกรนได้ด้วยการลดปัจจัยเสี่ยงและค้นหาต้นเหตุที่ก่อให้เกิดอาการดังกล่าว โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อขอรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของการปวดศีรษะไมเกรนเป็นอย่างไร

ในบางกรณีอาการปวดศีรษะไมเกรนอาจจะคงอยู่หลายชั่วโมงหรือหลายวัน โดยสามารถแบ่งออกเป็น 4 ช่วง ดังนี้

  1. อาการนำก่อนเกิดอาการ (prodrome)
  2. อาการเห็นแสงสีต่างๆ (aura)
  3. ระหว่างการเกิดอาการปวดศีรษะ (headache)
  4. ระยะหลังจากหายปวดศีรษะ (postdrome)

1.ระยะก่อนเกิดอาการ

ในระยะนี้ มักจะมีอาการหรือสัญญาณบางอย่างที่บอกให้คุณทราบว่าคุณกำลังจะปวดศีรษะไมเกรน ล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 วัน ดังนี้

  • อารมณ์เปลี่ยนแปลง เช่น ซึมเศร้า
  • ท้องผูก
  • คอแข็ง
  • หาวบ่อย
  • หงุดหงิด ไม่สบายตัว
  • ง่วงซึม
  • เบื่ออาหาร คลื่นไส้

2. อาการเห็นแสงสีต่างๆ

ระยะต่อมา ผู้ป่วยจะเริ่มเห็นแสงสีต่างๆ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นก่อนมีอาการปวดศีรษะหรือเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ปวดศีรษะ การมองเห็นแสงสีต่างๆคืออาการทางระบบประสาทที่อาจเกิดขึ้นและคงอยู่หลายนาที หรืออาจนานตั้งแต่ 20 ถึง 60 นาที

โดยขณะที่เกิดอาการปวดไมเกรน อาจเกิดอาการเหล่านี้ร่วมด้วย

  • การมองเห็นผิดปกติ หรือมองเห็นแสงแว้บๆ
  • ตาพร่ามัว
  • รู้สึกเจ็บจี๊ดเหมือนโดนปลายเข็มจิ้มที่มือหรือขา
  • พูดไม่รู้เรื่อง หรือมีปัญหาทางการพูด (aphasia)

3. ระหว่างเกิดอาการปวดศีรษะ

เมื่ออาการปวดศีรษะไมเกรนกำเริบ อาการอาจรุนแรงขึ้นและอาจกินเวลานานตั้งแต่ 4 ถึง 72 ชั่วโมง ในระหว่างที่เกิดอาการ คุณอาจต้องเผชิญอาการดังต่อไปนี้

  • ปวดศีรษะด้านเดียวหรือสองด้าน
  • ปวดตุบๆ เป็นจังหวะ
  • มีปฏิกิริยาต่อแสง (photosensitivity)
  • มีปฏิกิริยาต่อเสียง (phonosensitivity)
  • คลื่นไส้และอาเจียน
  • ตาพร่า
  • มึนหัวและเป็นลม

4. ระยะหลังเกิดอาการปวดศีรษะ

ในช่วงหลังจากมีอาการปวดศีรษะไมเกรน คุณอาจรู้สึกอ่อนเพลีย หรือมีอาการเคลิบเคลิ้มผิดปกติ

นอกจากนี้ ยังอาจมีอาการที่ไม่ได้ระบุข้างต้น หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการโปรดปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัย

เมื่อใดควรไปพบหมอ

คุณควรไปพบหมอในกรณีที่คุณ…

  • อายุเกิน 50 ปีและมีอาการปวดศีรษะไมเกรน
  • อาการแย่ลง
  • แม้รับประทานยาก็ยังไม่ดีขึ้น
  • มีอาการปวดศีรษะ หลังจากได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ
  • มีอาการไข้สูง คอแข็ง สับสน ชัก มองเห็นภาพซ้อน และอ่อนแรง
  • หลังจากมีอาการไอ การออกแรงหนัก หรือหลังการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว แล้วทำให้อาการปวดศีรษะแย่ลง ควรปรึกษาแพทย์

สาเหตุ

สาเหตุของการปวดศีรษะไมเกรน

สาเหตุของอาการปวดศีรษะไมเกรนไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด อาจเกิดจากกรรมพันธุ์และสิ่งแวดล้อมที่เป็นตัวกระตุ้นการปวดศีรษะไมเกรน ได้แก่

  • เกิดการเปลี่ยนแปลงและปฏิกิริยาในระบบเส้นประสาท (trigeminal nerve) ส่วนใหญ่ที่สุดที่รับความรู้สึกเจ็บปวด
  • สารเคมีในสมองไม่สมดุล เช่น สารเซโรโทนิน ที่ช่วยในการควบคุมความเจ็บปวดในระบบประสาท
  • การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในเพศหญิง โดยปกติการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนสามารถกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะไมเกรน ในช่วงที่มีประจำเดือน ตั้งครรภ์ หรือวัยทอง
  • อาหารบางชนิด เช่น ชีส อาหารมีรสเค็มจัด หรืออาหารที่ผ่านกระบวนการปรุงแต่ง ดูเหมือนจะเป็นสาเหตุหลักของอาการปวดศีรษะไมเกรน รวมถึงการอดอาหารหรือรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา
  • สารปรุงแต่งอาหาร เช่น โมโนโซเดียมกลูตาเมท (MSG) หรือ สารให้ความหวานประเภทแอสปาแตม
  • การดื่มแอลกอฮอล์และการบริโภคเครื่องดื่มคาเฟอีนในปริมาณมาก อาจเป็นสาเหตุที่กระตุ้นการปวดศีรษะไมเกรนได้
  • ความเครียดอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุของไมเกรน
  • อากาศเปลี่ยนแปลง
  • พฤติกรรมการนอนหลับเปลี่ยนแปลง
  • การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาคุมกำเนิด หรือ ฮอร์โมนทดแทน

ปัจจัยเสี่ยง

อะไรคือปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดไมเกรน

ปัจจัยบางประการอาจเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้อาการปวดศีรษะไมเกรนกำเริบ

  • ประวัติการเจ็บป่วยในครอบครัว ร้อยละ 90 ของผู้ที่มีอาการปวดศีรษะไมเกรนมักมีคนในครอบครัวล้วนมีประวัติการเจ็บป่วยด้วยไมเกรน
  • ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง อาจเกิดขึ้นก่อนในช่วงที่มีรอบเดือน ระหว่างตั้งครรภ์และภาวะวัยทอง
  • เพศหญิง เพศหญิงมีโอกาสเป็นไมเกรนมากว่าเพศชายถึง 3 เท่า

การวินิจฉัยและการรักษา

บทความนี้ไม่ได้ให้การวินิจฉัยโรคแต่อย่างใด โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยโรคต่อไป

การวินิจฉัยอาการปวดศีรษะไมเกรน

เพื่อการวินิจฉัยที่เหมาะสม แพทย์อาจใช้กระบวนการทดสอบดังต่อไปนี้

  • ตรวจร่างกายและตรวจทางระบบประสาท
  • ตรวจเลือด
  • ตรวจซีทีสแกน
  • ตรวจเอ็มอาร์ไอ
  • เจาะตรวจน้ำไขสันหลัง

การรักษาการปวดศีรษะไมเกรน

อาการปวดศีรษะไมเกรนนั้นไม่สามารถรักษาได้ แต่ก็ยังมีทางเลือกการรักษาที่ช่วยคุณจัดการกับอาการปวดไมเกรน ได้แก่การรับประทานยาบรรเทาอาการปวดที่ใช้รักษาอาการปวดศีรษะไมเกรนโดยเฉพาะ ซึ่งควรรับประทานยาตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณเตือนว่ากำลังจะปวดศีรษะ จะได้ผลดีที่สุดยาที่ใช้ยารักษาอาการ โดยยารักษาอาการไมเกรน ได้แก่

  • แอสไพริน
  • ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs)
  • ยาทริปเทน เช่น sumatriptan, rizatriptan , almotriptan และ zolmitriptan ยาเหล่านี้จะจำกัดการไหลเวียนของเส้นเลือดและระงับความเจ็บปวดในสมอง
  • ยาเออร์กอต (Ergots) เช่น ยา ergotamine ที่มีคาเฟอีน, ergotamine, dihydroergotamine ยาเหล่านี้จะออกฤทธิ์เพื่อลดอาการปวดศีรษะไมเกรนและมีฤทธิ์ยาวนานถึง 48 ชั่วโมง
  • ยากลุ่มโอปิออยด์ (Opioid) ที่มีส่วนประกอบของนาโคติค (narcotics) เช่น ยาโคอิดีน (codeine) ยาที่มักใช้ในกรณีที่มีอาการปวดรุนแรงในขณะยาตัวอื่นไม่สามารถบรรเทาอาการได้ ยากลุ่มนี้อาจทำให้เสพติดและมักถูกนำมาใช้เป็นตัวเลือกสุดท้าย

ยาที่ใช้เพื่อป้องกันนั้นเป็นยาที่ดีที่สุด ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการปวดศีรษะไมเกรนมากว่า 4 ครั้งต่อเดือน และในรายที่มีอาการรุนแรงยาวนานเกิน 12 ชั่วโมง ยาในกลุ่มนี้สามารถช่วยลดความถี่ ความรุนแรงและระยะเวลาการเกิดอาการไมเกรน

การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองสำหรับอาการปวดศีรษะไมเกรน

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองนั้นอาจช่วยคุณเอาชนะอาการปวดศีรษะไมเกรนได้ ด้วยวิธีการดังนี้

  • ลองออกกำลังกายด้วยการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ การผ่อนคลายจะช่วยเยียวยาและบรรเทาอาการปวดศีรษะไมเกรนได้
  • เทคนิคการผ่อนคลาย อาจะหมายถึงการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ การทำสมาธิ และโยคะ
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ แต่อย่านอนมากเกินไป พักผ่อนนอนหลับให้พอเหมาะต่อคืน และควรเข้านอนและตื่นนอนเวลาเดียวกันทุกวัน
  • พักผ่อนและผ่อนคลาย หากเป็นไปได้ ควรพักผ่อนในที่มืด เงียบ เมื่อเริ่มมีอาการปวดศีรษะ ให้นำน้ำแข็งพันผ้าประคบบริเวณต้นคอ แล้วค่อยๆ นวดเบาๆ ที่หนังศีรษะบริเวณที่ปวด

บันทึกอาการปวดศีรษะอย่างต่อเนื่องแม้ว่าคุณจะพบคุณหมอแล้วก็ตาม การจดบันทึกอาการจะช่วยให้คุณได้ทราบว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้คุณมีอาการไมเกรนและอะไรที่ช่วยบรรเทาอาการได้ดีที่สุด

หากมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยต่อไป

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัย หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy"
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

ปวดหัว หลังร้องไห้ เกิดจากอะไรกันแน่

อาการ ปวดหัว หลังร้องไห้ เป็นภาวะที่เมื่อร่างกายเกิดความเครียด ก็จะหลั่งฮอร์โมนแห่งความเครียดออกมา ทำให้เกิดอาการตึงเครีดบริเวณหัวและต้นคอ จน ปวดหัว

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by ชลธิชา จันทร์วิบูลย์

บำบัดอาการปวดเมื่อยด้วยการ ครอบแก้ว ฉบับศาสตร์จีน

ครอบแก้ว (Cupping Therapy) มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีนเป็นการรักษาบำบัดอาการปวดเมื่อยแบบแพทย์แผนจีนโบราณ สามารถบรรเทาอาการปวดเมื่อย ระบบไหลเวียนเลือดสมดุล

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by panyapat Aiemsin

ปวดหัวหลังมีเซ็กส์ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอาการปวดหัวหลังมีเซ็กส์ที่คุณควรรู้

คนไม่น้อยที่จะต้องพบเจอปัญหาอย่างอาการ ปวดหัวหลังมีเซ็กส์ ปัญหาเรื้อรังที่หลายคนอาจจะมองข้ามไป บทความนี้จะมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาการปวดหัวหลังมีเซ็กส์

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by พลอย วงษ์วิไล

ไข้หวัดเอช 7 เอ็น 9 (H7N9 Flu)

“เอช 7 เอ็น 9” (H7N9) คือชนิดย่อยของไวรัสไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดเอช 7เอ็น 9 บางครั้งพบได้ในนก แต่ปกติแล้วจะไม่ติดมาสู่คน เช่นเดียวกับไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by วรภพ ไกยเดช
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ ตุลาคม 10, 2019