ผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia Areata)

ทบทวนบทความโดย | โดย

เผยแพร่วันที่ กรกฎาคม 17, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

โรค ผมร่วงเป็นหย่อม เป็นโรคที่เกิดจากภูมิต้านเนื้อเยื่อของตนเอง ส่งผลให้ผู้ป่วยผมร่วงเป็นหย่อม ๆ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับผิวหนังส่วนที่มีขนทุกส่วน

คำจำกัดความ

โรค ผมร่วงเป็นหย่อม คืออะไร

โรคผมร่วงเป็นหย่อม หรือโรคผมร่วงเป็นวง (Alopecia Areata) เป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้กับผิวหนังส่วนที่มีขน (Hair-bearing skin) ทุกส่วน ลักษณะของโรคนี้คือ ผู้ป่วยจะมีผมร่วงแบบไม่มีแผลเป็นบนหนังศีรษะเป็นหย่อม ๆ บางครั้งโรคนี้อาจเกิดจากปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ได้ด้วย

ผู้ป่วยโรคผมร่วงเป็นหย่อมส่วนใหญ่ จะมีหย่อมผมร่วงเพียงไม่กี่จุดเท่านั้น และผมมักจะขึ้นใหม่ได้เองตามธรรมชาติ แต่บางครั้งโรคผมร่วงเป็นหย่อมก็อาจนำไปสู่ปัญหาอื่น ๆ เช่น โรคผมร่วงหมดศีรษะ (Alopecia Totalis) หรือในกรณีรุนแรง อาจทำให้เกิดโรคผมร่วงทั่วตัว (Alopecia Universalis) คือ ผมร่วงหมดศีรษะ ขนคิ้ว ขนตา และขนตามร่างกายก็ร่วงด้วย

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ

โรคผมร่วงเป็นหย่อม พบได้บ่อยแค่ไหน

โรคผมร่วงเป็นหย่อมสามารถพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีอายุต่ำกว่า 30 ปี โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของโรค ผมร่วงเป็นหย่อม

อาการที่พบได้ทั่วไป ได้แก่

ผมร่วงเป็นหย่อม

มักเริ่มต้นด้วยการเกิดหย่อมที่ผมร่วง ลักษณะเป็นจุดกลม ๆ ผิวหนังอ่อนนุ่ม เส้นผมร่วงจนเกลี้ยง ขนาดประมาณเหรียญบาท ในระยะแรก คุณอาจสังเกตเห็นว่ามีกระจุกผมร่วงอยู่บนหมอน หรือผมร่วงมากกว่าปกติเวลาอาบน้ำสระผม ส่วนใหญ่แล้วจะเกิดบริเวณหนังศีรษะ แต่ความจริงแล้วสามารถเกิดขึ้นได้กับบผิวหนังส่วนที่มีขนทั้งหมด บางกรณีอาจเกิดกับผิวหนังบริเวณคิ้ว ขนตา หรือหนวดได้ด้วย

มีเส้นผมสั้นรูปร่างคล้ายเครื่องหมายอัศเจรีย์

คือ มีผมเส้นสั้น ๆ ที่โคนผมเรียวเล็กกว่าปลายผม งอกขึ้นบริเวณขอบของหย่อมที่ผมร่วง

เล็บผิดปกติ

โรคผมร่วงเป็นหย่อมสามารถส่งผลกระทบกับเล็บมือและเล็บเท้าได้ด้วย เช่น เล็บมีรอยบุ๋ม เล็บมีจุดขาว เล็บมีเส้นขาว หน้าเล็บขรุขระ เล็บไม่เงา เล็บบาง เล็บเปราะฉีกขาด ในบางกรณี อาจทำให้เล็บเปลี่ยนรูปทรง หรือทำให้เล็บหลุดได้ด้วย

สำหรับผู้ป่วยบางราย อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการนอกเหนือจากที่ระบุไว้ข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการต่าง ๆ โปรดปรึกษาแพทย์

ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด

หากคุณมีสัญญาณหรืออาการตามรายละเอียดด้านบนหรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์

ร่างกายคนแต่ละคนแสดงอาการแตกต่างกัน จึงควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของโรคผมร่วงเป็นหย่อม

ปัจจุบันมีหลักฐานว่าโรคผมร่วงเป็นหย่อมมีสาเหตุจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งนำไปสู่ภาวะไม่ตอบสนองต่อแอนติเจนตัวเอง หรือที่มักเรียกว่าภาวะภูมิต้านตัวเอง (Autoimmunity) คือ ระบบภูมิคุ้มกันเข้าใจผิดและโจมตีเนื้อเยื่อในร่างกาย ในกรณีของโรคผมร่วงเป็นหย่อมเกิดจากระบบบภูมิคุ้มกันโจมตีรูขุมขน (Hair follicles) และเข้าขัดขวางการเจริญเติบโตของเส้นผม

จากการตรวจชิ้นเนื้อที่บริเวณที่ได้รับผลกระทบพบว่า เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ (Lymphocyte) ซึ่งทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกันแทรกซึมเข้าสู่กระเปาะผม (Hair Bulb) ที่อยู่ล่างสุดของรากผม และนำไปสู่โรคผมร่วงเป็นหย่อม

ในบางกรณี โรคผมร่วงเป็นหย่อมก็เป็นผลมาจากโรคอื่น ๆ เช่น โรคของต่อมไทรอยด์ โรคด่างขาว โรคแพ้ภูมิตัวเองหรือโรคลูปัส โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผล

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของโรค ผมร่วงเป็นหย่อม

ปัจจัยเหล่านี้ อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคผมร่วงเป็นหย่อมของคุณได้

  • คนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคนี้
  • มีอาการของโรคตั้งแต่อายุยังน้อย (ก่อนเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์) หรือมีอาการของโรคนานเกิน 1 ปี
  • มีประวัติโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเองอื่น ๆ
  • เป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง
  • ผมร่วงมากผิดปกติ
  • เล็บมือและเล็บเท้ามีสี รูปร่าง ความหนา หรือลักษณะผิดปกติ

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยโรคผมร่วงเป็นหย่อม

ปกติแล้ว แพทย์จะวินิจฉัยโรคผมร่วงเป็นหย่อมด้วยการตรวจประเมินอาการ ซักประวัติ และตรวจสอบประวัติทางการแพทย์ หากยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แพทย์อาจต้องให้คุณเข้ารับการทดสอบบางประการ เพื่อหาว่าคุณเป็นโรคที่อาจทำให้ผมร่วงหรือไม่ การทดสอบเหล่านั้น ได้แก่

  • การตรวจวิเคราะห์ผม แพทย์จะนำตัวอย่างเส้นผมไปส่องในกล้องจุลทรรศน์ และในบางครั้ง อาจต้องเก็บตัวอย่างหนังศีรษะด้วย
  • การตรวจเลือด และการตรวจประเมินเฉพาะโรค เช่น ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ ภาวะขาดไทรอยด์

การรักษาโรคผมร่วงเป็นหย่อม

โดยปกติแล้ว บริเวณที่ผมร่วงจะมีผมงอกใหม่ได้เองภายในเวลา 1 ปี และคุณอาจไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาแต่อย่างใด แต่ในระหว่างที่รอผมงอกใหม่ คุณอาจต้องดูแลตัวเองด้วยอุปกรณ์เหล่านี้

  • แฮร์พีช (Hairpieces) หรือวิกผม เพื่อปิดบริเวณที่ผมร่วงเป็นหย่อม
  • ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม ที่ช่วยให้ผมดูหนาขึ้น

แต่หากคุณต้องการรักษาโรคผมร่วงเป็นหย่อม แพทย์อาจดำเนินการรักษาให้คุณด้วยการฉีดคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroids) ลงที่ผิวหนังหรือหนังศีรษะบริเวณที่มีปัญหา (ยา 1 เข็มต่อหนึ่งผิวหนังตารางเซนติเมตร) โดยต้องฉีดทุก ๆ 4-6 สัปดาห์ แต่หากเป็นเด็ก แพทย์จะให้ใช้คอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดทาแทน ในบางกรณี แพทย์อาจให้ใช้ยาไมนอกซิดิล (Minoxidil) ร่วมด้วย

นอกจากนี้ แพทย์อาจสั่งยาแอนทราลิน (Anthralin) ให้คุณใช้ทาในบริเวณผิวหนังที่มีปัญหาผมร่วง เพื่อช่วยกระตุ้นให้ผมงอกใหม่ โดยคุณอาจต้องใช้ยานี้อย่างน้อย 2 เดือน เส้นผมใหม่จึงจะเริ่มงอก

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองที่ช่วยรับมือกับโรคผมร่วงเป็นหย่อม

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองต่อไปนี้ อาจช่วยรับมือกับโรคผมร่วงเป็นหย่อมได้

  • บางคนเชื่อว่าการทาน้ำหอมหัวใหญ่ น้ำกระเทียม ชาเขียวเย็น น้ำมันอัลมอนด์ น้ำมันโรสแมรี่ น้ำผึ้ง หรือกะทิ ลงบนผิวหนังที่มีปัญหาผมร่วง สามารถช่วยกระตุ้นการเกิดเส้นผมใหม่ได้ แต่ในปัจจุบันยังไม่มีผลการศึกษาวิจัยที่ยืนยันเรื่องนี้ได้
  • บางคนเชื่อว่าการรักษาทางเลือก เช่น การฝังเข็ม สุคนธบำบัด หรืออโรมาเธอราพี (Aromatherapy) สามารถช่วยกระตุ้นให้ผมงอกใหม่ได้ แต่ก็ยังต้องศึกษาวิจัยเพิ่มเติมเช่นกัน

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ หรือการรักษา เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy
แหล่งที่มา

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

หลังคอดำ ไม่ใช่แค่ขี้ไคลเสมอไป แต่อาจเป็นอาการของ โรคผิวหนังช้าง

โรคผิวหนังช้าง (Acanthosis nigricans) คือ โรคที่มีการเปลี่ยนแปลงของสีผิวหนังให้คล้ำขึ้นคล้ายขี้ไคล ซึ่งมักเกิดขึ้นตามบริเวณหลังคอ รักแร้ ขาหนีบ เป็นต้น

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย panyapat Aiemsin
โรคผิวหนัง, ศูนย์สุขภาพ ตุลาคม 21, 2020 . เวลาในการอ่าน

คันเท้า ยิบๆ แสนจะกวนใจ อาจเกิดจากสาเหตุเหล่านี้ก็ได้นะ

อาการ คันเท้า เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งการอักเสบที่ปลายปลอกประสาท การติดเชื้อราหรือเชื้อแบคทีเรีย ปัญหาสุขภาพผิวหนัง รวมถึงการสวมรองเท้าที่สกปรก

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
โรคผิวหนัง, ศูนย์สุขภาพ ตุลาคม 19, 2020 . เวลาในการอ่าน

คันหัวนม จนทนไม่ไหว ร่างกายกำลังบอกอะไรคุณหรือเปล่า

เมื่อเกิดอาการ คันหัวนม หลายคนคงสงสัยว่ามันเกิดจากอะไร บางครั้งอาการที่เกิดขึ้นอาจจะกำลังบอกอะไรคุณอยู่ก็เป็นได้ ทาง Hello คุณหมอจึงได้นำเรื่องนี้มาฝากกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
สุขภาพหญิง, สุขภาพชีวิตที่ดี ตุลาคม 16, 2020 . เวลาในการอ่าน

ผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใส (Dyshidrosis)

โรค ผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใส (Dyshidrosis) เป็นความผิดปกติของผิวหนังที่ก่อให้เกิดอาการคัน และมีตุ่มพอง หรือตุ่มใส ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย เนตรนภา ปะวะคัง
โรค ก-ฮ, สุขภาพ ก-ฮ ตุลาคม 1, 2020 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

ความเครียดทำให้ผมร่วง-สาเหตุ-ประเภท

ความเครียดทำให้ผมร่วง ได้จริงหรือแค่คิดไปเอง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
เผยแพร่วันที่ พฤศจิกายน 25, 2020 . เวลาในการอ่าน
ผิวหนังอักเสบ-ฤดูหนาว

ผิวหนังอักเสบ โรคผิวหนัง ที่ควรระวังเมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
เผยแพร่วันที่ พฤศจิกายน 4, 2020 . เวลาในการอ่าน
อาการผิวหนังผิดปกติ-สัญญาณเตือนของโรคผิวหนัง

อาการผิวหนังผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคผิวหนัง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ ตุลาคม 28, 2020 . เวลาในการอ่าน
เสพติดการแกะผิวหนัง-พฤติกรรมป่วยทางจิต

เสพติดการแกะผิวหนัง พฤติกรรมที่บ่งบอกว่าคุณป่วยทางจิต

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ ตุลาคม 21, 2020 . เวลาในการอ่าน