แคลเซียมในเลือดสูง (Hypercalcemia)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date ธันวาคม 14, 2020 . เวลาในการอ่าน
Share now

แคลเซียมในเลือดสูง หมายถึงภาวะที่มีความเข้มข้นของแคลเซียมในเลือดมากเกินไป จนทำให้เกิดความผิดปกติต่ออวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย

คำจำกัดความ

แคลเซียมในเลือดสูง คืออะไร

ภาวะแคลเซียมในเลือดสูง (Hypercalcemia) หมายถึงภาวะที่มีความเข้มข้นของแคลเซียมในเลือดมากเกินไป จนทำให้เกิดความผิดปกติต่ออวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น กระดูกเปราะบาง เป็นนิ่ว หรือปัญหาสุขภาพอื่น ๆ และในกรณีรุนแรงอาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้อีกด้วย

ภาวะแคลเซียมในเลือดสูงนั้นอาจเกิดขึ้นได้จากสาเหตุต่าง ๆ เช่น ต่อมพาราไทรอยด์ทำงานเกิน (overactive parathyroid gland) การใช้ยาบางชนิด การรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมแคลเซียมหรือวิตามินดีมากเกินไป หรือแม้กระทั่งโรคมะเร็ง

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ

แคลเซียมในเลือดสูง พบบ่อยแค่ไหน

ภาวะแคลเซียมในเลือดสูงนั้นอาจพบได้บ่อยในกลุ่มผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน และผู้สูงอายุ แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้กับคนในช่วงวัยอื่น ๆ ได้เช่นกัน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดปรึกษาแพทย์

อาการ

อาการของแคลเซียมในเลือดสูง

สัญญาณและอาการของภาวะแคลเซียมในเลือดสูงนั้นอาจจะแตกต่างกันออกไปตามแต่ละคน บางคนอาจจะไม่มีอาการ หรือมีอาการในระดับเบา แต่บางคนก็อาจจะมีอาการที่รุนแรงจนถึงแก่ชีวิตได้เช่นกัน

อาการของ ภาวะแคลเซียมในเลือดสูง อาจแบ่งออกได้ตามอวัยวะที่ได้รับผลกระทบ ดังต่อไปนี้

  • ไต หากภายในเลือดมีปริมาณของแคลเซียมมากเกินไป ก็จะทำให้ไตต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อกรองแคลเซียมส่วนเกินออก และอาจทำให้รู้สึกกระหายน้ำมากขึ้น และปัสสาวะบ่อยขึ้น
  • กระดูกและฟัน แคลเซียมที่มากเกินไปอาจจะไปดึงดูดเอาแคลเซียมที่มีอยู่ในกระดูกและฟันออกมาได้ ทำให้กระดูกและฟันอ่อนแอ เปราะ และแตกง่าย
  • ระบบย่อยอาหาร ภาวะแคลเซียมในเลือดสูง อาจทำให้เกิดอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน และท้องผูกได้
  • สมอง ภาวะแคลเซียมในเลือดสูง อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของสมอง ทำให้เกิดอาการสับสน เหนื่อยล้า หรืออาจทำให้รู้สึกซึมเศร้าได้
  • หัวใจ ภาวะแคลเซียมสูงอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของตัวใจ ทำให้เกิดอาการใจสั่น และหัวใจเต้นผิดปกติได้

ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด

หากคุณสังเกตพบสัญญาณหรืออาการที่บอกมาข้างต้น หรือมีอาการบางอย่าง เช่น

ควรรีบติดต่อแพทย์เพื่อรับการตรวจในทันที

สาเหตุ

สาเหตุของ ภาวะแคลเซียมในเลือดสูง

โดยปกติแล้ว ร่างกายจะรักษาระดับของแคลเซียมในเลือดได้ โดยใช้ปฏิกิริยาระหว่าง แคลเซียม วิตามินดี และฮอร์โมนพาราไทรอยด์ (Parathyroid hormone; PTH) เพื่อช่วยควบคุมระดับของแคลเซียมในเลือดให้เป็นปกติ แต่สภาวะบางอย่างก็อาจจะไปส่งผลกระทบต่อความสมดุลนี้ และทำให้เกิดภาวะแคลเซียมในเลือดสูงได้ สภาวะเหล่านั้นได้แก่

  • ภาวะต่อมพาราไทรอยด์ทำงานเกิน (hyperparathyroidism) หากเกิดความผิดปกติที่ต่อมพาราไทรอยด์ ก็อาจส่งผลต่อการใช้แคลเซียมในร่างกายได้
  • โรคมะเร็ง โรคมะเร็งบางอย่าง เช่น มะเร็งปอด หรือมะเร็งเต้านม อาจทำให้มีโอกาสที่จะเกิด ภาวะแคลเซียมในเลือดสูงได้
  • สภาวะอื่น ๆ เช่น วัณโรค โรคไทรอยด์ (thyroid disease) โรคไตเรื้อรัง โรคต่อมหมวกไต หรือการติดเชื้อราอย่างรุนแรง ก็อาจทำให้เกิดภาวะแคลเซียมในเลือดสูงได้
  • ภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง เมื่อร่างกายมีปริมาณของน้ำน้อยลง ก็อาจทำให้ปริมาณของแคลเซียมในเลือดมีความเข้มข้นมากขึ้น
  • ยา ยาบางชนิด เช่น ยาลิเทียม (lithium) อาจทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนพาราไทรอยด์มากขึ้น และทำให้เกิดภาวะแคลเซียมในเลือดสูงได้

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของแคลเซียมในเลือดสูง

ปัจจัยบางอย่างอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะแคลเซียมในเลือดสูงได้ เช่น

  • พันธุกรรม ยีนบางตัวอาจทำให้คุณมีโอกาสในการเกิด ภาวะแคลเซียมในเลือดสูง ได้มากกว่าคนอื่น หากคนในครอบครัวของคุณมีภาวะแคลเซียมในเลือดสูง คุณก็อาจจะเกิดภาวะแคลเซียมในเลือดสูงเช่นกัน
  • ยาบางชนิด ผู้ที่กำลังใช้ยาหรืออาหารเสริมบางชนิด เช่น อาหารเสริมแคลเซียมหรือวิตามินดี อาจจะมีความเสี่ยงมากกว่าผู้อื่น
  • สภาวะบางอย่าง ผู้ที่มีอาการป่วยด้วยโรคอื่น เช่น วัณโรค หรือโรคมะเร็งปอด อาจจะมีความเสี่ยงมากกว่าที่จะเกิดภาวะแคลเซียมในเลือดสูง

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลที่นำเสนอไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัย ภาวะแคลเซียมในเลือดสูง

แพทย์สามารถทำการวินิจฉัยภาวะแคลเซียมในเลือดสูงได้ โดยการตรวจวัดระดับของแคลเซียมที่มีอยู่ในเลือด การตรวจเลือดนั้นยังสามารถช่วยทำให้ทราบได้ว่า ระดับของฮอร์โมนพาราไทรอยด์นั้นปกติหรือไม่ นอกจากนี้ การตรวจปัสสาวะเพื่อวัดระดับของแคลเซียม โปรตีน และแร่ธาตุอื่น ๆ ก็อาจจะช่วยได้เช่นกัน

หากพบว่าระดับของแคลเซียมในเลือดนั้นสูง แพทย์ก็อาจจะต้องทำการตรวจด้วยวิธีอื่น ๆ เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้เกิด ภาวะแคลเซียมในเลือดสูง ต่อไป

การรักษา ภาวะแคลเซียมในเลือดสูง

หากอาการของภาวะแคลเซียมในเลือดสูงนั้นมีระดับเบา แพทย์ก็อาจจะให้เฝ้าสังเกตอาการ และคอยตรวจกระดูกและไตเป็นระยะเพื่อดูว่ายังคงสุขภาพดีหรือไม่ และเพื่อเฝ้าดูภาวะแทรกแซงอื่น ๆ ต่อไป

หากมีอาการรุนแรง คุณอาจจำเป็นต้องใช้ยา หรือทำการรักษาโรคที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิด ภาวะแคลเซียมในเลือดสูง

  • ยา แพทย์อาจสั่งให้ใช้ยา เช่น ยาแคลซิโทนิน (calcitonin) เพื่อช่วยควบคุมระดับของแคลเซียมในเลือด หรือยาในกลุ่ม Calcimimetics เพื่อช่วยควบคุมการทำงานของต่อมพาราไทรอยด์ เป็นต้น
  • การผ่าตัด อาจจำเป็นต้องมีการผ่าตัดเอาต่อมพาราไทรอยด์ออก เพื่อแก้ปัญหาภาวะต่อมพาราไทรอยด์ทำงานเกิน
  • การทำเคมีบำบัดและฉายรังสีบำบัด หากภาวะแคลเซียมในเลือดสูงนั้นมีสาเหตุมาจากโรคมะเร็ง แพทย์ก็อาจจะต้องทำการรักษาโรคมะเร็งด้วยการทำเคมีบำบัดหรือฉายรังสีบำบัด

การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองที่ช่วยจัดการกับ ภาวะแคลเซียมในเลือดสูง

การเปลี่ยนพฤติกรรมหรือการเยียวยาตนเอง ที่อาจช่วยรับมือภาวะแคลเซียมในเลือดสูงด้วยตนเอง มีดังนี้

  • ดื่มน้ำให้บ่อย การรักษาระดับน้ำในร่างกายให้ดี จะสามารถช่วยควบคุมระดับของแคลเซียมในเลือด และลดความเสี่ยงในการเกิดนิ่วได้
  • หยุดสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่นั้นจะอาจจะเร่งให้กระดูกเปราะเร็วขึ้น และอาจนำไปสู่การเกิดโรคและภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้
  • ออกกำลังกาย การออกกำลังกายจะสามารถช่วยรักษาความแข็งแรงของกระดูกได้ แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนว่าการออกกำลังกายแบบไหนที่เหมาะกับคุณ
  • ระมัดระวังการใช้อาหารเสริม ระวังอย่าใช้อาหารเสริม เช่น อาหารแคลเซียม หรืออาหารเสริมวิตามินดีมากเกินไป

หากมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

รวมสุดยอด น้ำมันบำรุงผม จากธรรมชาติ เพื่อคนรักเส้นผม

ผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลเส้นผม สามารถช่วยเสริมสุขภาพของเส้นผมให้ดีขึ้นได้ วันนี้ Hello คุณหมอ เลยจะมาแนะนำ น้ำมันบำรุงผม จากธรรมชาติ สำหรับคนรักเส้นผม

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
บำรุงผม, สุขภาพชีวิตที่ดี, ความสวยความงาม พฤศจิกายน 9, 2020 . เวลาในการอ่าน

เพิ่มฮอร์โมนเอสโตรเจน ในร่างกายได้ง่าย ๆ ด้วยวิธีธรรมชาติ

การ เพิ่มฮอร์โมนเอสโตรเจน ให้กับร่างกาย ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่จะมีวิธีไหนบ้างที่คุณจะสามารถเพิ่มฮอร์โมนเอสโตรเจนให้กับร่างกายได้บ้าง ต้องไปติดตามกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
สุขภาพหญิง, สุขภาพชีวิตที่ดี พฤศจิกายน 4, 2020 . เวลาในการอ่าน

วิตามิน ลดสิว ตัวช่วยดี ๆ สำหรับคนเป็นสิว

สิว เป็นปัญหาผิวหนังที่นอกจากการรักษากับแพทย์แล้ว วิตามิน ลดสิว ก็มีมากมาย เช่น สังกะสี วิตามินดี วิตามินอี วิตามินเหล่านี้มีส่วนช่วยป้องกันและรักษาสิวได้

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์

สุขก็ทะเล เศร้าก็ทะเล รู้ไหม ไปทะเล ดีต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด

การ ไปทะเล ไม่ใช่เพียงเป็นการพักผ่อนหย่อนใจเท่านั้น เพราะการไปเดินชายหาด ดื่มด่ำกับน้ำทะเลใส สัมผัสสายลมและแสงแดดมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย Khongrit Somchai
รู้หรือไม่, สุขภาพชีวิตที่ดี ตุลาคม 27, 2020 . เวลาในการอ่าน

บทความแนะนำ

กินแคลเซียมมากเกินไป-อันตรายต่อสุขภาพ

กินแคลเซียมมากเกินไป ใช่ว่าจะดี เพราะอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ ธันวาคม 15, 2020 . เวลาในการอ่าน
อาหารฟอสฟอรัสสูง-ที่ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยง

รวม 5 อาหารฟอสฟอรัสสูง ที่ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยง

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ ธันวาคม 7, 2020 . เวลาในการอ่าน
ไขข้อสงสัย-ความสำคัญของฟอสฟอรัส

ไขข้อสงสัย ฟอสฟอรัส สำคัญอย่างไร กับร่างกายของเรา

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย พลอย วงษ์วิไล
เผยแพร่วันที่ ธันวาคม 4, 2020 . เวลาในการอ่าน
อาการวิงเวียนศีรษะ-วิธีรับมือด้วยตนเอง

อาการวิงเวียนศีรษะ ที่พบบ่อย กับวิธีเยียวยาอาการด้วยตนเองในระยะยาว

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนบทความโดย สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย
เผยแพร่วันที่ ธันวาคม 1, 2020 . เวลาในการอ่าน