ความจำเสื่อม (Amnesia)

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

ความจำเสื่อม เป็นภาวะสูญเสียความทรงจำ โดยเป็นการสูญเสียข้อมูล ข้อเท็จจริง และประสบการณ์ส่วนตัว ความจำเสื่อมในขั้นรุนแรง อาจส่งผลต่อความสามารถในการสร้างความทรงจำใหม่ อาการความจำเสื่อม อาจเกิดขึ้นทั้งแบบชั่วคราวและแบบถาวร

คำจำกัดความ

ความจำเสื่อมคืออะไร

ความจำเสื่อม (Amnesia) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่ากลุ่มอาการความจำเสื่อม (Amnesic Syndrome) เป็นภาวะสูญเสียความทรงจำ โดยเป็นการสูญเสียข้อมูล ข้อเท็จจริง และประสบการณ์ส่วนตัว มีภาวะสุขภาพหลายประการที่ทำให้เกิดความจำเสื่อม เช่น โรคสมองเสื่อม โรคหลอดเลือดสมอง หรือศีรษะบาดเจ็บ ความจำเสื่อมในขั้นรุนแรง อาจส่งผลต่อความสามารถในการสร้างความทรงจำใหม่ อาการความจำเสื่อม อาจเกิดขึ้นทั้งแบบชั่วคราวและแบบถาวร โดยผู้ป่วยจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาโรคพื้นเดิมที่เป็นสาเหตุของความจำเสื่อมเสียก่อน

ความจำเสื่อมพบได้บ่อยเพียงใด

ความจำเสื่อมเป็นอาการที่พบได้ทั่วไป โดยมักเกิดจากภาวะสุขภาพและโรคต่างๆ เช่น ศีรษะบาดเจ็บ โรคหลอดเลือดสมอง หรือโรคสมองเสื่อม นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงบางประการที่ก่อให้เกิดอาการความจำเสื่อม ได้แก่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป อาการชัก หรือการผ่าตัดสมอง ความจำเสื่อมสามารถส่งผลได้ต่อทั้งผู้ชายและผู้หญิง แต่มักส่งผลต่อผู้หญิงได้มากที่สุด

อาการ

อาการของความจำเสื่อม

อาการหลักๆ ของความจำเสื่อมคือ การสูญเสียความทรงจำ หรือความสามารถในการสร้างความทรงจำใหม่ ขณะที่ทักษะการรับรู้ และทักษะการพัฒนากล้ามเนื้อ มักไม่ได้รับผลกระทบ หมายความว่า ผู้ป่วยจะยังสามารถจดจำการเดิน และการพูดภาษาต่างๆ ได้ อาการความจำเสื่อมมีหลายประเภท ดังต่อไปนี้

  • ความจำเสื่อมย้อนหลัง (Retrograde amnesia) เกิดขึ้นเมื่อคุณสูญเสียความทรงจำที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ และความทรงจำในวัยเด็ก ผลมักเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ มีภาวะสุขภาพหลายประการที่สามารถทำให้เกิดความจำเสื่อมย้อนหลังได้ เช่น โรคสมองเสื่อม
  • ความจำเสื่อมไปข้างหน้า (Anterograde amnesia) เกิดขึ้นเมื่อไม่สามารถสร้างความทรงจำใหม่ได้ ผลมักเกิดขึ้นชั่วคราว แต่ก็สามารถมีผลถาวรได้เช่นกัน การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากสามารถทำให้หมดสติ ซึ่งทำให้เกิดความจำเสื่อมไปข้างหน้า สาเหตุที่เป็นไปได้อีกประการหนึ่งคือ ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสมองส่วน Hippocampus ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างความทรงจำ
  • ความจำเสื่อมชั่วคราว (Transient global amnesia: TGA) เกิดขึ้นเมื่อผู้ป่วยสูญเสียความทรงจำก่อนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งทำให้เกิดความมึนงง และภาวะกายใจไม่สงบ สาเหตุยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด ผู้เชี่ยวชาญบางรายกล่าวว่า อาการคล้ายการชัก หรือภาวะหลอดเลือดตีบตันชั่วคราว อาจเป็นสาเหตุที่เป็นไปได้ โดยสามารถส่งผลต่อคนวัยกลางคน และผู้สูงอายุได้บ่อยที่สุด

อาการความจำเสื่อมแตกต่างจากโรคสมองเสื่อม กล่าวคือ ความจำเสื่อมทำให้เกิดการสูญเสียความทรงจำ แต่ไม่ทำให้เกิดความบกพร่องของสมรรถนะทางสมอง (cognitive impairment) หมายความว่า ผู้ป่วยยังสามารถจดจำได้ว่าตัวเองเป็นใคร รวมทั้งยังจำปี และเวลาได้ อาการอื่นๆ ของอาการความจำเสื่อม ได้แก่ ความทรงจำที่ผิดพลาด อาการมึนงง หรือความสับสน

ควรไปพบหมอเมื่อใด

ควรติดต่อแพทย์หากมีอาการใดๆ ดังต่อไปนี้

  • มีการสูญเสียความทรงจำโดยไม่ทราบสาเหตุ ศีรษะบาดเจ็บ มีอาการมึนงง หรือความสับสน
  • พบว่าตัวเองไม่สามารถจดจำตำแหน่งที่อยู๋ได้

หากคุณมีสิ่งบ่งชี้ หรืออาการใดๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของความจำเสื่อม

ความจำเสื่อมมีสาเหตุหลายประการ ซึ่งได้แก่ ภาวะสุขภาพ หรืออาการบาดเจ็บที่สมอง นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยต่างๆ ที่สามารถทำให้เกิดความจำเสื่อม เช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก และผลจากการบาดเจ็บ ต่อไปนี้เป็นสาเหตุที่เป็นไปได้บางประการของความจำเสื่อม

  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • ไข้สมองอักเสบ (Encephalitis) ซึ่งเป็นการอักเสบที่สมองที่อาจเกิดจากการติดเชื้อ เช่น การติดเชื้อ Herpes Simplex Virus
  • ภาวะ Paraneoplastic limbic encephalitis ซึ่งเป็นการอักเสบที่สมองที่เกิดจากปฏิกิริรยาภูมิต้านตนเองต่อมะเร็ง
  • ภาวะขาดออกซิเจน (Anoxia) ซึ่งเป็นการขาดออกซิเจนที่เพียงพอในสมองที่เกิดจากภาวะต่าง ๆ เช่น หัวใจวาย (Heart attack) การหายใจลำบากอย่างรุนแรง (respiratory distress) หรือพิษจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (carbon monoxide poisoning)
  • การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากเกินไปเป็นเวลานาน ซึ่งทำให้เกิดภาวะพร่องวิตามินบี 1 (vitamin B-1 deficiency) (Wernicke-Korsakoff syndrome)
  • เนื้องอกในบริเวณต่าง ๆ ของสมองที่ทำหน้าที่ควบคุมความทรงจำ เช่น สมองส่วน hippocampus
  • โรคสมองเสื่อม (Degenerative brain diseases) เช่น โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease) และโรคสมองเสื่อมรูปแบบอื่น
  • อาการชัก (Seizures)
  • ยาบางชนิด เช่น ยาเบนโซไดอาเซปีน (benzodiazepines) ที่ใช้รักษาอาการกังวล และอาการผิดปกติเกี่ยวกับการนอน

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของความจำเสื่อม

มีปัจจัยเสี่ยงสำหรับความจำเสื่อมหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีอาการดังต่อไปนี้

  • การผ่าตัดสมอง
  • อาการบาดเจ็บที่ศีรษะ
  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
  • เหตุการณ์ที่มีการบาดเจ็บหรือแรงกดทับ
  • อาการชัก

หากรู้สึกว่าอาจมีความเสี่ยงในการเกิดความจำเสื่อม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาหนทางในการจัดการความเสี่ยง

การวินิจฉัยและการรักษา

การวินิจฉัยและการรักษา

ข้อมูลที่นำเสนอในที่นี้ ไม่สามารถใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ ให้ปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยอาการความจำเสื่อม

เพื่อวินิจฉัยความจำเสื่อมอย่างเหมาะสม แพทย์จะทำการทดสอบต่างๆ เพื่อหาสาเหตุที่เป็นไปได้สำหรับการสูญเสียความทรงจำ เช่น โรคอัลไซเมอร์ ภาวะซึมเศร้า และเนื้องอกในสมอง การทดสอบดังกล่าวมีดังต่อไปนี้

  • การซักประวัติสุขภาพ ได้แก่ การถามคำถามเพื่อวัดความรุนแรงของการสูญเสียความทรงจำ และสิ่งกระตุ้น หรือสาเหตุที่เป็นไปได้
  • การตรวจร่างกาย แพทย์จะตรวจปฏิกิริยาตอบสนองฉับพลัน หน้าที่เกี่ยวกับรับความรู้สึกเข้าไปในระบบประสาท ความสมดุล และการตอบสนองทางสรีรวิทยาอื่นๆ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการทำงานของสมอง และระบบประสาทที่เหมาะสม
  • การทดสอบการรับรู้ เป็นการวัดการคิด การตัดสินใจ และความทรงจำในปัจจุบัน และในระยะยาว การทดสอบนี้ ยังสามารถช่วยระบุความรุนแรงของการสูญเสียความทรงจำได้อีกด้วย
  • การทดสอบเชิงวินิจฉัย ได้แก่ การทดสอบ MRI และ CT scan เพื่อตรวจหาความเสียหาย หรือความผิดปกติใดๆ ในสมอง

สมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อนของผู้ป่วยควรไปคุยกับแพทย์ด้วย เพื่อช่วยให้แพทย์ทำการประเมินอาการได้ดีขึ้น หากผู้ป่วยไม่สามารถตอบคำถามที่จำเป็นได้ทั้งหมด

การรักษาอาการความจำเสื่อม

ไม่มีการรักษาหรือยาเฉพาะสำหรับอาการความจำเสื่อม แต่สามารถจัดการได้ดังต่อไปนี้

  • พบนักบำบัดวิชาชีพเพื่อเรียนรู้เทคนิคต่างๆ สำหรับการฝึกฝนความทรงจำ นักบำบัดอาจใช้ภาพถ่าย กลิ่นที่คุ้นเคย และดนตรี เพื่อกระตุ้นความทรงจำของผู้ป่วย
  • หากผู้ป่วยมีกลุ่มอาการ Wernicke-Korsakoff Syndrome การรักษามักทำโดยการชดเชยวิตามินและสารอาหารที่เหมาะสม กลุ่มอาการ Wernicke-Kosakoff Syndrome เกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป ซึ่งทำให้เกิดภาวะขาดไทอามีน (Thiamine) นอกจากนี้ ยังจำเป็นต้องขับสารพิษจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหมดออกจากร่างกายด้วย
  • สามารถใช้แอปพลิเคชั่นในคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต เพื่อเตือนเกี่ยวกับการนัดหมายที่สำคัญ หรือเพื่อใช้ยาต่างๆ ซึ่งจะช่วยจดจำและบันทึกรายการกิจกรรมรายวันต่างๆ ของผู้ป่วยได้

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองที่ช่วยจัดการความจำเสื่อม

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตัวเองดังต่อไปนี้จะช่วยให้จัดการกับอาการความจำเสื่อมได้

  • จดบันทึกอาการผิดปกติใดๆ ที่เกิดขึ้น
  • จดบันทึกข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญ ซึ่งรวมทั้งความเครียดหรือความเปลี่ยนแปลงของชีวิตที่สามารถนึกได้ และขอให้สมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อน ช่วยดูว่ารายการที่จดบันทึกมีความครบถ้วนหรือไม่
  • ทำรายการยาทั้งหมดที่ใช้อยู่ ซึ่งรวมทั้งวิตามินและอาหารเสริมต่าง ๆ
  • ขอให้สมาชิกในครอบครัวไปหาหมอด้วยกัน
  • พกสมุดโน้ต ปากกา หรือดินสอ เพื่อจดประเด็นสำคัญต่างๆ ที่ต้องการจะจดจำ
  • จดคำถามที่ต้องการถามแพทย์

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

Review Date: มกราคม 1, 2019 | Last Modified: ตุลาคม 18, 2019