home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณกำลังมีภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

เมื่อหัวหอมทำให้เราเสียน้ำตา ทำไม หั่นหอม แล้วร้องไห้

เมื่อหัวหอมทำให้เราเสียน้ำตา ทำไม หั่นหอม แล้วร้องไห้

หากใครที่เข้าครัวอยู่เป็นประจำ ต้องเคยมีประสบการณ์ในการ หั่นหอม แล้วร้องไห้ อย่างแน่นอน เห็นเจ้าหัวหอม หัวจิ๋ว ๆ แบบนี้ แต่ก็ทำใครต่อใครเสียน้ำตามานักต่อนักแล้ว วันนี้ Hello คุณหมอ จะชวนทุกคนไปหาคำตอบกันว่า ทำไมเวลาเราหั่นหัวหอมจึงน้ำตาไหล พร้อมมีเคล็ดลับดี ๆ ที่จะช่วยให้น้ำตาไม่ไหลเวลาหั่นหัวหอมมาฝากด้วย ไปดูกันเลย

ทำไม หั่นหอม แล้วร้องไห้

พืชและสัตว์ หรือแม้แต่สิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ต่างก็ต้องการที่จะหาทางในการอยู่รอดด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ทีมีพิษเพื่อต่อสู้ป้องกันตัวเอง การอำพรางตัวเองของพืช หัวหอมก็เช่นเดียวกัน เพื่อป้องกันสัตว์นักล่าที่จะเข้ามากินหัวหอม หัวหอมจึงปล่อยสารระเหยที่ทำให้ดวงตาระคายเคือง ดังนั้นเมื่อเราเราหั่นหัวหอม หัวหอมจึงปล่อยสารระเหยที่ระคายเคืองต่อดวงตาออกมา ทำให้เราน้ำตาไหล เมื่อสารระเหยนั้นสัมผัสเข้ากับดวงตาหรือกระจกตา เส้นประสาทที่อยู่บริเวณปลายประสาทจะส่งสัญญาณไปยังสมองว่ามีอาการระคายเคืองเกิดขึ้น จากนั้นสมองก็จะส่งสัญญาณไปยังต่อมน้ำตา เราจึงน้ำตาไหลในที่สุด

ประโยชน์ของหัวหอม ต่อสุขภาพ

แม้ว่าการหั่นหัวหอมจะทำให้เราร้องไห้ น้ำตาไหล แต่หัวหอมก็ยังคงเป็นพืชที่ใครหลาย ๆ คนชอบรับประทาน เพราะหัวหอมนั้นนอกจากจะหวานอร่อยแล้ว ยังมีประโยชน์มากมาย หัวหอมเป็นพืชตระกูล Allium ซึ่งเป็นตระกูลของพืชดอก เช่น กระเทียม หอมแดง ซึ่งผักเหล่านี้มีวิตามิน แร่ธาตุและสารประกอบทางเคมีในพืชหลายชนิดที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพ จริง ๆ แล้ว หัวหอมนั้นมีสรรพคุณทางยาที่ในสมัยโบราณมักถูกนำมาใช้ในการรักษาโรค เช่น ปวดหัวโรคหัวใจแผลในปาก นอกจากนี้ หัวหอมยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกมากมาย ได้แก่

อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์

หัวหอมอุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย จัดเป็นพืชที่แคลอรี่ต่ำ แต่ให้วิตามินและแร่ธาตุในปริมาณสูง หัวหอมขนาดกลางหนึ่งหัว มีแคลอรี่เพียง 44 กิโลแคลอรี่เท่านั้น แต่กลับอุดมไปด้วยวิตามิน เกลือแร่และไฟเบอร์ นอกจากนี้ หัวหอมยังมีวิตามินซีสูงเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นสารอาหารที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย และยังมีส่วนในการผลิตคอลลาเจน เพื่อซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่สึกหรอและช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กอีกด้วย

นอกจากนี้ วิตามินซียังทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากโมเลกุลที่ไม่เสถียรที่เรียกว่าอนุมูลอิสระ อีกทั้งหัวหอมยังอุดมไปด้วยวิตามินบีหลายชนิด รวมถึงโฟเลต (วิตามิน B9) และไพริดอกซิน (วิตามิน B6) ที่มีบทบาทสำคัญในการเผาผลาญการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงและการทำงานของประสาท และยังเป็นแหล่งโพแทสเซียมที่ดีซึ่งเป็นแร่ที่หลายคนมักได้รับในปริมาณไม่เพียงพอ

ดีต่อสุขภาพหัวใจ

หัวหอม มีสารต้านอนุมูลอิสระและสารที่ต่อสู้กับการอักเสบ ช่วยลดไตรกลีเซอไรด์และลดระดับคอเลสเตอรอล ซึ่งทั้งหมดนี้อาจลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้ คุณสมบัติในการต้านการอักเสบของหัวหอมนั้นยังช่วยลดความดันโลหิตสูงและป้องกันการอุดตันในเลือดได้อีกด้วย

การศึกษาในคนน้ำหนักเกินจำนวน 70 คน ที่มีความดันโลหิตสูง พบว่า กลุ่มที่ได้รับปริมาณสารสกัดจากหัวหอมที่อุดมด้วย เควอซิทิน (Quercetin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีในหัวหอมในปริมาณ 162 มิลลิกรัมต่อวัน สามารถลดความดันโลหิตลงอย่างมีนัยสำคัญ 3-6 มม. ปรอทเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ใช้ยาหลอก

อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูอิสระ

สารต้านอนุมูลอิสระ เป็นสารประกอบที่ยับยั้งการออกซิเดชั่น ซึ่งเป็นกระบวนการที่ทำให้เซลล์ในร่างกายเกิดความเสียหายและก่อให้เกิดโรค เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ซึ่งหัวหอมเป็นแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ยอดเยี่ยม คือมีสารต้านอนุมูลอิสระอย่างฟลาโวนอยด์มากกว่า 25 ชนิดเลยทีเดียว โดยเฉพาะหัวหอมแดงที่มีสารแอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นรงควัตถุ หรือสารให้สีพิเศษในตระกูลฟลาโวนอยด์ที่มีส่วนทำให้หัวหอมมีสีแดงเข้ม

จากการศึกษาวิจัย พบว่า ผู้ที่บริโภคอาหารที่อุดมด้วยแอนโธไซยานิน (Anthocyanin)ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ โดยงานศึกษาชิ้นหนึ่งในผู้ชาย 43,880 คน ที่บริโภคแอนโธไซยานินสูงถึง 613 มก. ต่อวัน มีความสัมพันธ์ในการลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจลงถึงร้อยละ 14 นอกจากนี้ ยังพบว่าแอนโธไซยานินช่วยป้องกันมะเร็งบางชนิดและเบาหวานได้ด้วย

หั่นหอม แล้วร้องไห้ เคล็ดลับเหล่านี้ช่วยได้

หั่นหัวหอมที่ไรเป็นน้ำตาไหลทุกที แต่จะหลับตาหั่นก็ไม่ได้ เพราะอาจจะเผลอไปหั่นนิ้วตัวเอง วุ่นวายต้องไปทำแผลกันอีก หากลองเคล็ดลับการหั่นหอมเหล่านี้ อาจช่วยให้ไม่น้ำตาไหลได้

  • หั่นหอมใกล้ ๆ เปลวไฟ ลองจุดเทียนไว้ขณะหั่นหัวหอม หรือหั่นใกล้ ๆ เตาแก๊ส เตาฟืนก็ได้ เพราะความร้อนจากเปลวไฟที่เกิดขึ้นขณะไฟลุก จะไปทำลายสารประกอบในหัวหอม ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้เราระคายเคือง เพียงเท่านี้คุณพ่อบ้าน คุณแม่บ้านก็ไม่ต้องหั่นหอมไป น้ำตาไหลไป แบบคนอกหักอีกแล้วค่ะ
  • แช่หัวหอมในช่องฟรีซก่อนหั่น หากการหั่นหัวหอมใกล้ ๆ กับเปลวไฟ สร้างความลำบาก หรือว่าต้องมีการตระเตรียมอุปกรณ์ให้วุ่นวาย วิธีการแช่หัวหอมในช่องฟรีซก่อนที่จะหั่น ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยหยุดน้ำตาขณะหั่นได้ แต่อาจจะต้องมีการแช่เตรียมไว้สักหน่อย คุณควรแช่หัวหอมในช่องแช่แข็งก่อนนำมาหั่น 15 นาที เพื่อให้ความเย็นช่วยยับยั้งโมเลกุลที่เป็นตัวการในการสร้างความระคายเคืองต่อดวงตา ทำให้สารที่ทำให้น้ำตาไหลไม่ระเหยขึ้นมากระทบตาเราได้ เท่านี้การหั่นหัวหอมก็เป็นเรื่องง่ายขึ้นมาทันที
  • แช่หัวหอมในน้ำสะอาด การปลอกเปลือกหัวหอมออก แล้วแช่ในน้ำสะอาดสัก 15-20 นาที สามารถช่วยลดหรือดึงสารประกอบที่ทำปฏิกิริยากับดวงตาให้ออกมาได้ แต่บางครั้งวิธีนี้ก็ไม่สามารถดึงสารประกอบดังกล่าวออกมาได้หมด จึงทำให้มีสารตกค้างที่ทำเราน้ำตาไหลตอนหั่นหัวหอมหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ก็มีบางคนแนะนำว่าการแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ จะทำให้หัวหอมเสียรสชาติในการปรุง เพราะอาจจะมีปริมาณน้ำเข้าไปในหัวหอมมากเกินไป

วิธีการเหล่านี้ก็เป็นวิธีการง่าย ๆ ที่จะช่วยให้เราไม่น้ำตาไหลจากการหั่นหัวหอม ใครสะดวกใช้วิธีไหน หรือว่าใครลองใช้วิธีไหนแล้วได้ผลเป็นอย่างไร อย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อน ๆ ของคุณ ได้รู้เคล็ดลับในการเข้าครัวด้วยนะคะ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Why onions make us cry. https://www.sciencenewsforstudents.org/article/why-onions-make-us-cry. Accessed December 26, 2019

This is why onions make you cry and five ways to stop it happening. https://www.thesun.co.uk/living/2161829/this-is-why-onions-make-you-cry-and-five-ways-to-stop-it-happening/. Accessed December 26, 2019

What is the chemical process that causes my eyes to tear when I peel an onion?.b https://www.scientificamerican.com/article/what-is-the-chemical-proc/. Accessed December 26, 2019

Why do onions make us cry?. https://www.medicalnewstoday.com/articles/318811.php#1. Accessed December 26, 2019

รูปของผู้เขียน
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
เขียนโดย ชลธิชา จันทร์วิบูลย์
แก้ไขล่าสุด 18/12/2019
x