ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป เป็นเรื่องที่ทุกคนควจะต้องรู้เอาไว้ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเองและคนในครอบครัว ซึ่งเรื่องราวที่คุณจะอ่านเรารวบรวมเอาไว้ให้แล้ว

เรื่องเด่นประจำหมวด

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

5 โรคที่มากับหน้าร้อน ที่ควรระวัง

เมื่อเข้าสู่ หน้าร้อน หลายคนอาจนึกถึงอากาศร้อน เหงื่อออกง่าย กระหายน้ำ หรือผิวไหม้แดด แต่จริง ๆ แล้ว โรคที่มากับหน้าร้อน ไม่ได้มีแค่ปัญหาจากความร้อนเท่านั้น เพราะอุณหภูมิที่สูงขึ้นยังทำให้อาหารบูดเสียได้ง่าย น้ำและอาหารมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรคมากขึ้น และร่างกายอาจเสี่ยงต่อภาวะเจ็บป่วยจากอากาศร้อนจัดได้เช่นกัน บทความนี้จะพาไปรู้จัก 5 โรคหน้าร้อน ที่ควรระวัง อาการเบื้องต้นที่ควรสังเกต และวิธีป้องกันง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน 1. โรคอุจจาระร่วง โรคอุจจาระร่วงเป็นหนึ่งในโรคที่พบได้บ่อยในช่วงหน้าร้อน สาเหตุหลักมักมาจากการกินอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค เมื่ออากาศร้อน อาหารที่เก็บไม่เหมาะสมหรือวางทิ้งไว้นานอาจบูดเสียได้ง่ายขึ้น จึงเพิ่มโอกาสให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายผ่านการกินและดื่ม อาการที่ควรสังเกต ถ่ายเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำหลายครั้งใน 1 วัน ปวดท้องหรือปวดบิดเป็นช่วง ๆ อาจมีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียนร่วมด้วย รู้สึกอ่อนเพลีย ปากแห้ง กระหายน้ำมาก ปัสสาวะน้อยหรือสีเข้ม ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะขาดน้ำ เด็กเล็กและผู้สูงอายุอาจมีอาการลุกลามได้เร็วกว่าคนทั่วไป สิ่งที่ควรทำเมื่อมีอาการ จิบน้ำบ่อย ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ ดื่มสารละลายเกลือแร่ หรือ ORS เพื่อชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไป เลือกกินอาหารอ่อน ย่อยง่าย และสะอาด หลีกเลี่ยงอาหารมัน อาหารรสจัด หรือเครื่องดื่มที่อาจกระตุ้นอาการถ่าย หากถ่ายบ่อยมาก อ่อนเพลีย ซึม ปากแห้งมาก หรือดื่มน้ำไม่ได้ ควรรีบไปพบคุณหมอ 2. ไข้ไทฟอยด์ หรือไข้รากสาดน้อย ไข้ไทฟอยด์เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่เกี่ยวข้องกับอาหาร น้ำ หรือสุขอนามัยที่ไม่ดี จุดที่ทำให้โรคนี้น่ากังวลคือ อาการเริ่มต้นอาจคล้ายไข้ทั่วไป ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงอาการอ่อนเพลียจากอากาศร้อน หรือคิดว่าเป็นแค่การกินอาหารผิดสำแดง อาการที่ควรสังเกต มีไข้สูงต่อเนื่องหลายวัน ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย […]

สำรวจ ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

คันจนต้องเกาแต่ไม่หาย จะมี วิธีแก้อาการคัน ได้อย่างไรบ้าง

อาการคันสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน เมื่อเกิดอาการคันผิว อาจทำให้คุณรู้สึกรำคาญ ทั้งยังอาจทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายอย่างมาก และอาจทำให้เสียสมาธิในการทำสิ่งต่าง ๆ ได้ ถ้า คันจนต้องเกาแต่ไม่หาย จะวิธีไหนบ้างไหมที่จะทำให้อาการคันที่เกิดขึ้นนั้นหายไป เพราะหากเกามากๆ ก็อาจจะส่งผลเสียต่อผิว หรืออาจทำให้เกิดบาดแผลขึ้นได้ แล้วสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการคันนั้นมันมาจากไหน จะมีวิธีแก้อาการคันง่ายๆ บ้างไหม วันนี้ทาง Hello คุณหมอมีเรื่องนี้มาฝากกัน [embed-health-tool-bmr] สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการคัน อาการคันนั้นอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตัวอย่างเช่น คุณอาจเคยสัมผัสกับพืชบางชนิด เช่น ไม้เลื้อย หรือไม่เลื้อยมีพิษ รวมไปถึงโรคผิวหนังอย่างโรคสะเก็ดเงินก็เป็นอีกหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการคัน เนื่องจากเป็นภาวะที่ทำให้ผิวหนังแห้ง เป็นขุย จากการสะสมของเซลล์ผิวหนัง จึงทำให้เกิดอาการคันบริเวณผิวหนังที่แห้ง  นอกจากนั้นความเจ็บป่วย การโดนแมลงกัด ต่อย แผลไฟไหม้ที่เริ่มหายดี หรือบาดแผลต่างๆ ก็สามารถทำให้คุณรู้สึกคันได้เช่นกัน มากไปกว่านั้น อาการคันก็คือ อาการระคายเคืองผิวหนัง ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้เกิดรอยขีดข่วนได้ อาการคันนั้นเป็นปัญหาที่ทุกคนสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน สามารถเกิดขึ้นได้เฉพาะบริเวณใดบริเวณหนึ่งของร่างกาย หรือสามารถเกิดขึ้นได้ทั่วร่างกาย หรือในบริเวณต่างๆ บางครั้งอาการคันอาจจะแย่ลงในตอนกลางคืน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่เกิดขึ้น อาการคันทั่วไปที่เกิดขึ้นทั่วร่างกายนั้นมักจะรักษาได้ยากกว่าอาการคันเฉพาะที่ นอกจากนั้นยังสามารถเกิดขึ้นได้โดยมีหรือไม่มีแผลที่ผิวหนังก็ได้ สำหรับแผลที่ผิวหนังที่สังเกตเห็นได้ ก็คือ แผลพุพอง ผื่นแดง หรือความผิดปกติที่สามารถมองเห็นได้บนผิวหนัง ตามข้อมูลของ National Eczema Association (NEA) […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

เจาะหู กับข้อควรรู้และต้องคำนึงถึงก่อนรับบริการ

การ เจาะหู ถือเป็นแฟชั่นอย่างหนึ่งสำหรับสาวๆ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่เฉพาะสาวๆ ที่นิยมเจาะหูเท่านั้น เหล่าบรรดาชายหนุ่มก็นิยมเจาะหูเช่นกัน แต่รู้หรือไม่ว่า ก่อนที่จะทำการตัดสินใจเจาะหูนั้น ควรจะต้องคำนึงถึงอะไรก่อนบ้าง แล้วการเจาะหูนั้นมีความเสี่ยงหรือไม่ ทาง Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝากกัน สิ่งที่ต้องคำนึงถึงก่อนจะ เจาะหู การเจาะหู นั้นสามารถทำได้โดยผู้เชี่ยวชาญที่ไม่ใช่แพทย์ และเป็นที่นิยมมากที่สุดในบรรดาการเจาะอื่นๆ แต่เมื่อคุณต้องการที่จะเจาะหู ก็มีหลายสิ่งที่จะต้องนำมาพิจารณา เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาสุขภาพก่อนที่จะเจาะหู ซึ่งสิ่งที่ต้องคำนึกถึงก่อนจะเจาะหู มีดังนี้ คุณเคยมีคีลอยด์หรือแผลเป็นขนาดใหญ่หรือไม่ คุณมีประวัติครอบครัวเป็นโรคคีลอยด์ (Keloid) หรือแผลเป็นขนาดใหญ่หรือไม่ คีลอยด์เป็นแผลเป็นขนาดใหญ่ที่ล้นออกมาบริเวณขอบของการบาดเจ็บ หากคุณมีประวัติส่วนตัวหรือครอบครัวที่มีแผลเป็นขนาดใหญ่ ความเสี่ยงของการเกิดแผลเป็นขนาดใหญ่หลังจากเจาะหูก็จะเพิ่มขึ้น คุณมีอาการแพ้โลหะหรือไม่ ต่างหูทำจากวัสดุหลายชนิด โดยทั่วไปแล้วต่างหูแบบเริ่มต้นจะทำจากเงินแท้ ซึ่งเป็นโลหะที่ไม่ระคายเคือง แต่ถ้าหากคุณมีอาการแพ้โลหะบางชนิด คุณอาจจะต้องหลีกเลี่ยงโลหะเหล่านั้น หากไม่ทำเช่นนั้น หลังจาก การเจาะหู คุณอาจเกิดอาการแพ้ รวมถึงรอยแดง บวม ระคายเคือง คัน หรือปวดได้ แม้ว่าแผลจากการเจาะหูจะหายดีแล้วก็ตาม แต่รูปลักษณ์ภายนอกของการเจาะก็อาจจะได้รับผลกระทบต่อการแพ้โลหะทั่วไป ซึ่งโลหะทั่วไปที่คนแพ้ ก็คือ นิกเกิล ควร เจาะหู ที่บริเวณไหน ติ่งหูมักเป็นส่วนแรกของหูที่จะถูกเจาะ คนส่วนใหญ่มักจะมีหูที่มีความไม่สมมาตรอยู่ในระดับหนึ่ง แต่คุณมักจะต้องการให้ต่างหูอยู่ในระดับเดียวกัน ทั้งยังไม่ต้องการเจาะหูให้มีรูที่อยู่ตรงติ่งหูที่ต่ำเกินไป เพราะมันอาจจะทำให้เกิดการปริแตกได้ ดังนั้น การวางรูสำหรับเจาะหูควรวางให้รูตั้งฉากกับพื้นผิวของหู หรือทำมุมได้ บางคนอาจจะเลือกวางรูสำหรับเจาะหูเอาไว้ที่มุม เพื่อให้ต่างหูหันไปข้างหน้า ความเสี่ยงที่อาจมาพร้อมกับการ […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

เส้นเอ็นฉีกขาด (Ruptured Tendon)

เส้นเอ็นฉีกขาด (Ruptured Tendon) หมายถึงอาการที่เส้นเอ็นส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือเส้นเอ็นทั้งเส้นฉีกขาดออกจากกัน อาจเกิดขึ้นจากการออกแรงมากเกินไป หรือเกิดการบาดเจ็บ คำจำกัดความเส้นเอ็นฉีกขาด คืออะไร เส้นเอ็นฉีกขาด (Ruptured Tendon) หมายถึงอาการที่เส้นเอ็นส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือเส้นเอ็นทั้งเส้นฉีกขาดออกจากกัน เส้นเอ็นนั้นคือเนื้อเยื่อเส้นใย ที่ยึดให้กล้ามเนื้อติดเข้ากับกระดูก โดยปกติแล้วเส้นเอ็นนั้นจะมีความแข็งแรงมาก และสามารถรับแรงได้มากถึง 5 เท่าของน้ำหนักตัว แต่หากเราออกแรงมากเกินไป หรือเกิดการบาดเจ็บ เช่น จากการเล่นกีฬา หรือการหกล้ม ก็อาจทำให้เส้นเอ็นเกิดการฉีกขาดได้ นอกจากนี้ การใช้ยาบางอย่าง หรือโรคบางชนิดก็อาจทำให้เกิดอาการเส้นเอ็นฉีกขาดได้เช่นกัน บริเวณที่อาจเกิดอาการเส้นเอ็นขาดได้มากที่สุดคือ เส้นเอ็นต้นขาด้านหน้า (Quadriceps) เอ็นร้อยหวาย (Achilles) เส้นเอ็นไหล่ (Rotator cuff) เส้นเอ็นไบเซ็ปส์ (Biceps) เส้นเอ็นฉีกขาด พบบ่อยแค่ไหน อาการเส้นเอ็นฉีกขาดนั้นพบได้ไม่ค่อยบ่อยเท่าไหร่นัก โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะพบอาการเส้นเอ็นฉีกขาดได้ในผู้สูงอายุ กับผู้ที่มีปัญหาเส้นเอ็นอ่อนแอจากปัจจัยต่างๆ อาการนี้หากปล่อยทิ้งไว้ไม่ทำการรักษา อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ในภายหลัง อาการอาการของเส้นเอ็นฉีกขาด อาการที่อาจเป็นสัญญาณของเส้นเอ็นฉีกขาดมีดังต่อไปนี้ รู้สึก หรือได้ยินเสียงฉีกขาดดังเปรี๊ยะ รู้สึกปวดอย่างรุนแรง มีรอยช้ำอย่างรวดเร็ว อ่อนแรง ไม่สามารถเคลื่อนไหวแขนหรือขาข้างที่มีอาการเส้นเอ้นฉีกได้ ไม่สามารถขยับบริเวณที่มีอาการเส้นเอ็นฉีกได้ บริเวณที่มีอาการเส้นเอ็นฉีกขาดผิดรูป หากเกิดอาการเส้นเอ็นร้อยหวายฉีกขาด อาจทำให้คุณไม่สามารถยืนเขย่งบนปลายนิ้วเท้าได้ ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด อาการเส้นเอ็นฉีกขาดนี้หากปล่อยทิ้งไว้ไม่ทำการรักษา อาจกลายไปเป็นปัญหาสำคัญ ดังนั้นจึงควรรีบติดต่อแพทย์ในทันที หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้ หากคุณมีอาการปวดอย่างรุนแรงในบริเวณที่บาดเจ็บ และไม่ดีขึ้นแม้ว่าจะรับประทานยาแก้ปวดแล้ว หากแขนหรือขารู้สึกบวม ช้ำ และปวดอย่างรุนแรง หากคุณหายใจไม่ออก หน้ามืด หากคุณรู้สึกหรือได้ยินเสียงดังเปรี๊ยะ เหมือนกล้ามเนื้อฉีก หากแขนขามีลักษณะผิดรูป สาเหตุสาเหตุของเส้นเอ็นฉีกขาด สาเหตุโดยทั่วไปของอาการเส้นเอ็นฉีกขาดคือ อาการบาดเจ็บโดยตรง เช่น ที่เข่า ที่ข้อเท้า หรือที่ไหล่ อายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้การไหลเวียนของเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงเส้นเอ็นลดลง ทำให้เส้นเอ็นอ่อนแอลง การยกของหนัก การฉีดยาสเตียรอยด์เข้าในเส้นเอ็น การใช้ยาปฏิชีวนะบางชนิด โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ปัจจัยเสี่ยงปัจจัยเสี่ยงของเส้นเอ็นฉีกขาด ปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยงให้เส้นเอ็นฉีกขาดมีดังต่อไปนี้ อายุ ผู้สูงอายุมักจะมีความเสี่ยงมากกว่าที่จะเกิดอาการนี้ เพศ อาการเส้นเอ็นฉีกขาด […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ลดน้ำหนักไม่สำเร็จ สักที ลดมาเป็นปีก็ยังเท่าเดิม เป็นเพราะอะไรมาดูกัน

หลายคนมุ่งมั่นและตั้งเป้าที่จะ ลดน้ำหนัก ให้ได้ตามต้องการ แต่ลดยังไงก็ยังไม่เห็นผลจริงๆ จังๆ สักที ลองมาเกือบจะครบทุกวิธีแล้ว อะไรที่เขาว่าดีก็ทำมาหมดแล้ว แต่ทำไมถึงยังไม่ประสบผลสำเร็จล่ะ? เป็นไปได้ว่าคุณอาจลดน้ำหนักผิดวิธี หรือใช้วิธีที่ไม่เหมาะสมกับตัวเองก็ได้นะ แต่อะไรคือสาเหตุที่ทำให้คุณผู้อ่าน ลดน้ำหนักไม่สำเร็จ นั้น Hello คุณหมอ รวบรวมคำตอบมาให้แล้วค่ะ ทำไมเราถึง ลดน้ำหนักไม่สำเร็จ สักที สาเหตุที่ทำให้ลดน้ำหนักไม่สำเร็จมีอยู่ด้วยกันหลายปัจจัย โดยสาเหตุที่ทำให้ ลดน้ำหนัก ไม่ได้ตามเป้าหมาย อาจมาจากหนึ่งในสาเหตุดังต่อไปนี้ นอนมากไปหรือนอนน้อยเกินไป การนอนที่มากจนเกินไป (นอนมากเกินกว่า 9 ชั่วโมง) หรือนอนน้อยจนเกินไป (นอนน้อยกว่า 5 ชั่วโมง) จะมีผลทำให้ระดับของฮอร์โมนที่ควบคุมความหิวและระบบเผาผลาญทำงานได้น้อยลง อีกทั้งคนที่นอนน้อยก็จะรู้สึกอ่อนเพลีย ไม่กระฉับกระเฉง อาจมีผลทำให้ไม่อยากจะออกกำลังกายหรือออกกำลังกายได้น้อยลง กินหลายมื้อ หลายคนอาจทำตามวิธีที่ว่าด้วยการแบ่งอาหารไว้กินหลายมื้อหรือการแบ่งอาหารออกเป็นมื้อเล็กๆ เป็นวิธีที่ช่วยให้อิ่มได้มากขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้วแทบไม่มีผลการรับรองทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับวิธีนี้เท่าไหร่นัก ถ้าต้องการให้รู้สึกอิ่มจริงๆ อาจมีวิธีที่ดีกว่านั้น นั่นก็คือ การกินให้สมดุลหรือสอดคล้องกับปริมาณแคลอรี่ที่จำกัดไว้ในแต่ละวัน เลือกอาหารที่เน้นไฟเบอร์และโปรตีนที่จะช่วยให้รู้สึกอิ่มได้ดีกว่าการแบ่งกินเป็นมื้อเล็กๆ เพราะนอกจากจะไม่ทำให้อิ่มในระยะยาวแล้ว ยังอาจจะกระตุ้นให้หิวบ่อยขึ้นก็ได้ ไม่ค่อยออกกำลังกาย การ ลดน้ำหนัก สามารถทำได้หลายวิธี ทั้งการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย แต่หลายคนอาจมุ่งเน้นแต่การจำกัดแคลอรี่และเลือกกินอาหารมากจนเกินไป และมองข้ามการออกกำลังกายซึ่งเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์และดีต่อระบบเผาผลาญเป็นอย่างยิ่ง จากผลการวิจัยพบว่าผู้ที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกายจะมีแนวโน้มที่จะมีน้ำหนักตัวสูงกว่าคนที่เคลื่อนไหวร่างกายและออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถไปฟิตเนส หรือออกกำลังกายได้อย่างสม่ำเสมอ การเคลื่อนไหวร่างกายเช่น การเดิน หรือการเดินขึ้นลงบันได […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

น้ำตาลมะพร้าว ดีต่อสุขภาพไหม แตกต่างจากน้ำตาลชนิดอื่นอย่างไร

ในการประกอบอาหารแต่ละเมนูนั้น การพิถีพิถันกับวัตถุดิบถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะช่วยทำให้อาหารได้วัตถุดิบที่สะอาด ปลอดภัย มีรสชาติที่ดี และมีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วย ไม่เว้นกระทั่งเครื่องปรุงที่ให้รสหวานอย่างน้ำตาล หลายคนก็ให้ความพิถีพิถันในการเลือกเช่นกัน วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาไปรู้จัก น้ำตาลมะพร้าว  เครื่องปรุงแบบไทยๆ ที่หลายครัวเรือนเริ่มหันมาใช้กันมากขึ้น เพราะทำมาจากธรรมชาติแท้ๆ แถมยังให้กลิ่นและรสชาติที่ช่วยให้อาหารอร่อยและกลมกล่อมมากขึ้นด้วย นอกเหนือกจากรสชาติและความอร่อยของอาหารแล้ว น้ำตาลมะพร้าวจะดีต่อสุขภาพด้วยหรือเปล่าล่ะ? ถ้าอยากรู้ล่ะก็ Hello คุณหมอ มีคำตอบมาให้แล้วค่ะ [embed-health-tool-bmr] น้ำตาลมะพร้าว คืออะไร น้ำตาลมะพร้าว (Coconut sugar) หรือน้ำตาลปี๊บที่เราคุ้นเคยกันดีนั้น ทำมาจากน้ำหวานหรือน้ำตาลสดที่ได้จากจั่นมะพร้าว แล้วนำมาผ่านกระบวนการเคี่ยวให้จับตัวจนกลายเป็นน้ำตาลปึก น้ำตาลปี๊บ หรือน้ำตาลมะพร้าว อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจจะสับสนระหว่างน้ำตาลมะพร้าวกับน้ำตาลโตนด เพราะมีรูปลักษณ์และกรรมวิธีในการทำที่คล้ายคลึงกัน หากแต่ความแตกต่างกันของน้ำตาลทั้งสองชนิดนี้คือ น้ำตาลมะพร้าวจะได้จากน้ำตาลสดที่รองจากจั่นมะพร้าว ส่วนน้ำตาลโตนดจะทำจากน้ำตาลสดที่ได้จากจั่นของต้นตาล และไม่ว่าจะเป็นน้ำตาลมะพร้าวหรือน้ำตาลโตนด ก็ล้วนแล้วแต่เป็นน้ำตาลธรรมชาติที่อยู่คู่ครัวไทยมาอย่างช้านาน ใช้ในการประกอบอาหารทั้งคาวและหวาน ช่วยให้อาหารมีรสชาติหอมหวาน ได้กลิ่นไอรสหวานแบบธรรมชาติแท้ๆ  น้ำตาลมะพร้าวต่างจากน้ำตาลชนิดอื่นๆ อย่างไร จุดประสงค์หลักของน้ำตาลไม่ว่าชนิดใดก็คือการเพิ่มรสชาติหวานให้กับอาหารในทุกๆ เมนู ซึ่งน้ำตาลแต่ละชนิดก็จะให้รสชาติที่หวานคล้ายๆ กัน อาจแตกต่างในเรื่องของกลิ่น หรือรสชาติบ้าง แต่ให้ความรู้สึกถึงรสหวานเหมือนกันอย่างแน่นอน เรื่องความแตกต่างของน้ำตาลนั้นแต่ละชนิดนั้นก็แทบจะไม่ต่างกันมากเท่าใดนัก ที่อาจจะมองเห็นได้ชัดก็คือแหล่งของวัตถุดิบ น้ำตาลบางชนิดอาจจะทำมาจากอ้อย บางชนิดทำมาจากมะพร้าว หรืออาจผลิตจากพืชที่ให้ความหวานชนิดอื่นๆ ที่ต่างกันไป […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ไขกระดูก อีกหนึ่งอวัยวะสำคัญ ที่คุณอาจยังไม่รู้จักดีพอ

หลายคนน่าจะเคยได้ยินคำว่า “ไขกระดูก” หรือ “การปลูกถ่ายไขกระดูก” แต่ก็อาจจะยังไม่แน่ใจว่าไขกระดูกคืออะไร และทำหน้าที่ใดในร่างกายของเรากันแน่ วันนี้ Hello คุณหมอ เลยอยากชวนคุณมาทำความรู้จักไขกระดูกให้ดีขึ้น คุณจะได้ดูแลไขกระดูกได้อย่างถูกต้อง เพราะไขกระดูกสำคัญต่อสุขภาพโดยรวมของคุณมากกว่าที่คิด ไขกระดูก คืออะไร ไขกระดูก (Bone marrow) คือ เนื้อเยื่อที่มีลักษณะเป็นรูพรุนคล้ายฟองน้ำซึ่งบรรจุอยู่ในช่องไขกระดูก หรือโพรงกระดูก (Medullary cavity) ที่อยู่ตรงกลางของกระดูก เราสามารถพบไขกระดูกได้ในกระดูกบางบริเวณของร่างกาย เช่น กระดูกสะโพก กระดูกต้นขา กระดูกสันหลัง ไขกระดูก สำคัญอย่างไร ไขกระดูกนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิด ได้แก่ ไขกระดูกแดง และไขกระดูกเหลือง โดยไขกระดูแต่ละชนิด มีหน้าที่สำคัญในร่างกายดังนี้ 1. ไขกระดูกแดง (Red bone marrow) เป็นเนื้อเยื่อมัยอีลอยด์ (Myeloid tissue) มีหน้าที่สำคัญในกระบวนการสร้างเลือดจากเซลล์ต้นกำเนิด หรือสเต็มเซลล์ โดยกระบวนการนี้เรียกว่า Hematopoiesis หรือ Hemopoiesis ซึ่งเซลล์เม็ดเลือดที่ได้จากกระบวนการนี้ ได้แก่ เซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด เซลล์เม็ดเลือดแดง มีหน้าที่ลำเลียงเลือดที่อุดมไปด้วยออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย เซลล์เม็ดเลือดขาว มีด้วยกันหลายชนิด […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

สิ่งที่คุณควรรู้ ก่อนตัดสินใจทำ การดูดไขมัน

การดูดไขมันนั้นเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง สำหรับผู้ที่อาจจะมีปัญหาในเรื่องของน้ำหนักตัว หรือไขมันส่วนเกิน วันนี้ Hello คุณหมอ จะมานำเสนอ สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ การดูดไขมัน ว่ามีการทำงานอย่างไร และมีข้อควรระวังอะไรบ้าง เพื่อให้ทุกคนได้ทราบก่อนตัดสินใจทำการดูดไขมันกันนะคะ การดูดไขมัน เป็นอย่างไร การดูดไขมัน (Liposuction) เป็นกระบวนการศัลยกรรมเพื่อความสวยความงามประเภทหนึ่ง ที่จะทำการกำจัดไขมันที่สะสมเฉพาะส่วน เช่น สะโพก หน้าท้อง ใต้คาง หรือต้นขา ที่คุณไม่สามารถกำจัดได้จากวิธีการควบคุมอาหาร หรือการออกกำลังกายตามปกติ โดยการใช้ท่อดูดไขมันออกจากร่างกายโดยตรง การดูดไขมันนี้จะมีจุดประสงค์มุ่งเน้นไปที่การปรับลักษณะและรูปร่าง มากกว่าการลดน้ำหนักตัว แต่ในบางครั้งการดูดไขมันก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการศัลยกรรมอื่นๆ เช่น การผ่าตัดดึงหน้า การผ่าตัดกระชับหน้าอก หรือการผ่าตัดกระชับหน้าท้อง เป็นต้น การดูดไขมันเหมาะกับใครบ้าง ก่อนอื่นจะต้องทำความเข้าใจกันก่อนเลยว่า การดูดไขมันนั้น ไม่ใช่วิธีในการลดน้ำหนัก และไม่สามารถช่วยกำจัดเซลลูไลท์ (Cellulite) ออกไปจากร่างกายได้ การดูดไขมันนั้นจะใช้เพื่อช่วยปรับเปลี่ยนรูปร่าง กำจัดไขมันส่วนเกิน และช่วยทำให้บางส่วนดูยุบหรือเล็กลงไปเล็กน้อย แต่ไม่สามารถทำให้ดูผอมได้ในคราวเดียว เนื่องจากการดูดไขมันนั้นอาจมาพร้อมกับความเสี่ยงต่อสุขภาพต่างๆ มากมาย ดังนั้น ผู้ที่ต้องการดูดไขมัน จึงควรมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ ผู้ที่มีไขมันส่วนเกิน ที่ไม่สามารถกำจัดออกไปได้ แม้จะควบคุมอาหารและออกกำลังกายแล้ว มีน้ำหนักตัวมากกว่าน้ำหนักตัวที่ต้องการ อย่างน้อย 30% มีสุขภาพโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ไม่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคอ้วน ผิวมีความยืดหยุ่นสูง ไม่สูบบุหรี่ มีระบบภูมิคุ้มกันที่ดี ไม่ใช้ยาที่อาจเพิ่มความเสี่ยงในการตกเลือด เช่น ยาละลายลิ่มเลือด แพทย์จะไม่แนะนำให้ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น โรคหัวใจ […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ให้น้ำเกลือ สำคัญอย่างไร ทำไมถึงจำเป็นต้องให้น้ำเกลือ

ให้น้ำเกลือ หรือการใช้สารละลายโซเดียมคลอไรด์  (Sodium Chloride: NaCl) เป็นหนึ่งในวิธีการรักษาที่พบเห็นได้บ่อย โดยเฉพาะสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะขาดน้ำ ท้องเสียรุนแรง อาเจียน รวมไปถึงสูญเสียเลือด เพื่อช่วยทดแทนน้ำที่ร่างกายเสียไป อย่างไรก็ตาม ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ [embed-health-tool-bmi] ทำไมคุณหมอจึงต้อง ให้น้ำเกลือ น้ำเกลือ มีส่วนผสมของโซเดียมคลอไรด์  (Sodium Chloride: NaCl)  ถูกใช้เป็นวัตถุดิบหลักทางการแพทย์มานานกว่า 150 ปี เมื่อเวลาเราป่วยเข้าโรงพยาบาล แพทย์จะให้ น้ำเกลือ เนื่องจากมีความเข้มข้นใกล้เคียงกับเลือด เพื่อใช้ทดแทนน้ำที่ร่างกายได้เสียไป (ให้ผ่านเส้นเลือดดำ) จากภาวะขาดน้ำ ไข้ อาการท้องเสีย อาเจียน รวมถึงการเสียเลือดจากอุบัติเหตุต่างๆ  เป็นต้น จริงหรือไม่ เมื่อได้รับน้ำเกลือบ่อย ๆ จะทำให้ตัวบวม ความเชื่อที่ว่า การได้รับ น้ำเกลือ บ่อย ๆ ทำให้น้ำหนักขึ้น หรือตัวบวมนั้น ไม่ใช่เรื่องจริง เป็นเพียงอาการระยะสั้น ๆ เท่านั้น น้ำเกลือจะถูกกำจัดออกจากร่างกายภายใน 24 ชม. ร่างกายจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม หากคุณมีอาการตัวบวม หรือพบว่าน้ำหนักขึ้นอย่างผิดปกติหลังจากได้รับน้ำเกลือ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องทันที […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

กัดเล็บบ่อยๆ อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้

พฤติกรรมการ กัดเล็บบ่อยๆ นั้นถือเป็นพฤติกรรมที่นอกจากจะทำให้ดูเสียบุคลิกภาพแล้ว ยังอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพอีกด้วย เนื่องจากในชีวิตประจำวัน ทุกคนย่อมใช้มือในการหยิบจับสิ่งของหรือวัตถุต่างๆ ซึ่งของบางอย่างอาจจะมีเชื้อโรคแฝงตัวอยู่ ดังนั้นการกัดเล็บอาจเป็นการนำพาให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ ดังนั้น ทาง Hello คุณหมอ จึงได้นำเรื่องเกี่ยวกับการกัดเล็บบ่อยๆ มาฝากกัน ทำไมคนเราถึงชอบ กัดเล็บบ่อยๆ นิสัยเป็นเรื่องที่ยากจะแก้ไข บางครั้งคนเรากัดเล็บเพราะกำลังรู้สึกประหม่า เบื่อ หรือบางที่คุณอาจจะไม่ได้สังเกตตัวเองจนไปทำเล็บที่ร้านแล้วถึงเห็นว่าเล็บสั้นเกินไป ไม่ว่าจะกัดเล็บเพราะกรณีใดๆ มันมีบางวิธีที่สามารถช่วยให้คุณหยุดกัดเล็บได้ สำหรับพฤติกรรมการกัดเล็บ (Nail Biting) ในทางการแพทย์เรียกพฤติกรรมประเภทนี้ว่า Chronic onychophagia ถือเป็นพฤติกรรมที่พบมากที่สุดในการบรรเทาความเครียดที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมีนิสัยอื่นๆ ที่เชื่อมโยงกับพฤติกรรมดังกล่าว ได้แก่ การดูดนิ้วหัวแม่มือ การแคะจมูก การม้วนผม การกัดฟัน การหยิกผิว กัดเล็บบ่อยๆ ส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างไร แน่นอนว่าการกัดเล็บนั้นไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน เพราะมือของเรานั้นต้องสัมผัสกับสิ่งของมากมายหลายอย่าง ซึ่งบางอย่างที่สัมผัสอาจจะมีเชื้อโรครวมอยู่ด้วย เชื้อโรคเหล่านี้สามารถเข้าไปติดในซอกเล็บของคุณได้ และเมื่อคุณกัดเล็บเชื้อโรคเหล่านั้นก็จะเข้าสู่ร่างกาย ก็สามารถนำมาสู่ผลเสียต่อสุขภาพหรือโรคต่างๆ เราลองมาดูกันว่า การกัดเล็บนั้นส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง เพิ่มความเสี่ยงของการติดเชื้อที่ผิวหนัง Debra Jaliman แพทย์ผิวหนังจากกรุงนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ให้ข้อมูลเอาไว้ว่า การกัดเล็บสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียใต้เล็บ เช่น พาโรนีเคีย (Paronychia) ซึ่งอาจทำให้เกิดรอยแดง บวม และทำให้เล็บเต็มไปด้วยหนอง นอกจากนั้นยังทำให้การติดเชื้อในช่องปากได้ ซึ่งจำจะต้องใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษา อาจนำไปสู่โรคข้ออักเสบหรือความพิการ David Katz ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการป้องกันมหาวิทยาลัยเยล ประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า หากไม่สามารถควบคุมพาโรนีเคียหรือการติดเชื้อแบคทีเรียอื่นๆ ได้ […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ภาวะถุงน้ำหลังหัวเข่า (Baker's Cyst)

ภาวะถุงน้ำหลังหัวเข่า  (Baker’s Cyst)  คือ อาการบวมบริเวณหัวเข่า ซึ่งเกิดจากถุงน้ำหรือมีก้อนของเหลวอยู่ภายในบริเวณหลังหัวเข่า ส่งผลให้ผู้ป่วยรู้สึกปวดบริเวณข้อเข่า น่อง เคลื่อนไหวลำบาก คำจำกัดความภาวะถุงน้ำหลังหัวเข่า (Baker’s Cyst) คืออะไร ภาวะถุงน้ำหลังหัวเข่า (Baker’s Cyst)  คือ อาการบวมบริเวณหัวเข่า ซึ่งเกิดจากถุงน้ำหรือมีก้อนของเหลวอยู่ภายในบริเวณหลังหัวเข่า ส่งผลให้ผู้ป่วยรู้สึกปวดบริเวณข้อเข่า น่อง เคลื่อนไหวลำบาก อย่างไรก็ตามภาวะถุงน้ำหลังหัวเข่าไม่ใช่โรคร้ายแรง ไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา สามารถหายไปเองได้ แต่หากผู้ป่วยมีอาการบวมมาก ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้อง พบได้บ่อยเพียงใด ภาวะถุงน้ำหลังหัวเข่าพบได้บ่อยในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี ขึ้นไป อาการอาการของภาวะถุงน้ำหลังหัวเข่า ผู้ป่วยที่อยู่ใน ภาวะถุงน้ำหลังหัวเข่าจะมีอาการแสดงออก ดังต่อไปนี้ อาการปวดเข่า ปวดน่อง เข่ามีอาการบวมอย่างเห็นได้ชัด เมื่อยืนเปรียบเทียบกับอีกข้าง มีถุงน้ำหรือก้อนนิ่มๆขึ้นชัดเจนบริเวณหัวเข่า อาการช้ำที่เข่า และน่อง ถุงน้ำบริเวณหัวเข่าแตก เคลื่อนไหวลำบาก งอเข่าได้ไม่เต็มที่ ควรไปพบหมอเมื่อใด หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใดๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ สาเหตุสาเหตุของภาวะถุงน้ำหลังหัวเข่า ภาวะถุงน้ำหลังหัวเข่าเกิดจากปริมาณน้ำไขข้อที่ไหลเวียนผ่านโพรงข้อเข่ามากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ เมื่อหัวเข่าผลิตน้ำมาจนเกิดไปทำให้เข่าเกิดเป็นก้อนบวมนูนขึ้นมา รวมถึงสาเหตุอื่นๆ ดังนี้ กระดูกข้อหัวเข่าเกิดความเสียหาย โรคข้ออักเสบที่หัวเข่า โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ การบาดเจ็บที่หัวเข่า เช่น กระดูกอ่อนฉีก ความผิดปกติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับหัวเข่า การวินิจฉัยและการรักษาข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม การวินิจฉัยภาวะถุงน้ำหลังหัวเข่า ในเบื้องต้นแพทย์จะทำการสอบถามประวัติและตรวจร่างกายดูอาการ โดยแพทย์อาจเปรียบเทียบกับเข่าอีกข้างเพื่อดูความแตกต่าง  นอกจากนี้แพทย์อาจตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging : MRI) หรือการอัลตราซาวด์ […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน