ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป เป็นเรื่องที่ทุกคนควจะต้องรู้เอาไว้ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเองและคนในครอบครัว ซึ่งเรื่องราวที่คุณจะอ่านเรารวบรวมเอาไว้ให้แล้ว

เรื่องเด่นประจำหมวด

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

อดนอน ดูบอลดึก ยังไง ไม่ให้สุขภาพพัง!

ในช่วงการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ระดับโลกอย่าง ฟุตบอลโลก และ World Cup 2026 แฟนบอลจำนวนมากอาาจจำเป็นต้องอดนอนหรือตื่นมาดูการแข่งขันตามเวลาแข่งจริง บางคนดูบอลแค่ทีมโปรด แต่บางคนอาจจะรอดูหลายคู่ต่อกัน พร้อมกับกินขนม ดื่มน้ำหวานหรือแอลกอฮอล์ และลุ้นจนหัวใจเต้นแรงตลอดเกม การดูบอล ไม่ใช่เรื่องผิด และยังเป็นความสุขของแฟนกีฬา แต่ถ้าดูบอลดึกบ่อยจนพักผ่อนไม่พอ กินมื้อดึกเป็นประจำ หรือปล่อยให้ร่างกายตื่นตัวมากเกินไป อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ อดนอน นอนน้อยสะสม ร่างกายฟื้นฟูไม่ทัน การนอนหลับเป็นเวลาที่ร่างกายซ่อมแซมตัวเอง ทั้งสมอง หัวใจ ระบบภูมิคุ้มกัน และระบบเผาผลาญ หากดูบอลดึกบ่อยจนเวลานอนลดลง ร่างกายอาจฟื้นตัวไม่เต็มที่ อาการที่มักเกิดจากการนอนน้อย ได้แก่ ง่วงระหว่างวัน อ่อนเพลีย สมาธิลดลง หงุดหงิดง่าย ตัดสินใจช้าลง ทำงานผิดพลาดง่าย อยากกินของหวานหรืออาหารพลังงานสูงมากขึ้น หากอดนอนเป็นครั้งคราว ร่างกายอาจยังพอปรับตัวได้ แต่ถ้าอดนอนต่อเนื่องหลายวันหรือหลายสัปดาห์ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพระยะยาว เช่น ความดันโลหิตสูง น้ำตาลในเลือดผิดปกติ น้ำหนักเพิ่ม และโรคหัวใจและหลอดเลือด กินดึกระหว่างดูบอล เสี่ยงกรดไหลย้อน การดูบอลมักมาพร้อมของกิน เช่น ของทอด อาหารรสจัด หมูกระทะ ขนมกรุบกรอบ น้ำอัดลม หรือแอลกอฮอล์ หากกินมื้อใหญ่ตอนดึก แล้วนอนต่อทันทีหลังจบเกม อาจกระตุ้นอาการกรดไหลย้อนได้ อาการกรดไหลย้อนที่ควรสังเกต ได้แก่ แสบร้อนกลางอก […]

สำรวจ ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

เท้าเหม็น จนแทบสลบ เกิดจากอะไร ป้องกันได้อย่างไรบ้าง

การมีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ไม่ใช่เรื่องตลก โดยเฉพาะกับ กลิ่นเท้า ที่เหม็นหนักมาก ถอดรองเท้าออกมาทีกลิ่นแทบจะพาคนรอบข้างสลบ หรือต่อให้ไม่ถอดรองเท้าก็ยังได้กลิ่นเล็ดลอดออกมาอยู่ดี นี่เป็นปัญหาสุขภาพที่ทำให้ใครหลายคนหมดความมั่นใจกันมานักต่อนักแล้ว และถ้าใครที่กำลังประสบกับปัญหา เท้าเหม็น อยู่ล่ะก็ วันนี้ Hello คุณหมอ มีวิธีป้องกันเท้าเหม็นและเคล็ดลับการดูแลเท้ามาฝากค่ะ ทำไมถึง เท้าเหม็น อาการเท้าเหม็น (Bromodosis) เป็นปัญหาทั่วไปที่เกิดขึ้นได้กับใครหลายคน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการที่เหงื่อออกบริเวณเท้า ยิ่งเหงื่อออกมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงของอาการเท้าเหม็นมากเท่านั้น โดยเหงื่อที่ออกมานั้นก็จะทำให้เกิดอาการอับชื้น เมื่อเกิดการอับชื้นขึ้นที่เท้า ก็จะเป็นการกระตุ้นให้แบคทีเรียที่ผิวหนังบริเวณเท้ามีการเจริญเติบโตมากขึ้น แบคทีเรียที่เพิ่มจำนวนขึ้นมานั้นก็จะเข้าไปจัดการสลายสสารในเหงื่อ ซึ่งกระบวนการเหล่านี้เองที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นที่ไม่ถึงประสงค์ออกมา ดังนั้นผู้ที่มีแนวโน้มของอาการเหงื่อออกมากกว่าปกติ ก็จะมีแนวโน้มที่จะมี กลิ่นเท้า เหม็น มากขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะในวัยรุ่น หรือสตรีที่กำลังตั้งครรภ์ เนื่องจากเป็นช่วงวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงทางฮฮร์โมนอยู่ตลอดเวลา และการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายก็มีผลทำให้มีเหงื่อออกมากกว่าปกติ นอกจากนี้ผู้ที่รับประทานยารักษาโรคบางชนิด ตัวยาบางชนิดก็อาจมีผลข้างเคียงทำให้มีเหงื่อออกมากขึ้นได้เหมือนกัน มีวิธีป้องกันเท้าเหม็นอย่างไรบ้าง ปัญหาเรื่องของกลิ่นไม่ว่าจะเป็นกลิ่นตัว กลิ่นเท้า หรือกลิ่นปาก ความสะอาดเป็นวิธีสำคัญที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ได้ โดยเฉพาะถ้ามีเหงื่อออกที่เท้ามาก หรือมีอาการเท้าเหม็น ยิ่งต้องใส่ใจกับความสะอาดของเท้า และดูแลเอาใจใส่เท้าดังต่อไปนี้ ล้างทำความสะอาดเท้า ด้วยสบู่หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่มีคุณสมบัติต้านหรือลดแบคทีเรียอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง อย่าปล่อยให้เท้าเปียก หากเท้าเปียกรีบทำให้เท้าแห้ง โดยเฉพาะช่วงง่ามนิ้วเท้า เพื่อป้องกันไม่ให้เท้าเกิดความอับชื้น เปลี่ยนรองเท้าเสียบ้าง หากเป็นไปได้พยายามหลีกเลี่ยงการสวมรองเท้าคู่เดิมติดต่อกัน ควรเว้นระยะการใช้งานรองเท้าคู่หนึ่งเพื่อให้รองเท้าได้มีเวลาในการระบายความอับชื้น หรือลดความเปียกชื้นของรองเท้าบ้าง เปลี่ยนถุงเท้าเป็นประจำ และควรเลือกใช้ถุงเท้าที่มีเนื้อผ้าระบายอากาศได้ดี ตัดเล็บเท้าให้สั้นอยู่เสมอ และตะไบผิวหนังส่วนที่แตกหรือแห้งออกไป เพื่อลดการสะสมของแบคทีเรีย ใช้ผลิตภัณฑ์ดับกลิ่น […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

คลื่นเสียงบำบัดสมอง กับประโยชน์ที่คุณควรรู้ไว้

เมื่อพูดถึงการบำบัดนั้นมีอยู่ด้วยกันหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น การบำบัดด้วยเสียงเพลง หรือแม้แต่การใช้คลื่นเสียงบำบัดสมอง แต่หลายคนยังอาจจะไม่รู้จักว่า คลื่นเสียงบำบัดสมอง (Binaural Beats) นั้น เป็นอย่างไร และมันมีประโยชน์อะไรต่อสมองและร่างกายได้ ดังนั้น ทาง Hello คุณหมอ จึงได้นำเรื่องนี้มาฝากกัน [embed-health-tool-bmr] ทำความรู้จักกับ คลื่นเสียงบำบัดสมอง (Binaural Beats) คลื่นเสียงบำบัดสมอง (Binaural Beats) เป็นเทคนิคในการรวมความถี่ของเสียง 2 ความถี่ที่แตกต่างกันเล็กน้อย เพื่อให้สมองสร้างโทนเสียงความถี่ใหม่เดียว ทฤษฎีก็คือเมื่อสมองได้รับเสียงความถี่ที่แตกต่างกัน 2 ความถี่ในเวลาเดียวกัน ในหูแต่ละข้างจะรับรู้เสียงต่างกัน ซี่งเป็นความแตกต่างระหว่างความถี่ 2 ความถี่ที่แยกจากกัน แต่สมองของคุณจะปรับความถี่ทั้ง 2 นี้ ให้เป็นโทนเสียงใหม่ หากคุณฟังคลื่นเสียงบำบัดสมองโดยการใช้หูฟัง ในหูแต่ละข้างจะได้รับเสียงที่ความถี่ต่างกันเล็กน้อย ซึ่งมักจะมาพร้อมกับเสียงพื้นหลังที่ผ่อนคลาย หากหูซ้ายของคุณได้รับโทนเสียง 300 เฮิรตซ์ และหูขวาของคุณได้รับเสียง 280 เฮิรตซ์ สมองของคุณจะประมวลผลและดูดซับโทนเสียง 10 เฮิรตซ์ นั่นคือ คลื่นเสียงความถี่ต่ำ ซึ่งเป็นคลื่นที่คุณจะไม่ได้ยินจริงๆ และคุณไม่จำเป็นต้องได้ยินเสียง เพราะสมองของคุณจะได้รับผลกระทบจากมัน สำหรับเหตุผลที่คลื่นเสียงเหล่านี้มีประโยชน์ต่อการนอนหลับและการผ่อนคลาย ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์แสดงให้เห็นว่า การสัมผัสกับคลื่นเสียงบำบัดสมอง สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับความตื่นตัวของสมอง […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ประโยชน์ของแสงแดด ออกแดดวันละนิด จิตแจ่มใส ร่างกายแข็งแรง!

หลาย ๆ คนอาจจะไม่ชอบออกไปเผชิญแสงแดดนัก เพราะปัจจัยเรื่องความร้อน หรือกังวลใจว่าแสงแดดจัดอาจทำร้ายผิว แต่คุณรู้หรือไม่ว่า.. ประโยชน์ของแสงแดด มีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการช่วยส่งเสริมสุขภาพกาย รวมไปถึงการปรับปรุงสุขภาพจิต แต่ แสงแดด จะช่วยส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพจิตอย่างไรบ้าง ทาง Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝากกัน ประโยชน์ของแสงแดด ที่มีต่อ สุขภาพกาย นอกจากประโยชน์ของแสดงแดดที่มีต่อสุขภาพจิตแล้ว แสงแดดนั้นยังมีประโยชน์ในด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับสุขภาพอีกด้วย ดังนี้ ส่งเสริมสุขภาพกระดูก การได้รับรังสีอัลตราไวโอเลต-บี (Ultraviolet-B) ซึ่งเป็นรังสีในดวงอาทิตย์ จะทำให้ผิวของคุณสร้างวิตามินดี จากการศึกษาหนึ่งในปีค.ศ. 2008 จากแหล่งการศึกษาที่เชื่อถือได้พบว่า ในช่วงเวลา 30 นาที ในขณะที่สวมชุดว่ายน้ำ ผู้คนจำนวนมากได้รับวิตามินดี ดังต่อไปนี้ คนคอเคเชียน (Caucasian people) ส่วนใหญ่ ได้รับวิตามินดี 50,000 หน่วยสากล (IU) คนผิวแทน ได้รับวิตามินดี 20,000-30,000 หน่วยสากล (IU) คนผิวคล้ำ ได้รับวิตามินบี 8,000-10,000 หน่วยสากล (IU) โดยวิตามินดีที่เกิดจาก แสงแดด นั้นมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพกระดูก ระดับวิตามินดีต่ำจะเชื่องโยงกับโรคกระดูกอ่อนในเด็ก และโรคที่ทำให้เสียกระดูก เช่น […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ไขข้อสงสัยทำไม สีรอยช้ำ ถึงมีสีที่แตกต่างกัน

หากเราเดินใจลอยไม่ระวัง แขน ขาอาจจะเกิดอุบัติเหตุ ฟาดหรือกระทบกระแทก ทำให้ร่างกายเกิดรอยช้ำ ซึ่งหลายคนอาจจะเคยสังเกตว่า สีรอยช้ำ ของเรานั้นมีสีที่หลากหลายทั้งสีเขียว ม่วง แดง วันนี้ Hello คุณหมอ จะชวนทุกคนมาหาคำตอบว่า ทำไมรอยช้ำถึงที่มีที่แตกต่างกัน ไปอ่านกันเลยค่ะ [embed-health-tool-bmi] รอยช้ำ เกิดขึ้นได้อย่างไร รอยช้ำ เป็นรอยที่เกิดขึ้นจากการที่ผิวหนังกระทบกับของแข็งอย่างรุนแรง จนทำให้เส้นเลือดฝอยหรือเส้นเลือดเล็ก ๆ นั้นแตก เมื่อเส้นเลือดฝอยแตกทำให้เลือดออก ซึมไปยังเนื้อเยื่อบริเวณผิวหนังรอบ ๆ ซึ่งทำให้เกิดรอยช้ำและเกิดการเปลี่ยนสีใต้ผิวหนัง อย่างที่เราเห็น ๆ กัน ในขณะเดียวกัน รอยช้ำ ก็จะดูดซับเลือดที่รั่วออกมา ทำให้รอยช้ำมีลักษณะและสีที่เปลี่ยนไป มาเรียนรู้เกี่ยวกับ สีรอยช้ำ กันเถอะ ตั้งแต่เกิดการกระแทก รอยช้ำ นั้นจะอยู่นาน 2-3 สัปดาห์ รอยช้ำของแต่ละคนนั้นอาจจะใช้เวลากว่าจะหายไม่เท่ากัน ซึ่งจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการบาดเจ็บ และจุดที่ได้รับรอยช้ำบนร่างกาย หากเกิดรอบช้ำที่แขนหรือขาอาจจะหายช้ากว่าปกติ และสีของรอยช้ำก็จะค่อยๆ เปลี่ยนไปตามลำดับ และมีเฉดสีที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปดังนี้ สีชมพูและแดง หลังจากที่ร่างกายได้รับการกระแทก เช่น โดนกระแทกที่หน้าแข้ง โดนกระแทกที่แขน อาจทำให้บริเวณนั้นเกิดรอยช้ำสีชมพูหรือแดงขึ้นมา นอกจากสีที่ปรากฏขึ้นแล้ว […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

กลุ่มอาการเส้นประสาทกดทับข้อมือ (Carpal tunnel syndrome)

กลุ่มอาการเส้นประสาทกดทับข้อมือ (Carpal tunnel syndrome) หรือภาวะพังผืดกดทับเส้นประสาทข้อมือ เกิดขึ้นจากการกดทับของเส้นประสาทมีเดียน ทำให้มือเกิดอาการเหน็บชา หรืออ่อนแรง และอาจส่งผลกระทบต่อการขยับของมือและแขนได้ คำจำกัดความกลุ่มอาการเส้นประสาทกดทับข้อมือ คืออะไร กลุ่มอาการเส้นประสาทกดทับข้อมือ (Carpal tunnel syndrome) หรือภาวะพังผืดกดทับเส้นประสาทข้อมือ เกิดขึ้นจากการกดทับของเส้นประสาทมีเดียน (Median nerve) เส้นประสาทบนฝ่ามือ ที่ทำให้นิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางครึ่งหนึ่งสามารถรับความรู้สึกได้ เมื่อเส้นประสาทมีเดียนนี้ถูกกดทับ จะทำให้มือเกิดอาการเหน็บชา หรืออ่อนแรง และอาจส่งผลกระทบต่อการขยับของมือและแขนได้ กลุ่มอาการเส้นประสาทกดทับข้อมือนั้นจัดได้ว่า เป็นอาการกดทับเส้นประสาทที่พบได้มากที่สุด โดยสามารถพบได้มากถึง 90% ของอาการกดทับเส้นประสาททั้งหมด กลุ่มอาการเส้นประสาทกดทับข้อมือพบบ่อยแค่ไหน กลุ่มอาการเส้นประสาทกดทับข้อมือนั้นสามารถพบได้ประมาณ 3.8% จากจำนวนประชากรทั้งหมด โดยมักจะพบได้ในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย และจะพบได้บ่อยในกลุ่มของผู้สูงอายุ 40-60 ปี แต่ก็สามารถพบได้ในกลุ่มคนที่อายุน้อยกว่านั้นเช่นกัน อาการอาการของกลุ่มอาการเส้นประสาทกดทับข้อมือ รู้สึกแสบร้อน เหน็บชา หรืออาการคันในบริเวณฝ่ามือ นิ้วโป้ง นิ้วชี้ และนิ้วกลาง มือไม้อ่อน ไม่สามารถจับของได้อย่างถนัด รู้สึกไม่มีแรงที่มือ นิ้วกระตุก รู้สึกซ่าตามข้อมือขึ้นไปจนถึงแขน ในช่วงแรกๆ คุณอาจจะรู้สึกว่ามีอาการมือชา อ่อนแรง หรือเป็นเหน็บ ทำให้เคลื่อนไหวมือได้ลำบากมากขึ้น เมื่ออาการรุนแรงขึ้น อาจทำให้สูญเสียแรงจับเพราะกล้ามเนื้อมือหดตัว นอกจากนี้ยังอาจมีอาการปวดและตะคริวที่มืออีกด้วย ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด หากคุณสังเกตพบว่า อาการของกลุ่มอาการเส้นประสาทกดทับข้อมือนั้นเริ่มรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของคุณ ทำให้ไม่สามารถขยับหรือเคลื่อนไหวมือได้ตามใจชอบ หรือมีอาการปวดที่รบกวนการนอนหลับของคุณ ควรรีบปรึกษาแพทย์ในทันที เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ไม่ทำการรักษา […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

เนื้อแดง อร่อยถูกใจ แต่อาจเสี่ยงทำร้ายสุขภาพได้โดยไม่รู้ตัว

ชอบบุฟเฟต์ รักปิ้งย่าง เงินเดือนออกเป็นต้องนัดปาร์ตี้เนื้อย่าง ก็แหมเนื้อย่างสุดแสนจะอร่อยขนาดนี้ ใครบ้างจะไม่ชอบ แต่…รู้หรือไม่ว่า ยิ่งกินเนื้อมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีความเสี่ยงต่อสุขภาพมากเท่านั้น โดยเฉพาะถ้าเป็น เนื้อแดง แล้วล่ะก็ ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพมากขึ้นไปอีก วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลความเสี่ยงต่อสุขภาพจากการกินเนื้อแดงมาฝากค่ะ  เนื้อแดง คืออะไร เนื้อสัตว์ที่วางขายอยู่ตามท้องตลาดและเนื้อสัตว์ที่เรารับประทานกันอยู่ในชีวิตประจำวันนี้ สามารถจำแนกออกได้หลายลักษณะใหญ่ๆ ดังนี้ เนื้อสัตว์แปรรูป: มักเป็นเนื้อสัตว์หรือเนื้อวัวที่ถูกเลี้ยงตามอัตภาพ แล้วมีการนำเนื้อนั้นมาแปรรูปในโรงงานเป็น ไส้กรอก เบคอน แฮม ฮอตดอก เบอร์เกอร์ เป็นต้น เนื้อแดงธรรมดา: คือเนื้อแดงที่ยังไม่ถูกนำไปแปรรูป มักเป็นเนื้อสัตว์ที่ถูกเลี้ยงไว้ในฟาร์มสำหรับแล่เอาเนื้อโดยเฉพาะ ได้แก่ เนื้อสัตว์จำพวก เนื้อวัว เนื้อแกะ เนื้อแพะ เป็นต้น เนื้อขาว: คือเนื้อสัตว์ที่มีลักษณะของเนื้อที่เป็นสีขาวมากกว่าสีแดง มักพบได้ในเนื้อสัตว์ปีกและเนื้อปลา เช่น เนื้อไก่ เนื้อไก่งวง เนื้อปลา เนื้อสัตว์ออร์แกนิก: คือเนื้อที่มาจากสัตว์ซึ่งถูกเลี้ยงตามธรรมชาติด้วยหญ้าหรือฟาง ได้รับการดูแลแบบออร์แกนิก ไม่มีการใช้ยา สารเร่ง สารเคมี หรือฮอร์โมนใดๆ  ดังนั้นเนื้อแดงจึงมักจะหมายถึงเนื้อสัตว์ที่มีสีแดงสดและเข้ม เมื่อถูกทำให้สุกหรือปรุงจนสุกก็จะมีสีที่เข้มขึ้นไปอีก โดยเนื้อแดงมักหมายถึงเนื้อของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แต่จะไม่รวมถึงเนื้อของสัตว์ปีก หรือเนื้อปลา เนื่องจากเป็นเนื้อที่มีส่วนของเนื้อสีขาวมากกว่าเนื้อสีแดง โดยเนื้อแดงที่เรารู้จักกันดีก็ได้แก่ เนื้อวัว เนื้อแกะ เนื้อแพะ […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

หลอดเลือดแดงอักเสบทากายาสุ (Takayasu's Arteritis)

หลอดเลือดแดงอักเสบทากายาสุ หรือเรียกสั้นๆ ว่า โรคทากายาสุ (Takayasu’s Arteritis) เกิดจากการอักเสบของหลอดเลือดแดง ซึ่งเป็นหลอดเลือดที่นำเลือดออกจากหัวใจและหลอดเลือดที่ลำเลียงเลือดไปยังส่วนแขนและเดินผ่านทางลำคอไปยังสมอง อาการอักเสบดังกล่าว ส่งผลให้หลอดเลือดโป่งพองจนเกิดอาการตีบตันหรืออุดตัน คำจำกัดความหลอดเลือดแดงอักเสบทากายาสุ (Takayasu’s Arteritis) คืออะไร    หลอดเลือดแดงอักเสบทากายาสุ หรือเรียกสั้นๆ ว่า โรคทากายาสุ (Takayasu’s Arteritis) เกิดจากการอักเสบของหลอดเลือดแดง ซึ่งเป็นหลอดเลือดที่นำเลือดออกจากหัวใจและหลอดเลือดที่ลำเลียงเลือดไปยังส่วนแขนและเดินผ่านทางลำคอไปยังสมอง อาการอักเสบดังกล่าว ส่งผลให้หลอดเลือดโป่งพองจนเกิดอาการตีบตันหรืออุดตัน อย่างไรก็ตาม โรคทากายาสุเป็นโรคที่หาได้ยาก ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะอาการดังนี้ มีไข้ ภาวะโลหิตจาง เวียนศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เหงื่อออกเวลากลางคืน เป็นต้น พบได้บ่อยเพียงใด โรคทากายาสุสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในวัยเด็กและวัยผู้ใหญ่ทุกเชื้อชาติ โดยส่วนใหญ่มักพบในผู้หญิงเอเชียอายุระหว่าง 15 ถึง 35 ปี อาการของโรคทากายาสุอาการของโรคทากายาสุ อาการของโรคทากายาสุจะแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ดังนี้ อาการของโรคทากายาสุ ระยะที่ 1 เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว มีไข้เล็กน้อย ในบางครั้งอาจมีอาการเหงื่ออกตอนกลางคืนร่วมด้วย อาการของโรคทากายาสุ ระยะที่ 2 ในระยะที่ 2 เกิดจากการอักเสบของเส้นเลือดจนเกิดอาการตีบตันหรืออุดตัน ส่งผลให้ออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ได้น้อยลง ผู้ป่วยส่วนใหญ่จึงมีอาการ ดังต่อไปนี้ แขนและขามีการอ่อนแรงหรือเกิดอาการปวด รู้สึกวิงเวียนศีรษะ เป็นลม ปวดศีรษะ เกิดความผิดปกติทางการมองเห็น เจ็บหน้าอก หายใจถี่ ความดันโลหิตสูง ท้องเสีย […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

กินข้าวเย็นไว ส่งผลดีอย่างไรต่อสุขภาพบ้าง

เมื่อพูดถึงการลดน้ำหนัก หลายคนคงพอจะทราบดีกว่าควรจะต้องกินข้าวก่อนช่วง 18.00 น. หลังจากนั้นไม่ควรกินอะไรอีก เพราะอาจทำให้อ้วนได้ แต่ความจริงแล้ว กินข้าวเย็นไว ก็เป็นเรื่องที่ดีต่อสุขภาพด้วยเช่นกัน แต่จะเป็นประโยชน์อย่างไรบ้าง วันนี้ทาง Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝากกัน กินข้าวดึก ทำให้อ้วนได้จริงหรือ จากการศึกษาที่ตีพิมพ์ใน Journal of Clinical Endocrinology & Metabolism ของสมาคม Endocrine Society พบว่า การกินอาหารเย็นหรือมื้อดึกนั้น มีความสัมพันธ์กับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น และระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงขึ้น โดยไม่คำนึงว่ามื้อนั้นจะเหมือนกับที่คุณเคยกินมาก่อนหน้าหรือไม่ นอกจากนั้นการกินอาหารมื้อดึก ยังมีความสัมพันธ์กับโรคอ้วนอีกด้วย การกินอาหารในช่วงดึกนั้นจะทำให้การเผาผลาญเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ส่งเสริมทำให้เกิดโรคอ้วน มีงานศึกษา โดยให้อาสาสมัครที่มีสุขภาพดี 20 คน ซึ่งเป็นชาย 10 คน และหญิง 10 คนเข้าร่วมการวิจัย เพื่อค้นหาว่าเมื่อร่างกายต้องเผาผลาญอาหารเย็นในเวลา 22.00 น. แทนที่จะเป็นเวลา 18.00 น. จะเกิดอะไรขึ้น โดยให้ผู้เข้าร่วมศึกษาทุกคนเข้านอนในเวลาเดียวกันคือ 23.00 น. ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า ผู้ที่กินอาหารมื้อดึกระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับน้ำมะพร้าว ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้

น้ำมะพร้าวนั้นเป็นหนึ่งในน้ำผลไม้ที่ได้รับความนิยมกันอย่างมากในประเทศไทย เพราะมีรสชาติหวาน อร่อย ดื่มแล้วสดชื่น แถมยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย แต่ก็ยังมีหลายๆ คนที่อาจจะมีความเข้าใจผิด หรือความเชื่อบางอย่างเกี่ยวกับการรับประทานน้ำมะพร้าว ที่อาจจะเคยได้ยินผู้ใหญ่เล่าขานบอกต่อกันมา วันนี้ Hello คุณหมอ จะมาช่วยแก้ไข ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับน้ำมะพร้าว ที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้กันค่ะ ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับน้ำมะพร้าว ที่ควรรู้ ความเชื่อที่ 1 ห้ามดื่มน้ำมะพร้าวขณะมีประจำเดือน สาวๆ หลายคนน่าจะเคยได้ยินคำเตือนกันมาบ้างว่า ถ้ามีประจำเดือน ห้ามดื่มน้ำมะพร้าวเด็ดขาด เพราะแสลงกับคนที่มีประจำเดือน และจะทำให้ปวดท้อง จริงๆ แล้วการดื่มน้ำน้ำมะพร้าวขณะมีประจำเดือน นั้นก็ไม่แตกต่างจากการดื่มน้ำหวานอื่นๆ แต่อย่างใด เรายังสามารถดื่มน้ำมะพร้าวได้ตามปกติ แม้ว่าจะมีประจำเดือน โดยไม่ส่งผลให้เกิดความผิดปกติต่อประจำเดือน หรือทำให้ปวดท้องอย่างที่เราเชื่อกัน แต่อย่างไรก็ตาม บางคนอาจจะมีอาการแพ้น้ำมะพร้าวได้ หากคุณสังเกตพบว่าคุณมีอาการแพ้หลังจากดื่มน้ำมะพร้าว เช่น รู้สึกคัน มีผดผื่น หรือมีอาการบวม ควรหยุดรับประทานน้ำมะพร้าว และเข้ารับการตรวจโรคภูมิแพ้ก่อนจะดีกว่า ความเชื่อที่ 2 หลังออกกำลังกาย ควรดื่มน้ำมะพร้าวจะดีที่สุด บางคนเชื่อว่า การดื่มมะพร้าวหลังออกกำลังกาย จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ในการเติมน้ำและแร่ธาตุต่างๆ ที่ร่างกายสูญเสียไปทางเหงื่อให้กลับคืนมา ในความเป็นจริงนั้น การดื่มน้ำมะพร้าวหลังออกกำลังกาย ไม่ได้มีประโยชน์มากไปกว่าการดื่มน้ำเปล่าตามปกติสักเท่าไหร่ ยิ่งโดยเฉพาะหากคุณออกกำลังกายและสูญเสียเหงื่อมาก น้ำมะพร้าวที่ไม่ได้เติมน้ำตาล อาจจะมีแคลอรี่น้อยเกินกว่าที่จะทดแทนแร่ธาตุและพลังงานที่ขาดหายไป หากคุณออกกำลังกายและเสียเหงื่อมาก การดื่มสปอตดริ๊งค์ที่ให้มีน้ำตาลและให้พลังงานสูง […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

จุลินทรีย์ในลำไส้ กับความสำคัญต่อสุขภาพ

รู้รึเปล่าคะ ว่าร่างกายของคนเรานั้นเต็มไปด้วยแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา ซึ่งมีอยู่มากมาย หลายล้านล้านตัว เราเรียกรวมๆ ว่า ไมโครไบโอม (Microbiome) หลายๆ คนอาจจะเข้าใจว่าแบคทีเรียนั้นไม่ดีต่อสุขภาพ แต่ว่าจริง ๆ แล้วมีแบคทีเรียหลายตัวที่ดีต่อสุขภาพ มีความสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกัน หัวใจ และสุขภาพอื่น ๆ อีกมากมาย Hello คุณหมอ จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ จุลินทรีย์ในลำไส้ ว่ามีความสำคัญต่อสุขภาพอย่างไร ไปดูกันเลยค่ะ จุลินทรีย์ในลำไส้ คืออะไร ลำไส้และผิวหนังของคนเรานั้นเต็มไปด้วยแบคทีเรีย เชื้อรา ไวรัส และสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ มากมาย นับล้านล้านตัว ซึ่งไมโครไบโอมในลำไส้ หรือจุลินทรีย์ในลำไส้ มักจะพบได้ในกระเปาะลำไส้ใหญ่ หรือเรียกว่า ซีคัม (Cecum) ซึ่งเป็นลำไส้ใหญ่ส่วนแรกที่ต่อจากลำไส้เล็ก ซึ่งในลำไส้นั้นมีจุลินทรีย์ในลำไส้มากมายกว่า 1,000 ชนิด ซึ่งจุลินทรีย์แต่ละชนิดก็จะทำหน้าที่แตกต่างกันออกไป แต่ส่วนใหญ่แล้วจุลินทรีย์เหล่านี้มีความสำคัญและดีต่อสุขภาพ โดยยังมีจุลินทรีย์บางชนิดในลำไส้ ที่อาจก่อให้เกิดโรคได้เช่นกัน จุลินทรีย์ในลำไส้ ส่งผลต่อร่างกายอย่างไร จริง ๆ แล้วเรานั้นอยู่รวมกับแบคทีเรียมานับล้านล้านปี จนมีวิวัฒนาการในการอยู่ร่วมกัน ทำให้จุลินทรีย์ในร่างกายได้เรียนรู้ที่จะมีบทบาทและความสำคัญต่อร่างกายคนเรา ซึ่งบทบาทของจุลินทรีย์เหล่านี้เริ่มทำงานตั้งแต่เราเกิด ซึ่งครั้งแรกคุณได้สัมผัสกับจุลินทรีย์ผ่านทางช่องคลอดของแม่ และมีหลักฐานใหม่ ๆ […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน