ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป เป็นเรื่องที่ทุกคนควจะต้องรู้เอาไว้ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเองและคนในครอบครัว ซึ่งเรื่องราวที่คุณจะอ่านเรารวบรวมเอาไว้ให้แล้ว

เรื่องเด่นประจำหมวด

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

5 โรคที่มากับหน้าร้อน ที่ควรระวัง

เมื่อเข้าสู่ หน้าร้อน หลายคนอาจนึกถึงอากาศร้อน เหงื่อออกง่าย กระหายน้ำ หรือผิวไหม้แดด แต่จริง ๆ แล้ว โรคที่มากับหน้าร้อน ไม่ได้มีแค่ปัญหาจากความร้อนเท่านั้น เพราะอุณหภูมิที่สูงขึ้นยังทำให้อาหารบูดเสียได้ง่าย น้ำและอาหารมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรคมากขึ้น และร่างกายอาจเสี่ยงต่อภาวะเจ็บป่วยจากอากาศร้อนจัดได้เช่นกัน บทความนี้จะพาไปรู้จัก 5 โรคหน้าร้อน ที่ควรระวัง อาการเบื้องต้นที่ควรสังเกต และวิธีป้องกันง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน 1. โรคอุจจาระร่วง โรคอุจจาระร่วงเป็นหนึ่งในโรคที่พบได้บ่อยในช่วงหน้าร้อน สาเหตุหลักมักมาจากการกินอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค เมื่ออากาศร้อน อาหารที่เก็บไม่เหมาะสมหรือวางทิ้งไว้นานอาจบูดเสียได้ง่ายขึ้น จึงเพิ่มโอกาสให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายผ่านการกินและดื่ม อาการที่ควรสังเกต ถ่ายเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำหลายครั้งใน 1 วัน ปวดท้องหรือปวดบิดเป็นช่วง ๆ อาจมีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียนร่วมด้วย รู้สึกอ่อนเพลีย ปากแห้ง กระหายน้ำมาก ปัสสาวะน้อยหรือสีเข้ม ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะขาดน้ำ เด็กเล็กและผู้สูงอายุอาจมีอาการลุกลามได้เร็วกว่าคนทั่วไป สิ่งที่ควรทำเมื่อมีอาการ จิบน้ำบ่อย ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ ดื่มสารละลายเกลือแร่ หรือ ORS เพื่อชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไป เลือกกินอาหารอ่อน ย่อยง่าย และสะอาด หลีกเลี่ยงอาหารมัน อาหารรสจัด หรือเครื่องดื่มที่อาจกระตุ้นอาการถ่าย หากถ่ายบ่อยมาก อ่อนเพลีย ซึม ปากแห้งมาก หรือดื่มน้ำไม่ได้ ควรรีบไปพบคุณหมอ 2. ไข้ไทฟอยด์ หรือไข้รากสาดน้อย ไข้ไทฟอยด์เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่เกี่ยวข้องกับอาหาร น้ำ หรือสุขอนามัยที่ไม่ดี จุดที่ทำให้โรคนี้น่ากังวลคือ อาการเริ่มต้นอาจคล้ายไข้ทั่วไป ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงอาการอ่อนเพลียจากอากาศร้อน หรือคิดว่าเป็นแค่การกินอาหารผิดสำแดง อาการที่ควรสังเกต มีไข้สูงต่อเนื่องหลายวัน ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย […]

สำรวจ ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ยาสีฟันแต้มสิว ปลอดภัยหรือไม่ ใช้แล้วได้ผลจริงหรือ?

หากคุณเคยได้ยินมาว่าการใช้ ยาสีฟันแต้มสิว แทนยาปฏิชีวนะ เป็นเรื่องที่สามารถทำได้โดยไม่มีอันตรายแล้วละก็ โปรดลองอ่านบทความของ Hello คุณหมอ ที่นำมาฝากทุกคนวันนี้เสียก่อน เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาว่าคุณควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรักษาสิวด้วยยาสีฟันหรือไม่ การใช้ ยาสีฟันทาสิว อาจส่งผลเสียได้มากกว่าที่คุณคิด สาเหตุที่ผู้คนคิดว่าการใช้ ยาสีฟันแต้มสิว นั้น อาจช่วยรักษาสิวให้หายได้ก็เพราะ ยาสีฟันมีสารที่ชื่อว่าไตรโคลซาน (Triclosan) ซึ่งมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ถึงอย่างไรการที่คุณจะนำมาใช้กับผิวหนังโดยเฉพาะกับใบหน้าของเราอาจไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เนื่องจากยาสีฟันเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีค่าความเป็นกรด-ด่าง หรือค่า pH ในระดับที่สามารถสร้างความระคายเคืองต่อสุขภาพผิวของคุณ อีกทั้งยังอาจส่งผลให้เข้าไปกระตุ้นการผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมาจนทำให้สิวเดิมมีอาการแย่ลง หรือทำให้มีสิวใหม่เกิดขึ้น จนบางครั้งคุณอาจรู้สึกเหมือนมีอาการแสบหน้า ใบหน้าแดง และมีผดผื่นตามมาได้ ส่วนประกอบในยาสีฟัน ที่ไม่เหมาะสมแก่การนำมาใช้กับผิวหน้า ส่วนประกอบในยาสีฟันส่วนใหญ่มีสารประกอบมากมายหลายชนิดด้วยกัน เพื่อตอบสนองในการรักษาสุขภาพฟันของเราให้แข็งแรง และพร้อมชะลอการเจริญเติบโตของแบคทีเรียภายในช่องปาก ซึ่งยาสีฟันนั้นมักประกอบด้วยสารต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ กลีเซอรีน (Glycerin) ซอร์บิทอล (Sorbitol) แคลเซียมคาร์บอเนต ( Calcium carbonate) โซเดียมลอริลซัลเฟต (SodiumLaurylSulfate;SLS)  โซเดียมไบคาร์บอเนต (Sodium bicarbonate) สารข้างต้นที่กล่าวมานั้น ล้วนอาจมีความรุนแรงเกินกว่าจะนำไปใช้กับผิวที่บอบบางของเรา จึงทำให้เป็นเหตุผลที่ไม่ควรอย่างมากในการนำไปแต้มสิว ทางที่ดีคุณควรอาจจำเป็นต้องเข้าขอรับการปรึกษาจากแพทย์ผิวหนังโดยตรง เพื่อรับการตรวจถึงปัญหาผิวหน้า และการรักษาให้หายไปได้อย่างตรงจุด ผลิตภัณฑ์รักษาสิว ที่อาจเหมาะกับผิวคุณ เมื่อเกิดปัญหาสิวที่อยู่ในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง คุณอาจจำเป็นต้องทำการหาผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยสารเหล่านี้ในการทำความสะอาดและบำรุงผิวหน้า โดยสามารถอ่านได้จากฉลากข้างผลิตภัณฑ์ หรือใบประกอบการใช้ร่วม กรดซาลิไซลิก (Salicylic acid) เบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide) กรดอัลฟาไฮดรอกซี (Alpha Hydroxy Acids) เตรทติโนอิน (Tretinoin) นอกจากยาชนิดแบบทาแล้ว แพทย์ผิวหนังอาจให้คุณมีการรับประทานยาที่ประกอบด้วย คลินดามัยซิน (Clindamycin) […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

แคะขี้มูก อันตรายจริงไหม ยิ่งใช้นิ้วมือแคะยิ่งอันตรายจริงหรือเปล่า

สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงทั้งอากาศร้อน ชื้น หนาว มีผลต่อสุขภาพของเราทั้งสิ้น บางคนอาจเป็นหวัด บางคนอาจมีไข้ และบางคนอาจมีขี้มูกมากเนื่องจากเป็นหวัด ซึ่งเมื่อ ขี้มูก ก่อตัวจนอัดแน่นเต็มจมูก จนทำให้เรามักจะรู้สึกรำคาญ คัดจมูก หรือหายใจไม่ออก และในท้ายที่สุดเราจึงตัดปัญหาด้วยเอาเอานิ้วแหย่เข้าไปข้างในรูจมูกเพื่อ แคะขี้มูก ออกมา ฟังดูก็เป็นเรื่องปกติที่ใคร ๆ ก็ทำกัน แต่…การใช้นิ้วแคะขี้มูกเป็นสิ่งที่เหมาะสมในการทำความสะอาดขี้มูกแล้วจริง ๆ หรือ? [embed-health-tool-bmi] ขี้มูก คืออะไร ร่างกายของเราสร้างขี้มูกขึ้นมาเพื่อปกป้องร่างกายจากเชื้อโรค ไวรัส แบคทีเรีย และสิ่งสกปรกที่เราหายใจหรือสูดดมเข้าไปทุกวัน โดยแรกเริ่มขี้มูกจะมีลักษณะเป็นเมือกเพื่อดักจับเอาเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ไว้ ป้องกันไม่ให้หลุดลอดเข้าไปในระบบทางเดินหายใจ เมื่อดักจับสิ่งต่าง ๆ ได้พักหนึ่งแล้วขนเล็ก ๆ ในจมูกก็จะเคลื่อนย้ายเอาเมือกที่ดักจับสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้ไปยังด้านหน้าของจมูก ก่อนที่เมือกเหล่านั้นจะค่อย ๆ แห้งและกลายเป็น ขี้มูก ในที่สุด ทำไมเราถึง แคะขี้มูก เราแคะขี้มูก ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน ดังนี้ ขี้มูกตันจมูกจนปิดกั้นระบบทางเดินหายใจ ทำให้รู้สึกอัดอัดที่จมูก หายใจไม่สะดวก ส่งผลให้หายใจไม่ค่อยออก เป็นโรคภูมิแพ้ ซึ่งเมื่อเกิดอาการแพ้ขึ้นจะทำให้เกิดเมือกในจมูกเพิ่มมากขึ้นและสุดท้ายก็จะแห้งกลายเป็นขี้มูกจำนวนมากจนอุดกั้นการหายใจ หรือทำให้หายใจไม่ออก โครงสร้างกะบังของจมูกที่แตกต่างกัน บางคนอาจมีกะบังจมูกที่เบี่ยงเบน จากที่ปกติกระดูกอ่อนจะอยู่กึ่งกลางระหว่างโพรงจมูกทั้งสองข้าง แต่กลับมีกระดูกอ่อนเบี่ยงเบนออกมาที่ข้างใดข้างหนึ่งมากจนเกินไป จนอาจทำให้หายใจไม่สะดวก […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ไขข้อสงสัย ยิ่งเหงื่อออกมาก เท่ากับ ยิ่งเผาผลาญมาก จริงเหรอ

หลายคนน่าจะเคยได้ยินความเชื่อที่ว่า เวลาออกกำลังกาย จะต้องออกให้มีเหงื่อเยอะ ๆ เพราะถ้าไม่มีเหงื่อ ก็ไม่ได้เผาผลาญ เหมือนกับไม่ได้ออกกำลังกาย แต่การที่เราออกกำลังกายจนมี เหงื่อออกมาก จะเท่ากับ เผาผลาญมาก จริงหรือเปล่า มาลองหาคำตอบร่วมกัน กับ Hello คุณหมอ กันเลยค่ะ เหงื่อ เกิดขึ้นได้อย่างไร เหงื่อ นั้นเป็นหนึ่งในกระบวนการขับของเสียตามธรรมชาติของร่างกาย เพื่อช่วยระบายความร้อนภายในร่างกายออกไป ทำให้ร่างกายเย็นลง เหงื่อนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกส่วนในร่างกาย แต่จะพบได้มากในบริเวณรักแร้ ใบหน้า ฝ่ามือ ข้อศอก และฝ่าเท้า ร่างกายของเรานั้นจะจะมีต่อมเหงื่ออยู่มากกว่า 3 ล้านต่อม ทั่วร่างกาย แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก คือ ต่อม Eccrine sweat gland และต่อม Apocrine sweat gland Eccrine sweat gland ต่อมเหงื่อประเภทนี้จะอยู่ทั่วทุกส่วนในร่างกาย แต่จะพบได้มากในบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า และหน้ามัก หน้าที่หลักของต่อมเหงื่อนี้คือขับเหงื่อเพื่อช่วยควบคุมระดับอุณหภูมิของร่างกาย เหงื่อที่มาจากต่อมเหงื่อนี้จะไม่มีกลิ่น Apocrine sweat gland ต่อมเหงื่อชนิดนี้จะพบได้บริเวณที่มีรูขุมขนมาก เช่น รักแร้ […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ควันไฟป่า ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ควรรับมือหรือป้องกันอย่างไร

เมื่อเกิดไฟไหม้ป่าที่มีบริเวณกว้าง ก็จะนำพามาซึ่ง ควันไฟป่า ซึ่งเมื่อหากมีการสูดดมเข้าไปมาก ๆ ก็อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและร่างกายของคุณได้ ดังนั้น เมื่อเกิดควันไฟป่า จะต้องดูแลและป้องกันตัวเองและคนในครอบครัวอย่างไรบ้าง ทาง Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝากกัน ควันไฟป่า คืออะไร และส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างไร ควันไฟป่าเป็นส่วนผสมของก๊าซและอนุภาคขนาดเล็กที่เกิดจากการเผาไหม้ของพืช วัสดุก่อสร้าง และวัสดุอื่น ๆ โดยที่ควันไฟป่าสามารถทำให้ทุกคนป่วยได้ แม้แต่คนที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงก็สามารถเจ็บป่วยได้ หากมีควันในอากาศมากเกินไป มากไปกว่านั้น การหายใจเอาควันเข้าไปยังสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ทันที ซึ่งผลกระทบจากควันไฟป่าที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ได้แก่ ไอ หายใจไม่ปกติ แสบตา คันคอ อาการน้ำมูกไหล รูจมูกระคายเคือง หายใจไม่ออกและหายใจถี่ เจ็บหน้าอก ปวดหัว โรคหอบหืด เหนื่อย หัวใจเต้นเร็ว สำหรับผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ เด็ก และผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจและหัวใจอยู่แล้ว อาจมีแนวโน้มที่จะป่วยได้ หากสูดดมควันไฟป่าเข้าไป สาเหตุที่ทำให้ ควันไฟป่า เป็นอันตรายต่อร่างกาย เมื่อพูดถึงคุณภาพอากาศ หลายคนคงนึกถึงการวันที่เรียกว่า “PM2.5” ซึ่งมันสามารถทำให้ทราบได้ว่าอนุภาคขนาด 2.5 ไมครอนและขนาดเล็กกว่า ลอยอยู่ในอากาศจำนวนเท่าใด Colleen Reid ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านภูมิศาสตร์แห่ง University of Colorado Boulder สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า เมื่อคุณมองเห็นควันสีดำที่ลอยออกมาจากกองไฟ คุณจะเห็นอนุภาคเล็ก ๆ ที่สามารถแขวนลอยอยู่ในอากาศและไม่ตกลงสู่พื้นได้ เมื่อรูปแบบลมเปลี่ยนไป ควันไฟที่มีอนุภาคเล็ก ๆ ก็จะกระจายไปยังทิศทางอื่นได้เช่นกัน ความจริงแล้วอนุภาคขนาดเล็ก นอกจากจะเป็นอนุภาคที่ลอยอยู่ในอากาศแล้ว มันยังเป็นสิ่งที่สามารถเข้าไปในปอดได้ลึกมากและทำให้เกิดผลกระทบต่อระบบของสุขภาพในร่างกายได้อีกด้วย ยิ่งระดับ […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ฟีนิลคีโตนูเรีย (Phenylketonuria)

ฟีนิลคีโตนูเรีย (Phenylketonuria) เป็นโรคทางพันธุกรรมที่หายาก เกิดจากความบกพร่องของยีนที่ช่วยสร้างฟีนิลอะลานีนไฮดรอกซิเลส ทำให้ร่างกายไม่สามารถสลายฟีนิลอะลานีนได้ คำจำกัดความฟีนิลคีโตนูเรีย (Phenylketonuria) คืออะไร โรคฟีนิลคีโตนูเรีย (Phenylketonuria) เป็นภาวะทางพันธุกรรมที่หายาก เกิดจากความบกพร่องของยีนที่ช่วยสร้างฟีนิลอะลานีนไฮดรอกซิเลส (Phenylalanine hydroxylase) ทำให้ร่างกายไม่สามารถสลายฟีนิลอะลานีนได้ หากไม่ได้รับการรักษา อาจจะทำให้ระดับฟีนิลอะลานีนสะสมในร่างกายมากขึ้น และส่งผลกระทบต่อร่างกายทำให้เกิดความบกพร่องทางสติปัญญาและเกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรงตามมา พบได้บ่อยแค่ไหน โรคฟีนิลคีโตนูเรียพบได้บ่อยในทารกช่วง 1-3 เดือนแรกหลังคลอด อาการอาการของโรคฟีนิลคีโตนู โรคฟีนิลคีโตนูเรียอาจมีอาการแสดงออกตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงมีอาการรุนแรง โดยมีอาการแสดงออก ดังนี้ อาการชัก อาการสั่น เจริญเติบโตช้า สมาธิสั้น ผื่นผิวหนัง (กลาก) ลมหายใจเหม็น ความพิการทางสติปัญญา ควรไปพบหมอเมื่อใด หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใด ๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์ ร่างกายของแต่ละบุคคลมีการตอบสนองแตกต่างกัน ทางที่ดีที่สุดให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ สาเหตุสาเหตุของโรคฟีนิลคีโตนูเรีย โรคฟีนิลคีโตนูเรียเป็นภาวะที่สืบทอดจากความบกพร่องของยีนที่ไม่สามารถสร้างเอนไซม์ฟีนิลอะลานีนไฮดรอกซิเลส ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ทำหน้าที่ทำลายฟีนิลอะลานีน ส่งผลให้ฟีนิลอะลานีนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งหากมีการสะสมฟีนิลอะลานีนในร่างกายมากเกินไป อาจส่งผลอันตรายต่อสุขภาพได้  โดยเฉพาะเมื่อรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น ไข่ และเนื้อสัตว์ (ยีนที่เกิดความบกพร่องนั้นต้องเกิดจากยีนที่ผิดปกติของทั้งพ่อและแม่ แต่หากเกิดขึ้นจากพ่อหรือแม่เพียงคนเดียว อาจไม่ส่งผลกระทบต่อเด็กในครรภ์) ปัจจัยเสี่ยงของโรคฟีนิลคีโตนูเรีย พ่อและแม่มียีนที่บกพร่องทั้งคู่ที่ทำให้เกิดโรคฟีนิลคีโตนูเรีย มีเชื้อสายอเมริกัน แอฟริกัน การวินิจฉัยและการรักษาข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม การวินิจฉัยโรคฟีนิลคีโตนูเรีย ในเบื้องต้นแพทย์จะทำการคัดกรองทารกแรกเกิดสำหรับทารกที่มีสัญญาณของโรคฟีนิลคีโตนูเรีย โดยการเจาะเลือดมาทดสอบหาความผิดปกติทางพันธุกรรม รวมถึงวิธีการทดสอบอื่น ๆ เช่น ทดสอบการกลายพันธุ์ของยีน การทดสอบทางพันธุกรรม เป็นต้น การรักษาโรคฟีนิลคีโตนูเรีย ผู้ป่วยโรคฟีนิลคีโตนูเรีย สามารถบรรเทาอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้โดยการเลือกรับประทานอาหารและการใช้ยา ดังนี้ การควบคุมอาหาร จำกัดอาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น ไข่ ชีส ถั่ว นม ไก่ เนื้อวัว […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ภาวะขาดเหงื่อ (Anhidrosis)

ภาวะขาดเหงื่อ (Anhidrosis) หมายถึงอาการที่ไม่มีเหงื่อออก หรือมีเหงื่อน้อยกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าจะอยู่ในที่ที่มีอากาศร้อน หรือออกกำลังกายอย่างหนักแล้วก็ตาม [embed-health-tool-bmr] คำจำกัดความ ภาวะขาดเหงื่อ คืออะไร ภาวะขาดเหงื่อ (Anhidrosis) หมายถึงอาการที่ไม่มีเหงื่อออก หรือมีเหงื่อน้อยกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าจะอยู่ในที่ที่มีอากาศร้อน หรือออกกำลังกายอย่างหนักแล้วก็ตาม การที่เราไม่มีเหงื่อ ส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถถ่ายเทความร้อน และลดอุณภูมิของร่างกายลงได้ ส่งผลให้อุณหภูมิของร่างกายสูงเกินไป จนอาจส่งผลให้เกิดสภาวะที่เป็นอันตราย เช่น ตะคริว เพลียแดด หรือลมแดด เป็นต้น ภาวะขาดเหงื่อนั้นอาจมีตั้งแต่ในระดับเบา มีเหงื่อออกน้อย ไปจนถึงระดับรุนแรง ที่ไม่มีเหงื่อออกเลย และอาจเกิดขึ้นแค่เพียงบางส่วนของร่างกาย จึงทำให้ยากต่อการสังเกตและการวินิจฉัย บ่อยครั้งที่ภาวะขาดเหงื่อนั้นอาจจะส่งผลแค่กับบางบริเวณของร่างกาย แต่ส่วนอื่นยังคงมีเหงื่อออกตามปกติ ทำให้ร่างกายสามารถคลายความร้อนได้ และไม่เป็นอันตรายใด ๆ ภาวะขาดเหงื่อ พบบ่อยแค่ไหน เนื่องจากภาวะขาดเหงื่อนั้นค่อนข้างจะสังเกตยาก หากไม่ได้เกิดขึ้นทั่วทั้งร่างกาย ดังนั้นจึงไม่สามารถทราบได้ว่า มีคนมากน้อยแค่ไหน ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะขาดเหงื่อนี้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดสอบถามแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ อาการ อาการของภาวะขาดเหงื่อ สัญญาณและอาการของภาวะขาดเหงื่อ ได้แก่ ไม่มีเหงื่อออก หรือมีเหงื่อออกน้อย วิงเวียน ร้อนวูบวาบ ตะคริว กล้ามเนื้ออ่อนแรง เหนื่อยล้า รู้สึกร้อนมากเกินไป บริเวณที่ไม่มีเหงื่อนั้น อาจจะเกิดขึ้นกับบางส่วนของร่างกาย หรือเกิดขึ้นทั่วทั้งร่างกาย หากคุณมีภาวะขาดเหงื่อในบางส่วน ส่วนที่สามารถขับเหงื่อได้ ก็อาจจะพยายามขับเหงื่อออกมามากกว่าปกติ เพื่อชดเชยส่วนที่ไม่สามารถขับเหงื่อได้ ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด หากคุณสังเกตพบว่าตัวเองมีเหงื่อออกน้อย หรือไม่มีเหงื่อออกเลย แม้ว่าจะออกกำลังกาย […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ป่วยเป็นโรคเรื้อรัง กับเคล็ดลับการใช้ชีวิตร่วมกับโรคได้อย่างเป็นสุข

เราเชื่อว่าไม่มีใครอยากป่วยหรือมีปัญหาสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย เช่น ท้องเสีย เป็นไข้หวัด ปวดศีรษะ เป็นแผล หรือยิ่งหากเป็นโรครุนแรงหรือโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ก็ยิ่งแล้วใหญ่ เมื่อเจ็บป่วยเล็กน้อย ใช้เวลารักษาไม่นานก็คงหาย แต่หาก ป่วยเป็นโรคเรื้อรัง ส่วนใหญ่รักษาให้หายขาดไม่ได้ และคุณต้องอยู่กับโรคนั้นไปตลอดชีวิต โรคเรื้อรังอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของคุณ จนทำให้คุณเครียด กังวล และไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตอย่างไรดี วันนี้ Hello คุณหมอ มีเคล็ดลับดี ๆ ในการใช้ชีวิตร่วมกับโรคเรื้อรังอย่างเป็นสุขมาฝากคุณแล้ว ทำความเข้าใจ โรคเรื้อรัง ให้กระจ่างขึ้น โรคเรื้อรัง คืออะไร โรคเรื้อรัง (Chronic diseases) หมายถึง โรคที่เป็นแล้วจะมีอาการ หรือต้องรักษาติดต่อกันเป็นเวลานานตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไปจนถึงตลอดชีวิต และโรคเรื้อรังส่วนใหญ่ก็ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ทำได้เพียงควบคุมอาการไม่ให้รุนแรงขึ้นหรือลุกลามไปยังอวัยวะส่วนอื่น ๆ ตัวอย่าง โรคเรื้อรัง ตัวอย่างโรคเรื้อรังที่พบบ่อย เช่น โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมอง โรคข้ออักเสบ โรคหืด โรคอัลไซเมอร์ ภาวะสมองเสื่อม โรคลมชัก การติดเชื้อเอชไอวี โรคพาร์กินสัน โรคทางอารมณ์ เช่น โรคซึมเศร้า โรคไบโพลาร์หรือโรคอารมณ์สองขั้ว โรคไบโพลาร์ชนิดอ่อน (Cyclothymic disorder หรือ Cyclothymia) เมื่อผู้ป่วยโรคเรื้อรังต้องทนอยู่กับความเจ็บป่วยเป็นเวลานานอาจทำให้สุขภาพยิ่งแย่ลง และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตด้านต่าง ๆ ทั้งการเรียน การทำงาน […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ยาแคปซูล ติดคอ กลืนยาก กินแต่ผงยาข้างในไม่กินแคปซูลได้ไหม

เวลากินยาแต่ละที รู้สึกเหมือนกำลังจะถูกจับไปเชือดเสียอย่างนั้น ทั้งรสชาติที่ไม่อร่อย และจำนวนยาที่ต้องกิน แค่คิดก็เอียนแล้ว ทำให้หลายคนประสบปัญหากินยายากไปโดยปริยาย ยิ่งถ้าเป็น ยาแคปซูล ด้วยล่ะก็ ยิ่งแล้วใหญ่ เพราะบางทีกินแล้วก็ติดอยู่ในปาก บางทีก็ติดในลำคอ กลืนไม่ลงสักที พอเป็นแบบนี้เวลากินยาแคปซูลบ่อยเข้า หลายคนก็เลยเทเอาแต่ผงยาออกมาจากแคปซูลยาแล้วนำไปละลายน้ำดื่มก่อนกิน ซึ่งก็ทำให้ง่ายต่อการกินยาได้จริงๆ แต่…การทำแบบนั้นจะดีต่อร่างกายของเราจริงๆ หรือเปล่า แล้ว แคปซูลยา สามารถเปิดแคปซูลออกก่อนจะกินได้ด้วยหรือ เพื่อตอบข้อสงสัยนั้น Hello คุณหมอ มีสาระดีๆ ในการกินยาแบบแคปซูลมาฝากค่ะ [embed-health-tool-bmr] ยาแคปซูล คืออะไร แคปซูล แคปซูลยา หรือยาแคปซูล เปรียบเสมือนภาชนะทรงมน รี และยาว ใช้สำหรับบรรจุยาหรือผงยา โดยตัวแคปซูลนี้ผลิตจากเจลาติน (Gelatin) ซึ่งเจลาตินนี้มาจากกระดูกหรือผิวหนังของสัตว์ ร่างกายของเราจึงสามารถที่จะละลายและดูดซึมแคปซูลยานี้ได้ แคปซูลยาจะถูกละลายเมื่อเข้าสู่ระบบทางเดินอาหาร และถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและกระจายตัวเข้าสู่ระบบต่างๆ ของร่างกาย เพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วยหรือเพื่อบำรุงร่างกาย แคปซูลยานี้ถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่ในการกลบกลิ่น หรือรสชาติของตัวยา เพื่อช่วยให้การกินยาทำได้ง่ายขึ้น ทั้งยังมีสารเคลือบที่แคปซูลยา เพื่อทำหน้าที่ควบคุมการปลดปล่อยตัวยาอีกด้วย ยาแคปซูล มีกี่ประเภท แคปซูลยา มีอยู่ด้วยกันสองชนิดหลักๆ ได้แก่ แคปซูลปลอกแข็ง (Hard-shelled capsules) แคปซูลปลอกแข็ง หรือแคปซูลยาแบบแข็ง จะประกอบไปด้วยปลอกแคปซูล […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ระบบทางเดินอาหาร ระบบสำคัญของร่างกายที่เราควรต้องรู้

ร่างกายของเรา ประกอบไปด้วยระบบต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกร่างกายอยู่หลายระบบ ซึ่งแต่ละระบบก็จะมีหน้าที่ที่แตกต่างกัน ภายใต้จุดมุ่งหมายเดียวกันคือการขับเคลื่อนร่างกายให้ดำเนินไปอย่างปกติ สมบูรณ์ และแข็งแรง วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับหนึ่งในระบบพื้นฐานและมีความสำคัญต่อร่างกายของเราอย่าง ระบบทางเดินอาหาร แต่ระบบนี้คืออะไร และทำหน้าที่สำคัญต่อร่างกายเราอย่างไรบ้างนั้น มาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กันที่บทความนี้กันเลยค่ะ ระบบทางเดินอาหาร คืออะไร ระบบทางเดินอาหาร (Digestive System) เป็นระบบที่ทำหน้าที่สำคัญในการย่อยอาหารที่เรากินเข้าไป และดูดซึมเอาสารอาหารจากอาหารมื้อนั้น ๆ ไปหล่อเลี้ยงระบบต่าง ๆ ในร่างกาย เพื่อให้ร่างกายมีพลังงาน เจริญเติบโต และซ่อมแซมเซลล์ส่วนที่เกิดการสึกหรอ โดยการทำงานของระบบทางเดินอาหารนั้นจะเริ่มขึ้นตั้งแต่ที่ปากและเรื่อยไปจนจบกระบวนการที่ทวารหนัก ความสำคัญของ ระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินอาหารจะทำหน้าที่ในการแปรเปลี่ยน ดูดซึม และส่งต่อสารอาหารไปยังระบบหรือเซลล์ต่าง ๆ ทั่วทั้งร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามินซี วิตามินบี ธาตุเหล็ก แคลเซียม หรือโพแทสเซียม เป็นต้น ซึ่งสารอาหารที่ได้จากกระบวนการทำงานของระบบทางเดินอาหารนี้นี่เอง ที่ทำให้เรามีพลังงาน มีร่างกายที่แข็งแรง และมีสุขภาพดี  ระบบทางเดินอาหาร ทำงานอย่างไร การทำงานของระบบทางเดินอาหาร จะมีลำดับและขั้นตอนที่ไล่เรียงกันไปจนกระทั่งถึงจุดสิ้นสุดของกระบวนการ ดังนี้ ปาก ตั้งแต่วินาทีแรกที่อาหารถูกตักเข้าปาก และฟันเริ่มทำการบดหรือเคี้ยวอาหารคำนั้น นั่นถือเป็นการเริ่มต้นกระบวนการของระบบทางเดินอาหารแล้ว โดยการบดหรือเคี้ยวอาหารของฟันจะช่วยแยกอาหารออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเพื่อให้ง่ายต่อการย่อยอาหารในลำดับต่อไป […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ไขข้อข้องใจ รู้หรือไม่? มีไข้สูงเท่าไหร่ถึงควรไปหาหมอ

เชื่อทุกคนน่าจะต้องผ่านการ เป็นไข้ หรือ มีไข้ กันมาอย่างแน่นอน มีไข้แต่ละครั้งนี่ก็ทำเอาสูญเสียพลังงานและกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันอยู่มิใช่น้อย อย่างไรก็ตาม เพียงพักผ่อนเยอะ ๆ ดื่มน้ำให้มาก ๆ และรับประทานยาลดไข้ ก็อาจช่วยให้อาการดีขึ้นได้โดยไม่ต้องไปหาหมอ แต่…คุณผู้อ่านเคยสงสัยหรือไม่ว่า แล้วเราต้องมีไข้สูงขนาดไหน หรือเป็นไข้แบบไหนล่ะ ที่จำเป็นจะต้องไปพบกับคุณหมอ ถ้ากำลังสงสัยกันอยู่ล่ะก็ Hello คุณหมอ มีคำตอบมาฝากกันในบทความนี้แล้วค่ะ [embed-health-tool-heart-rate] สาเหตุที่ มีไข้ สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เรามีไข้ หรือ เป็นไข้ มักจะมาจากการที่ร่างกายติดเชื้อ หรือมีเชื้อโรคแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย และระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายกำลังทำการต่อสู้กับเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมนั้น ร่างกายจึงมีอาการตอบสนองด้วยการเป็นไข้ และนอกจากนี้การมีไข้ ยังสามารถเกิดได้จาก อุณหภูมิในร่างกายเปลี่ยนแปลง หรือมีอุณหภูมิสูง เป็นหวัด หรือไข้หวัด การอักเสบต่าง ๆ เช่น ไซนัสอักเสบ ลำไส้อักเสบ ปอดอักเสบ  การติดเชื้อต่าง ๆ เช่น การติดเชื้อที่หู การติดเชื้อที่กระเพาะปัสสาวะ เป็นไข้ จากการติดเชื้อแบคทีเรีย เป็นไข้จากการติดเชื้อรา สภาพอากาศ เชื้อโรคต่าง ๆ มีไข้ แบบไหนถึงควรไปหาหมอ การมีไข้ก็มีอยู่ด้วยกันหลายระดับ ตั้งแต่มีไข้อ่อนๆ หรือไข้เพียงเล็กน้อย […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน