สุขภาพ

สุขภาพ เป็นเรื่องสำคัญ เราจึงได้รวบรวมข้อมูลที่จะช่วยให้คุณดูแลสุขภาพได้ดียิ่งขึ้นไว้ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นข่าวสารสุขภาพ ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป และอื่น ๆ อีกมากมาย หากคุณมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยคุณได้แน่นอน

เรื่องเด่นประจำหมวด

สุขภาพ

อดนอน ดูบอลดึก ยังไง ไม่ให้สุขภาพพัง!

ในช่วงการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ระดับโลกอย่าง ฟุตบอลโลก และ World Cup 2026 แฟนบอลจำนวนมากอาาจจำเป็นต้องอดนอนหรือตื่นมาดูการแข่งขันตามเวลาแข่งจริง บางคนดูบอลแค่ทีมโปรด แต่บางคนอาจจะรอดูหลายคู่ต่อกัน พร้อมกับกินขนม ดื่มน้ำหวานหรือแอลกอฮอล์ และลุ้นจนหัวใจเต้นแรงตลอดเกม การดูบอล ไม่ใช่เรื่องผิด และยังเป็นความสุขของแฟนกีฬา แต่ถ้าดูบอลดึกบ่อยจนพักผ่อนไม่พอ กินมื้อดึกเป็นประจำ หรือปล่อยให้ร่างกายตื่นตัวมากเกินไป อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ อดนอน นอนน้อยสะสม ร่างกายฟื้นฟูไม่ทัน การนอนหลับเป็นเวลาที่ร่างกายซ่อมแซมตัวเอง ทั้งสมอง หัวใจ ระบบภูมิคุ้มกัน และระบบเผาผลาญ หากดูบอลดึกบ่อยจนเวลานอนลดลง ร่างกายอาจฟื้นตัวไม่เต็มที่ อาการที่มักเกิดจากการนอนน้อย ได้แก่ ง่วงระหว่างวัน อ่อนเพลีย สมาธิลดลง หงุดหงิดง่าย ตัดสินใจช้าลง ทำงานผิดพลาดง่าย อยากกินของหวานหรืออาหารพลังงานสูงมากขึ้น หากอดนอนเป็นครั้งคราว ร่างกายอาจยังพอปรับตัวได้ แต่ถ้าอดนอนต่อเนื่องหลายวันหรือหลายสัปดาห์ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพระยะยาว เช่น ความดันโลหิตสูง น้ำตาลในเลือดผิดปกติ น้ำหนักเพิ่ม และโรคหัวใจและหลอดเลือด กินดึกระหว่างดูบอล เสี่ยงกรดไหลย้อน การดูบอลมักมาพร้อมของกิน เช่น ของทอด อาหารรสจัด หมูกระทะ ขนมกรุบกรอบ น้ำอัดลม หรือแอลกอฮอล์ หากกินมื้อใหญ่ตอนดึก แล้วนอนต่อทันทีหลังจบเกม อาจกระตุ้นอาการกรดไหลย้อนได้ อาการกรดไหลย้อนที่ควรสังเกต ได้แก่ แสบร้อนกลางอก […]

หมวดหมู่ สุขภาพ เพิ่มเติม

สำรวจ สุขภาพ

ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

น้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia)

น้ำตาลในเลือดต่ำ เกิดขึ้นเมื่อปริมาณน้ำตาลกลูโคสต่ำกว่าระดับปกติ พบมากในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ได้รับอินซูลินในการรักษาหรืออยู่ในระหว่างการรักษา หรืออาจเป็นผลข้างเคียงของโรคอื่นๆ [embed-health-tool-bmi] คำจำกัดความ น้ำตาลในเลือดต่ำคืออะไร น้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia) เกิดขึ้นเมื่อปริมาณน้ำตาลกลูโคสต่ำกว่าระดับปกติ น้ำตาลกลูโคส เป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญของร่างกายที่ได้จากอาหาร คาร์โบไฮเดรตเป็นอาหารประเภทหลักที่เป็นแหล่งกลูโคส ข้าว มันฝรั่ง ขนมปัง ซีเรียล นม ผลไม้ และของหวาน ล้วนเป็นอาหารประเภทที่อุดมด้วยคาร์โบไฮเดรตทั้งสิ้น ตับอ่อน เป็นอวัยวะที่สำคัญในการควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด โดยผลิตอินซูลิน (Insulin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยให้เซลล์นำกลูโคสไปใช้เป็นพลังงานและควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือดอีกด้วย ฮอร์โมนอีกหนึ่งประเภทที่ทำหน้าที่หลักในการควบคุมปริมาณกลูโคสในเลือดคือ กลูคากอน (glucagon) ซึ่งทำให้ปริมาณกลูโคสในเลือดสูงขึ้น เมื่อตับอ่อนผลิตฮอร์โมนกลูคากอนไม่เพียงพอ ระดับน้ำตาลในเลือดจะลดลงนำไปสู่ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำพบบ่อยแค่ไหน ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำพบได้ไม่บ่อยในผู้ใหญ่และเด็กอายุมากกว่า 10 ปี แต่พบมากในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ได้รับอินซูลินในการรักษาหรืออยู่ในระหว่างการรักษา โดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำอาจเป็นผลข้างเคียงของโรคอื่นๆ ภาวะขาดฮอร์โมนหรือจากเนื้องอกในร่างกาย อาการ อาการของภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ อาการของภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ประกอบด้วย อาการสั่น เวียนศีรษะ ปวดหัว เหงื่อออกบ่อย หิว หัวใจเต้นเร็ว และสีผิวซีด ภาวะนี้อาจเกิดขึ้นในขณะนอนหลับ หรืออาจทำให้เกิดอาการร้องโวยวายหรือฝันร้ายได้ เนื่องจากระดับน้ำตาลเป็นแหล่งพลังงานของร่างกาย ผู้ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำจึงมักเหนื่อยหรือไม่สบายบ่อย ระดับของน้ำตาลในเลือดที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดอาการเป็นลมหรือชักได้ อาจมีอาการหรือสัญญาณอื่นๆ ของโรคที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการ ควรปรึกษาแพทย์ ควรพบหมอเมื่อใด ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและระยะการดำเนินของอาการไม่นาน คุณควรพบหมอทันทีหากเกิดอาการ ดังนี้ เกิดอาการที่อาจเป็นอาการของภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำและคุณไม่ได้เป็นโรคเบาหวาน เป็นโรคเบาหวานและมีอาการเวียนศีรษะ หรือหน้ามืดเนื่องจากภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ เป็นโรคเบาหวาน และการรักษาภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำไม่ได้ผล คุณควรแจ้งให้คนใกล้ชิดทราบ หากคุณเป็นโรคเบาหวาน […]


ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพทั่วไป

ทำงานเป็นกะ กับสารพันปัญหาสุขภาพที่ต้องพร้อมรับมือ

บางอาชีพ เช่น หมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่คอลเซนเตอร์ ผู้รักษาความปลอดภัย พนักงานร้านสะดวกซื้อ พนักงานในโรงงานอุตสาหกรรม ที่ต้องทำงานเป็นช่วงเวลา หรือ ทำงานเป็นกะ ทำให้ไม่มีเวลาพักผ่อนหรือเวลาทำงานที่แน่นอน ซึ่งทำให้ร่างกายไม่ได้ทำงานตามนาฬิกาชีวิต ที่เป็นวงจรเวลาตามธรรมชาติ จึงสามารถนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพต่างๆ มากมาย ที่ควรต้องพร้อมรับมือ! ปัญหาสุขภาพระยะสั้น ไม่ใช่แค่ผู้ที่ทำงานเป็นกะ แต่ผู้ที่ต้องทำงานดึกติดต่อกันหลายคน ผู้ที่ต้องเดินทางผ่านหลายโซนเวลา เป็นต้น ก็สามารถประสบกับปัญหาสุขภาพระยะสั้นได้ ดังนี้ ร่างกายเหนื่อยล้าอ่อนเพลีย ระบบทางเดินอาหารมีปัญหา เช่น ท้องไส้ปั่นป่วน คลื่นไส้ ท้องเสีย ท้องผูก กรดไหลย้อน เสี่ยงได้รับบาดเจ็บหรือประสบอุบัติเหตุ นอนไม่หลับ บั่นทอนคุณภาพชีวิต รู้สึกไม่สดใส หรือไม่สบายตลอดเวลา ปัญหาสุขภาพระยะยาว หากต้องทำงานเป็นกะ หรือทำงานในช่วงเวลาที่ไม่แน่นอนติดต่อกันเป็นเวลานานๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคและปัญหาสุขภาพต่างๆ ได้ดังนี้ โรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายหรือหัวใจวาย โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง งานศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่า ผู้ที่ทำงานกะดึกนานเกิน 15 ปี จะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้น 5% สำหรับการทำงานในกะดึกครบทุก 5 ปี โรคเบาหวาน การศึกษาวิจัยในประเทศญี่ปุ่นพบว่า ผู้ที่ทำงานควบสองกะ หรือทำงานวันละ 16 ชั่วโมงมีความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานมากกว่าผู้ที่ทำงานในตอนกลางวันถึง 50% โรคอ้วน การนอนไม่เป็นเวลา มีปัญหาการกิน ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย สามารถส่งผลให้ฮอร์โมนแปรปรวน และนำไปสู่โรคอ้วนได้ เนื่องจากร่างกายคนเรามีฮอร์โมนตัวหนึ่งที่เรียกว่า […]


ขั้นตอนทางการแพทย์และการผ่าตัด

การรักษา โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ด้วย CO2 LASER

อาการคัดแน่นจมูกเรื้อรัง หรือมีการอุดกั้นทางเดินหายใจบริเวณจมูก ที่เกิดจากเยื่อบุโพรงจมูกบวมอักเสบเรื้อรัง หรือ โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis) เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยที่สุดในคลินิกโรคภูมิแพ้ ถึงแม้ว่าอาการคัดจมูกเรื้อรังจะไม่มีอันตรายต่อชีวิต แต่โรคนี้ก็มีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเป็นอย่างมาก เพราะในผู้ป่วยที่มีอาการคัดแน่นจมูกเรื้อรัง มักมีอาการปวดมึนศีรษะร่วมด้วยเนื่องจากมีภาวะสุญญากาศในโพรงไซนัสที่เรียกว่า Vacuum headache การรักษาโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ในปัจจุบันการรักษาอาการคัดแน่นจมูกมีหลายวิธี เริ่มจากการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง โดยการพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารจานด่วน (Fast Food) อาหารขยะ (Junk Food) ของหมักดอง อาหารทอดน้ำมันซ้ำๆ หลีกเลี่ยงมลภาวะที่เป็นพิษ สารก่อภูมิแพ้ และ สิ่งระคายเคืองเยื่อบุโพรงจมูก เช่น ควันบุหรี่ เขม่ารถยนต์ เป็นต้น ร่วมกับการใช้ยาลดอาการภูมิแพ้ เช่น ยารับประทานจำพวกแอนตี้ฮิสตามีน (Antihistamine) ยาแก้คัดจมูกที่นิยมใช้กัน เช่น ยาซูโดอีเฟดีน (Pseudoephedrine) และอาจใช้ยา Steroid พ่นจมูก ตลอดจนการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ เป็นต้น แต่ในกรณีที่การรักษาด้วยยาไม่ได้ผล อาการคัดแน่นจมูกเรื้อรังไม่ดีขึ้น หรือในกรณีที่ผู้ป่วยรับการรักษาด้วยยาไม่ได้ เนื่องจากมีผลข้างเคียง(Side effect) จากยา เช่น ยา Pseudoephedrine อาจมีผลข้างเคียงทำให้เกิดอาการใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ นอนไม่หลับ […]


การทดสอบทางการแพทย์

ตรวจอุจจาระ (Stool Analysis)

ตรวจอุจจาระ เป็นชุดการตรวจตัวอย่างอุจจาระ แล้วส่งไปยังห้องปฏิบัติการ การตรวจในห้องปฏิบัติการ เพื่อช่วยวินิจฉัยภาวะบางประการที่ส่งผลต่อทางเดินอาหาร ข้อมูลพื้นฐาน การตรวจอุจจาระ คืออะไร ตรวจอุจจาระ (stool analysis) เป็นชุดการตรวจตัวอย่างอุจจาระ เพื่อช่วยวินิจฉัยภาวะบางประการที่ส่งผลต่อทางเดินอาหาร ภาวะดังกล่าว ได้แก่ การติดเชื้อ (เช่น จากปรสิต ไวรัส หรือแบคทีเรีย) การดูดซึมแร่ธาตุได้น้อย หรือมะเร็ง สำหรับการตรวจอุจจาระนั้น มีการเก็บตัวอย่างอุจจาระในภาชนะที่สะอาด แล้วส่งไปยังห้องปฏิบัติการ การตรวจในห้องปฏิบัติการ ได้แก่ การตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ การทดสอบสารเคมี และการทดสอบทางจุลชีววิทยา จะมีการตรวจอุจจาระเพื่อดูสี ความต่อเนื่อง ปริมาณ รูปร่าง กลิ่น และเมือก อาจมีการตรวจอุจจาระเพื่อหาเลือดที่เจือปน (occult) ไขมัน เส้นใยเนื้อสัตว์ น้ำดี เซลล์เม็ดเลือดขาว และน้ำตาลที่เรียกว่าน้ำตาลในอุจจาระ (reducing substances) อาจมีการตรวจวัดค่า pH ของอุจจาระอีกด้วย กระเพาะเชื้อจากอุจจาระดำเนินการเพื่อดูว่าแบคทีเรียเป็นสาเหตุของการติดเชื้อหรือไม่ ความจำเป็นในการตรวจอุจจาระ ตับอ่อน เอนไซม์บางชนิด (เช่น เอนไซม์ trypsin หรือ elastase) อาจมีการตรวจหาในอุจจาระเพื่อดูว่าตับอ่อนทำงานได้ทีเพียงใด ช่วยหาสาเหตุของอาการต่างๆ ที่ส่งผลต่อทางเดินอาหาร ซึ่งได้แก่ อาการท้องร่วงเป็นเวลานาน ถ่ายเป็นเลือด มีแก๊สมากขึ้นในท้อง […]


การทดสอบทางการแพทย์

ตรวจหาปริมาณเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV Viral Load Measurement)

ตรวจหาปริมาณเชื้อไวรัสเอชไอวี เป็นการวัดจำนวนไวรัสเอชไอวีในเลือด มีการเริ่มตรวจวัดค่าไวรัสเอชไอวี เมื่อคุณได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อไวรัสเอชไอวี ข้อมูลพื้นฐาน การตรวจหาปริมาณเชื้อไวรัสเอชไอวี คืออะไร การตรวจหาปริมาณเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV Viral Load Measurement) เป็นการวัดจำนวนไวรัสเอชไอวี (Human Immunodeficiency Virus: HIV) ในเลือด มีการเริ่มตรวจวัดค่าไวรัสเอชไอวี เมื่อคุณได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อไวรัสเอชไอวี การตรวจวัดในเบื้องต้นนี้เป็นค่าบรรทัดฐาน และการตรวจวัดค่าไวรัสเอชไอวีในอนาคต นำมาเปรียบเทียบกับค่าบรรทัดฐานนี้ เนื่องจากค่าไวรัสเอชไอวีสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละวัน แนวโน้มค่าไวรัสเมื่อเวลาผ่านไป จะใช้เพื่อดูว่า การติดเชื้อมีอาการแย่ลงหรือไม่ หากค่าไวรัสเอชไอวีของคุณแสดงให้เห็นการเพิ่มขึ้นอย่างคงที่ในการวัดหลายครั้ง หมายความว่าการติดเชื้อมีอาการแย่ลง หากแนวโน้มค่าไวรัสเอชไอวีมีค่าลดลงในการวัดหลายครั้ง หมายความว่าการติดเชื้อถูกควบคุมไว้ มีการตรวจวัดค่าไวรัสเอชไอวีโดยใช้การทดสอบหนึ่งในสามประเภทดังต่อไปนี้ การตรวจ Reverse-transcriptase polymerase chain reaction (RT-PCR) การตรวจ Branched DNA (bDNA) การตรวจ Nucleic acid sequence-based amplification (NASBA) การตรวจเหล่านี้เป็นการวัดจำนวนสารพันธุกรรม (RNA) ของไวรัสเอชไอวีในเลือด แต่การตรวจแต่ละประเภทมีรายงานผลการตรวจแตกต่างกัน จึงเป็นสิ่งสำคัญในการใช้ผลการตรวจเดิมเมื่อเวลาผ่านไป เหตุผลในการ ตรวจหาปริมาณเชื้อไวรัสเอชไอวี โอกาสที่คุณจำเป็นต้องเข้ารับการทดสอบค่าไวรัสเอชไอวี ได้แก่ หลังการวินิจฉัย เรียกว่าการวัดค่าบรรทัดฐาน (baseline measurement) สามารถใช้เปรียบเทียบกับผลการตรวจวัดในอนาคตได้ ทุก ๆ สองถึงแปดสัปดาห์ในการเริ่มต้นการรักษา หรือเมื่อการรักษามีการเปลี่ยนแปลง ช่วยประเมินประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์ของยา ทุก ๆ […]


การทดสอบทางการแพทย์

ซักประวัติและการตรวจร่างกายสำหรับภาวะหัวใจล้มเหลว (History And Physical Exam For Heart Failure)

ข้อมูลพื้นฐานการ ซักประวัติและการตรวจร่างกายสำหรับภาวะหัวใจล้มเหลว (History And Physical Exam For Heart Failure) คืออะไร ถึงแม้ว่าหัวใจล้มเหลวเป็นกลุ่มอาการทางคลินิกที่พบได้ทั่วไป โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ แต่มักจะถูกมองข้ามหรือผิดพลาด ประวัติการรักษาที่ละเอียดเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง และควรกล่าวถึง ซึ่งไม่เพียงเฉพาะสิ่งบ่งชี้ และอาการหัวใจล้มเหลวที่มีอยู่ในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังควรกล่าวถึงสิ่งบ่งชี้และอาการ ที่แสดงให้เห็นถึงสาเหตุเฉพาะของหัวใจล้มเหลวอีกด้วย เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ (coronary artery disease) ความดันโลหิตสูง (hypertension) หรือโรคลิ้นหัวใจ (valvular heart disease) เป็นสิ่งสำคัญในการดูว่า ผู้ป่วยได้มีอาการเกี่ยวกับหัวใจมาก่อนหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย (myocardial infarction) ขั้นตอนแรกในการวินิจฉัยหัวใจล้มเหลว คือ การได้รับประวัติการรักษาที่ครบถ้วน ประวัติสุขภาพของคุณรวมทั้งสิ่งใดๆ ก็ตาม เกี่ยวกับสุขภาพในอดีตและปัจจุบันของคุณ ซึ่งเป็นภาวะที่คุณเคยเป็น หรือภาวะที่คุณเป็นอยู่ ควรมีการบันทึกความดันโลหิตของผู้ป่วยและอัตราการเต้นของหัวใจ อาจมีความดันโลหิตสูง ปกติ หรือต่ำ การพยากรณ์โรคจะแสดงอาการของโรคที่ไม่ดีในผู้ป่วยที่มีค่าความดันโลหิตซิสโตลิก (systolic blood pressure ) น้อยกว่า 90 ถึง 100 มม. ปรอท […]


การทดสอบทางการแพทย์

ซักประวัติและการตรวจร่างกายสำหรับโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (History And Physical Exam For COPD)

ข้อมูลพื้นฐานซักประวัติและการตรวจร่างกายสำหรับโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง คืออะไร โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic obstructive pulmonary disease: COPD) เป็นโรคปอดชนิดหนึ่งที่ทำให้หายใจลำบาก มักเป็นการเกิดของโรคสองชนิดร่วมกันที่มีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่ คือ หลอดลมอักเสบเรื้อรัง (chronic bronchitis) และ ภาวะมีอากาศในเนื้อเยื่อ (emphysema) เมื่อเวลาผ่านไป โรคนี้สามารถทำให้เกิดอาการหายใจลำบากและปัญหาเกี่ยวกับหัวใจที่รุนแรง ข้อควรรู้เกี่ยวกับโรคปอดอุดกั้นเรื้องรัง (Chronic obstructive pulmonary disease: COPD)  โรค COPD ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การใช้ยาและการเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์อาจช่วยบรรเทาอาการได้ หนทางที่เชื่อถือได้หนทางเดียวในการชะลอการเกิดโรค COPD คือการเลิกสูบบุหรี่ ประวัติสุขภาพของคุณจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งบ่งชี้ที่สำคัญ ที่ช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังได้ เหตุผลในการตรวจ ประวัติสุขภาพและการตรวจร่างกาย ช่วยให้แพทย์ทำการวินิจฉัยโรคได้ เป็นส่วนของการเข้าพบแพทย์เป็นประจำและมีความสำคัญ ข้อควรทราบก่อนตรวจข้อควรทราบก่อนการ ซักประวัติและการตรวจร่างกายสำหรับโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ควรมีการซักประวัติสุขภาพและการตรวจหัวใจอย่างระมัดระวัง เพื่อแบ่งแยกโรคหัวใจที่สัมพันธ์กับ หรือไม่ก็ทำให้เกิดอาการต่างๆ ที่คล้ายคลึงกับอาการของโรค COPD เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง เนื่องจากการสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงสำหรับโรคหัวใจรวมทั้งโรค COPD การตรวจหัวใจอาจแสดงให้เห็นถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่เร็ว หรือแสดงสิ่งบ่งชี้ของภาวะหัวใจล้มเหลว (heart failure) ตับอาจมีขนาดโตขึ้น ซึ่งในบางครั้งสามารถเกิดขึ้นได้เนื่องจากอาการหัวใจล้มเหลวด้านขวา (cor pulmonale) ผลการตรวจร่างกายจะแตกต่างกันออกไป ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีอาการหรือสิ่งบ่งชี้ที่เป็นไปได้ของโรค COPD ขั้นตอนการตรวจการเตรียมตัวเพื่อการ ซักประวัติและการตรวจร่างกายสำหรับโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง คุณควรเตรียมข้อมูลของการวินิจฉัยและการรักษาที่ผ่านมาอย่างละเอียดและครบถ้วน ถึงแม้ว่าอาการของโรคจะหายขาดแล้วก็ตาม หรืออาการของโรคไม่ได้มีสำคัญสำหรับคุณ แต่การทราบเกี่ยวกับอาการดังกล่าวอาจช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังได้ นอกจากนี้ การทราบเกี่ยวกับอาการทางสุขภาพในอดีตและปัจจุบันทั้งหมดของคุณจะช่วยให้แพทย์หาวิธีที่ดีที่สุดในการดูแลสุขภาพของคุณ นอกเหนือจากประวัติอาการของโรคที่ผ่านมา คุณควรแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับยาชนิดต่างๆ […]


การทดสอบทางการแพทย์

ตรวจไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B Test)

ตรวจไวรัสตับอักเสบบี เป็นการตรวจหาสารต่างๆ ในเลือด ที่แสดงให้เห็นว่า การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีกำลังเกิดขึ้นหรือได้เกิดขึ้นในอดีต ข้อมูลพื้นฐาน การ ตรวจไวรัสตับอักเสบบีคืออะไร ตรวจไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B virus Test ; HBV test) เป็นการตรวจหาสารต่างๆ ในเลือด ที่แสดงให้เห็นว่า การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีกำลังเกิดขึ้นหรือได้เกิดขึ้นในอดีตหรือไม่ การทดสอบนี้เป็นการตรวจหาสิ่งบ่งชี้ของการติดเชื้อต่างๆ (markers) ได้แก่ แอนติเจนเป็นสิ่งบ่งชี้ที่เกิดจากแบคทีเรียหรือไวรัส ดังนั้น การเกิดขึ้นของ HBV antigens หมายความว่ามีไวรัสอยู่ในร่างกาย แอนติบอดีเป็นโปรตีนที่ร่างกายสังเคราะห์ขึ้น เพื่อต้านการติดเชื้อ การเกิดขึ้นของ HBV antibodies หมายความว่า คุณได้สัมผัสไวรัสตับอักเสบบีมาในช่วงเวลาหนึ่ง แต่คุณอาจมีการติดเชื้อมาเป็นเวลานานแล้ว และมีอาการดีขึ้นแล้ว หรืออาจมีอาการติดเชื้อที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ สารพันธุกรรม (DNA) ของไวรัสตับอักเสบบีแสดงว่า มีไวรัสอยู่ในร่างกาย จำนวน DNA สามารถช่วยบอกได้ว่า อาการติดเชื้อมีความรุนแรงมากน้อยเพียงใดและการตรวจไวรัสตับอักเสบบีสามารถแพร่กระจายได้ง่ายเพียงใด เป็นสิ่งสำคัญในการระบุประเภทของไวรัสตับอักเสบ ที่ทำให้เกิดอาการติดเชื้อ เพื่อป้องกันการแพร่กระจาย และเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม กลุ่มการทดสอบที่มักใช้ในการทดสอบเบื้องต้น ได้แก่ การตรวจ Hepatitis B surface antigen (HBsAG)    ตรวจจับโปรตีนที่อยู่บนพื้นผิวของไวรัส เพื่อตรวจคัดกรอง ตรวจจับ และช่วยวินิจฉัยอาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเฉียบพลันและเรื้อรัง กล่าวคือเป็นสิ่งบ่งชี้ปกติในระยะแรกสุดของตับอักเสบบีเฉียบพลัน และมักระบุผู้ติดเชื้อก่อนมีอาการ โดยไม่สามารถตรวจจับได้ในเลือดในระหว่างพักฟื้น เป็นวิธีเบื้องต้นในการจำแนกผู้ป่วยติดเชื้อเรื้อรัง […]


การทดสอบทางการแพทย์

ซักประวัติและการตรวจร่างกายสำหรับอาการปวดหลังส่วนล่าง (History And Physical Exam For Low Back Pain)

ข้อมูลพื้นฐานการ ซักประวัติและการตรวจร่างกายสำหรับอาการปวดหลังส่วนล่าง (History And Physical Exam For Low Back Pain) คืออะไร ก่อนที่แพทย์จะสามารถวินิจฉัยอาการของคุณ และกำหนดแผนการรักษา การซักประวัติสุขภาพ และการตรวจร่างกายอย่างครบถ้วน ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากผลการทดสอบเหล่านี้จะช่วยให้แพทย์สามารถทราบว่า อาการปวดหลังและอาการอื่นๆ ของคุณ เกี่ยวข้องกับการกดทับเส้นประสาทหรือไม่ และเส้นประสาทเส้นใดที่ถูกกดทับ ซึ่งแพทย์จะใช้ข้อมูลดังกล่าว เพื่อช่วยกำหนดว่าการรักษาประเภทใดที่มีโอกาสได้ผลมากที่สุด และเป็นประโยชน์ต่อคุณมากที่สุด เหตุผลในการตรวจ การซักประวัติและการตรวจร่างกาย เป็นส่วนแรกในการจัดการอาการเกี่ยวกับหลังส่วนล่าง แพทย์อาจเปลี่ยนหรือข้ามการทดสอบบางประการ เพื่อหลีกเลี่ยงการทำให้หลังบาดเจ็บในอนาคต ข้อควรรู้ก่อนตรวจข้อควรรู้ก่อนการ ซักประวัติและการตรวจร่างกายสำหรับอาการปวดหลังส่วนล่าง อาการปวดเกี่ยวข้องกับสาเหตุทั้งทางร่างกายและอารมณ์ ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณมีความเครียด กล้ามเนื้อตึงหรือกล้ามเนื้อเกร็งสามารถเกิดขึ้นที่หลังได้ ซึ่งทำให้เกิดอาการปวดหรือมีอาการแย่ลง หากคุณหรือแพทย์ที่ทำการรักษารู้สึกว่า อาการปวดเกิดจากหรือมีอาการแย่ลงจากความเครียด ความโกรธ หรืออารมณ์ที่ยุ่งยากอื่นๆ ให้วางแผนเข้ารับการรักษาเฉพาะทาง การบำบัดด้วยการปรับความคิดและพฤติกรรม (Cognitive-behavioral therapy) และการสร้างความสมดุลของร่างกาย (biofeedback) เป็นการรักษาสองประเภทที่เป็นเครื่องมือในการจัดการอาการปวด ขั้นตอนการตรวจการเตรียมตัวเพื่อการ ซักประวัติและการตรวจร่างกายสำหรับอาการปวดหลังส่วนล่าง คุณควรเตรียมข้อมูลที่สมบูรณ์และละเอียดจากการวินิจฉัยและการรักษาที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าโรคหนึ่งหายขาดแล้ว หรือดูไม่สำคัญสำหรับคุณ แต่การรู้เกี่ยวกับอาการดังกล่าว อาจช่วยให้แพทย์วินิจฉัยอาการปวดหลังส่วนล่างได้ นอกจากนี้ การรู้เกี่ยวกับอาการทางสุขภาพในอดีตและปัจจุบันทั้งหมดของคุณ จะช่วยให้แพทย์หาวิธีที่ดีที่สุดในการดูแลสุขภาพของคุณ ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของประวัติสุขภาพของคุณ คุณควรแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับยาชนิดต่างๆ ที่คุณใช้อยู่ เป็นการดีที่สุดที่จะนำรายการชื่อยาและขนาดยาล่าสุดของยาทั้งหมดที่ใช้อยู่มาด้วย ขั้นตอนการซักประวัติและการตรวจร่างกายสำหรับอาการปวดหลังส่วนล่าง ประการแรก คุณจะได้รับการซักประวัติสุขภาพของคุณ เกี่ยวกับอาการอย่างครบถ้วน […]


การทดสอบทางการแพทย์

ตรวจวินิจฉัยดวงตาโดยการฉีดสี (Eye Angiogram)

ตรวจวินิจฉัยดวงตาโดยการฉีดสี (Eye Angiogram) เป็นหัตถการเพื่อตรวจวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับดวงตา โดยการฉีดสีฟลูออเรสเซนต์เข้าไปในกระแสเลือด เพื่อให้สามารถถ่ายภาพติดได้   ข้อมูลพื้นฐานตรวจวินิจฉัยดวงตาโดยการฉีดสี (Eye angiogram) คืออะไร การตรวจวินิจฉัยดวงตาโดยการฉีดสี (Fluorescein angiogram) เป็นหัตถการเพื่อตรวจวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับดวงตา โดยการฉีดสีฟลูออเรสเซนต์เข้าไปในกระแสเลือด สีฟลูออเรสเซนต์จะทำให้เกิดสีที่หลอดเลือดบริเวณด้านหลังดวงตาเพื่อให้สามารถถ่ายภาพติดได้ การทดสอบนี้มักใช้เพื่อจัดการอาการผิดปกติเกี่ยวกับดวงตา โดยแพทย์อาจสั่งให้มีการทดสอบเพื่อยืนยันการวินิจฉัย เพื่อกำหนดวิธีการรักษาที่เหมาะสม หรือเพื่อเฝ้าระวังอาการเกี่ยวกับหลอดเลือดบริเวณด้านหลังดวงตา ความจำเป็นใน การตรวจวินิจฉัยดวงตาโดยการฉีดสี การทดสอบดำเนินการเพื่อดูว่า มีกระแสเลือดที่เหมาะสม ในหลอดเลือดด้านหลังดวงตาทั้งสองชั้นหรือไม่ (The retina and choroid) และการทดสอบนี้ยังสามารถใช้เพื่อวินิจฉัยปัญหาในดวงตา เพื่อดูว่าการรักษาดวงตาบางประเภทได้ผลดีหรือไม่ ข้อควรรู้ก่อนการตรวจข้อควรรู้ก่อนตรวจจอประสาทตา แพทย์ส่วนใหญ่ไม่สนับสนุนให้ใช้ การตรวจวินิจฉัยดวงตาโดยการฉีดสี นี้กับหญิงตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนแรก เนื่องจากสีสามารถส่งต่อไปยังลูกผ่านทางน้ำนมได้ จึงไม่ปลอดภัยที่จะให้นมบุตรเป็นเวลา 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังการทดสอบนี้ และควรใช้อุปกรณ์ปั๊มนมให้เกลี้ยงเต้า และทิ้งนมที่ปั๊มออกมาจนกว่าจะปลอดภัย แล้วจึงเริ่มให้นมบุตรอีกครั้ง หรืออาจต้องปั๊มและเก็บน้ำนมเป็นเวลาหลายวัน ก่อนการทดสอบ หรือใช้นมผงในระหว่างช่วงเวลานี้ สีที่ฉีดเข้าไปจะถูกกรองผ่านไตและขับออกจากร่างกาย ผ่านทางปัสสาวะภายในเวลาประมาณ 48 ชั่วโมง โดยปัสสาวะอาจมีสีเหลืองหรือสีส้มสว่าง และสีที่เรียกว่า Indocyanine green พบว่าให้ผลดีกว่าในการตรวจหาอาการผิดปกติเกี่ยวกับดวงตาบางประเภท และอาจใช้แทนสารฟลูออเรสซีน เพื่อให้แพทย์สามารถดูได้ว่าหลอดเลือดใต้เรตินารั่วหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ผลการทดสอบ การตรวจวินิจฉัยดวงตาโดยการฉีดสี […]

ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา
ad iconโฆษณา

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ของเรา

ทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ของ Hello คุณหมอ ประกอบไปด้วยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มาร่วมสร้างสรรค์บทความในเว็บไซต์ของเราตามความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญของเราจะช่วยรับรองว่าข้อมูลด้านสุขภาพของเราถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงตามหลักฐานจากงานวิจัยล่าสุด
ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นเต็มที่ในการช่วยให้คุณได้รับข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และเป็นประโยชน์ และพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพกับคุณเสมอ เพื่อให้คุณได้รับทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ดูผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
สำรวจ
เครื่องมือตรวจเช็กสุขภาพ
ชุมชน