home

เราจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

close
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลเท็จหรือไม่ถูกต้องแม่นยำ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ถูกต้อง

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
บทความนี้อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ
chevron

โปรดแจ้งให้ทราบหากข้อมูลไม่ครบถ้วน

wanring-icon
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดนี้หากคุณไม่สะดวกใจ โปรดส่งความคิดเห็นของคุณที่ด้านล่างนี้เพื่อรับชมเว็บไซต์ต่อ
chevron
ฉันมีข้อสงสัย
chevron

แม้ว่าเราอาจไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรค แต่เราก็พร้อมรับฟังความคิดเห็นของท่าน โปรดแสดงความคิดเห็นในกล่องข้อความด้านล่าง

wanring-icon
หากคุณเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โปรดแจ้งสายด่วน 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้พื้นที่ของคุณในทันที

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

แพทย์เตือน! แคะหูบ่อย ระวัง เสี่ยงเป็น โรคเชื้อราในช่องหู

แพทย์เตือน! แคะหูบ่อย ระวัง เสี่ยงเป็น โรคเชื้อราในช่องหู

ใครที่ชอบแคะหูอยู่บ่อย ๆ โดยเฉพาะหลังการอาบน้ำ ที่จะต้องนำคัตตอนบัดหรือสำลีมาปั่นหูเป็นประจำ พฤติกรรมเหล่านี้อาจทำให้เกิดอาการขี้อุดตัน หูอื้อ แก้วหูทะลุ รวมถึงเสี่ยงต่อ “โรคเชื้อราในช่องหู” อีกด้วย วันนี้ Hello คุณหมอ จะพาไปรู้จักกับโรคเชื้อราในช่องหูให้ละเอียดมากขึ้นกันค่ะ

โรคเชื้อราในช่องหู (Otomycosis) คืออะไร?

โรคเชื้อราในช่องหู (Otomycosis) หมายถึง หูชั้นนอกมีการติดเชื้อรา ทำให้หูเกิดการอักเสบ และมีกลิ่นเหม็นภายในช่องหู โดยโรคเชื้อราในช่องหูนั้นมักพบในคนที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคที่มีอากาศอบอุ่นหรือร้อนชื้น และผู้ที่เล่นกีฬาว่ายน้ำ รวมถึงผู้ที่มีอาการป่วยเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคผิวหนัง เป็นต้น อย่างไรก็ตามโรคเชื้อราในช่องหูนั้นไม่ใช่โรคอันตราย ร้ายแรง สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการใช้ยาต้านเชื้อ

โรคเชื้อราในช่องหูเกิดขึ้นได้อย่างไร

โรคเชื้อราในช่องหูเกิดจากเชื้อราเกือบ 60 สายพันธุ์ที่แตกต่างกัน พบได้บ่อยที่สุดคือเชื้อราสายพันธุ์แอสเปอร์จิลลัส (Aspergillus) และแคนดิดา (Candida) นอกจากนี้แบคทีเรียบางชนิดสามารถรวมกับเชื้อราและทำให้เกิดการติดเชื้อมากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะในบุคคลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อราในช่องหู ดังนี้

  • ผู้อาศัยอยู่ในพื้นที่อากาศร้อนชื้น มีแนวโน้มในการเกิดเชื้อราในช่องหูมากกว่าผู้ที่อาศัยอยู่ในภูมิอากาศอื่นๆ เนื่องจากเชื้อราสามารถเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่อากาศร้อนชื้นนั่นเอง
  • นักกีฬาว่ายน้ำ มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อราในช่องหูได้มากกว่าคนปกติทั่วไป หากว่ายน้ำในแหล่งน้ำที่ไม่สะอาด
  • ภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ รวมถึงผู้ที่มีปัญหาผิวเรื้อรัง ย่อมมีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อดังกล่าวนี้

หูอื้อ เรียกไม่ค่อยได้ยิน สัญญาณเตือนของอาการโรคเชื้อราในช่องหู

อาการหูอื้อนั้น เป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนของโรคเชื้อราในช่องหู อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นในหูข้างใดข้างหนึ่ง แต่ในบางกรณีอาจพบในหูสองข้างพร้อมๆกันได้ และพบว่ามีอาการอื่นๆ ร่วมด้วยดังนี้

  • ความสามารถในการได้ยินลดลง
  • หูชั้นนอกเกิดการอักเสบ
  • มีของเหลวไหลออกมาจากหูเป็นสีขาว สีเหลือง สีเทา สีดำ หรือสีเขียว
  • หูมีอาการบวมแดง
  • รู้สึกเจ็บปวดบริเวณหูชั้นนอก

วิธีรักษาและการป้องกัน

โรคเชื้อราในช่องหูมีวิธีการรักษาด้วยกันหลายวิธี โดยแพทย์จะทำความสะอาดในรูหูอย่างละเอียด เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกตกค้างภายในรูหูออกมา และใช้ยาหยอดหูเพื่อต้านเชื้อราในช่องหู เช่น ยาโคลไตรมาโซล (Clotrimazole) ยาฟลูโคนาโซล (Fluconazole) หรือยาที่มีส่วนผสมของกรดแอซีติก (Acetic acid) โดยมีวิธีในการป้องกันการเกิดเชื้อราในช่องหูดังต่อไปนี้

  • ใช้ที่อุดหูขณะว่ายน้ำเพื่อป้องกันน้ำเข้าหู
  • หลีกเลี่ยงการ เกา หรือ แคะ บริเวณด้านนอกและในรูหู
  • ปล่อยให้หูแห้งเอง หลังอาบน้ำหรือหลังว่ายน้ำ
  • หลีกเลี่ยงการใช้สำลีในการทำความสะอาดรูหู
  • หลีกเลี่ยงการแคะ แกะ เกา บริเวณหูและรูหู

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Otomycosis: What You Need to Know. https://www.healthline.com/health/otomycosis. Accessed 30 March 2020..

What to know about otomycosis. https://www.medicalnewstoday.com/articles/321910. Accessed 30 March 2020.

Otomycosis. https://www.aspergillus.org.uk/content/otomycosis. Accessed 30 March 2020.

รูปของผู้เขียน
เขียนโดย จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์ เมื่อ 31/03/2020
ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
x