home

โรคกระดูกแบบอื่น

ในช่วงวัยเด็กและวัยรุ่น ร่างกายจะสร้างมวลกระดูกใหม่ได้เร็วกว่าสลายมวลกระดูกเก่า แต่หลังจากอายุเลย 20 ปี ร่างกายจะสูญเสียมวลกระดูกได้เร็วกว่าสร้างใหม่ ยิ่งหากคุณเป็นโรคเกี่ยวกับกระดูก เช่น ข้ออักเสบ เนื้องอกกระดูก กระดูกติดเชื้อ ก็ยิ่งส่งผลเสียต่อกระดูกได้มากขึ้น แต่นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ยังมี โรคกระดูกแบบอื่น อีกหลายโรค ซึ่งเรานำข้อมูลมาฝากคุณแล้ว

เรื่องเด่นประจำหมวด

โรคกระดูกแบบอื่น

อุบัติเหตุจากการเล่นกีฬาสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะในนักกีฬา ยิ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจเสี่ยงเป็น โรคเข่าปูด โดยไม่รู้ตัว บทความนี้ Hello คุณหมอ จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับโรคเข่าปูดให้มากขึ้น จะมีสาเหตุ อาการ และวิธีการป้องกันอย่างไร ติดตามอ่านได้ในบทความนี้เลยค่ะ ทำความรู้จักโรคเข่าปูด (Osgood-Schlatter’s Disease) โรคเข่าปูด (Osgood-Schlatter’s Disease) เป็นภาวะที่ทำให้ใต้หัวเข่ามีอาการปวด บวม ซึ่งเกิดจากแรงดึงของเส้นเอ็นกระดูกที่ยึดติดกับสะบ้าหัวเข่าและด้านบนของกระดูกหน้าแข้ง ส่งผลให้กระดูกหน้าแข้งอักเสบ  อย่างไรก็ตาม เข่าปูด มักพบในเด็กผู้ชาย ที่มีอายุระหว่าง 10-15 ปี ที่ชื่นชอบการเล่นกีฬา โดยเฉพาะกีฬาที่ต้องวิ่งและกระโดดเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว เช่น กีฬาวิ่ง ฟุตบอล บาสเก็ตบอล บัลเลต์ เป็นต้น  โรคเข่าปูด มีสาเหตุและอาการอย่างไรบ้าง? เข่าปูด มักเกิดขึ้นขณะเล่นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการวิ่ง การกระโดด การงอ เป็นต้น ขณะที่เรากำลังวิ่ง กล้ามเนื้อขาจะหดตัว ส่งผลให้เอ็นตรงที่ยึดติดกับลูกสะบ้าหัวเข่าตึงรั้งกระดูกใต้เข่า ทำให้กระดูกบริเวณนั้นเกิดการแตกร้าวขึ้น รวมถึงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ อายุ เพศชายอายุระหว่าง 12-14 ปี เพศหญิงอายุ 10-13 ปี เพศ พบได้บ่อยในเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิง  กีฬา ภาวะนี้มักเกิดขึ้นกับกีฬาที่เกี่ยวข้องกับการวิ่ง […]

หัวข้อ โรคกระดูกแบบอื่น เพิ่มเติม

โรคกระดูกแบบอื่น

หลายท่านอาจเคยประสบกับปัญหาการ ปวดสะโพก กันมาบ้าง ซึ่งอาการดังกล่าวมักเกิดจากการทำกิจกรรมที่ต้องมีการใช้งานช่วงข้อต่อและกล้ามเนื้อสะโพกมากเป็นพิเศษ จึงส่งผลให้เกิดอาการปวดสะโพกตามมาได้ แต่ อาการปวดสะโพก ยังสามารถเกิดจากสาเหตุอื่นได้อีกหรือไม่ แล้วอาการปวดสะโพกนั้นเป็นอันตรายหรือเปล่า เราไปหาคำตอบไปพร้อมๆกันได้ที่บทความนี้เลยค่ะ จาก Hello คุณหมอ ทำไมถึงมีอาการ ปวดสะโพก อาการปวดสะโพก เป็นปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยเฉพาะหากมีการทำกิจกรรมหรือการใช้งานบริเวณสะโพกหรือช่วงขา อาจก่อให้เกิดความเมื่อยล้า เกิดอาการตึง หรืออักเสบที่บริเวณกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และข้อต่อสะโพก ซึ่งจะทำให้รู้สึปวดสะโพกได้ อย่างไรก็ตาม อาการปวดสะโพก ยังสามารถเกิดจากอาการทางสุขภาพต่างๆ ด้วยเช่นกัน ได้แก่ โรคที่เกี่ยวกับไขข้อหรือโรคข้ออักเสบชนิดต่างๆ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุมักจะพบโรคดังกล่าวได้ง่าย อาการเกี่ยวกับไขข้อจะส่งผลให้เกิดการอักเสบที่บริเวณข้อต่อและกระดูกอ่อนของสะโพก จึงทำให้รู้สึกเจ็บปวดที่สะโพก กระดูกสะโพกหัก เมื่ออายุมากขึ้นกระดูกก็จะเริ่มอ่อนแอลง ทำให้มีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะกระดูกเปราะ แตก หรือหักได้ ซึ่งหากเกิดอาการกระดูกสะโพกแตกหรือร้าว ก็จะมีผลทำให้รู้สึกปวดสะโพก อาการบวมอักเสบของข้อต่อ บริเวณข้อต่อของคนเราจะมีถุงเบอร์ซา (bursa) เล็กๆ ทำหน้าที่ในการหล่อลื่นและลดแรงเสียดทานของเนื้อเยื่อบริเวณข้อต่อ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ถุงเบอร์ซานี้เกิดการอักเสบขึ้น ก็จะมีผลทำให้เกิด อาการปวดสะโพก เอ็นอักเสบ เส้นเอ็นเป็นแถบเนื้อเยื่อที่มีความหนา ทำหน้าที่สำคัญในการยึดกระดูกกับกล้ามเนื้อไว้ด้วยกัน แต่เมื่อเส้นเอ็นเกิดอาการตึงหรืออักเสบ ก็จะสร้างความเจ็บปวดที่บริเวณนั้นๆ ได้ อาการตึงของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น กิจกรรมบางอย่างอาจมีการใช้งานหรือเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อกับเส้นเอ็นที่รองรับสะโพกมากจนก่อให้เกิดอาการตึงที่บริเวณเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ ซึ่งถ้าหากเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อตึงมากจนเกิดเป็นอาการอักเสบ ก็จะมีผลทำให้เกิดอาการปวดที่สะโพกได้ อาการสะโพกฉีก  การฉีกขาดของกระดูกอ่อนที่มีลักษณะเป็นวง หรือที่เรียกว่า ลาบรัม (labrum) […]

โรคกระดูกแบบอื่น

กระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อม หรือ กระดูกคอเสื่อม เป็นโรคที่พบได้ทั่วไปเมื่ออายุมากขึ้น เกิดจากการเสื่อมสภาพของกระดูกอ่อนและกระดูกสันหลังบริเวณคอ และอาการอาจรุนแรงมากขึ้นจากปัจจัยอื่นๆ ได้ คำจำกัดความ กระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อม หรือ กระดูกคอเสื่อม คืออะไร กระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อม (Cervical spondylosis) หรือ กระดูกคอเสื่อม (Cervical osteoarthritis) หรือ กระดูกคออักเสบ (Neck arthritis) เป็นโรคที่พบได้ทั่วไปเมื่ออายุมากขึ้น เกิดจากการเสื่อมสภาพของกระดูกอ่อนและกระดูกสันหลังบริเวณคอ แม้จะเป็นเรื่องปกติที่พบในผู้สูงอายุ แต่อาการอาจรุนแรงมากขึ้นจากปัจจัยอื่นๆ ได้เช่นกัน ในผู้ป่วยบางราย อาจมีอาการปวดและเกร็งรุนแรงและเรื้อรัง อย่างไรก็ดี คนจำนวนมากที่มีกระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อม ยังคงสามารถทำกิจกรรมประจำวันได้ตามปกติ กระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อม หรือกระดูกคอเสื่อมพบได้บ่อยแค่ไหน กระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อมหรือกระดูกคอเสื่อมพบได้ในผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี จำนวนมากกว่าร้อยละ 85 ขณะที่ผู้ป่วยบางรายที่เป็นโรคนี้ไม่เคยมีอาการ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดปรึกษาแพทย์ อาการ อาการกระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อมหรือกระดูกคอเสื่อม ผู้ป่วยกระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อม หรือ กระดูกคอเสื่อมเกือบทั้งหมดไม่มีอาการที่ชัดเจน แต่หากมีอาการ อาจมีอาการตั้งแต่ขั้นไม่รุนแรงไปจนถึงอาการขั้นรุนแรงที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยทันที อาการที่พบได้บ่อยประการหนึ่งคือ อาการปวดกระดูกสะบัก ผู้ป่วยมักมีอาการปวดตามแขนและนิ้วมือ โดยอาจมีอาการปวดมากขึ้นเมื่อ ยืน นั่ง จาม ไอ เอนคอไปด้านหลัง อาการที่พบได้มากอีกประการหนึ่งคือ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ทำให้ยกแขนหรือหยิบจับสิ่งของแน่นๆ ได้ยาก สิ่งบ่งชี้อื่นๆ ที่พบได้ทั่วไป ได้แก่ อาการคอแข็งที่มีอาการแย่ลงเรื่อยๆ ปวดศีรษะ โดยเฉพาะบริเวณศีรษะส่วนหลัง อาการปวดแปล๊บ หรืออาการชาบริเวณไหล่ แขน และขา สำหรับผู้ป่วยบางราย อาจจะมีอาการอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น หากมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์ ควรไปพบหมอเมื่อใด หากคุณมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการใดๆ ตามที่ระบุข้างต้น หรือมีข้อคำถามใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์ […]

โรคกระดูกแบบอื่น

อาการปวดหลังของคุณเกิดได้จากหลายสาเหตุ และนอกจากปัญหาของกล้ามเนื้อและกระดูกแล้ว อาการปวดของคุณอาจเกิดจาก เส้นประสาทถูกกดทับ หรือการกดทับเส้นประสาทไซอาติก (Sciatica) ที่อยู่บริเวณตั้งแต่กระดูกสันหลังส่วนล่างลงมาตามด้านหลังขา เนื่องจากเส้นประสาทไซอาติกได้รับการกระทบกระเทือน หรือถูกกดทับจากปัญหาบางประการของหลังส่วนล่าง Hello คุณหมอ มีข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับอาการปวดหลังจาก เส้นประสาทถูกกดทับ มาฝากทุกท่านดังนี้ อาการปวดหลังจากเส้นประสาทเป็นอย่างไร เมื่อรากประสาทส่วนใดส่วนหนึ่งที่หลังส่วนล่าง ได้รับการกระทบกระเทือน อาการปวดจะเกิดขึ้น และแพร่จากรากประสาทที่เส้นประสาทไซอาติกไปจนถึงก้น และบางครั้งลามไปถึงด้านหลังของต้นขาและเท้า หรือนิ้วเท้า อาการปวดจากการกดทับเส้นประสาทแบบไซอาติก มักแสดงอาการใดอาการหนึ่งหรือมากกว่า ดังนี้ อาการปวดเรื้อรังด้านใดด้านหนึ่งของก้นหรือต้นขา อาจลามลงไปที่ขาสู่เท้าและนิ้วเท้า (มักไม่เกิดที่ขาทั้งสองข้าง) อาการปวดขา อาจเกิดอาการที่เรียกว่า ปวดแสบร้อน เสียวซ่า อาการชา อ่อนแรงหรือเคลื่อนไหวขา เท้าและ/หรือ นิ้วเท้าลำบาก อาการปวดรุนแรงขึ้นเมื่อนั่ง ทำให้ไม่สามารถนั่งได้นาน เจ็บปวดรุนแรง ยืนหรือเดินลำบาก อาการปวดเพิ่มมากขึ้น จากการไอหรือจาม อาการปวดจากการกดทับเส้นประสาทแบบไซอาติก อาจเกิดขึ้นเฉียบพลัน แต่ไม่เรื้อรังไปจนถึงอาการเรื้อรัง ที่อาจจะทำให้ทุพพลภาพได้ ปัญหาเกี่ยวกับหลังส่วนล่างที่ทำให้เส้นประสาทถูกกดทับ โดยทั่วไป สาเหตุของอาการปวดจากการกดทับเส้นประสาทแบบไซอาติกในวัยผู้ใหญ่ มาจากหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาท หมอนรองกระดูกเสื่อม หรือกระดูกสันหลังเลื่อน ในผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 60 ปี สาเหตุหลักของอาการคือการเสื่อมจากโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ (lumbar spinal stenosis) หรือกระดูกสันหลังเคลื่อนและเสื่อม การรับรู้สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดจากการกดทับเส้นประสาทแบบไซอาติก เป็นสิ่งสำคัญเพื่อทำให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสม อาการที่คล้ายกับอาการปวดจากเส้นประสาทถูกกดทับ คนจำนวนมากนึกถึงอาการปวดขาประเภทต่างๆ ที่มีสาเหตุมาจากอาการปวดจากการกดทับเส้นประสาทแบบไซอาติก แต่อาการปวดขามีสาเหตุมากมายที่ไม่ถูกจัดว่า เป็นอาการปวดจากการกดทับเส้นประสาทแบบไซอาติก และจำเป็นต้องรับการรักษาที่ต่างกันไป สาเหตุของอาการปวด มีดังนี้ ปัญหาข้อต่อในกระดูกสันหลัง เช่น […]

โรคกระดูกแบบอื่น

อาการปวดเข่ามักไม่จำเป็นต้องผ่าตัด และอาการสามารถดีขึ้นได้ ด้วยการทำกิจกรรรมทางกาย หรือการออกกำลังกายที่เหมาะสม อย่างไรก็ดี การออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว อาจไม่ได้ทำให้หัวเข่าของคุณมีสุขภาพดีเสมอไป และนี่คือ วิธี บรรเทาอาการปวดเข่า ที่นักกายภาพบำบัดแนะนำว่าได้ผลจริง วิธี บรรเทาอาการปวดเข่า ฉบับนักกายภาพบำบัด 1. ห้ามพักผ่อนมากเกินไป คุณอาจรู้สึกว่าอาการปวดเข่าของคุณดีขึ้น เมื่อได้นอนพักผ่อน ไม่ต้องขยับร่างกายหรือทำกิจกรรมใดๆ เลย แต่ความจริงแล้ว การพักผ่อนมากเกินไป อาจทำให้กล้ามเนื้อของคุณอ่อนแอลงได้ เมื่อกล้ามเนื้ออ่อนแรงจะทำให้มีแรงกดทับที่หัวเข่ามากขึ้น จนอาการปวดรุนแรงขึ้นได้ หากอยากบรรเทาอาการปวดเข่า แทนที่จะเอาแต่นอนพัก คุณควรออกกำลังกายในรูปแบบที่เหมาะสมเป็นประจำ หากไม่มั่นใจว่า การออกกำลังกายประเภทใดที่เหมาะสมสำหรับหัวเข่าของคุณ ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด 2. เลือกออกกำลังกายให้เหมาะสม ตามที่กล่าวไว้ การออกกำลังกายที่เหมาะสำหรับบรรเทาอาการปวดเข่า ได้แก่ การออกกำลังเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรง การออกกำลังกายเพื่อสร้างความยืดหยุ่น การออกกำลังกายแบบแรงกระแทกต่ำ เช่น การเดิน การว่ายน้ำ ที่จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและกระดูก ช่วยให้หัวเข่ายืดหยุ่นได้ดี สามารถเคลื่อนไหวได้นานขึ้น การออกกำลังกายเป็นประจำ นอกจากจะช่วยบรรเทาอาการปวดเข่าได้แล้ว ยังช่วยป้องกันการบาดเจ็บ และอาการผิดปกติอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับหัวเข่า ขา และเท้า ได้อีกด้วย อย่างไรก็ดี หากคุณปวดเข่าควรงดออกกำลังกายด้วยการวิ่ง เพราะอาจทำให้เกิดแรงกดทับและแรงกระแทกที่หัวเข่ามากขึ้น 3. เลือกรองเท้าให้เหมาะสม รองเท้าที่ดี จะช่วยรองรับแรงกระแทก และป้องกันอาการบาดเจ็บระหว่างทำกิจกรรมต่างๆ ได้ โดยเฉพาะการเล่นกีฬา […]