home

โรคกระดูกแบบอื่น

ในช่วงวัยเด็กและวัยรุ่น ร่างกายจะสร้างมวลกระดูกใหม่ได้เร็วกว่าสลายมวลกระดูกเก่า แต่หลังจากอายุเลย 20 ปี ร่างกายจะสูญเสียมวลกระดูกได้เร็วกว่าสร้างใหม่ ยิ่งหากคุณเป็นโรคเกี่ยวกับกระดูก เช่น ข้ออักเสบ เนื้องอกกระดูก กระดูกติดเชื้อ ก็ยิ่งส่งผลเสียต่อกระดูกได้มากขึ้น แต่นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ยังมี โรคกระดูกแบบอื่น อีกหลายโรค ซึ่งเรานำข้อมูลมาฝากคุณแล้ว

ความรู้ทั่วไป

บทความ โรคกระดูกแบบอื่น

โรคกระดูกแบบอื่น

หลายท่านอาจเคยประสบกับปัญหาการ ปวดสะโพก กันมาบ้าง ซึ่งอาการดังกล่าวมักเกิดจากการทำกิจกรรมที่ต้องมีการใช้งานช่วงข้อต่อและกล้ามเนื้อสะโพกมากเป็นพิเศษ จึงส่งผลให้เกิดอาการปวดสะโพกตามมาได้ แต่ อาการปวดสะโพก ยังสามารถเกิดจากสาเหตุอื่นได้อีกหรือไม่ แล้วอาการปวดสะโพกนั้นเป็นอันตรายหรือเปล่า เราไปหาคำตอบไปพร้อมๆกันได้ที่บทความนี้เลยค่ะ จาก Hello คุณหมอ ทำไมถึงมีอาการ ปวดสะโพก อาการปวดสะโพก เป็นปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยเฉพาะหากมีการทำกิจกรรมหรือการใช้งานบริเวณสะโพกหรือช่วงขา อาจก่อให้เกิดความเมื่อยล้า เกิดอาการตึง หรืออักเสบที่บริเวณกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และข้อต่อสะโพก ซึ่งจะทำให้รู้สึปวดสะโพกได้ อย่างไรก็ตาม อาการปวดสะโพก ยังสามารถเกิดจากอาการทางสุขภาพต่างๆ ด้วยเช่นกัน ได้แก่ โรคที่เกี่ยวกับไขข้อหรือโรคข้ออักเสบชนิดต่างๆ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุมักจะพบโรคดังกล่าวได้ง่าย อาการเกี่ยวกับไขข้อจะส่งผลให้เกิดการอักเสบที่บริเวณข้อต่อและกระดูกอ่อนของสะโพก จึงทำให้รู้สึกเจ็บปวดที่สะโพก กระดูกสะโพกหัก เมื่ออายุมากขึ้นกระดูกก็จะเริ่มอ่อนแอลง ทำให้มีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะกระดูกเปราะ แตก หรือหักได้ ซึ่งหากเกิดอาการกระดูกสะโพกแตกหรือร้าว ก็จะมีผลทำให้รู้สึกปวดสะโพก อาการบวมอักเสบของข้อต่อ บริเวณข้อต่อของคนเราจะมีถุงเบอร์ซา (bursa) เล็กๆ ทำหน้าที่ในการหล่อลื่นและลดแรงเสียดทานของเนื้อเยื่อบริเวณข้อต่อ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ถุงเบอร์ซานี้เกิดการอักเสบขึ้น ก็จะมีผลทำให้เกิด อาการปวดสะโพก เอ็นอักเสบ เส้นเอ็นเป็นแถบเนื้อเยื่อที่มีความหนา ทำหน้าที่สำคัญในการยึดกระดูกกับกล้ามเนื้อไว้ด้วยกัน แต่เมื่อเส้นเอ็นเกิดอาการตึงหรืออักเสบ ก็จะสร้างความเจ็บปวดที่บริเวณนั้นๆ ได้ อาการตึงของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น กิจกรรมบางอย่างอาจมีการใช้งานหรือเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อกับเส้นเอ็นที่รองรับสะโพกมากจนก่อให้เกิดอาการตึงที่บริเวณเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ ซึ่งถ้าหากเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อตึงมากจนเกิดเป็นอาการอักเสบ […]

โรคกระดูกแบบอื่น

กระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อม หรือ กระดูกคอเสื่อม เป็นโรคที่พบได้ทั่วไปเมื่ออายุมากขึ้น เกิดจากการเสื่อมสภาพของกระดูกอ่อนและกระดูกสันหลังบริเวณคอ และอาการอาจรุนแรงมากขึ้นจากปัจจัยอื่นๆ ได้ คำจำกัดความ กระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อม หรือ กระดูกคอเสื่อม คืออะไร กระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อม (Cervical spondylosis) หรือ กระดูกคอเสื่อม (Cervical osteoarthritis) หรือ กระดูกคออักเสบ (Neck arthritis) เป็นโรคที่พบได้ทั่วไปเมื่ออายุมากขึ้น เกิดจากการเสื่อมสภาพของกระดูกอ่อนและกระดูกสันหลังบริเวณคอ แม้จะเป็นเรื่องปกติที่พบในผู้สูงอายุ แต่อาการอาจรุนแรงมากขึ้นจากปัจจัยอื่นๆ ได้เช่นกัน ในผู้ป่วยบางราย อาจมีอาการปวดและเกร็งรุนแรงและเรื้อรัง อย่างไรก็ดี คนจำนวนมากที่มีกระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อม ยังคงสามารถทำกิจกรรมประจำวันได้ตามปกติ กระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อม หรือกระดูกคอเสื่อมพบได้บ่อยแค่ไหน กระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อมหรือกระดูกคอเสื่อมพบได้ในผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี จำนวนมากกว่าร้อยละ 85 ขณะที่ผู้ป่วยบางรายที่เป็นโรคนี้ไม่เคยมีอาการ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดปรึกษาแพทย์ อาการ อาการกระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อมหรือกระดูกคอเสื่อม ผู้ป่วยกระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อม หรือ กระดูกคอเสื่อมเกือบทั้งหมดไม่มีอาการที่ชัดเจน แต่หากมีอาการ อาจมีอาการตั้งแต่ขั้นไม่รุนแรงไปจนถึงอาการขั้นรุนแรงที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยทันที อาการที่พบได้บ่อยประการหนึ่งคือ อาการปวดกระดูกสะบัก ผู้ป่วยมักมีอาการปวดตามแขนและนิ้วมือ โดยอาจมีอาการปวดมากขึ้นเมื่อ ยืน นั่ง จาม ไอ เอนคอไปด้านหลัง อาการที่พบได้มากอีกประการหนึ่งคือ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ทำให้ยกแขนหรือหยิบจับสิ่งของแน่นๆ ได้ยาก สิ่งบ่งชี้อื่นๆ ที่พบได้ทั่วไป ได้แก่ อาการคอแข็งที่มีอาการแย่ลงเรื่อยๆ ปวดศีรษะ โดยเฉพาะบริเวณศีรษะส่วนหลัง อาการปวดแปล๊บ หรืออาการชาบริเวณไหล่ […]

โรคกระดูกแบบอื่น

อาการปวดหลังของคุณเกิดได้จากหลายสาเหตุ และนอกจากปัญหาของกล้ามเนื้อและกระดูกแล้ว อาการปวดของคุณอาจเกิดจาก เส้นประสาทถูกกดทับ หรือการกดทับเส้นประสาทไซอาติก (Sciatica) ที่อยู่บริเวณตั้งแต่กระดูกสันหลังส่วนล่างลงมาตามด้านหลังขา เนื่องจากเส้นประสาทไซอาติกได้รับการกระทบกระเทือน หรือถูกกดทับจากปัญหาบางประการของหลังส่วนล่าง Hello คุณหมอ มีข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับอาการปวดหลังจาก เส้นประสาทถูกกดทับ มาฝากทุกท่านดังนี้ อาการปวดหลังจากเส้นประสาทเป็นอย่างไร เมื่อรากประสาทส่วนใดส่วนหนึ่งที่หลังส่วนล่าง ได้รับการกระทบกระเทือน อาการปวดจะเกิดขึ้น และแพร่จากรากประสาทที่เส้นประสาทไซอาติกไปจนถึงก้น และบางครั้งลามไปถึงด้านหลังของต้นขาและเท้า หรือนิ้วเท้า อาการปวดจากการกดทับเส้นประสาทแบบไซอาติก มักแสดงอาการใดอาการหนึ่งหรือมากกว่า ดังนี้ อาการปวดเรื้อรังด้านใดด้านหนึ่งของก้นหรือต้นขา อาจลามลงไปที่ขาสู่เท้าและนิ้วเท้า (มักไม่เกิดที่ขาทั้งสองข้าง) อาการปวดขา อาจเกิดอาการที่เรียกว่า ปวดแสบร้อน เสียวซ่า อาการชา อ่อนแรงหรือเคลื่อนไหวขา เท้าและ/หรือ นิ้วเท้าลำบาก อาการปวดรุนแรงขึ้นเมื่อนั่ง ทำให้ไม่สามารถนั่งได้นาน เจ็บปวดรุนแรง ยืนหรือเดินลำบาก อาการปวดเพิ่มมากขึ้น จากการไอหรือจาม อาการปวดจากการกดทับเส้นประสาทแบบไซอาติก อาจเกิดขึ้นเฉียบพลัน แต่ไม่เรื้อรังไปจนถึงอาการเรื้อรัง ที่อาจจะทำให้ทุพพลภาพได้ ปัญหาเกี่ยวกับหลังส่วนล่างที่ทำให้เส้นประสาทถูกกดทับ โดยทั่วไป สาเหตุของอาการปวดจากการกดทับเส้นประสาทแบบไซอาติกในวัยผู้ใหญ่ มาจากหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาท หมอนรองกระดูกเสื่อม หรือกระดูกสันหลังเลื่อน ในผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 60 ปี สาเหตุหลักของอาการคือการเสื่อมจากโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ (lumbar spinal stenosis) หรือกระดูกสันหลังเคลื่อนและเสื่อม การรับรู้สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดจากการกดทับเส้นประสาทแบบไซอาติก เป็นสิ่งสำคัญเพื่อทำให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสม อาการที่คล้ายกับอาการปวดจากเส้นประสาทถูกกดทับ คนจำนวนมากนึกถึงอาการปวดขาประเภทต่างๆ ที่มีสาเหตุมาจากอาการปวดจากการกดทับเส้นประสาทแบบไซอาติก […]

โรคกระดูกแบบอื่น

อาการปวดเข่ามักไม่จำเป็นต้องผ่าตัด และอาการสามารถดีขึ้นได้ ด้วยการทำกิจกรรรมทางกาย หรือการออกกำลังกายที่เหมาะสม อย่างไรก็ดี การออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว อาจไม่ได้ทำให้หัวเข่าของคุณมีสุขภาพดีเสมอไป และนี่คือ วิธี บรรเทาอาการปวดเข่า ที่นักกายภาพบำบัดแนะนำว่าได้ผลจริง วิธี บรรเทาอาการปวดเข่า ฉบับนักกายภาพบำบัด 1. ห้ามพักผ่อนมากเกินไป คุณอาจรู้สึกว่าอาการปวดเข่าของคุณดีขึ้น เมื่อได้นอนพักผ่อน ไม่ต้องขยับร่างกายหรือทำกิจกรรมใดๆ เลย แต่ความจริงแล้ว การพักผ่อนมากเกินไป อาจทำให้กล้ามเนื้อของคุณอ่อนแอลงได้ เมื่อกล้ามเนื้ออ่อนแรงจะทำให้มีแรงกดทับที่หัวเข่ามากขึ้น จนอาการปวดรุนแรงขึ้นได้ หากอยากบรรเทาอาการปวดเข่า แทนที่จะเอาแต่นอนพัก คุณควรออกกำลังกายในรูปแบบที่เหมาะสมเป็นประจำ หากไม่มั่นใจว่า การออกกำลังกายประเภทใดที่เหมาะสมสำหรับหัวเข่าของคุณ ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด 2. เลือกออกกำลังกายให้เหมาะสม ตามที่กล่าวไว้ การออกกำลังกายที่เหมาะสำหรับบรรเทาอาการปวดเข่า ได้แก่ การออกกำลังเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรง การออกกำลังกายเพื่อสร้างความยืดหยุ่น การออกกำลังกายแบบแรงกระแทกต่ำ เช่น การเดิน การว่ายน้ำ ที่จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและกระดูก ช่วยให้หัวเข่ายืดหยุ่นได้ดี สามารถเคลื่อนไหวได้นานขึ้น การออกกำลังกายเป็นประจำ นอกจากจะช่วยบรรเทาอาการปวดเข่าได้แล้ว ยังช่วยป้องกันการบาดเจ็บ และอาการผิดปกติอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับหัวเข่า ขา และเท้า ได้อีกด้วย อย่างไรก็ดี หากคุณปวดเข่าควรงดออกกำลังกายด้วยการวิ่ง เพราะอาจทำให้เกิดแรงกดทับและแรงกระแทกที่หัวเข่ามากขึ้น 3. เลือกรองเท้าให้เหมาะสม รองเท้าที่ดี จะช่วยรองรับแรงกระแทก และป้องกันอาการบาดเจ็บระหว่างทำกิจกรรมต่างๆ ได้ โดยเฉพาะการเล่นกีฬา […]

โรคกระดูกแบบอื่น

ซินเดอเรลล่า เจ้าหญิงที่มาพร้อมรองเท้าส้นสูงจากแม่นางฟ้าทูลหัว เจ้าหญิงในดวงใจสาวๆ หลายคนที่ใฝ่ฝันอยากจะใส่บ้าง แต่ความจริงมันไม่ได้สวยหรูแบบนั้นน่ะสิ เพราะถ้าคุณเป็นหนึ่งคนที่ต้องมี รองเท้าส้นสูง คู่โปรดติดตู้รองเท้าเอาไว้เพราะไม่ว่าต้องไปงานประชุมหรืองานสังสรรค์ จะต้องพึ่งพาเจ้ารองเท้าส้นสูงตลอด ด้วยพรวิเศษของ รองเท้าส้นสูง ที่ให้ทั้งความสูง สวย สง่างาม ส่งเสริมรูปร่างของผู้หญิงให้ดูโดดเด่นอย่างปฏิเสธไม่ได้ แต่คุณรู้ไหมว่าความสวยพวกนี้มาพร้อมความเสี่ยงที่เป็นอันตรายกับร่างกายของคุณมากกว่าที่คิด รู้จักอันตรายจากการใส่รองเท้าส้นสูงก่อนร่างกายจะพังเพราะรองเท้าคู่สวยแบบกู่ไม่กลับ 5 อันตรายของการใส่ รองเท้าส้นสูง เท้าพังเพราะรองเท้าส้นสูง เท้าของคุณเป็นเหมือนเบาะที่รองรับการเคลื่อนไหวและน้ำหนักทั้งหมดของร่างกาย แต่คุณรู้ไหมว่าเวลาที่คุณหยิบรองเท้าส้นสูงมาใส่ น้ำหนักทั้งหมดของคุณก็จะเทไปยังบริเวณปลายเท้าและนิ้วเท้า แทนฝ่าเท้าทั้งหมด ลองจินตนาการดูสิว่าถ้าตึกหนึ่งหลังมีเหล็กเส้นบางๆ รับน้ำหนักแทนเสาเข็มคอนกรีต เหล็กเส้นนั้นจะเป็นยังไง เหมือนกับกระดูกเท้าของคุณที่ต้องแบกรับน้ำหนักทั้งหมดของร่างกาย ยิ่งต้องทำกิจกรรมที่มีการเดินหรือวิ่งที่กระแทกน้ำหนักลงไปมากเท่าใดยิ่งอันตรายมากเท่านั้น อันตรายที่นอกจากจะทำให้เกิดอาการปวดแล้วยังอาจทำให้กระดูกข้อเท้าผิดรูปได้เลยนะ กระดูกสันหลังผิดรูป กระดูกสันหลังตัว S ที่ไม่ S อีกต่อไป กระดูกสันหลังที่เป็นเหมือนโครงสร้างแกนกลางที่สำคัญที่สุดของร่างกาย เพราะทำหน้ากป้องกระดูกไขสันหลัง คงรูปร่างของร่างกาย เป็นที่เกาะยึดของกล้ามเนื้อต่างๆ รวมไปถึงเป็นตัวช่วยในการเคลื่อนไหวร่างกายของเรา แต่การใส่รองเท้าส้นสูงเป็นเวลานานจะทำให้กระดูกสันหลังที่เดิมเรียงตัวเป็นรูปตัว S อาจเกิดการผิดรูปเนื่องจากการใส่รองเท้าส้นสูงทำให้กระดูกสันหลังที่โค้งมาข้างหน้ามีความโค้งน้อยลง ทำให้กระดูกสันหลังทำงานหนักขึ้นเพื่อพยุงกระดูกสันหลังเอาไว้และเมื่อใส่เวลานานอาจะส่งผลกระทบให้กระดูกสันหลังเคลื่อนที่ไปทับเส้นประสาทในที่สุด เป็นความความสวยที่แลกมาด้วยความอันตรายที่ไม่คุ้มค่าสักนิด  เข่าเสื่อม จะลุกก็ โอย จะนั่งก็ โอย เข่าฉันไม่ไหวแล้ว ความสวยที่ฝืนธรรมชาติของสรีระอย่างการใส่รองเท้าส้นสูง ได้ส่งผลกระทบต่อหัวเข่าของเราอย่างมาก เนื่องจากร่างกายของเรามีกระบวนการกระจายน้ำหนักของแต่ละส่วนอย่างเหมาะสมเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับอวัยะต่างๆ แต่การใส่รองเท้าส้นสูงเหมือนการฝืนธรรมชาติ เมื่อน้ำหนักของร่างกายเกิดการกระจากน้ำหนักอย่างไม่เหมาะสมโดยถ่ายเทยน้ำหนักไปยังด้านหน้าทำให้หัวเข่าต้องแบกรับน้ำหนักของร่างกายร่วมกับปลายเท้าเท่านั้น และเมื่อน้ำหนักถ่ายเทไปข้างหน้าทั้งหมดทำให้การเดินของเราต้องพยายามมากขึ้นที่จะทำให้ตัวอยู่ในแนวตรง ส่งผลให้หัวเข่าถูกทำร้ายทุกครั้งที่ใส่รองเท้าส้นสูง จึงไม่น่าแปลกใจที่โรคข้อเข่าเสื่อมจะเกิดขึ้นกับผู้หญิงที่ชอบใส่รองเท้าส้นสูงมากกว่าคนอื่น ปวดสะโพก สะโพก ของสาวๆ […]

x