ข้อนิ้วหัวแม่มืออักเสบ (Thumb arthritis)

ทบทวนบทความโดย | โดย

Update Date 11/05/2020 . 4 mins read
Share now

คำจำกัดความ

ข้อนิ้วหัวแม่มืออักเสบ คืออะไร

ข้อนิ้วหัวแม่มืออักเสบ (Thumb arthritis) เกิดขึ้นเมื่อกระดูกอ่อนจากปลายกระดูกที่ประกอบขึ้นเป็นข้อต่อของนิ้วหัวแม่มือ หรือที่เรียกว่า ข้อต่อคาร์โปเมตาคาร์ปอล (carpometacarpal หรือ CMC) เกิดสึกหรอ

ข้อนิ้วหัวแม่มืออักเสบอาจทำให้เกิดความเจ็บปวดอย่างรุนแรง อาการบวม ไร้เรี่ยวแรง รวมถึงขอบเขตของการเคลื่อนไหวที่ลดลง ทำให้กิจกรรมง่ายๆ อย่างการหมุนลูกบิดประตู หรือเปิดขวด กลายเป็นเรื่องยาก การรักษาข้อนิ้วหัวแม่มืออักเสบมักจะใช้ยาร่วมกับการใส่เฝือก หากข้อนิ้วหัวแม่มืออักเสบรุนแรง อาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัด

ข้อนิ้วหัวแม่มืออักเสบพบได้บ่อยแค่ไหน

ข้อนิ้วหัวแม่มืออักเสบเกิดขึ้นบ่อยในผู้สูงอายุ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาการ

อาการของข้อนิ้วหัวแม่มืออักเสบ

อาการแรกเริ่มและเกิดขึ้นบ่อยที่สุด หากข้อนิ้วหัวแม่มืออักเสบ ก็คือ อาการเจ็บปวด ซึ่งอาจเกิดขึ้นที่ฐานนิ้วหัวแม่มือ เมื่อคุณยึด จับ บีบวัตถุ หรือออกแรงกดโดยใช้นิ้วหัวแม่มือ

สัญญาณหรืออาการอื่นอาจรวมถึง

  • อาการบวม เมื่อย หรือกดเจ็บที่ฐานนิ้วหัวแม่มือ
  • แรงที่ใช้บีบหรือจับวัตถุลดลง
  • เคลื่อนไหวนิ้วได้จำกัด
  • ข้อต่อที่ฐานนิ้วหัวแม่มือบวมหรือใหญ่ขึ้น

สำหรับผู้ป่วยบางราย อาจมีสิ่งบ่งชี้หรืออาการนอกเหนือจากที่ระบุไว้ข้างต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการต่างๆ โปรดปรึกษาคุณหมอ

ควรไปพบคุณหมอเมื่อใด

หากคุณมีสัญญาณหรืออาการตามรายละเอียดด้านบนหรือมีคำถาม โปรดปรึกษาแพทย์

ร่างกายคนแต่ละคนแสดงอาการแตกต่างกัน จึงควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษาที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ของคุณ

สาเหตุ

สาเหตุของข้อนิ้วหัวแม่มืออักเสบ

ข้อนิ้วหัวแม่มืออักเสบเกิดขึ้นบ่อยในผู้สูงอายุ แผลหรืออาการบาดเจ็บที่มือในอดีต อาจส่งผลให้ข้อนิ้วหัวแม่มืออักเสบได้

ในข้อต่อของนิ้วหัวแม่มือทั่วไป กระดูกอ่อนจะป้องกันบริเวณส่วนปลายของกระดูก ทำหน้าที่กันกระแทก และทำให้กระดูกเคลื่อนไหวได้อย่างราบรื่นเมื่อต้องกระทบกับกระดูกชิ้นอื่น

ในผู้ป่วยที่ข้อนิ้วหัวแม่มืออักเสบ กระดูกข้อต่อที่ป้องกันบริเวณส่วนปลายของกระดูกจะสึกหรอ และพื้นผิวของกระดูกที่เรียบจะขรุขระขึ้น กระดูกจึงเสียดสีกัน และส่งผลให้เกิดความฝืดและความเสียหายของข้อต่อ

ความเสียหายของข้อต่ออาจส่งผลให้เกิดกระดูกใหม่ข้างๆ กระดูกเดิม (กระดูกงอก) ซึ่งอาจทำให้เกิดเนื้องอกที่สังเกตเห็นได้บริเวณข้อต่อของนิ้วหัวแม่มือ

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของข้อนิ้วหัวแม่มืออักเสบ

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ข้อนิ้วหัวแม่มืออักเสบ เช่น

  • เป็นผู้หญิง
  • อายุมากกว่า 40 ปี
  • เป็นโรคอ้วน
  • โรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมบางชนิด เช่น เอ็นข้อหย่อน (joint ligament laxity) ข้อต่อผิดรูป
  • อาการบาดเจ็บนิ้วหัวแม่มือ เช่น กระดูกหัก เคล็ดขัดยอก
  • โรคที่เปลี่ยนรูปร่างปกติและการทำงานของกระดูกอ่อน เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ – แม้ว่าโรคข้อเข่าเสื่อมจะเป็นสาเหตุ ที่ทำให้เกิดอาการข้อนิ้วหัวแม่มืออักเสบบ่อยที่สุด แต่โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ก็อาจส่งผลต่อข้อต่อของนิ้วหัวแม่มือได้เช่นกัน โดยมักจะก่อให้เกิดความรุนแรงน้อยกว่าที่ข้อต่ออื่นของมือ
  • กิจกรรมและงานที่ต้องใช้แรง จากข้อต่อของนิ้วหัวแม่มือเป็นอย่างมาก

โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยและการรักษาโรค

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

การวินิจฉัยข้อนิ้วหัวแม่มืออักเสบ

ระหว่างการตรวจร่างกาย แพทย์จะถามเกี่ยวกับอาการและตรวจข้อต่อที่บวมหรือมีก้อน

แพทย์อาจจับข้อต่อพร้อมหมุนนิ้วหัวแม่มือ และกดลงมาหากระดูกข้อมือ หากการเคลื่อนไหวทำให้เกิดเสียง ความเจ็บปวด หรือรู้สึกเหมือนกระดูกร้าว ก็มีแนวโน้มว่ากระดูกอ่อนจะสึก และกระดูกกำลังเสียดสีกันอยู่

โดยปกติแล้ว การเอ็กซเรย์อาจช่วยให้เห็นสัญญาณของข้อนิ้วหัวแม่มืออักเสบได้ เช่น

  • กระดูกงอก
  • กระดูกอ่อนสึกหรอ
  • พื้นที่ในช่องข้อลดลง

การรักษาข้อนิ้วหัวแม่มืออักเสบ

อาการข้อนิ้วหัวแม่มืออักเสบในระยะแรก แพทย์จะใช้วิธีรักษาที่ไม่ต้องผ่าตัดหลายอย่างผสมผสานกัน แต่หากนิ้วหัวแม่มือของคุณบวมอย่างรุนแรง คุณอาจต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษา วิธีการรักษาข้อนิ้วหัวแม่มืออักเสบโดยทั่วไป เช่น

การเข้าเฝือก

เฝือกช่วยหนุนข้อต่อ และจำกัดการเคลื่อนไหวของนิ้วหัวแม่มือและข้อมือ คุณอาจใส่เฝือกเฉพาะเวลากลางคืน หรือตลอดทั้งวันก็ได้

เฝือกสามารถช่วย

  • ลดความเจ็บปวด
  • ส่งเสริมการจัดวางท่าของข้อต่อที่เหมาะสม ระหว่างที่คุณกำลังทำสิ่งต่างๆ
  • ให้ข้อต่อได้พัก

การใช้ยา

เพื่อลดความเจ็บปวด แพทย์อาจแนะนำยาเหล่านี้

  • ยาแก้ปวดที่ขายตามร้านขายยา เช่น ยาอะเซตามีโนเฟน (acetaminophen) ยาไอบูโพรเฟน (ibuprofen) ยานาพรอกเซน (naproxen) อย่างเช่น อะลีฟ (Aleve)
  • ยาแก้ปวดที่จ่ายโดยแพทย์ เช่น ยาเซเลโคซิบ (celecoxib) ยาทรามาดอล (tramadol)

การฉีดยา

หากยาแก้ปวดและเฝือกไม่ได้ผล แพทย์อาจแนะนำให้ฉีดสารคอร์ติโรคสเตียรอยด์ (corticosteroid) ที่ออกฤทธิ์นานที่ข้อต่อของนิ้วหัวแม่มือ ยาฉีดคอร์ติสเตียรอยด์อาจลดความเจ็บปวดได้ชั่วคราว และลดอาการบวม

การผ่าตัด

หากคุณไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีอื่น หรืองอนิ้ว ยืดนิ้วไม่ได้ แพทย์อาจแนะนำให้ผ่าตัด ทางเลือกในการผ่าตัดได้แก่

  • ผ่าตัดเชื่อมข้อต่อ (arthrodesis) กระดูกในข้อต่อที่ผิดปกติจะได้รับการเชื่อมต่อถาวร ข้อต่อที่ได้รับการเชื่อมต่อจะสามารถรับน้ำหนักได้โดยไม่เจ็บปวด แต่จะขาดความยืดหยุ่น
  • การปรับตำแหน่งกระดูก (reposition) กระดูกในข้อต่อที่ผิดปกติจะได้รับการปรับตำแหน่งใหม่ เพื่อช่วยให้ข้อต่อที่ผิดปกติกลับคืนรูป
  • ผ่าตัดกระดูกออก เป็นการผ่าเอากระดูกชิ้นหนึ่งในข้อต่อของนิ้วหัวแม่มือหรือที่เรียกว่ากระดูกทราพีเซียม (trapezium) ออก
  • ศัลยกรรมตกแต่งข้อ (arthroplasty) เป็นการผ่าตัดข้อต่อที่ผิดปกติทั้งหมด หรือบางส่วนออก แล้วแทนที่ด้วยข้อต่อที่ปลูกถ่ายมาจากเส้นเอ็น

การผ่าตัดเหล่านี้สามารถทำได้โดยไม่ต้องนอนพักที่โรงพยาบาล หลังการผ่าตัด คุณอาจใส่เฝือกหรือเครื่องดามที่นิ้วหัวแม่มือ หรือข้อมือ ไม่เกินหกสัปดาห์ เมื่อถอดเฝือกออก คุณอาจใช้กายภาพบำบัด เพื่อให้คุณกลับมามีแรงที่มือ และเคลื่อนไหวได้

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง

การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองที่ช่วยรับมือกับข้อนิ้วหัวแม่มืออักเสบ

ไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองต่อไปนี้ อาจช่วยให้คุณจัดการกับอาการข้อนิ้วหัวแม่มืออักเสบ

  • เปลี่ยนเครื่องมือเครื่องใช้ คุณอาจต้องซื้อเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการทำกิจกรรมต่างๆ มาใช้ เพื่อไม่ให้นิ้วหัวแม่มือต้องออกแรงมาก เช่น ที่เปิดขวด เครื่องช่วยไขกุญแจ ซิปที่ออกแบบมาเพื่อผู้ที่มีแรงแขนจำกัด หากลูกบิดประตูที่ใช้อยู่เป็นแบบต้องใช้แรงบิดเยอะ ก็ควรเปลี่ยนใหม่ให้เป็นแบบใช้แรงน้อยกว่า
  • การประคบเย็น การประคบเย็นที่ข้อต่อเป็นเวลา 5-15 นาที วันละหลายๆ ครั้ง จะช่วยลดอาการบวม และความเจ็บปวดจากอาการข้อนิ้วหัวแม่มืออักเสบได้

หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ หรือการรักษา เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อัปเดตข่าวสารสุขภาพติดตามไลน์ Hello คุณหมอ
บทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณหรือไม่
happy unhappy

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน

อาการปวดข้อศอก เรื่องเล็กๆ แต่มาพร้อมกับอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

ปวดข้อศอก เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งความเมื่อยล้า ความอักเสบของเนรื้อเยื่อและเส้นเอ็น อุบัติเหตุต่างๆ รวมถึงโรคที่เกี่ยวกับไขข้อ เช่น โรคไขข้อเสื่อม

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by Khongrit Somchai

กลุ่มอาการทีโอเอส (Thoracic Outlet Syndrome)

กลุ่มอาการทีโอเอส (Thoracic Outlet Syndrome) เป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นเมื่อเส้นประสาทบริเวณระหว่างฐานคอกับรักแร้ไปจนถึงด้านหน้าอกเกิดการกดทับกัน

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by จินดารัตน์ สิริวิจักษณ์

วิธีการออกกำลังกาย สำหรับผู้ป่วยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ รับรองอาการดีขึ้นแน่

วิธีการออกกำลังกาย สำหรับผู้ป่วยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ นั้นมีหลากหลายทั้งการเดิน การยืด การออกกำลังกายในน้ำ ที่สำคัญการออกกำลังกายไม่ควรกระทบข้อต่อ

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by ชลธิชา จันทร์วิบูลย์

อาการปวดข้อและข้ออักเสบ หากมีอาการควรเลี่ยงอาหารเหล่านี้

สำหรับใครที่กำลังมี อาการปวดข้อและข้ออักเสบ อาจจะยังไม่รู้ว่า ควรหลีกเลี่ยงอาการแบบไหนดี ถึงจะไม่ทำให้อาการเหล่านี้กำเริบขึ้นมาได้ หรือแย่ลงไปยิ่งกว่าเดิม

ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ
Written by สิฏฐิณิศา รัชตวโรทัย