คุณมีข้อกังวลอะไร

close
ไม่ถูกต้อง
เข้าใจยาก
อื่น ๆ

หรือ คัดลอกลิงก์

ใหม่

กะเพรา สารอาหาร และคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ

กะเพรา สารอาหาร และคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ

กะเพรา เป็นสมุนไพรที่ชนิดหนึ่งที่นิยมใช้ในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์มาตั้งแต่โบราณ และยังเป็นแหล่งแร่ธาตุหลายชนิด ทั้งแคลเซียม วิตามิน เหล็ก แมกนีเซียม โดยมีงานวิจัยหลายชิ้นรองรับว่า กะเพราอาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น บรรเทาอาการวิตกกังวล ลดระดับน้ำตาลในเลือด และยับยั้งการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง

Verifying...

คุณค่าทางโภชนาการของ กะเพรา

ใบกะเพราประมาณ ¼ ถ้วย ให้พลังงานประมาณ 1.38 กิโลแคลอรี่ และมีสารอาหารต่าง ๆ ดังนี้

  • โปรตีน 0.189 กรัม
  • คาร์โบไฮเดรต 0.159 กรัม
  • ใยอาหาร 0.096 กรัม
  • ไขมัน 0.038 กรัม
  • น้ำตาล 0.018 กรัม

นอกจากนี้ กะเพรายังอุดมไปด้วยแร่ธาตุ เช่น แคลเซียม วิตามินเอ วิตามินเค แมงกานีส แมกนีเซียม เหล็ก สังกะสี โพแทสเซียม

ประโยชน์ของกะเพราต่อสุขภาพ

กะเพรา อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยมีงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนคุณสมบัติในการส่งเสริมสุขภาพของกะเพรา ดังนี้

  1. อาจช่วยบรรเทาความวิตกกังวลและความเครียด

กะเพราอาจช่วยบรรเทาอาการของโรควิตกกังวลทั่วไป (Generalized Anxiety Disorder) โดยมีงานวิจัยที่สนับสนุนว่ากะเพราอาจมีฤทธิ์ในการคลายกังวลเทียบเท่ากับยานอนหลับและยาต้านเศร้า

งานวิจัยหนึ่งที่เผยแพร่ในวารสาร Nepal Medical College Journal ปี พ.ศ. 2551 ทำการทดลองเกี่ยวกับประโยชน์ของกะเพราในการลดความวิตกกังวล โดยให้อาสาสมัคร 35 คน (ชาย 21 คน และหญิง 14 คน) รับประทานสารสกัดจากกะเพราขนาด 500 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้งหลังอาหาร เป็นเวลา 60 วัน พบว่า กะเพราช่วยบรรเทาโรควิตกกังวลทั่วไป รวมถึงความเครียดและอาการซึมเศร้าซึ่งเกิดร่วมกันได้อย่างมีนัยยะสำคัญ

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร The Journal of Contemporary Dental Practice ปี พ.ศ. 2555 ระบุว่า แม้กะเพราอาจช่วยคลายกังวลได้ แต่มีประสิทธิภาพต่ำกว่าสารอื่น ๆ ที่ใช้คลายกังวล เช่น ยาอัลปราโซแลม (Alprazolam) ทั้งนี้ ยังคงเป็นการทดลองในสัตว์ ควรทำการทดลองเพิ่มเติมเพื่อยืนยันประสิทธิภาพของกะเพราในการลดความเครียดและความวิตกกังวลในมนุษย์

  1. อาจป้องกันมะเร็งได้

กะเพรา อาจช่วยป้องกันมะเร็ง โดยการศึกษาหลายชิ้นระบุว่า สารต่าง ๆ ในกะเพรา เช่น ยูจีนอล (Eugenol) กรดโรสมารินิก ( Rosmarinic acid) อะพิจีนีน (Apigenin) ลูทีโอลิน (Luteolin) เอธานอล (Ethanol) อาจป้องกันโรคมะเร็งปอด มะเร็งปาก และมะเร็งตับได้

งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร Cancer Lett ปี พ.ศ. 2556 เกี่ยวกับประโยชน์ของกะเพรากับมะเร็งตับอ่อน รายงานว่า สารสกัดต่าง ๆ จากใบกะเพราโดยเฉพาะในส่วนของสารสกัดเอธานอลและน้ำมันหอมระเหยจากกะเพรา อาจมีสรรพคุณยับยั้งการเพิ่มจำนวนและการก่อเนื้องอก ของเซลล์มะเร็งตับอ่อน ทั้งนี้ ยังคงเป็นการทดลองในหลอดทดลองและสัตว์ทดลองเท่านั้น ควรทำการทดลองเพิ่มเติมเพื่อยืนยันประสิทธิภาพของกะเพราในการป้องกันหรือรักษามะเร็ง

  1. ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด

กะเพรา อาจช่วยระดับน้ำตาลในเลือด อันเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคเบาหวานได้ เนื่องจากมีสารประกอบมากมาย ที่มีคุณสมบัติช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด เช่น โพลีฟีนอล (Polyphenols) กรดคาเฟอิก (Caffeic) และยูจีนอล ซึ่งเป็นสารสำคัญในการลดระดับน้ำตาลในเลือด

ในงานวิจัยเรื่องผลกระทบของผงกะเพราที่มีต่อระดับน้ำตาลในเลือดของหนูทดลองที่เป็นเบาหวาน ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Plant Foods for Human Nutrition ปี พ.ศ. 2540 นักวิจัยได้ให้หนูทดลองกินผงซึ่งทำจากใบกะเพรา เป็นเวลา 1 เดือน เพื่อทดสอบฤทธิ์ของกะเพราต่อระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหาร ผลปรากฏว่า กะเพราช่วยลดระดับน้ำในเลือดได้อย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งนี้ ยังคงเป็นการทดลองในสัตว์ ควรทำการทดลองเพิ่มเติมเพื่อยืนยันประสิทธิภาพของกะเพราในการลดระดับน้ำตาลในเลือดของมนุษย์

  1. อาจช่วยรักษาแผลได้

กะเพรามีสารไซโตไคน์ (Cytokine) ที่เรียกว่า Tumor Necrosis Factor-alpha (TNF-alpha) ซึ่งเป็นสารโปรตีนขนาดเล็กช่วยต่อต้านมะเร็ง ทำหน้าที่เกี่ยวกับการส่งสัญญาณระหว่างเซลล์ และช่วยในการกำจัดเซลล์ที่เสียหายหรือเซลล์ที่ร่างกายไม่ต้องการ นอกจากนี้ การทำงานของ TNF-alpha ยังเกี่ยวเนื่องกับการฟื้นฟูบาดแผล และการต้านทานต่อการติดเชื้อ

ในงานวิจัยเกี่ยวกับประโยชน์ของเอนไซม์ในกะเพราและการเยียวยาบาดแผล ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Indian Journal of Physiology and Pharmacology ปี พ.ศ. 2549 ระบุว่า สารสกัดจากกะเพราทำให้การหดตัวของบาดแผล รวมถึงการสร้างเยื่อบุผิวบริเวณบาดแผล เป็นไปอย่างรวดเร็วมากขึ้น เนื่องจากสารสกัดจากกะเพราโดยเฉพาะเอนไซม์ในกะเพราที่สามารถช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ สารสกัดจากกะเพราดังกล่าว ยังอาจช่วยสมานให้แผลที่ถูกกดหรือกระแทกฉีกขาดยากขึ้นด้วย

ข้อควรระวังในการบริโภค กะเพรา

ปัจจุบัน ยังไม่มีการวิจัยที่บ่งชี้เกี่ยวกับผลข้างเคียงของการบริโภคกะเพราในทารก เด็ก หญิงตั้งครรภ์ หรือหญิงให้นมบุตร อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตทางวิทยาศาสตร์ว่า การบริโภคกะเพราในปริมาณมาก อาจส่งผลต่อ

  • พัฒนาการของทารกในครรภ์
  • การเป็นประจำเดือน
  • การทำงานของระบบสืบพันธุ์เพศชาย และการมีบุตร

นอกจากนี้ สารยูจีนอลในกะเพรา อาจเป็นสาเหตุของอาการคลื่นไส้ ท้องเสีย หัวใจเต้นเร็ว รวมถึงตับเสียหาย หากบริโภคกะเพราในปริมาณมากเกินไป ดังนั้น จึงควรรับประทานกะเพราด้วยความระมัดระวัง

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Effect of Tulasi (Ocimum sanctum) leaf powder supplementation on blood sugar levels, serum lipids and tissue lipids in diabetic rats. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/9198110/. Accessed May 5, 2022

Holy Basil leaf extract decreases tumorigenicity and metastasis of aggressive human pancreatic cancer cells in vitro and in vivo: potential role in therapy. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/23523869/. Accessed May 5, 2022

Controlled programmed trial of Ocimum sanctum leaf on generalized anxiety disorders. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/19253862/. Accessed May 5, 2022

Efficacy of Ocimum sanctum for relieving stress: a preclinical study. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/23404003/. Accessed May 5, 2022

Holy Basil Tea: Are There Health Benefits?. https://www.webmd.com/diet/holy-basil-tea-health-benefits#:~:text=Holy%20basil%20is%20rich%20in,digestive%20support%20and%20brain%20function. Accessed May 5, 2022

Evaluation of anti-ulcerogenic and ulcer-healing properties of Ocimum sanctum Linn. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/15234753/. Accessed May 5, 2022

รูปของผู้เขียนbadge
เขียนโดย ธนชาติ จึงแย้มปิ่น แก้ไขล่าสุด 5 วันก่อน
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดย Duangkamon Junnet